- หน้าแรก
- บุกเบิกแดนเถื่อน: จากลอร์ดแดนเหนือสู่บัลลังก์จักรพรรดิ
- บทที่ 5 การเดินทางแห่งความฝันเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 5 การเดินทางแห่งความฝันเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 5 การเดินทางแห่งความฝันเริ่มต้นขึ้น
รุ่งอรุณ
ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นสู่ขอบฟ้า แสงสว่างยังคงเลือนราง
ดินแดนทางเหนือในยามต้นวสันต์ยังคงหนาวเหน็บจนถึงกระดูก
ดูแรนต์ใช้มือข้างหนึ่งจุ่มลงในอ่างไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำร้อน พลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย
หลังจากนิ่งอยู่เช่นนั้นครู่ใหญ่ เขาจึงนำผ้าขนหนูลงไปในน้ำร้อน เตรียมจะเช็ดหน้าให้สบายตัว
ทันทีที่เงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นโรดส์เปิดประตูเดินออกมา มือที่ถือผ้าขนหนูพลันชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
"ตื่นเช้าขนาดนี้เชียว..."
ลูกหลานขุนนางส่วนใหญ่หลังจากได้รับดินแดนแล้วก็มักจะเริ่มเสวยสุข โดยเฉพาะพวกที่เคยถูกครอบครัวควบคุมอย่างเข้มงวด
ยิ่งเป็นบุตรนอกสมรสเช่นโรดส์ ก็ยิ่งทำอะไรเกินเลย มักจะซื้อทาสหญิง บ่าวรับใช้ และเครื่องประดับอัญมณีต่างๆ อย่างฟุ่มเฟือย เพื่อชดเชยสิ่งที่เคยขาดหายไปในอดีต
แต่ดูแรนต์ไม่คาดคิดว่า โรดส์จะไม่แม้แต่จะนอนตื่นสาย
เขาไม่รู้ว่า ที่โรดส์ไม่นอนนั้นไม่ใช่เพราะไม่อยากนอน แต่เป็นเพราะนอนไม่หลับต่างหาก
สมัยที่อยูในปราสาททิวลิป เขาถูกบังคับให้ตื่นขึ้นมาทำงาน ทุกวันจะถูกพ่อบ้านคอยเร่งรัดให้ไปตักน้ำ ผ่าฟืน ให้อาหารม้า ตักมูลม้า... ทุกวันเขาได้แต่คิดว่าจะหลุดพ้นจากสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร
แต่ที่นี่ โรดส์ตื่นขึ้นมาด้วยความเต็มใจ
เพราะแบล็คไพน์ริดจ์คือดินแดนของโรดส์เอง ทุกเรื่องที่เขาจัดการล้วนเป็นการวางอิฐต่อยอดให้กับกิจการของตนเอง
ในเมื่อมีโอกาสพลิกชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง โรดส์ก็อยากจะกุมทุกช่วงเวลาไว้ในมือ
แล้วเขาจะนอนตื่นสายได้อย่างไรกัน?
"อรุณสวัสดิ์ ท่านบารอน"
ดูแรนต์เดินเข้าไปหาด้วยตนเอง โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
โรดส์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย แล้วถามว่า "เมื่อคืนจับคนได้หรือไม่?"
"เป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้ขอรับ องครักษ์รายงานว่าเมื่อคืนจับชาวบ้านที่ลักลอบนำทรัพย์สินหนีไปได้สี่คน รอท่านเป็นผู้ตัดสิน" ดูแรนต์ตอบ
"ยึดทรัพย์สินทั้งหมด คนให้แขวนขึ้นแล้วเฆี่ยนประจาน ลดขั้นเป็นทาส"
โรดส์กล่าวเสริม "ให้ทหารบ้านพวกนั้นเป็นคนทำ"
เมื่อจ่ายภาษีน้อยลงสามส่วน ก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้นหน่อย เรื่องที่สร้างความเกลียดชังเช่นนี้ ในอนาคตโรดส์ตั้งใจจะมอบให้ทหารบ้านพวกนี้เป็นผู้รับผิดชอบ
มีเพียงเมื่อทหารบ้านขัดแย้งกับชาวบ้าน โรดส์ถึงจะสามารถใช้งานคนเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ
"ขอรับ ท่านบารอน"
ดูแรนต์รับคำ แล้วกล่าวต่อ "เมื่อคืนทหารรับจ้างของกังเลอร์รายงานมาว่า โจรที่ถูกจับพวกนั้นบอกว่าตนเองเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านรับเบิลสโตน"
"ล้วนเป็นโจร ไม่มีชาวบ้าน"
หมู่บ้านรับเบิลสโตนไม่ได้อยู่ในเขตแบล็คไพน์ริดจ์ แต่เป็นของดินแดนอื่น
แต่โรดส์ไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านรับเบิลสโตนหรือไม่ ในเมื่อมาปล้นกองคาราวานในดินแดนของเขา ก็คือโจร
ใกล้จะถึงฤดูเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิแล้ว โรดส์จะไม่ปล่อยแรงงานทาสไปแม้แต่คนเดียว
"ไปเรียกลอว์เรนซ์มากินอาหารเช้าด้วยกัน วันนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก"
ในเมื่อลอร์ดอย่างโรดส์ตื่นแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ใครจะยังนอนอยู่บนเตียงได้อีก
ดูแรนต์ปลุกทุกคนให้ตื่น และลากคนที่โรดส์ต้องการพบมาที่โต๊ะอาหาร
อาหารเช้าเตรียมโดยทาสสามคนของบ้านแมตต์ ดูแรนต์ให้พวกเขาชิมก่อนถึงจะยกขึ้นโต๊ะ
ซุปไก่เห็ด ไข่ดาวสองฟอง พร้อมด้วยขนมปังดำปิ้งห้าแผ่น
มีเพียงในจานของโรดส์เท่านั้นที่เป็นขนมปังขาวปกติ จะไม่กัดคำเดียวแล้วเจอเม็ดทราย
ดูท่าว่าแม้แต่อาหารในบ้านของผู้ใหญ่บ้านก็ยังเทียบไม่ได้กับอาหารที่โรดส์เคยกินในปราสาททิวลิป
เมื่อเทียบกับชีวิตที่ละเอียดอ่อนของขุนนางแล้ว ดินแดนทางเหนือช่างยากลำบากกว่าจริงๆ
แต่เมื่อคืนโรดส์ได้ศึกษาแผนที่อย่างละเอียดแล้ว แบล็คไพน์ริดจ์ยังมีศักยภาพอยู่มาก
ล้อมรอบด้วยภูเขาสามด้าน มีเพียงถนนสายหลักเส้นเดียวที่มุ่งสู่ใจกลางของดินแดนทางเหนือ ที่เหลือล้วนเป็นเพียงทางเดินแคบๆ
เมืองฟรอสต์ลีฟตั้งอยู่ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางแบล็คไพน์ริดจ์ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไม่ไกลนักยังมีแม่น้ำสายใหญ่อีกด้วย
ขอเพียงป้องกันโจรผู้ร้ายและผู้ลี้ภัยได้ดี กำจัดสัตว์ป่าให้สิ้นซาก ที่นี่ก็คือดินแดนในอุดมคติสำหรับการพัฒนาอาณาเขตของโรดส์
สะสมธัญพืชให้มาก จึงจะสามารถตั้งตนเป็นราชันย์ได้
รอจนอาศัยผืนดินแห่งนี้พัฒนาจนแข็งแกร่ง มีกองทัพเป็นของตนเองแล้ว จะยังต้องมาลำบากอยู่อีกหรือ?
โรดส์กินอาหารจนหมดอย่างรวดเร็ว แม้แต่เศษซุปในชามก็ยังใช้ขนมปังปาดเข้าปากจนเกลี้ยง
จากนั้นก็เช็ดปาก แล้วมองไปยังลอว์เรนซ์ "บัญชีรายการสินค้าล่ะ?"
"รวบรวมไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ ข้าวไรย์สามพันจิน ข้าวสาลีห้าร้อยจิน เมล็ดข้าวไรย์หนึ่งพันห้าร้อยจิน เมล็ดข้าวสาลีสองร้อยจิน ผ้าป่านหยาบห้าสิบพับ และเครื่องเทศธรรมดาอีกหนึ่งร้อยจิน"
ลอว์เรนซ์คลี่แผ่นหนังสัตว์ออกมา ส่งให้เบื้องหน้าโรดส์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม "ยังมีของใช้จิปาถะอีกเล็กน้อย เชิญท่านดูได้เลยขอรับ"
โรดส์กวาดตาดูคร่าวๆ แล้วถามขึ้นลอยๆ "เจ้าขนของเหล่านี้มา แล้วตอนกลับขนอะไรกลับไปบ้าง?"
"แร่หิน หนังสัตว์ สมุนไพร บางครั้งก็รับเนื้อรมควันไปด้วยขอรับ"
คำตอบของลอว์เรนซ์ไม่ต่างจากที่โรดส์คิดไว้เท่าใดนัก
พื้นที่ส่วนใหญ่ในแดนเหนือรกร้างยังคงอยู่ในยุคดั้งเดิม คุ้นชินกับการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน เงินตราไม่มีมูลค่าที่แท้จริง ยากที่จะหมุนเวียนได้
"สินค้าสามเกวียนของเจ้า ขนกลับไปเที่ยวหนึ่งได้กำไรเท่าไหร่?"
ลอว์เรนซ์หัวเราะแหะๆ แล้วค่อยๆ ชูมือให้โรดส์ดู
สี่นิ้ว หมายถึงสี่สิบเหรียญทอง
เยอะขนาดนี้เลยรึ?
สีหน้าของโรดส์ยังคงสงบนิ่ง แต่ในใจกลับตกตะลึงไปแล้ว
ลอว์เรนซ์เดินทางเที่ยวเดียว เกือบจะเท่ากับรายได้จากภาษีสองเดือนของบารอนทั่วไปเลยทีเดียว!
ต้องรู้ว่าดินแดนของบารอนทั่วไปในจักรวรรดินั้นมักจะมีขนาดเพียงหนึ่งในสี่ของแบล็คไพน์ริดจ์ รายได้ต่อปีก็อยู่ระหว่างสองร้อยถึงห้าร้อยเหรียญทองเท่านั้น!
ดูท่าว่ากิจการกองคาราวานนี้ยังไงก็ต้องทำ!
แน่นอนว่า ตอนนี้โรดส์ยังไม่มีเงื่อนไขที่จะทำได้ ธัญพืชและเมล็ดพันธุ์ต้องเก็บไว้ใช้เองทั้งหมด
มีเพียงหลังจากการล่าสัตว์และทำเหมืองแล้วเท่านั้น ถึงจะมีทรัพยากรพอที่จะจัดตั้งกองคาราวานได้
ตอนนี้ความคิดของโรดส์ยังคงอยู่ที่การพัฒนาอาณาเขต
"กำไรมหาศาลขนาดนี้ เจ้าควรจะจ้างกององครักษ์ที่เก่งกว่านี้"
ถ้าเป็นกองทหารรับจ้างของกังเลอร์ โจรพวกนั้นคงถูกบดขยี้ไปนานแล้ว
"ค่าใช้จ่ายมันก็สูงมากนะขอรับ ท่านบารอน ทำอะไรก็ต้องใช้เหรียญทองทั้งนั้น!" ลอว์เรนซ์ทำหน้าขมขื่น
โรดส์ไม่ใส่ใจ หันไปมองดูแรนต์ "นำสินค้าทั้งหมดไปเก็บไว้ให้ดี ดูแลอย่างเข้มงวด"
จากนั้นก็สั่งการลอว์เรนซ์ต่อ "วันนี้เจ้าไปเก็บภาษีให้ข้าต่อ พร้อมกันนั้นให้รวบรวมข้อมูลประชากร อาชีพ ความสัมพันธ์ในครอบครัวของคนในเมืองมาให้ข้า ข้าให้เวลาเจ้าแค่สามวัน"
"ทำเรื่องเหล่านี้ให้ดี ข้าจะลดค่าไถ่ของเจ้าให้เล็กน้อย"
"ขอรับ ท่านบารอนผู้สูงศักดิ์"
ลอว์เรนซ์รับคำอย่างเต็มใจ
แม้ว่าจะไม่มีประโยคสุดท้ายของโรดส์ ลอว์เรนซ์ก็ยินดีที่จะทำเรื่องนี้อย่างยิ่ง
เมื่อเย็นวานตอนที่ไปเก็บภาษีที่บ้านของชาวนาร่ำรวย ลอว์เรนซ์ได้สัมผัสกับความรู้สึกสะใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนสินค้าใดๆ ขอเพียงโบกมือ อยากได้อะไรก็ขนออกมาได้เลย ชาวนาร่ำรวยพวกนั้นยังไม่กล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
แม้ว่าของที่ได้มาจะไม่ใช่ของตนเอง แต่กระบวนการที่ได้มาซึ่งความรู้สึกสะใจนั้นช่างน่าเสพติดจริงๆ
จากนั้นโรดส์ก็สั่งการดูแรนต์ "ไปหาคนที่วาดรูปเก่งๆ มา วาดแผนผังของเมืองมาให้ข้า แล้วก็ระบุบ้านแต่ละหลังให้ชัดเจนด้วย"
"ให้คนที่ว่างงานในเมืองไปทำงาน ตัดไม้ขนกลับมา ที่นี่ต้องซ่อมแซมให้ดีหน่อย"
ความฝันเรื่องปราสาทยังคงห่างไกล แต่คฤหาสน์ของลอร์ดก็ควรจะมีสักหลัง
"อีกอย่าง ตรวจสอบรั้วรอบๆ เมืองให้ดี ตรงไหนที่พังก็ซ่อมแซมให้เรียบร้อย"
"ถือโอกาสดูด้วยว่าในเมืองมีโรงตีเหล็กหรือไม่ จัดแจงให้ฮามอร์เข้าไปทำงาน แล้วก็จัดหาผู้ช่วยหญิงให้เขาสักคน"
ดูแรนต์พยักหน้าถี่ๆ ใช้ถ่านไม้จดเรื่องที่โรดส์สั่งไว้ทั้งหมดลงบนแผ่นไม้
ตอนนี้เขาคือคนที่โรดส์ไว้ใจที่สุด เรื่องจิปาถะต่างๆ นานาถาโถมเข้ามาหาราวกับคลื่นสึนามิ
แต่ดูแรนต์ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย กลับเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้
ความรู้สึกที่ได้กลับมามีความสำคัญอีกครั้ง
"ท่านลอร์ด แล้วพวกข้าวันนี้ทำอะไรขอรับ?"
รอจนกระทั่งโรดส์จัดแจงเรื่องราวเสร็จสิ้น กังเลอร์ที่นั่งยองๆ อยู่บนเก้าอี้ก็เอ่ยถามขึ้น
"แบกขวานของท่านตามข้ามา รับผิดชอบความปลอดภัยของข้า"
โรดส์ลุกขึ้นยืน
"ตอนนี้เราไปหาชาวนาร่ำรวยที่ดูฉลาดๆ หน่อย ให้เขาพาเราไปดูที่นาของเมืองฟรอสต์ลีฟ"
(จบตอน)