เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 38 : มีผู้เล่นอื่นล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไคลน์!

Chapter 38 : มีผู้เล่นอื่นล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไคลน์!

Chapter 38 : มีผู้เล่นอื่นล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไคลน์!


อึก…

ไคลน์จัดการดื่มเลือดอุ่นๆของไนท์วิสเลอร์แก้วสุดท้ายเข้าไป

หลังจากต้มมันจนเดือดรสชาติของมันก็ไม่เลวเลย อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าสะอิดสะเอียนเหมือนกับเลือดของกิ้งก่าที่เขาคิดครั้งล่าสุดแล้วกัน

“ไม่มีการเปลี่ยนแปลง?”

ไคลน์นั่งนิ่งๆรอดูผลอยู่ซักพักแต่ก็พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆในร่างกาย

“ควรจะรอจนกว่าจะกลางคืนดีไหม?”

“หรือยังไงมันก็ไม่มีผลอะไรพิเศษอยู่แล้ว?”

จากที่เขารู้เขาคงทำได้เพียงรอจนกว่าจะถึงกลางคืนถึงจะยืนยันได้

ไคลน์ยกหม้อหินออกไปและหยิบขวดเลือดขวดใหญ่ออกมาแทน

นี่คือเลือดของจระเข้เกราะหินปริมาณมากกว่า1.2ลิตร

และมันสามารถใช้เพื่อยกระดับอาวุธได้

นอกจากนี้ยังมีโอกาสเล็กน้อยที่คุณภาพของอาวุธจะเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน

จากนั้นไคลน์ก็หยิบเอาใบดาบรูนความเร็งสูงออกมา

วิธีการยกระดับอาวุธโดยใช้เลือดของจระเข้เกราะหินก็ง่ายดายมาก เขาไม่จำเป็นต้องนำเลือดไปต้มให้ร้อนแต่อย่างใดสิ่งเดียวที่เขาจำเป็นต้องทำก็แค่ฉาบเลือดลงไปบนอาวุธเท่านั้น

ไคลน์นำเอาเลือดของจระเข้เกราะหินมาทาลงบนใบดาบรูนความเร็วสูงทีละนิดๆ

หลังจากทาไปได้ซักพักเลือดของจระเข้เกราะหินก็เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวแล้ว

ในทุกๆครั้งที่เขาทาลงไปเลือดพวกนั้นก็จะจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกใบดาบดูดกลืนเข้าไป

ตัวของใบดาบรูนความเร็วสูงกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

“ล้มเหลวหรอ?”

ไคลน์เกาหัว

“ลองกับอาวุธชิ้นอื่นดูซิ”

จากนั้นเขาก็หยิบมีดมาเชเต้ออกมาแล้วเริ่มละเลงเลือดลงไปบนมีดมาเชเต้เช่นเดียวกับที่เขาทำกับดาบรูน

[แจ้งเตือนจากระบบ : ยกระดับมีดมาเชเต้ชั้นยอดสำเร็จ]

[แจ้งเตือนจากระบบ : มีดมาเชเต้ชั้นยอดยกระดับเป็นมีดมาเชเต้ระดับสมบูรณ์]

“ปัญหาอยู่ที่โอกาสสำเร็จไม่เท่ากันงั้นหรอ? หรือว่าอาวุธรูนมันอัพเกรดยากกว่ากันแน่?”

ไคลน์คิดอยู่ซักพักและตัดสินใจใช้เลือดของจระเข้เกราะหินที่เหลือทาลงบนใบดาบรูนความเร็วสูงจนหมด

แต่ใบดาบรูนความเร็วสูงกลับไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด

น่าจะเป็นเพราะว่าอาวุธรูนถือเป็นอาวุธระดับสูงล่ะมั้ง

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการไคลน์ก็จัดการเก็บข้าวเก็บของแล้วเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังสุสานแห่งถัดไป

...

...

ตู้ม!

