เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 41 : พบคนแคระนักขุดทอง? มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ!

Chapter 41 : พบคนแคระนักขุดทอง? มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ!

Chapter 41 : พบคนแคระนักขุดทอง? มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ!


แม้ในคู่มือจะบอกว่าคนแคระนักขุดทองชอบอาหารอร่อยๆแต่ก็ไม่ได้บอกว่ารสนิยมของพวกเขาเป็นยังไง?

บนโลกเองก็มีประเทศอยู่หลายประเทศจึงทำให้มีหลากหลายรสนิยมแตกต่างกันออกไป

บางคนก็ไม่ชอบเผ็ดนักขณะที่บางคนก็ชอบจืดๆเรียบๆ

โลกจริงเป็นเช่นนี้ก็คงไม่ต้องกล่าวถึงโลกแห่งสุสานแล้ว

ไม่ใช่ว่าจิ้งจอกน้อยชอบเนื้อย่างแล้วจะหมายความว่าคนแคระนักขุดทองจะชอบเหมือนกันซักหน่อย

ไม่นานนักเขาก็ตระเตรียมเนื้อย่างจนเสร็จ

จากนั้นเขาก็ใส่เครื่องปรุงลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติจนทำให้กลิ่นของเนื้อย่างหอมฟุ้งไปทั่ว

จากนั้นไคลน์ก็เก็บเนื้อย่างเข้าช่องเก็บของไปแล้วเดินออกไปจากฐานรูน

วิ้ง!

ฐานรูนเปล่งแสงระยิบระยับออกมาพร้อมๆกับหายไปในพริบตา

...

ไคลน์หยิบพลั่วขึ้นมาและเดินไปยังผนังดิน

อีกด้านหนึ่ง

ชาร์ลกับพวกที่ยังคงไม่จากไปหันกลับมาให้ความสนใจกับการกระทำของไคลน์

เมื่อพวกเขาเห็นไคลน์เดินออกมาจากปราสาทพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนผิงผนังถ้ำที่ขุด ถ้าไคลน์เปิดฉากโจมตีพวกเขาพวกเขาก็จะรีบขุดรูหนีไปในทันที

การที่คนทั้งสามเลือกขุดกำแพงตรงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด

ด้วยประสบการณ์มากมายของชาร์ลทำให้เขาคาดเดาได้จากรอยเท้าว่าไคลน์ขุดมาจากเส้นทางไหน

ดังนั้นถ้าไคลน์ประสงค์ร้ายกับพวกเขาพวกเขาก็จะออกจากที่นี่ไปทันทีโดยที่ไคลน์ไม่สามารถจับพวกเขาได้แน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นสุสานแห่งถัดไปที่พวกเขาเลือกก็ปลอดภัยมากแน่นอนเนื่องจากเป็นสุสานที่ไคลน์พึ่งจะจากมา

แต่ทันใดนั้นเองปราสาทโบราณก็ส่องแสงระยิบระยับขึ้นมา

จากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในตัวของไคลน์

ปราสาทโบราณหายไปแล้ว!

“นี่มัน..”

“ฐานรูน!”

คนทั้งสามตกตะลึงจนพูดไม่ออก

ก่อนหน้านี้คนทั้งสามคาดเดาและเชื่อเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าปราสาทนี้ก็คือสิ่งก่อสร้างพิเศษภายในสุสาน

แต่มาตอนนี้เมื่อเห็นวิธีการเก็บฐานรูนอันคุ้นเคยพวกเขาจึงได้ทราบว่าพวกตนเข้าใจผิดไปไกลมาก

ปราสาทโบราณนี้แท้จริงแล้วคือฐานรูนของไคลน์!

“แม่เจ้าทำไมฐานรูนของเขาถึงได้ต่างจากของพวกเราขนาดนี้?”

“หรือเขาจะซ่อมมันแล้ว?”

“ไม่ถูกต้อง ฉันไม่เคยเห็นใครในช่องแชทบอกเลยว่าฐานรูนจะกลายเป็นปราสาทหลังจากซ่อมเสร็จ”

คนทั้งสามมองไปที่ไคลน์ด้วยสายตาสับสน

“ดูนั่นสิข้างกายเขามีจิ้งจอกด้วย หรือนี่เป็นสัตว์เลี้ยงงั้นหรอ?”

