เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 43 : ทดสอบพลังของจิ้งจอกน้อยหลังจากวิวัฒนาการ!

Chapter 43 : ทดสอบพลังของจิ้งจอกน้อยหลังจากวิวัฒนาการ!

Chapter 43 : ทดสอบพลังของจิ้งจอกน้อยหลังจากวิวัฒนาการ!


[จิ้งจอกเก้าหาง]

[ชื่อ : จิ้งจอกน้อย (เสี่ยวหู)]

[สถานะ : แข็งแรง]

[สกิล : สุดยอดความเร็วในการเคลื่อนที่ , หนังทองแดงกระดูกโลหะ]

‘ตรวจสอบรายละเอียดสกิล’

[หนังทองแดงกระดูกโลหะ : หลังจากใช้งานสกิลพลังป้องกันทั่วร่างกายจะเพิ่มขึ้นมหาศาล คงอยู่เป็นเวลาห้านาที : คูลดาวน์ 60 นาที]

“สกิลนี้ส่งผลตั้งห้านาทีแน่ะถือว่านานพอดูเลย”

ไคลน์ลูบหัวจิ้งจอกน้อย

หลังจากผ่านการแลกเปลี่ยนสั้นๆครั้งนี้มาทำให้ไคลน์มีรูนในครอบครองดังนี้ ลม2 ไฟ5 ดิน5 น้ำ7

ในบรรดารูนเหล่านี้มีบางส่วนที่เขาได้มาจากตลาดแลกเปลี่ยนในช่วงเช้า

‘ตอนนี้เรามีกำไลแห่งพลังแค่อันเดียวทำให้ความแข็งแกร่งของแขนทั้งสองข้างไม่สมดุลย์ ยังไงก็มีรูนดินกับรูนลมพอแล้วทำกำไลแห่งพลังขึ้นมาอีกอันดีกว่า’

เมื่อคิดได้ดังนี้ไคลน์ก็เปิดหน้าเมนูการสร้างไอเทมขึ้นมาทันที

เขาจัดการใช้รูนดิน2ก้อน รูนลม1ก้อน แร่ทองแดง4และแร่ทองอีก2เพื่อสร้างเป็นกำไลแห่งพลังอีกชิ้น

กำไลแห่งพลังชิ้นที่สองเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ไคลน์จัดการสวมกำไลแห่งพลังชิ้นที่สองลงบนข้อมือซ้าย

ในตอนนั้นเองความรู้สึกอบอุ่นอันคุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วแขน

“ไปสุสานถัดไปดีกว่า!”

ไคลน์แทบจะรอหาสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานมาทดสอบไม่ไหวแล้ว

เขาเริ่มตรวจสอบเส้นทางทั้งห้าสาย

หลังจากคิดอยู่ซักพักหนึ่งไคลน์ก็ตัดสินใจขุดไปทางซ้าย

ในสุสานทางด้ายนี้มีหมีเหล็กป่าเถื่อนอยู่ตัวหนึ่งและทรัพยากรเองก็ไม่เลวนัก

ตามคำอธิบายในคู่มือร่างกายของหมีเหล็กป่าเถื่อนตัวนี้แข็งแกร่งเทียบได้กับโลหะเลยทีเดียวรวมไปถึงพละกำลังดุจช้างสารโดยกำเนิดอีก

ระดับความอันตรายตั้ง28แน่ะ!

บาดแผลบริเวณหลังมือซ้ายของไคลน์ฟื้นฟูจนสมบูรณ์ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว

ตอนนี้แขนทั้งสองข้างของเขาต่างก็มีกำไลแห่งพลังสวมเอาไว้ทั้งสองข้าง

ครึ่งนาทีต่อมา

ภายในสุสานแห่งที่สามสิบเอ็ด

ในตอนที่ไคลน์เหยียบเข้ามาในสุสานแห่งนี้เงาร่างขนาดมหึมาก็กระโจนเข้าใส่เขาแทบจะทันที

เป็นหมีเหล็กป่าเถื่อนนั่นเอง

ร่างกายของเจ้าตัวโตนี้มีสีดำคลับและส่องประกายแวววาวดุจโลหะ เส้นขนของมันแหลมคมราวกับขนหนามและยังสามารถยืนด้วยสองขาได้อีกด้วย

ดูๆไปแล้วน่าจะสูงซัก2.5เมตรเห็นจะได้

มันกระโจนเข้าใส่ไคลน์พร้อมด้วยแรงกดดันมหาศาล

จิ้งจอกน้อยกระโดดหลบออกไปทางด้านข้าง

ไคลน์เองก็กลิ้งหลบได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน

พริบตานั้นดาบรูนก็ปรากฏขึ้นมาในมือของเขาจากนั้นเขาก็เหวี่ยงมันเข้าใส่อีกฝ่ายด้วยมือข้างหนึ่ง

เคร้ง!

เมื่อใบดาบกระทบลงบนเส้นขนของหมีเหล็กป่าเถื่อนก็พลันบังเกิดประกายไฟขึ้นมา

หมีเหล็กป่าเถื่อนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ไคลน์ฝากรอยแผลลากยาวรอยหนึ่งเอาไว้บนร่างของมันได้สำเร็จ

ไคลน์เปลี่ยนมายืนจับดาบด้วยสองมือและตั้งท่าเตรียมโจมตี

จิ้งจอกน้อยที่ถูกไคลน์กำชับมาก่อนแล้วว่าอย่าเข้ามายุ่งจึงทำเพียงแค่ดูโชว์อยู่ข้างๆเท่านั้น

เมื่อเทียบความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพระหว่างไคลน์กับหมีเหล็กป่าเถื่อนแล้วก็ทำให้จิ้งจอกน้อยอดกังวลไม่ได้

ไคลน์เหวี่ยงดาบเข้าใส่ศรีษะของหมีเหล็กและกรีดใบดาบลงมาอย่างรวดเร็ว

หมีเหล็กป่าเถื่อนเองก็ไม่ยอม มันคำรามออกมาด้วยความโมโหและตบกงเล็บไปหาอย่างบ้าคลั่ง

ประกายเย็นเยียบส่องออกมาจากแววตาของไคลน์พร้อมกันนั้นความเร็วของใบดาบรูนในมือของเขาก็เพิ่มขึ้นไปอีก

กำไลแห่งพลังบนแขนทั้งสองข้างของเขาเองก็ส่องประกายแสงอ่อนๆออกมาเช่นเดียวกัน

ฉับพลันนั้นความแข็งแกร่งของแขนทั้งสองข้างของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

รูนแห่งพลังบนหน้าอกของไคลน์เองก็เริ่มร้อนขึ้นมาและเลือดในกายของไคลน์ก็สูบฉีดไปทั่วทั้งร่างกาย

แขนทั้งสองข้างเหวี่ยงดาบลงไปในเวลาเดียวกัน

ฉัวะ!

หมีเหล็กป่าเถื่อนผงะถอยหลังไปเล็กน้อย

บนใบหน้าของมันค่อยๆปรากฏบาดแผลรากยาวขึ้นมาและค่อยๆขยายจากศรีษะไปจนถึงหลอดลม

เลือดสาดกระจายออกมา

ไคลน์เก็บดาบเข้าฝักอย่างช้าๆ

ใบดาบนี้ไม่มีเลือดติดอยู่เลยแม้แต่หยดเดียวเพราะนี่คืออีกหนึ่งในลักษณะพิเศษของดาบรูน

ร่างของหมีเหล็กป่าเถื่อนค่อยๆล้มลงบนพื้นและแน่นิ่งไปในที่สุด

[แจ้งเตือนจากระบบ : ดวงวิญญาณ +2]

ไคลน์เดินเข้าไปจัดการย่อยซากของหมีเหล็กป่าเถื่อนและได้เนื้อมา10ชิ้น เลือด2000มิลลิลิตรและหนังอีก1แผ่น

เนื้อของหมีเหล็กป่าเถื่อนไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงมากนักเพราะมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งหนาจนยากจะเคี้ยวและมีสารอาหารเพียงน้อยนิด

แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปล่าไคลน์จึงจัดแจงวางขายมันเอาไว้บนตลาดแลกเปลี่ยนและรับแลกมันกับวัตถุดิบทั่วๆไปเพียงเท่านั้น

ส่วนคนอื่นจะอยากได้มันไหมอันนี้เขาไม่รู้

บางทีอาจจะมีคนอยากลองก็ได้

ส่วนเลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อนนี่แหละที่เป็นของดี!

[เลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อน : ฉาบลงบนผิวของสิ่งมีชีวิตเพื่อเพิ่มความแข็งของผิวหนังและความต้านทานการโจมตี]

ความสามารถของมันเหมือนกับเนื้อของจระเข้เกราะหินเลย

ยังไงก็ตามเนื้อของจระเข้เกราะหินจำเป็นต้องกินเข้าไปจึงจะเห็นผลดังนั้นมันจึงแสดงผลค่อนข้างช้ามาก

แต่เลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อนสามารถทาลงบนผิวหนังได้โดยตรงทำให้แสดงผลเร็วกว่ามาก

‘หมีเหล็กป่าเถื่อนเกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งมหาศาลและร่างกายของมันเองก็ทรงพลังเอามากๆ ยังไงก็ตามมันก็ยังไม่สามารถทนการโจมตีเต็มพลังจากฉันได้อยู่ดี’

สีหน้าและแววตาของไคลน์มีร่องรอยตื่นเต้นแสดงออกมาให้เห็น

ด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมดของร่างกายเขาในตอนนี้ทำให้พลังของดาบที่เขาฟันออกไปทรงพลังเป็นอย่างมาก เมื่อบวกกับความคมและความเร็วของใบดาบรูนความเร็วสูงด้วยแล้วทำให้หมีเหล็กป่าเถื่อนไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบสนองด้วยซ้ำ

เป็นการสังหารแบบซึ่งๆหน้าเลยทีเดียว!

‘เฮ้อ ไปเปิดหีบสมบัติทองแดงสองใบนั้นก่อนดีกว่า’

ไคลน์ถอนหายใจออกมาและเก็บดาบเข้าช่องเก็บของไปก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาหีบสมบัติที่ถูกวางเอาไว้ในมุมๆหนึ่ง

หีบสมบัติทองแดงทั้งสองใบต่างก็ถูกวางเอาไว้ติดๆกัน

หลังจากตรวจสอบแล้วเขาก็จัดการเปิดพวกมันพร้อมๆกัน

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติทองแดง +2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนลม +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : พิมพ์เขียวกระบอกมหัศจรรย์ชั้นเยี่ยม +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : นมสด 250 มิลลิลิตร +2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : เหล็ก +2]

หัวใจของไคลน์เต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา

อย่าบอกนะว่าเป็นพิมพ์เขียวของอุปกรณ์รูนอีกแล้ว?

เขารีบดูรายละเอียดของไอเทมที่ได้มาทันที

[พิมพ์เขียวกระบอกมหัศจรรย์ชั้นเยี่ยม : เหล่านักผจญภัยเพศผู้เคยรู้สึกเปล่าเปลี่ยวในการเดินทางลำพังบ้างไหม? กระบอกมหัศจรรย์นี้คือเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกท่าน สิ่งนี้ง่ายที่จะสร้าง ใช้งานง่ายและสามารถสร้างอนาคตร่วมกับมันได้]

ไคลน์อ้าปากค้างเมื่อเห็นคำอธิบายของไอเทม

ที่แท้ก็เป็นกระบอกมหัศจรรย์....จำพวกนั้นนี่หว่า!

เฮ้อ...

แต่ไคลน์ก็ยังคงเลือกที่จะเรียนรู้อยู่ดี

แม้ว่าไอเทมชิ้นนี้จะค่อนข้างสัปดนไปหน่อยแต่ถ้าเขาเอาไปวางขายบนตลาดก็คงมีคนจำนวนไม่น้อยแย่งกันซื้ออย่างแน่นอน

ยังไงก็ตามการสร้างพวกมันขึ้นมาก็ไม่ง่ายเลย

วัตถุดิบหลักในการสร้างมันก็คือฟองน้ำและจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยเจอฟองน้ำเลย

ไคลน์นั่งพักอยู่ซักพักหนึ่งแล้วจึงขุดต่อไปยังสุสานแห่งถัดไป

เขาเลือกสุสานที่มีสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานอีกครั้ง

ครั้งนี้ไคลน์จะไม่ลงมือเองเพราะเขาต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของจิ้งจอกน้อยทีเพิ่งจะผ่านการวิวัฒนาการมา!

จบบทที่ Chapter 43 : ทดสอบพลังของจิ้งจอกน้อยหลังจากวิวัฒนาการ!

คัดลอกลิงก์แล้ว