ร่างของสัตว์อสูรแห่งสุสานที่มีขนาดลำตัวราวๆสองเมตรครึ่งล้มลงตรงหน้าไคลน์

ลักษณะของมันดูคล้ายกับเสือดาวแต่กลับมีรอยแผลเป็นสีแดงปรากฏอยู่ตรงกลางศรีษะ

พร้อมกับเสียง ‘คว้าก’ หัวของมันก็ถูกแยกเป็นสองส่วน

ไคลน์ในตอนนี้ไม่ได้ลอยตัวกลางอากาศหรือใช้หน้าไม้รูนแต่อย่างใด

แต่เขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันตรงๆแทน

ในช่วงเวลาอันตรายนี้แม้แต่จิ้งจอกน้อยก็ยังอยากจะเข้ามาช่วยโจมตีด้วย

“เสือดาวทรายระดับความอันตรายคือ26แต่ก็แค่นั้น”

ไคลน์เก็บดาบรูนไปอย่างช้าๆ

หลังมือของเขามีรอยแผลสองรอยปรากฏอยู่

ชัดเจนว่านี่คือรอยข่วนที่เสือดาวทรายมันฝากเอาไว้ก่อนตาย

ณ ตอนนี้เขาอยู่ในสุสานแห่งที่ยี่สิบเก้าแล้ว

วันนี้เขาทำการขุดมาเจ็ดรอบแล้ว

เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงแล้วที่ไคลน์ออกมาจากสุสานแห่งที่ยี่สิบสาม

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เขาขุดมาตามคำใบ้เรื่อยๆ

แต่เพื่อฝึกทักษะการใช้มีดและการต่อสู้เขาจึงเลือกที่จะลงมือต่อสู้คนเดียวมาตลอด

เขาไม่ได้พึ่งพาจิ้งจอกน้อยหรือใช้หน้าไม้รูนแต่อย่างใด

จนถึงตอนนี้ความแข็งแกร่งที่ไคลน์แสดงออกมาจัดได้ว่าน่ารับชมจริงๆ เลือดของกิ้งก่าทำให้ปฏิกริยาตอบสนองของเขาฉับไวขึ้นมา

เมื่อบวกกับดาบรูนที่สามารถตัดผ่านแผ่นเหล็กได้ด้วยแล้วการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรแห่งสุสานที่มีระดับความอันตรายไม่ถึง25จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

เสือดาวทรายตัวนี้มีระดับความอันตรายอยู่ที่26และมันก็รวดเร็วพอจะฝากรอยแผลเอาไว้ให้ไคลน์ถึงสองรอยแต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด บาดแผลสองรอยนี้ก็แค่บาดแผลตื้นๆและมีเลือดออกเล็กน้อยเท่านั้น

ไคลน์หยิบเอาชามใส่ยารักษาออกมาและเริ่มทามันลงบนหลังมือซ้าย

หลังจากทายารักษาไปได้ราวๆครึ่งชามความเจ็บปวดก็จางหายไป

“เกือบจะบ่ายแล้ว หลังจากจัดการทรัพยากรเสร็จก็พักผ่อนที่สุสานแห่งนี้ก่อนแล้วกัน”

ไคลน์ลูบท้องที่ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาเบาๆ

การต่อสู้ในวันนี้เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจดังนั้นจึงเสียพลังงานไปค่อนข้างมหาศาล

หลังจากวนไปวนมารอบสุสานเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรจนหมดก็ทำให้เขาได้ทรัพยากรมาอีกกองหนึ่ง

นับตั้งแต่สุสานแห่งที่ยี่สิบสี่จนถึงสุสานแห่งที่ยี่สิบเก้าหลักๆเลยที่เขาได้มาก็คือพิมพ์เขียวสำหรับสร้างไอเทมสองเล่มและรูนอีกหกก้อน

เป็นรูนลมสอง , รูนไฟหนึ่ง , รูนน้ำสองและรูนดินอีกหนึ่ง

พิมพ์เขียวที่ได้มาหนึ่งในนั้นก็คือพิมพ์เขียวของมาเชเต้ชั้นเยี่ยมซึ่งเขาเคยเรียนรู้มาแล้วดังนั้นไคลน์จึงตัดสินใจว่าจะเอาพิมพ์เขียวเล่มนี้ไปวางขายเอาไว้บนตลาดเพื่อแลกกับพิมพ์เขียวอย่างอื่น

ส่วนพิมพ์เขียวอีกเล่มคือพิมพ์เขียวระดับสมบูรณ์สำหรับสร้างเกราะเบาซึ่งวัตถุดิบเองก็ไม่ได้ยุ่งยากนัก เกราะเบานี้สร้างขึ้นมาจากทองแดงและเหล็กบวกกับรูนลมและรูนดินเท่านั้น

