เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 2 : ฉันมองเห็นคำใบ้!

Chapter 2 : ฉันมองเห็นคำใบ้!

Chapter 2 : ฉันมองเห็นคำใบ้!


ผู้เล่นทุกคนต่างถูกขังเอาไว้ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้และพวกเขามีทางเลือกเพียงแค่สองทางเท่านั้น

หนึ่งคือสุ่มเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งแล้วขุดไป

สองคือนั่งรอความตาย

ตัวเลือกแรกนั้นจะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่กับโชคของผู้ขุด ส่วนตัวเลือกที่สองถ้าจะให้ประสบผลสำเร็จก็คงต้องใช้เวลาหน่อยเนื่องจากปราศจากน้ำและอาหารถ้าหากอยากจะตายก็คงต้องใช้เวลาซักหลายวัน

ไคลน์ตัดสินใจเดินหน้าต่อดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะขุดไป

“ของชิ้นนี้...เข้ามือดีนะ”

ไคลน์ลองถือพลั่วเพื่อวัดน้ำหนักจากนั้นก็ยัดลูกบอลโลหะเข้ากระเป๋าไป

“ควรจะเลือกไปทางไหนดีนะ?”

“สงสัยจริงๆว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะไปถึงสุสานถัดไป?”

ในขณะที่ไคลน์กำลังขบคิดอยู่นั้นเขาก็อดมุ่งสมาธิและความสนใจไปที่กำแพงดินเบื้องหน้าไม่ได้

[ข้างหน้าไม่มีสุสานอยู่ขุดไปก็เสียแรงเปล่า]

ข้อความสีทองค่อยๆปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไคลน์ซึ่งสีของมันต่างจากข้อความแจ้งเตือนของระบบเกมอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้มันยังลอยอยู่กลางอากาศอีกด้วย

ไคลน์กระพริบตาปริบๆและลองเพ่งสมาธิอีกครั้ง

ข้อความที่ค่อยๆเลือนหายไปก็เริ่มปรากฏรูปร่างอีกหน

“นี่มัน...แจ้งเตือนหรอ?”

ไคลน์ไม่ทราบจริงๆว่านี่เป็นระบบของเกมหรือเปล่า

เขาหันไปมองที่บริเวณทางขวามือ

[ทางขวามือคือตัวเลือกที่ดี ข้างหน้านี้ไม่มีอันตรายและถ้าท่านต้องการทรัพยากรก็ลองค้นหาดูดีๆอาจทำให้ท่านแปลกใจก็ได้]

ข้อความสีทองเปลี่ยนไปในทุกๆทิศที่เขาจ้องมอง

ไคลน์ลองมองไปที่ทิศอื่นดูบ้าง

[ดินด้านล่างค่อนข้างบาง ทรัพยากรที่มีมากพอจะให้ท่านกินดื่มไปได้อีกวัน]

[โอ้พระสงฆ์ สุสานทางด้านบนไม่เพียงมีอาหารและเครื่องดื่มแต่ยังมีอาวุธป้องกันตัวอยู่ด้วย โชคไม่ดีที่ท่านปีนขึ้นไปไม่ได้]

[คงมีแต่คนโง่ที่จะขุดไปทางซ้ายที่มีแต่แมลงมีพิษเต็มไปหมด แม้ว่ามันขะไม่อันตรายถึงตายแต่ก็มากพอจะทำให้หน้าท่านบวมไปหลายวัน]

[ด้านหลังไม่มีสุสานขุดไปก็เสียเวลาเปล่า]

เส้นทางมีทั้งหมดหกเส้นทางและทุกเส้นทางต่างก็มีข้อความแจ้งเตือนสีทองเด้งขึ้นมา

ถ้าข้อความแจ้งเตือนนี้ไม่ได้หลอกไคลน์ถ้างั้นเส้นทางที่ดีที่สุดก็คือการขุดขึ้นไปยังสุสานทางด้านบน

โชคไม่ดีที่ถ้าปราศจากอุปกรณ์ในการปีนป่ายก็เป็นเรื่องยากนักที่จะขุดขึ้นไปได้

เขาจึงเลือกเส้นทางที่ดีลองลงมาคือการขุดไปทางด้านขวา

คิดได้ดังนี้ไคลน์จึงหันหน้าไปทางกำแพงดินด้านขวา

หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมาดูก่อน

บางทีอาจจะมีคนอื่นที่เห็นข้อความแจ้งเตือนเหมือนเขาก็ได้?

เขาลองไปดูที่แชทโลกก่อนแล้วจึงมาดูที่แชทเฉพาะภูมิภาคซึ่งก็ไม่มีใครพูดถึงมัน

“ดูเหมือนจะมีแค่ฉันที่เห็น”

ไคลน์สรุปดังนี้

หากไม่มีตัวช่วยอ้างอิงเขาก็ไม่รู้จริงๆว่าคำใบ้ที่บอกนี้เป็นจริงหรือไม่

“ต้องลองดู!”

เขายกพลั่วขึ้นมาและทิ่มมันลงไปในเนื้อดิน

การขุดดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิด

ภายใต้การลงแรงของไคลน์การขุดดินนี้ก็ง่ายเหมือนการดื่มน้ำเปล่าเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนดินที่ขุดออกมามากมายจะหายไปเสียเป็นส่วนใหญ่

ปริมาณดินที่เหลือดูไม่เข้าคู่กับปริมาณที่เขาขุดออกมาเลย

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

ไคลน์ชะงักไป

ดินที่เขาพึ่งขุดออกมาจู่ๆก็หายไปในอากาศขณะเดียวกันลูกบอลโลหะในกระเป๋าของเขาก็สั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย

“ถูกส่งไปที่ฐานอัตโนมัติงั้นหรอ? จริงสินะทรายเองก็ถือว่าเป็นทรัพยากรเหมือนกันนี่”

ไคลน์ยังคงเหวี่ยงพลั่วต่อไปโดยที่ความเร็วไม่เพียงไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มมากขึ้น

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

...

หลังจากขุดไปยี่สิบหกครั้งก็ไม่มีชั้นดินขวางเส้นทางข้างหน้าอีก

ข้างหน้านี้เป็นห้องมืดเขาจึงไม่อาจมองดูสถานการณ์ภายในได้ชัดเจนนัก

ทางเข้าดูเหมือนจะถูกชั้นฟิล์มสีดำปิดเอาไว้ก็ไม่ปาน

ทีแรกที่ไคลน์ตั้งใจขุดมาก็เพื่อจะสังเกตุการณ์ภายในห้องปลายทางเท่านั้นไม่ได้คิดจะเข้าไป

ถ้าเกิดมีอันตรายใดๆเขาจะได้ถอยได้ทันที

“จำนวนขุดค้นยังไม่ลดลง น่าจะต้องเข้าไปภายในสุสานถัดไปก่อนตัวเลขนี้ถึงจะลดลงมาที่9”

ไคลน์หันหัวกลับ เขาเหวี่ยงพลั่วเพียงแค่ยี่สิบกว่าครั้งเท่านั้นแต่กลับขุดมาได้มากกว่าสิบเมตร

ถ้าเขากลับไปตอนนี้ก็จะกลับไปสุสานที่ผ่านมา

ในระหว่างการขุดค้นที่ผ่านมามีหลายครั้งที่เขาลองเปลี่ยนเส้นทางการขุดแต่เมื่อเขาขุดไปได้ไม่กี่เมตรในแต่ละฝั่งก็พบเข้ากับกำแพงดินที่แข็งราวกับเหล็ก เขาจึงทำได้เพียงมุ่งหน้ากลับเส้นทางเดิม

เขาจึงเดาว่าเส้นทางทั้งหมดมันถูกกำหนดเอาไว้ตายตัวในแต่ละเส้นทาง

ตัวเขาได้รับอนุญาตให้ขุดจนกว่าเขาไปถึงสุสานถัดไปเท่านั้น

“ลองเข้าไปดูแล้วกัน”

ไคลน์ย่อตัวและก้าวไปข้างหน้า

มุมมองที่เขาเห็นพลันขยายกว้างขึ้นไปอีก

สุสานแห่งที่สองใหญ่กว่าสุสานแห่งแรกมากนักและไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป

บริเวณมุมของสุสานแห่งนี้มีพืชสีดำม่วงดูคล้ายกับสาหร่ายขึ้นอยู่ ส่วนบริเวณตรงกลางของสุสานเองก็มีหีบไม้วางเอาไว้

[หีบสมบัติไม้ : หีบสมบัติระดับต่ำที่สุดในภายในสุสาน เมื่อเปิดออกอาจจะเจอของน่าประหลาดใจเพียงเล็กน้อยแต่บางครั้งก็อาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่]

ข้อความของเกมเด้งขึ้นมา

[ภายในหีบสมบัติไม้นี้มีน้ำและอาหารและปราศจากอันตรายใดๆ]

ข้อความสีทองเด้นขึ้นมาเหนือหีบสมบัติ

ไคลน์ตัดสินใจเปิดหีบอย่างระมัดระวัง

เป็นดังที่ข้อความสีทองบอก หีบนี้ปลอดภัยและไร้อันตรายและเขาสามารถเปิดได้โดยปราศจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ

[แจ้งเตือนจากระบบ : น้ำแร่ธรรมชาติ400มิลลิลิตร+2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ขนมปังธัญพืช400กรัม+2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติไม้+1]

ภายในคือขวดน้ำแร่สองขวดและขนมปังที่ยังไม่แกะห่ออีกสองชิ้น

ไอเทมทั้งสามชนิดถูกดูดเข้าไปในฐานโดยอัตโนมัติ

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติไม้สามารถย่อยเป็นชิ้นส่วนไม้ได้ ท่านต้องการย่อยไหม?]

[แจ้งเตือนจากระบบ : น้ำแร่ธรรมชาติ400มิลลิลิตร2ขวดสามารถย่อยเป็นน้ำดื่มธรรมดา800มิลลิลิตรและขวดพลาสติกได้สองขวด ท่านต้องการย่อยไหม?]

ไคลน์คิดคำนวณภายในใจและพึมพำออกมา “ย่อยหีบสมับิตไม้แต่น้ำแร่ธรรมชาติไม่ย่อย”

[แจ้งเตือนจากระบบ : ไม้+4]

“ถ้าใส่ไอเทมเข้าไปในฐานเวลาเรียกออกมาจะลำบากหรือเปล่า?”

ไคลน์คิด “น้ำแร่ธรรมชาติ!” จากนั้นก็ยื่นมือออกไป

ทันใดนั้นขวดน้ำแร่ก็ตกลงมาในมือของเขา

ดูๆไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับแหวนเก็บของเท่าไหร่

‘ด้วยขนมปังกับน้ำนี่ต่อให้เราไม่เคลื่อนไหวไปไหนก็คงใช้ชีวิตต่อได้อีกหลายวัน’

แต่ถ้าเขาจำไม่ผิด ข้อความสีทองที่เด้งขึ้นมาดูเหมือนจะบอกว่ามีอย่างอื่นที่สามารถเก็บได้อยู่ด้วย...

ไคลน์เดินไปยังมุมห้อง

พืชนี้อาจจะเป็นทรัพยากรอีกชนิดที่เขาสามารถเก็บได้!

[หญ้าเรืองแสง : ไม่สามารถใช้งานได้ – เมื่อใดที่ความมืดมาเยือนพวกมันจะส่องแสงออกมา ถือเป็นพืชที่มีขึ้นอยู่ทั่วไปภายในโลกใต้ดิน]

[นี่คือหญ้าเรืองแสงที่ไร้ซึ่งอันตรายใดๆ]

ข้อความด้านบนคือข้อความแจ้งเตือนจากตัวระบบเกม ส่วนด้านล่างคือข้อความแจ้งเตือนสีทอง

ไคลน์ย่อตัวลงไปเก็บพวกมันขึ้นมา

ผ่านไปราวครึ่งนาทีเขาก็เก็บทุกสิ่งทุกอย่างจนหมด

[แจ้งเตือนจากระบบ : หญ้าเรืองแสง+6]

[แจ้งเตือนจากระบบ : เมล็ดหญ้าเรืองแสง+2]

เมล็ดพันธุ์ที่เขาได้มาเรียกว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่คาดคิดโดยแท้

[ท่านไม่สังเกตเนินดินเล็กๆที่ยื่นออกมาตรงมุมนั้นเลยหรือ?]

ในตอนที่ไคลน์กำลังจะลุกขึ้นนั้นข้อความแจ้งเตือนสีทองก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง

“มีบางอย่างซ่อนอยู่อีกงั้นหรอ?”

เขาเบนสายตามองไปและรีบหยิบพลั่วขึ้นมาขุดทันที

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ทราย+1]

เคล้ง!

เขาขุดลงไปได้สองทีก็เจอเข้ากับบางอย่างแข็งๆเข้า

[แจ้งเตือนจากระบบ : เหล็ก+2]

ไคลน์รู้แจ้งขึ้นมาทันใด

นี่คือทรัพยากรที่อาจทำให้เขาแปลกใจซึ่งระบบแจ้งเตือนสีทองบอกกับเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้!

ด้วยเหล็กพวกนี้อย่างน้อยไคลน์ก็อาจจะสร้างอาวุธป้องกันตัวง่ายๆขึ้นมาได้

จบบทที่ Chapter 2 : ฉันมองเห็นคำใบ้!

คัดลอกลิงก์แล้ว