เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 40 : คนทั้งสามขี้ระแวงขนาดนี้เลยหรอ?

Chapter 40 : คนทั้งสามขี้ระแวงขนาดนี้เลยหรอ?

Chapter 40 : คนทั้งสามขี้ระแวงขนาดนี้เลยหรอ?


เข้าไปดูข้างในหรอ?

ซาเวียกับพอลคิดไปคิดมาก็รีบหันไปมองชาร์ล

“หัวหน้าพวกเราควรจะเข้าไปดีไหม?”

ชาร์ลมองมาที่พวกเขาแล้วพูดขึ้น “ไคลน์เชิญพวกเราเข้าไปงั้นหรอ? หรือว่าเขาอยากจะ...”

ดวงตาของคนทั้งสอบเต็มไปด้วยความคาดหวัง

บางทีไคลน์อาจจะอยากเลี้ยงอาหารกลางวันพวกเขาก็ได้

ชาร์ลพูดเสียงเบา “อย่าเข้าไปจะดีกว่านี่อาจจะเป็นกับดักก็ได้! ฉันว่าเรื่องนี้มันตงิดๆยังไงอยู่”

เมื่อได้ยินเช่นนี้หัวใจของคนทั้งสองก็ล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

จริงสินะก่อนหน้านี้ยังใช้น้ำเสียงเย็นชาอยู่เลยแต่จู่ๆก็อ่อนลงเสียอย่างนั้น นี่มันแปลกเกินไปหน่อยแล้ว!

คนทั้งสามกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างล่างโดยที่ไคลน์ไม่ได้ยินเลยว่าพวกเขาคุยอะไรกัน

ครู่หนึ่งต่อมาชาร์ลก็กล่าวออกมาเสียงดัง “ขอบคุณคุณไคลน์ที่หวังดีตอบคำถามให้พวกเราแต่พวกเราไม่ขอเข้าไปในปราสาทดีกว่า หวังว่าแบบนี้คงไม่ถือว่าเป็นการรบกวนคุณนะ”

พอกล่าวจบคนทั้งสามก็หมุนกายจากไป

พวกเขามุ่งหน้าไปยังกำแพงดินด้านหนึ่งและเริ่มทำการขุดทันที

ไคลน์มองพวกเขาและเห็นว่าทิศทางที่คนพวกนั้นเลือกที่จะขุดไปก็คือสุสานแห่งที่เขาเพิ่งจะออกมา

ยังไงก็ตามคนทั้งสามไม่ได้จากไปทันทีแต่เลือกที่จะถอนตัวออกมาอยู่ไม่ห่างจากอุโมงค์นักหลังจากที่ขุดอุโมงค์เสร็จ

“ระวังตัวจังน้า”

ไคลน์ถอนหายใจ

คนทั้งสามถือได้ว่าฉลาดมากและไม่โลภด้วย

ไคลน์คิดอยู่ซักพักแล้วพึมพำออกมา “ถ้าพวกนั้นไม่ทำอะไรก็ดีแล้ว ไปทำอาหารต่อดีกว่า”

ไคลน์หันกลับมาให้ความสนใจกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกครั้ง

หลังจากใส่เนื้อลงไปหม้อต้มบะหมี่ก็ส่งกลิ่นหอมหวนออกมา

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี้ไม่ต้องใช้เวลาทำนานมากนัก ถ้าต้มนานไปเส้นก็จะเหนียวและรสชาติก็จะไม่ดีมากนัก

เขาตักมันขึ้นมาและใส่ลงไปไว้ในชาม

“แน่ใจนะว่ากินได้?”

ไคลน์ถามจิ้งจอกน้อยที่รออยู่บนโต๊ะ

“โฮ่งๆๆ!”

จิ้งจอกน้อยตบท้องเล็กๆของเธอ

“เอาเถอะยังไงก็เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานนี่นะคงเอาไปเทียบกับหมาหรือแมวทั่วๆไปไม่ได้หรอก”

ไคลน์ตักบะหมี่ให้จิ้งจอกน้อยจนเต็มชาม

น้ำซุปของบะหมี่หม้อนี้ใสเป็นอย่างยิ่งและมีเนื้อมากมายลอยขึ้นๆลงๆอยู่ไม่ขาด

อากาศโดยรอบในพริบตาก็พลันเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้ง!

“กินกันเถอะ”

ไคลน์จัดการกับบะหมี่ส่วนที่เหลือ

เขายืนอยู่บนระเบียงไปกินบะหมี่ไปขณะเดียวกันก็คอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวด้านล่างอยู่ตลอด

อึก...