“หืม? ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น! สิ่งมีชีวิตแห่งสุสานเองก็เลี้ยงให้เชื่องได้ด้วยหรอเนี่ย? ในอนาคตพวกเรามาลองกันเถอะ”

พวกเขาสังเกตเห็นจิ้งจอกน้อยแล้ว

ภาพรวมของไคลน์ในสายตาของพวกเขาตอนนี้คือบุคคลลึกลับผู้หนึ่ง

คนทั้งสามก็อยากจะทำตัวหน้าด้านถามไคลน์เหมือนกันติดอยู่ที่ว่ากลัวว่าไคลน์จะลงมือนี่แหละ พวกเขาจึงทำได้เพียงมองดูไคลน์ขุดอุโมงค์จากไปด้วยสายตาอับจน

แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก!

หลังจากขุดมาได้สามเมตรไคลน์ก็หยุดมือ

จากนั้นเขาก็หันหัวกลับไปถามจิ้งจอกน้อย “จิ้งจอกน้อยพวกนั้นตามมาไหม?”

จิ้งจอกน้อยที่นั่งอยู่ตรงปากอุโมงค์แอบยื่นหัวน้อยๆออกไปมองคนทั้งสาม

“โฮ่งๆ!”

ไคลน์ก็รับทราบสัญญาณนี้

เห่าสองครั้งหมายถึงไม่และเห่าหนึ่งครั้งหมายถึงตามมานั่นเอง

“เอาเถอะ ดูเหมือนว่าคนทั้งสามนี้จะไม่มีความคิดไม่ดีจริงๆ”

ไคลน์ส่ายหัวแล้วหันกลับมาโฟกัสกับการขุดกำแพงต่อ

เขาคิดเผื่อในกรณีหลายๆอย่างเอาไว้แล้ว ถ้าอีกฝ่ายเลือกจะเข้ามาแบบไม่ได้รับเชิญนั่นก็หมายความว่าพวกเขามีเจตนาร้าย

เพราะไคลน์อยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุดที่ล่อให้อีกฝ่ายลงมือเนื่องจากถ้าลงมือตอนนี้คนทั้งสามจะสามารถปิดล้อมไคลน์เอาไว้ในที่แคบได้

ไม่นานนักทางผ่านก็ถูกเขาขุดขึ้นจนสำเร็จ

ไคลน์เก็บพลั่วกลับไปและไม่ได้หยิบอาวุธใดๆออกมา เขากล่าวเตือนจิ้งจอกน้อยอีกครั้งว่าอย่าแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรออกมาหลังจากที่เขาไปยังสุสานแห่งถัดไป

จากนั้นเขาก็เดินเข้าสู่หลุมดำโดยมีจิ้งจอกน้อยตามมาติดๆ

สุสานแห่งที่สามสิบ

พื้นที่ของสุสานแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนักและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงไม่ถึงสิบเมตร

เมื่อเข้ามาถึงไคลน์ก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาน่าเกลียดตนหนึ่งในทันที

ด้านหลังของสิ่งมีชีวิตตนนั้นแบกกระเป๋าใบใหญ่และกำลังนั่งใช้เท้าคีบบิสกิตขึ้นมาแทะ

สหายผู้นี้สูงเพียง1.3เมตรและมีแขนขาค่อนข้างสั้น

ผิวของเขาเหี่ยวย่นมีสีน้ำตาลแก่และมีจุดสีเขียวดำบนตัวมากมายหลายจุด

ลักษณะเช่นนี้คล้ายๆกับก็อบลินผสมกับสุนัขก็ไม่ปาน ดวงตาของเขาข้างหนึ่งใหญ่ข้างหนึ่งเล็กและจมูกเองก็งองุ้ม

เมื่อคนแคระนักขุดทองเห็นพวกเขาอีกฝ่ายก็รีบจัดแจงยัดบิสกิตหลากสีเข้าปากจนหมด จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าลุกขึ้นยืนให้ดูสูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้

อีกฝ่ายไม่ได้เลือกที่จะหนีไปทันทีแต่กำลังตรวจสอบท่าทีของไคลน์กับจิ้งจอกน้อยอย่างระมัดระวัง

