เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 42 : ได้รับบัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม – จิ้งจอกน้อยวิวัฒนาการ!

Chapter 42 : ได้รับบัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม – จิ้งจอกน้อยวิวัฒนาการ!

Chapter 42 : ได้รับบัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม – จิ้งจอกน้อยวิวัฒนาการ!


คนแคระนักขุดทองดูเหมือนจะพอใจกับรสชาติของเนื้อย่างไม่น้อยเขาจึงโยนรูนน้ำมาให้กับไคลน์ด้วยท่าทีสบายๆ

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนน้ำ +1]

ไคลนถือรูนน้ำเอาไว้ในมือแล้วอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาวางยาเอาไว้ในเนื้อนั่นน่าจะไม่เลวเหมือนกัน

แต่ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่คนแคระนักขุดทองจะรู้ทันและการแลกเปลี่ยนทั้งหมดจะล้มเหลว

ไคลน์เองก็พอใจกับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไม่น้อยดังนั้นก็ช่างมันเถอะ

แลกเนื้อย่างแต่ได้รูนน้ำมาแบบนื้ถือว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

คนแคระนักขุดทองยังคงระแวงไคลน์กับจิ้งจอกน้อยอยู่แต่ปากของเขาก็เคี้ยวเนื้อย่างในมือไม่หยุด ไม่ช้านักเขาก็หลับตาลงราวกับเพลิดเพลินไปกับรสชาติของมัน

หลังจากจัดการเนื้อย่างเสร็จเขาก็เลียปากทีหนึ่งด้วยสีหน้าท่าทางราวกับว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

“อยากแลกเปลี่ยนอีกไหม?”

ไคลน์หยิบเอาเตาย่างกับเนื้อสดๆออกมาโชว์ให้คนแคระนักขุดทองดู

คนแคระนักขุดทองสังเกตุท่าทีของไคลน์อยู่ซักพักก็พอจะเข้าใจได้ว่าไคลน์ต้องการจะสื่ออะไร

จากนั้นเขาก็วางกระเป๋าลงและมุดลงไปค้นของภายในกระเป๋าอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อเขาโผล่ขึ้นมาอีกครั้งในมือของเขาก็ปรากฏรูนอยู่ถึงสี่ชิ้น

รูนดินสองก้อน รูนไฟหนึ่งก้อนและรูนน้ำอีกหนึ่งก้อน

ไม่มีรูนลมเลย ดูเหมือนเจ้าหมอนี่จะขาดแคลนรูนลมเหมือนกัน

“แปปนึงนะ”

ไคลน์ยิ้มแต้

ครั้งนี้ถือว่าได้รูนมาอย่างง่ายดายจริงๆ

ในตลาดแลกเปลี่ยนตอนนี้ราคาของรูนเพิ่มขึ้นไปไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าแล้ว

เนื้อหนึ่งชิ้นไม่พอที่จะแลกเปลี่ยนอีกต่อไป!

เขาจุดไฟและเริ่มทำการย่างเนื้อ

ทักษะการย่างเนื้อของไคลน์ทำได้อย่างชำนาญและไม่นานนักเขาก็ย่างเนื้อจนเสร็จ

คนแคระนักขุดทองที่เริ่มไว้ใจไคลน์มากขึ้นเองก็ขยับเข้ามาดูทักษะการย่างเนื้อของไคลน์ใกล้ๆ

“อยากจะขโมยวิชารึไง?”

ไคลน์ไม่กลัวเลยว่าทักษะการย่างเนื้อนี้จะถูกขโมยไป

เพราะมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากทีเดียวที่เขาคงจะไม่ได้พบเจอคนแคระนักขุดทองผู้นี้อีกในอนาคต

ไคลน์จัดแจงวางเนื้อย่างทั้งสี่ชิ้นลงในชามใบใหญ่และส่งสัญญาณบอกให้คนแคระนักขุดทองเข้ามารับไป

คนแคระนักขุดทองลังเลอยู่ซักพักก่อนจะคว้าชามใบใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากตรวจสอบเนื้อย่างแล้วเขาก็โยนรูนทั้งสี่ชิ้นให้กับไคลน์

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนดิน+2 , รูนน้ำ+1 , รูนไฟ+1]

ไคลน์ชี้ไปที่ผงพริกไทยดำแล้วยิ้ม “นายยังมีอย่างอื่นอีกไหม? คราวนี้ฉันจะใช้ไอนี่แลก”

ถ้าปราศจากพริกไทยดำเนื้อย่างก็ไม่อาจส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาได้