และไคลน์ในตอนนี้ก็กำลังสวมใส่เกาะบางๆที่เหมือนกับเศษเสื้อผ้าอยู่นั่นเอง

แต่อย่างได้ดูถูกมันเชียวเพราะเกราะนี้สามารถป้องกันบริเวณ หน้าอก ท้อง หลังและจุดตายอื่นๆได้

ยิ่งไปกว่านั้นพลังป้องกันของเกราะรูนยังน่าทึ่งมากอีกด้วย ดาบธรรมดาทั่วๆไปไม่อาจทิ้งรอยขีดข่วนเอาไว้บนตัวเกราะได้ด้วยซ้ำและแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจาะทะลุชั้นเกราะ

พอจัดการเรื่องทรัพยากรเสร็จไคลน์ก็เรียกฐานรูนออกมาแล้วเดินเข้าไปภายใน

จิ้งจอกน้อยเองก็ตามมาติดๆ

“วันนี้ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินแล้วกันแต่เพิ่มเนื้อเข้าไปดีกว่า ฮ่าๆๆ!”

ไคลน์ได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาจากสุสานแห่งที่แล้วถึงสองแพ็ค

ถ้าจิ้งจอกน้อยกินด้วยเขาก็จะใส่เนื้อเข้าไปเพิ่มอีกหน่อยไม่งั้นเจ้าหล่อนก็คงจะไม่อิ่มเป็นแน่

“โฮ่ง! โฮ่ง!”

เมื่อจิ้งจอกน้อยได้ยินว่าถึงเวลากินข้าวแล้วดวงตาของเจ้าหล่อนก็เปล่งประกายระยิบระยับออกมา

ส่วนว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคืออะไรน่ะหรอ?

เจ้าหล่อนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

สิ่งเดียวที่เธอรู้ก็คืออาหารของนายท่านของเธอไม่เคยมีอะไรไม่อร่อย ทุกอย่างนั้นอร่อยเลิศทั้งนั้น!

ไคลน์ขึ้นมาจัดแจงเตาบาบิคิวเอาไว้บนระเบียงจากนั้นก็เติมถ่านเติมไม้และเริ่มจุดไฟและเทน้ำลงไปในหม้อหินที่วางอยู่ด้านบนของเตาบาบิคิวเพื่อทำการต้มน้ำให้เดือด

ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มทำการหั่นเนื้อหลายๆชนิดเป็นชิ้นๆ

ตอนนี้ไคลน์มีเนื้ออยู่ในมือเป็นจำนวนมาก เนื้อและเลือดของสัตว์อสูรแห่งสุสานที่ไม่ค่อยอร่อยนักและไม่มีความสามารถพิเศษใดๆเขาก็จะเอามันไปวางขายไว้บนตลาดแลกเปลี่ยน

พิมพ์เขียวสำหรับสร้างอุปกรณ์รูนหรืออุปกรณ์รูนแบบผลิตสำเร็จรูปเขาก็เอาทั้งนั้นแหละ...

แน่นอนว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยินดีจะแลกเปลี่ยนกับรูนทั่วไปมากกว่า ส่วนพิมพ์เขียวสำหรับสร้างอุปกรณ์รูนคงไม่มีใครคิดจะนำมาแลกในช่วงเวลานี้ แม้ว่าราคาที่เขาเสนอจะค่อนข้างน่าดึงดูดไม่น้อยก็ตาม

ดังนั้นแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องพูดถึงอุปกรณ์รูนที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่คงจะเก็บพวกมันเอาไว้ใช้เองเสียมากกว่ายกเว้นแต่ว่าพวกเขาจะมีวัตถุดิบพอสร้างพวกมันได้อีกเครื่อง

ในขณะที่ไคลน์กำลังตั้งใจทำอาหารอยู่นั้นกำแพงดินทางด้านซ้ายของสุสานก็พังทลายลงมา

สองบุรุษหนึ่งสตรีก้าวเข้ามาสู่สุสานแห่งเดียวกันกับไคลน์!

และพวกเขาทั้งสามยังมีอาวุธครบมืออีกด้วย

เมื่อเข้ามาพวกเขาก็ยังไม่ได้ขยับไปไหนแต่เลือกที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างระมัดระวังเสียก่อน

“ดูนั่น”

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือปราสาทที่อยู่ไม่ห่างไกลออกไปมากนักซึ่งมันก็ดึงดูดสายตาของคนทั้งสามไม่น้อย

จบบทที่ Chapter 38 : มีผู้เล่นอื่นล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไคลน์!

คัดลอกลิงก์แล้ว