เขากลืนบะหมี่ลงไปคำใหญ่และรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมันไม่น้อย

...

ชาร์ลกับพวกนั่งกินเนื้อย่างและจิบน้ำทีละนิดๆ

แม้ว่ากลิ่นของเนื้อย่างจะไม่เลวแต่ก็สู้กลิ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้อยู่ดี

ภาพลวงตาทั้งหมดนี้คือภาพลวงตา!

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางปราสาทโบราณหลังนั้น

ในใจของพวกเขาริษยาเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากผ่านไปซักพักชาร์ลก็พูดขึ้น “สรุปแล้วไอ้ปราสาทโบราณนี่มันคืออะไรกันแน่? ฉันลองถามคนในช่องแชทแล้วก็ไม่มีใครรู้เลย”

“ฮึ่ม ฉันเองก็ลองถามในช่องแชทโลกแล้วแต่ก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน แต่เห็นว่าเริ่มมีบางคนส่งข้อความส่วนตัวไปหาไคลน์แล้วมารอดูกันว่าเขาจะตอบว่ายังไง”

“ยังไงก็เถอะเมื่อครู่นี้ถือว่าอันตรายมากจริงๆ โชคดีที่พวกเราฉลาดพอและไม่ตกกับดักของหมอนั่น”

“หรือที่หมอนั่นมีทรัพยากรมากมายก็เพราะเขาแย่งชิงจากผู้เล่นคนอื่นเอา? น่ากลัวจริงๆ”

“เฮ้อ เมื่อไหร่พวกเราจะขุดไปเจอกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้างนะ?”

ซาเวียกับพอลคุยกันไม่หยุด

กลับกันกับชาร์ลที่เงียบอยู่ตลอดเวลา ความสนใจของเขาส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ปราสาทโบราณหลังนั้นเสียมากกว่า

เขาในตอนนี้เรียกว่าระแวงอย่างถึงที่สุดเลยก็ว่าได้

...

ไคลน์มีนิสัยชอบทำอะไรหลายๆอย่างไปด้วยขณะกิน

เขาเริ่มทำการตรวจสอบสถานการณ์ทางด้านล่างและเมื่อเห็นว่าคนทั้งสามนั่งกินเนื้อย่างกันอย่างว่าง่ายเขาก็เปิดช่องแชทขึ้นมาเผื่อว่าจะได้ข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์บ้าง

ในตอนนั้นเองที่เขาได้พบว่าคนอื่นๆเริ่มคุยกันเรื่องเขาอีกแล้ว

“ปราสาทนั่นต้องเป็นสิ่งก่อสร้างพิเศษในสุสานแน่ ไคลน์ก็แค่ไม่อยากจะบอกพวกเราเท่านั้น”

“เฮอะๆ ทำไมฉันไม่เห็นเคยเจอปราสาทแบบนั้นมาก่อนเลยล่ะ? บางทีเจ้าหมอนั่นอาจจะพูดอะไรไร้สาระก็ได้”

“ทุกๆคนครั้งต่อไปที่พวกนายเจอไคลน์ขอให้พวกนายระวังตัวเอาไว้ให้ดีๆนะ จากที่คนที่ชื่อพอลบอกมาดูเหมือนไคลน์จะมีนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่...”

“ไคลน์จอมวายร้าย!”

เนื่องจากคำอธิบายของพอลทำให้ดูเหมือนว่าไคลน์จะกลายเป็นตัวอันตรายและวายร้ายไปแล้ว

ไคลน์ไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

หลังจากผ่านมื้ออาหารกลางวัน

ไคลน์ทำการตรวจสอบคำใบ้ของเส้นทางทั้งหมดอีกครั้ง

ชาร์ลกับพวกพากันไปยังสุสานทางด้านซ้ายแล้วขณะที่ไคลน์เองก็เตรียมตัวจะมุ่งหน้าไปยังสุสานทางด้านขวา

ตอนนี้ชาร์ลกับพวกคิดจะมุ่งหน้าไปยังสุสานแห่งที่แล้วที่ไคลน์ผ่านมาดังนั้นเส้นทางที่ไคลน์เลือกได้จึงเหลือเพียงสี่เส้นทางเท่านั้น