ถ้าอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเขาก็จะหนีไปทันที

ไคลนืกับจิ้งจอกน้อยไม่ขยับ

“โฮ่งๆๆ”

จิ้งจอกน้อยร้องออกมา

เสียงของเธอนุ่มนวลและเต็มไปด้วยเจตนาดี

“สวัสดี” ไคลน์ทักอีกฝ่าย

ไคลน์หยิบเนื้อย่างที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆออกมาโบกให้อีกฝ่ายเห็น

เมื่อลมสุสานพัดมากลิ่นของของเนื้อย่างก็ลอยไปเตะจมูกของคนแคระนักขุดทองเข้า

เมื่อได้กลิ่นหอมเช่นนี้เขาก็อดสูดดมไม่ได้ จากนั้นเขาก็แลบลิ้นออกมาเลียเอาเศษบิสกิตที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากเข้าปากไปจนเกลี้ยง

ไคลน์ยิ้มแล้วพูดขึ้น “ฉันไม่มีเจตนาไม่ดีนะแค่อยากจะแลกเปลี่ยนกับคุณเท่านั้น ดูเถอะว่าในมือฉันไม่มีอาวุธเลย”

ไคลน์ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เขาคิดว่าเป็นมิตรมากที่สุด

คนแคระขุดทองยังคงระแวงอยู่ขณะเดียวกันเขาก็พึมพำคำพูดอะไรก็ไม่รู้ออกมา

ไคลน์ฟังไม่เข้าใจเลยแม้แต่คำเดียว!

ไคลน์มองไปที่คนแคระนักขุดทองแล้วกล่าวขึ้น “จิ้งจอกน้อยเธอคุยกับเขารู้เรื่องไหม? บอกเขาทีว่าฉันอยากจะแลกเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างกับเขา”

ตอนนี้เขาคงพึ่งได้แค่จิ้งจอกน้อยแล้ว

จิ้งจอกน้อยเอียงคอและคิดอยู่ซักพักก่อนจะส่งเสียงครางหงิงๆออกมาอีกครั้ง

คนแคระนักขุดทองดูจะไม่ค่อยเข้าใจนักดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาคุยกันเกือบสองนาทีกว่าจะเข้าใจ

เขาชี้ไปที่กระเป๋าตัวเองก่อนเป็นลำดับแรกจากนั้นก็ชี้กลับมาที่เนื้อย่างในมือไคลน์

“ใช่แล้วฉันต้องการแลกเปลี่ยนกับนาย”

ไคลน์ยิ้ม

คนแคระนักขุดทองกรอกตาไปมาราวกับครุ่นคิดแต่ในขณะเดียวกันปากของเขาก็เริ่มมีน้ำลายหยดแหมะๆแล้ว

ไม่นานต่อมาคนแคระนักขุดทองก็พยักหน้าและเปิดกระเป๋า

ภายในกระเป๋ามีไอเทมอยู่มากมายและเต็มไปด้วยของจิปาถะเยอะแยะเต็มไปหมด

ไคลน์ลองตรวจสอบของในกระเป๋าดูและเห็นทั้งรูน , ทองคำ , เงิน , เพรชพลอยไปจนถึงดาบสั้น

“แลกรูน!”

ไคลน์หยิบเอารูนลมขึ้นมาแล้วทำท่าทางบอกกับคนแคระนักขุดทอง

คนแคระนักขุดทองส่ายหัวอยู่หลายครั้งก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าเพื่อควานหาบางอย่าง

เมื่อเขาหดมือกลับมาก็ปรากฏว่ามีรูนน้ำติดมาด้วย

“อันนั้นก็ได้!”

ดวงตาของไคลน์ส่องประกายแวววับพร้อมๆกันนั้นเขาก็โยนเนื้อย่างในมือให้กับคนแคระนักขุดทอง

เนื้อย่างพวกนี้ไม่ได้มีค่ามากนัก

การที่เขาโยนมันให้กับอีกฝ่ายก่อนก็คือการซื้อใจนั่นเอง

นี่จะทำให้การพูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น

จบบทที่ Chapter 41 : พบคนแคระนักขุดทอง? มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว