เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 39 : ปราสาท? บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?

Chapter 39 : ปราสาท? บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?

Chapter 39 : ปราสาท? บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?


โลกแห่งสุสานนี้ใหญ่โตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลย

ในวันแรกๆการที่ผู้เล่นจะมาเจอกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักไม่ต้องกล่าวถึงการเจอกันมากกว่าหนึ่งคนเลย

ซาเวียพบกับชาร์ลที่เป็นทหารพรานเก่าเป็นคนแรกจากนั้นจึงมาเจอกับชายหนุ่มนามว่าพอลทีหลัง

ชาร์ลเคยเป็นทหารมาก่อนจึงมีความสามารถในการต่อสู้ค่อนข้างโดดเด่น

ในวันแรกเพียงแค่สุสานแห่งแรกที่เขาขุดเข้าไปเขาก็พบเข้ากับสัตว์อสูรแห่งสุสานแล้ว

เขาต้องใช้ความพยายามไปมหาศาลกว่าจะสังหารมันลงได้

หลังจากนั้นเขาก็ผ่านการต่อสู้เป็นตายมาทุกวัน ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาค่อนข้างทรงพลังมากและตัวเขายังมีอาวุธรูนในครอบครองอีกด้วย

พอลกับซาเวียอาจจะอ่อนแอกว่าแต่หลังจากได้พบกับชาร์ลความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นมา

ดูเหมือนไม่ว่าพวกเขาจะพบอะไรชาร์ลผู้เจนจัดก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกครั้งไป

แต่กับปราสาทที่อยู่ตรงหน้าของพวกนี่พวกเขาควรจะทำยังไงดี?

พวกเขามองไปที่ชาร์ลโดยหวังว่าชาร์ลผู้รอบรู้จะให้คำอธิบายที่เหมาะสมแก่พวกเขาได้

ชาร์ลผู้มีท่าทีหนักแน่นส่ายหัวแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ฉันเจอกับปราสาทแบบนี้ ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในสุสานมาก่อนเลย”

“พี่ชาร์ลถ้างั้นพวกเราจะเอายังไงดี? หรือในเกมนี้จะมีNPCsอยู่ด้วย?” ซาเวียกล่าวเสียงแผ่ว

เธอกลัวว่าถ้าเสียงดังเกินไปอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตในปราสาทตื่นตัวขึ้นมา

ปราสาทโบราณที่จู่ๆก็โผล่มาในสุสานแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีอะไรประหลาดๆอยู่ภายใน

“คิดว่าเป็นไปได้เหมือนกันนะ”

หนุ่มน้อยพอลพยักหน้าเห็นด้วย

ชาร์ลคิดอยู่ซักพักแล้วพูดขึ้น “อย่าเพิ่งเข้าไปใกล้มาก ลองเดินดูรอบๆปราสาทก่อน ถ้ามีอันตรายใดๆเราจะทำการขุดออกไปจากตรงนี้ทันที อ่ออย่าลืมตรวจสอบบริเวณรอบๆด้วยว่ามีหีบสมบัติอะไรอยู่รึเปล่า”

“รับทราบ”

ทั้งสองตบปากรับคำ

“ไปเถอะ”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังกังวลอยู่ชาร์ลก็พูดขึ้นยิ้มๆ “ไม่ต้องห่วงที่นี่ไม่มีอันตรายหรอก ไม่แน่ว่าบางทีในปราสาทนั่นอาจจะมีทรัพยากรซ่อนอยู่เยอะแยะเลยก็ได้”

พวกเขาไม่ได้คิดว่าปราสาทนี้จะเป็นของผู้เล่นเลยแม้แต่น้อย

ฐานรูนของทุกๆคนมีลักษณะเหมือนกันดังนั้นแล้วบ้านหินพังๆจะกลายเป็นปราสาทโบราณได้ยังไง?

“ตามมาเถอะ”

ชาร์ลออกเดินนำ

ในบรรดาคนทั้งสามเขาคือคนที่มีอุปกรณ์สวมใส่ดีที่สุด โดยที่ในมือของเขาถือมีดรูนเอาไว้และมีเกราะเบาระดับสมบูรณ์คอยปกป้องร่างกาย

ซาเวียเองก็มีมีดรูนเหมือนกัน

แต่เนื่องจากมีรูนไม่พอพอลจึงมีแค่มีดชั้นเยี่ยมเท่านั้น

คนทั้งสามเดินมาจนถึงบริเวณด้านหน้าของปราสาทโบราณ

ประตูของปราสาทปิดล็อคเอาไว้แน่นหนา

เห็นดังนี้พวกเขาก็เริ่มวนดูรอบๆปราสาท

พวกเขาจะทิ้งระยะห่างจากปราสาทโบราณราวๆสิบเมตรอยู่ตลอดและทันใดนั้นเองซาเวียก็ชะงักเท้าเมื่อได้กลิ่นอะไรแปลกๆมาแตะจมูก

“พวกคุณได้กลิ่นเหมือนกันไหม? มันดูเหมือน...”

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?”

ใช่แล้วเป็นกลิ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!

พวกเขาทั้งสามสบตากันแล้วอดกลืนน้ำลายไม่ได้

พวกเขาเพิ่งจะกินเนื้อย่างกับขนมปังมาไม่นานแต่เอาตรงๆแล้วรสชาติของสิ่งที่พวกเขากินเข้าไปมันจืดชืดเป็นอย่างมาก

เครื่องปรุงก็ไม่มีนี่หว่า!

พวกเขาพยายามยับยั้งชั่งใจไม่เอาอาหารกับเครื่องดื่มไปแลกกับเครื่องปรุงเพราะเกรงว่าจะเจอทางตันเข้าซักวัน

ตอนนี้พอมาได้กลิ่นของบางสิ่งบางอย่างที่ดูคล้ายกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเช่นนี้จึงทำให้น้ำลายของพวกเขาไหลท่วมปาก

ท้องของพวกเขาร้องครวญครางออกมาอย่างอดไม่อยู่

“ไม่น่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้สิจริงไหม?”

“น่าจะเป็นกลิ่นของอย่างอื่น ไปตรวจสอบต่อเถอะ!”

คนทั้งสามเดินวนอยู่รอบๆปราสาทจนมาถึงอีกฝั่งของปราสาทในที่สุด

“ดูตรงนั้นเร็วข้างบนน่ะ!”

ดวงตาของพอลค่อนข้างฉับไว เขาสังเกตุเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งอยู่บนระเบียงชั้นสองของปราสาท

ซาเวียขยี้ตาเล็กน้อยก่อนอุทานออกมา “นั่นดูเหมือนว่าจะเป็น...ไคลน์!”

“อะไรนะ?”

ชาร์ลกับพอลเองก็ตกใจเช่นกัน “ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้?”

“ชั้นก็ไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังทำอาหารกลางวันอยู่ หรือที่เขาทำอยู่นั่นจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?”

คนทั้งสามคาดเดาถึงความเป็นไปได้และก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

‘ห่านจิก เจ้าหมอนี่จะทำตัวชิลๆเกินไปหน่อยแล้วมั้ง วิถีชีวิตแบบนี้ใครเห็นก็คงอิจฉาแหละ!’

‘เราควรจะเข้าไปหาเขาไหม?’

‘ทำไมจะไม่ล่ะ? บางทีอาจจะดึงเขาเข้าทีมได้ก็ได้ นอกจากนี้ยังอยากถามเขาเรื่องปราสาทโบราณนี้ด้วย’

ชาร์ลที่ตัดสินใจได้แล้วจึงเดินนำคนทั้งสามเข้าไปใกล้ๆปราสาทโบราณ

บนระเบียงไคลน์กำลังฮัมเพลงไปทำบะหมี่ไปด้วยท่าทีสบายอารมณ์

แต่ทันใดนั้นเองเขาก็ก้มหน้ามองลงไปยังด้านล่างตามสัญชาตญาณ

และเมื่อเห็นเงาคนที่กำลังเข้ามาใกล้ปราสาทเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพึมพำออกมา “กลุ่มผู้เล่นอีกแล้ว? โผล่มาในเวลาแบบนี้นี่ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ”

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นทีมสามคนด้วย

ถ้าพวกนั้นไม่ได้มาดีถ้างั้นมื้ออาหารกลางวันของเขาก็คงต้องเลื่อนออกไปอีกซักพัก

สตรีเพียงคนเดียวที่อยู่ด้านล่างตะโกนขึ้นมา “ขอโทษนะคะคุณใช่ไคลน์ไหม?”

ไคลน์จับราวระเบียงไว้และมองลงไปยังคนทั้งสามก่อนเอ่ยออกมาเสียงเย็น “พวกคุณสามคนต้องการอะไร? ถ้าไม่มีอะไรก็อย่ากวนแล้วขอให้ฉันได้กินบะหมี่อย่างมีความสุขเถอะ”

บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในพริบตา

หลังจากผ่านไปอีกครู่หนึ่งไคลน์จึงกล่าวออกมาเสียงดัง “คุณไคลน์ผมชื่อชาร์ลแล้วก็ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคุณมามาก! สองคนนี้คือเพื่อนร่วมทีมของผมเอง ผมแค่อยากจะถามคุณว่าสนใจจะเข้าร่วมทีมกับพวกเราไหม”

“คุณน่าจะรู้ว่ายิ่งคุณขุดสุสานไปลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องเผชิญกับอันตรายมากเท่านั้น สัตว์อสูรแห่งสุสานมีแต่จะทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการที่มีเพื่อนร่วมทีมคอยดูแลกันและกันโอกาสรอดก็จะเพิ่มมากขึ้น”

สีหน้าของไคลน์ยังคงเย็นชา

คนทั้งสามด้านล่างได้แต่สบตากันเพราะทำอะไรไม่ถูก

“...คุณไคลน์อย่างน้อยผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

ท่าทีของชาร์ลยังคงสุภาพไม่เปลี่ยน

การที่เอาชีวิตรอดมาได้เพียงลำพังตั้งหลายวันเป็นตัวพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา

ไคลน์ชะงักไปซักพักก่อนจะเอ่ย “ถามมาแล้วก็รีบไปเถอะ”

ชาร์ลกล่าวเสียงดัง “คุณไคลน์ปราสาทนี้คือสิ่งก่อสร้างพิเศษในสุสานใช่หรือเปล่า? พวกเราแค่อยากจะทราบข้อมูลตรงนี้เท่านั้น ในอนาคตถ้าไปเจออะไรแบบนี้เข้าพวกเราจะได้เตรียมตัวถูก”

“ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างพิเศษในสุสานหรอก” น้ำเสียงของไคลน์เริ่มอ่อนลงและกล่าวออกมาอย่างขี้เล่น “อยากเข้ามาดูข้างในไหมล่ะ?”

จบบทที่ Chapter 39 : ปราสาท? บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?

คัดลอกลิงก์แล้ว