ถ้าไคลน์อยากได้ผงพริกไทยดำจริงๆก็สามารถซื้อได้จากตลาดแลกเปลี่ยนที่มีคนเอามาวางขายอยู่มากมาย เพียงแค่น้ำสองถึงสามร้อยมิลลิลิตรหรือเนื้อซักครึ่งชิ้นก็คงแลกได้แล้ว

คนแคระนักขุดทองก้มลงมองเนื้อย่างในชามอยู่ซักพักจากนั้นก็เงยหน้ามองมาที่ผงพริกไทยดำก่อนจะพยักหน้ารัวๆราวกับไก่จิกข้าวเปลือก

จากนั้นเขาก็ยื่นมือลงไปขวานหาของในกระเป๋าอีกรอบ

“ดีเลยหวังว่าคราวนี้จะเป็นของดีนะ”

ไคลน์ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วแล้วพูดต่อ “ถ้าเป็นรูนก็โอเคแต่อย่างน้อยต้องสองก้อนนะ เจ้าของสิ่งนี้ได้มาไม่ง่ายเลยรู้รึเปล่า?”

แน่นอนว่าคำพูดของเขาคือการบลัฟแบบเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่รู้ว่าคนแคระนักขุดทองจะเข้าใจคำพูดของเขาไหม

แต่ไคลน์ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าสิ่งที่คนแคระนักขุดทองหยิบออกมาเป็นลูกปัดทรงกลมลูกหนึ่ง

ขนาดของลูกปัดนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ตัวลูกปัดมีสีแดงเข้มดูน่าดึงดูดยิ่งนัก

ไคลน์ถาม “ขอดูใกล้ๆได้ไหม?”

ไคลน์อยากจะตรวจสอบไอเทมก่อน

ถ้าเป็นวัตถุดิบธรรมดาๆหรืออัญมณีทั่วไปถ้างั้นสำหรับไคลน์แล้วก็ถือว่าไม่มีค่ามากนัก เทียบกับรูนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

คนแคระนักขุดทองเหยียดมือสั้นๆของเขาเข้ามาและยื่นลูกปัดให้ไคลน์ดู แต่พอเขาคิดอยู่ซักพักก็ตัดสินใจหดมือกลับ ดูจากท่าทีแล้วดูเหมือนว่าหมอนี่จะยังระแวงเขาอยู่หน่อยๆ

“ไม่ต้องกังวลน่าฉันเป็นคนเชื่อถือได้”

ไคลน์จัดการเทผงพริกไทยดำใส่ในชามและวางลงบนพื้น

คนแคระนักขุดทองลังเลอยู่ครึ่งนาทีก่อนจะตัดสินใจโยนลูกปัดสีแดงเข้มนั่นให้เขาและชี้มือชี้ไม้ไปทางจิ้งจอกน้อย

“กำลังจะสื่อว่าให้เอาสิ่งนี้ให้กับจิ้งจอกน้อยงั้นหรอ?”

ไคลน์รับลูกปัดมาและทำการตรวจสอบรายละเอียดของไอเทม

[แจ้งเตือนจากระบบ : เม็ดยาสายเลือดระดับธรรมดา +1]

[เม็ดยาสายเลือดระดับธรรมดา : เม็ดยาที่ถือกำเนิดจากการควบแน่นแก่นโลหิตของสิ่งมีชีวิตแห่งสุสาน หลังจากที่สิ่งมีชีวิตแห่งสุสานกินมันเข้าไปความสามารถของพวกมันจะเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่อาจทำลายขีดจำกัดสูงสุดได้]

“ของสิ่งนี้ไม่เลวเลย แลกกับผงพริกไทยดำก็ได้”

ไคลน์รับเอามาด้วยสีหน้าพึงพอใจ

คนแคระนักขุดทองต่อให้ใช้เม็ดยานี้ไปก็ไม่อาจทำลายขีดจำกัดสูงสุดได้อยู่ดีดังนั้นแทนที่จะเก็บเอาไว้เขาจึงนำมันมาแลกเปลี่ยนกับไคลน์แทน

“ยังมีของแบบนี้อีกไหม?” ไคลน์ถาม

คนแคระนักขุดทองส่ายหัว

“เอาไป”

ไคลน์ถอยหลังไปนิดหน่อยเพื่อทิ้งระยะห่างจากชามหิน

คนแคระนักขุดทองเดินเข้ามาด้วยท่าทีระแวดระวังและหยิบชามหินที่ใส่ผงพริกไทยดำไปด้วยท่าทีเริงร่า

มันยื่นจมูกเข้าไปตรวจสอบผงพริกไทยดำใกล้ๆจนจามออกมา

“มาต่อกันเถอะ”

แต่ก่อนที่ไคลน์จะพูดจบคนแคระนักขุดทองผู้นี้ก็จัดการเทผงพริกไทยดำลงไปในกระเป๋าขนาดเล็กและโยนมันใส่เป้ใบใหญ่จนเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นสะพายกระเป๋าใบใหญ่แล้วมุดหายลงไปในดิน

กระเป๋าใบใหญ่เองก็จมลงไปในดินตามคนแคระนัดขุดทองไปอย่างน่าอัศจรรย์

เหลือทิ้งเอาไว้เพียงแผ่นโลหะสีทองแดงแผ่นหนึ่งเท่านั้น

ไคลน์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกหมดคำจะพูดขึ้นมา

เขายังอยากแลกเปลี่ยนอยู่เลยแต่เจ้าหมอนี่กลับหนีไปแล้ว!

“แผ่นโลหะนี่ให้ฉันหรอ?”

ไคลน์เดินเข้าไปหยิบแผ่นโลหะขึ้นมาดู

ดูเหมือนมันจะทำมาจากทองแดงหรือไม่ก็เหล็กนี่แหละ

บนพื้นผิวของแผ่นโลหะมีอะไรแปลกๆสลักเอาไว้ด้วย

[แจ้งเตือนจากระบบ : บัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม +1]

[บัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม : สิ่งนี้จะได้จากคนแคระนักขุดทองเท่านั้น นี่คือบัตรที่จะมอบให้กับลูกค้าที่ซื่อสัตย์เท่านั้น ด้วยบัตรใบนี้เมื่อใดก็ตามที่ผู้ถือครองไปพบกับคนแคระนักขุดทองคนอื่นเข้าในอนาคตพวกเขาจะเชื่อใจคุณ100%]

“ถือได้ว่าเป็นใบรับรองการแลกเปลี่ยนกับคนแคระนักขุดทองก็ได้ใช่ไหม?”

ไคลน์เก็บบัตรเข้าไปในช่องเก็บของ

ถ้าในอนาคตเขาเจอกับคนแคระนักขุดทองอีกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงไปพยายามสื่อสารกับอีกฝ่ายอีกเพียงแค่โชว์บัตรนี้ให้ดูก็พอ

เมื่อจัดการทุกอย่างจนเสร็จไคลน์ก็นั่งยองๆลงและกล่าวกับจิ้งจอกน้อยยิ้มๆ “จิ้งจอกน้อยเอานี่ไปสิ”

จากนั้นลูกปัดทรงกลมก็ปรากฏขึ้นมาในมือของไคลน์

จิ้งจอกน้อยที่เห็นดังนี้ก็เปิดปากออกกลืนลูกปัดลงไปในคำเดียวแบบไม่ลังเล

เมื่อกลืนมันลงไปก็ดูคล้ายกับว่าแขนขาของจิ้งจอกน้อยจะแข็งค้างไปและขนบนร่างกายเองก็ลุกชูชันขึ้นมาราวกับลูกแมวที่กำลังพองขนก็ไม่ปาน!

ลูกปัดสีชาดละลายในปากของเธออย่างช้าๆและเริ่มไหลลงสู่ลำคอ

พลังงานมหาศาลระเบิดขึ้นมาภายในร่างกายของเธอ

สภาวะนี้เป็นดำเนินอยู่หลายนาทีจึงแล้วเสร็จ

ไคลน์สังเกตุเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าด้านหลังของจิ้งจอกน้อยตอนนี้มีหางที่สามค่อยๆก่อตัวขึ้นมาแล้ว

จากคำอธิบายของจิ้งจอกเก้าหาง ยิ่งหางของพวกมันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น

ขีดจำกัดอยู่ที่เก้าหางนั่นแหละ

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ไม่นานนักจิ้งจอกน้อยก็สามารถกลับมาขยับได้อีกครั้ง

เมื่อเจ้าหล่อนหันหัวกลับไปและพบว่ามีหางนุ่มๆเพิ่มมาอีกหางเจ้าหล่อยก็แสดงท่าทีดีอกดีใจและวิ่งไล่กัดหางตัวเองเป็นวงกลมเสียอย่างนั้น

เห็นได้ชัดว่าเจ้าหล่อนดีใจมาก!

[แจ้งเตือนจากระบบ : จิ้งจอกเก้าหางสัตว์เลี้ยงของท่านได้รับการวิวัฒน์จนสมบูรณ์ – ความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น – ได้รับสกิลใหม่ : หนังทองแดงกระดูกโลหะ]

แจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมา

“สกิลใหม่”

ไคลน์รีบเปิดหน้าต่างสัตว์เลี้ยงขึ้นมาดูทันที

จบบทที่ Chapter 42 : ได้รับบัตรลูกค้าชั้นเยี่ยม – จิ้งจอกน้อยวิวัฒนาการ!

คัดลอกลิงก์แล้ว