[ขุดขึ้นไปทางด้านบนท่านจะได้รับทรัพยากรเล็กน้อยแต่จงระวังตัวเรือดบนพื้น เมื่อใดที่ท่านเหยียบพวกมันกลิ่นของพวกมันจะติดตัวท่านไปทั้งวัน แค่กลิ่นของพวกมันก็คงพอทำให้ท่านขยะแขยงจนอยากสำรอกแล้ว]

[ขุดลงไปทางด้านล่างท่าจะพบหีบสมบัติไม้สองหีบแต่มีรังของหมาป่าทรายเขาเดียวอยู่ในสุสานแห่งนี้ด้วย]

[สุสานทางด้านหน้ามีปุ๋ยอยู่ ปุ๋ยนี้เหมาะสำหรับใช้ในการปลูกพืช]

[ขุดไปทางด้านหลังท่าจะพบกับคนแคระนักขุดทองผู้ครอบครองไอเทมจำนวนมาก ท่านสามารถเลือกที่จะสังหารเขาเพื่อแย่งสมบัติหรือแลกเปลี่ยนกับเขาก็ย่อมได้ แต่ถ้าท่านเลือกที่จะสังหารเขามีโอกาสสูงมากที่เขาจะหนีไป]

“คนแคระนักขุดทอง?”

ไคลน์ติดสตั้นไปชั่วครู่เมื่อเห็นคำใบ้ของเส้นทางทางด้านหลัง

ในสุสานแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตอื่นที่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของได้ด้วย?

‘เปิดคู่มือ’ ไคลน์กล่าวขึ้นมาเงียบๆในใจ

รายชื่อจำนวนมากปรากฏขึ้นมา

“ค้นหาคนแคระนักขุดทอง”

รายชื่อจำนวนมากเลื่อนผ่านไป

จากนั้นก็หยุดลงตรงบรรทัดหนึ่ง

...

[คนแคระนักขุดทอง : สิ่งมีชีวิตแห่งสุสานชนิดหนึ่งที่สามารถเดินสองขาได้ พวกเขามีร่างกายเตี้ยและดูผิดรูปผิดร่าง คนแคระนักขุดทองแต่ละคนต่างก็มีลักษณะแตกต่างกันออกไปแต่มักจะสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไปไหนมาไหนเสนอเหมือนๆกัน ภายในนั้นมีสมบัติมากมายถูกเก็บเอาไว้และพวกเขาถือว่าเป็นพ่อค้าเคลื่อนที่ในโลกแห่งสุสานเลยก็ว่าได้ พวกเขาทั้งฉลาดเฉลียวและเชื่อถือได้ พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญในด้านดินทรายซึ่งทำให้พวกเขามีความสามารถในการขุดเจาะพื้นดินได้อย่างง่ายดาย ประสาทสัมผัสต่ออันตรายของพวกเขาสูงมาก พวกเขาว่องไวมากทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งสุสานส่วนใหญ่ไม่อาจจับตัวพวกเขาได้ นอกจากนี้พวกเขายังมีนิสัยชอบค้นหาสมบัติอีกด้วย - สิ่งที่ชอบคืออาหารอร่อย]

[สกิล : ขุดดินได้อย่างรวดเร็ว]

[จุดอ่อน : ร่างกายอ่อนแอ]

[ระดับความอันตราย : 8]

“ตรวจสอบรายละเอียดสกิล”

[ขุดดินได้อย่างรวดเร็ว : สามารถขุดดินหลบหนีไปได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที]

หลังจากอ่านรายละเอียดไคลน์ก็ทิ้งไอเดียที่จะสังหารคนแคระนักขุดทองไป

แม้ว่าระดับความอันตรายของคนแคระนักขุดทองจะต่ำแต่ความสามารถในการหลบหนีของพวกเขาถือว่าโดดเด่นมาก

แต่ถ้าเขาคิดที่จะแลกเปลี่ยนล่ะก็...

ไคลน์เริ่มจุดเตาบาบิคิวอีกครั้ง

บางทีลองยั่วอีกฝ่ายด้วยเนื้อย่างก็ไม่เลว

แม้ว่าท้ายที่สุดจะแลกเปลี่ยนไม่สำเร็จแต่การได้เห็นคนแคระนักขุดทองตัวเป็นๆก็น่าจะเป็นบุญตาไม่น้อย

[TL : เปลี่ยนจากสัตว์อสูรแห่งสุสานเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานนะครับ]

จบบทที่ Chapter 40 : คนทั้งสามขี้ระแวงขนาดนี้เลยหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว