บทที่ 8
บทที่ 8
บทที่ 8
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เปิดใช้งานระบบเกาะเมียกินสำเร็จ รับแพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่หนึ่งชุด”
ขณะที่ชิวอันกำลังจะถามระบบว่าเหตุใดจึงไม่มีแพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ ก็ดูเหมือนว่าระบบจะรู้ว่าชิวอันคิดจะถามอะไร เสียงจึงปรากฏขึ้นในสมองของเขาก่อน
“ฮาๆ! ระบบ ถ้าข้าไม่ถามก็จะไม่มีแพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ใช่หรือไม่ สิทธิประโยชน์มากมายถ้าข้าไม่ถามก็จะไม่มีใช่หรือไม่”
เมื่อชิวอันเห็นว่ามีของขวัญมือใหม่อยู่จริงๆ เขาก็หัวเราะออกมา
“โฮสต์ ท่านใส่ร้ายระบบแล้ว ที่ระบบไม่พูดเมื่อครู่ก็เพราะว่าระบบใส่ใจท่าน”
“โอ้! เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณเจ้าแล้วสินะ”
เมื่อชิวอัน ฟังข้ออ้างของระบบ ก็หัวเราะออกมาอย่างโมโหไปด้วย
“โฮสต์ หากเมื่อครู่ระบบมอบรางวัลให้ ท่านจะมีเวลาตรวจสอบหรือ”
เมื่อชิวอันได้ยินดังนั้นก็ตกใจไป จากนั้นก็พยักหน้า เมื่อครู่พระชายาซื่อจื่อของตนเองยังอยู่ในห้อง ไม่เหมาะที่จะพูดคุยกับระบบเป็นเวลานาน
เมื่อตระหนักว่าที่ระบบพูดมาก็มีเหตุผล ชิวอันก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ระบบ ในแพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่มีของขวัญอะไรบ้าง”
“โฮสต์ แพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่มีของขวัญสามชิ้น”
“ของขวัญชิ้นแรกคือเคล็ดวิชาปราณระดับเทวะ—คัมภีร์เก้าหยินเก้าหยาง คัมภีร์เก้าหยินเก้าหยางแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนบนและส่วนล่าง คัมภีร์เก้าหยางเป็นส่วนบน และคัมภีร์เก้าหยินเป็นส่วนล่าง”
เมื่อชิวอันได้ยินดังนั้น ก็พลันยิ้มออกมา พลางคิดในใจว่า
“ฮาๆ! ดียิ่งนัก คัมภีร์เก้าหยางกับคัมภีร์เก้าหยินเดิมทีเป็นคนละวิชากัน ระบบกลับนับเป็นของขวัญชิ้นเดียว ดูเหมือนว่าข้าจะได้กำไรเสียแล้ว”
“ข้าฝึกคัมภีร์เก้าหยาง ส่วนภรรยาฝึกคัมภีร์เก้าหยิน นี่มันช่างเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชิวอันก็รีบถามระบบทันที
“ระบบ คัมภีร์เก้าหยินข้าสามารถถ่ายทอดให้ภรรยาของข้าได้หรือไม่”
หากคัมภีร์เก้าหยินไม่สามารถถ่ายทอดให้นางได้ก็คงจะขาดทุนย่อยยับ คัมภีร์เก้าหยินเป็นถึงเคล็ดวิชาปราณระดับเทวะ ย่อมสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างรวดเร็ว หากนางไม่สามารถฝึกฝนได้ ตนเองก็คงจะต้องมานั่งฝึกฝนอย่างยากลำบากเสียแล้ว
“โฮสต์ วิชาที่ระบบมอบให้เป็นรางวัล โฮสต์สามารถจัดการได้ตามใจชอบ เพียงแต่ว่าหากท่านต้องการเรียน ระบบสามารถถ่ายทอดให้ท่านได้โดยตรง ทำให้ท่านสามารถฝึกฝนจนสำเร็จและบรรลุถึงขั้นสูงสุดได้ในทันที ส่วนคนอื่นที่ต้องการเรียนรู้จะต้องอ่านคัมภีร์และฝึกฝนด้วยตนเองเท่านั้น”
เมื่อชิวอันฟังดังนั้น ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“สามารถฝึกฝนได้ก็ดีแล้ว อย่างมากก็แค่รอให้ข้าฝึกฝนจนสำเร็จแล้วค่อยสอนนาง”
“ระบบ ของขวัญชิ้นที่สองคืออะไร”
“โฮสต์ ของขวัญชิ้นที่สองก็คือคัมภีร์ระดับเทวะ—กระบี่เก้าเดียวดาย”
“กระบี่เก้าเดียวดาย หรือว่าจะเป็นกระบี่เก้าเดียวดายที่ไม่ต้องใช้พลังปราณก็มีพลังร้ายกาจมากนั่นนะรึ”
“ถูกต้อง ใช่แล้ว”
“ฮาๆ! เช่นนี้ก็ดีเลย ต่อไปถึงแม้ข้าจะลงมือก็ไม่มีใครรู้ว่าข้าฟื้นฟูปราณกลับมาแล้ว”
ชิวอันก็ยิ้มออกมา เขาพอใจกับรางวัลนี้มาก ของขวัญสองชิ้นแรกก็ดีทั้งนั้น จึงเริ่มสงสัยแล้วว่าชิ้นที่สามคืออะไร
“ระบบ ของขวัญชิ้นที่สามคืออะไร เป็นคัมภีร์ระดับเทวะอีกหรือไม่”
“โฮสต์ ของขวัญชิ้นที่สามคือฟังก์ชันแบ่งปันระดับพลัง สามารถแบ่งปันระดับพลังได้หนึ่งชั่วยาม”
“ระบบ อะไรคือการแบ่งปันระดับพลัง”
“โฮสต์ การแบ่งปันระดับพลังหมายถึงระดับพลังของพวกท่านจะเท่ากัน”
“ตัวอย่างเช่น สตรีแห่งโชคชะตาของท่านอยู่ในระดับจอมยุทธ์ ส่วนท่านอยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์ พวกท่านสามารถอยู่ในระดับจอมยุทธ์หรือระดับราชันย์ยุทธ์พร้อมกันได้”
“อืม”
ชิวอันพยักหน้า รู้สึกว่าของขวัญชิ้นนี้ค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่มีก็ยังดีกว่าไม่มี
“ระบบ ยังมีรางวัลอะไรอีกบ้าง”
“โฮสต์ อย่าโลภมากไปเลย ข้ามอบของขวัญให้ท่านไปสามชิ้นแล้ว”
ชิวอันรู้สึกว่ารางวัลเพียงเท่านี้มันน้อยเกินไป จึงตัดสินใจที่จะลองต่อรองอีกครั้ง
“ระบบอื่นๆ ล้วนมีหน้าต่างสถานะตัวละคร และมีแหวนมิติที่มีความจุขนาดใหญ่ เจ้ามีหรือไม่”
คำพูดของชิวอัน ก็ทำให้ระบบก็เงียบไปในทันที ขณะที่ชิวอันกำลังคิดว่าคงไม่มีหวังแล้ว เสียงที่ไพเราะของระบบก็ดังขึ้น
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับแหวนมิติไร้ขีดจำกัดหนึ่งวง สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้”
“การสร้างหน้าต่างสถานะตัวละครของโฮสต์สำเร็จแล้ว”
“ฮาๆ!”
เสียงของระบบ ก็ทำให้ชิวอันยิ้มออกมาอย่างลำพองใจ พลางคิดในใจว่า
“แน่นอนว่า หากอยากจะได้อะไร ก็ต้องสู้เอาเอง”
“ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะตัวละครของข้า”
“โฮสต์ โปรดรอสักครู่”
“เปิดสำเร็จแล้ว”
ทันทีที่เสียงของระบบจบลง หน้าต่างสถานะตัวละครเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชิวอัน
[ชื่อ: ชิวอัน]
[สถานะ: ซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องเจิ้นเปียน]
[ระดับพลัง: ราชันย์ยุทธ์ขั้นกลาง]
[สิ่งของ: คัมภีร์ลับเก้าหยินเก้าหยาง, คัมภีร์กระบี่เก้าเดียวดาย (แสดงเฉพาะสิ่งของที่ได้รับจากระบบเท่านั้น)]
เมื่อเห็นคำว่าราชันย์ยุทธ์บนระดับพลัง ชิวอันก็พลันถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เหอะ! สามปีก่อนก็เพราะข้ากำลังจะทะลวงสู่ระดับราชันย์ยุทธ์ ถึงถูกลอบสังหารจนกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ไม่คิดว่าหลังจากมีระบบแล้ว ข้าไม่ต้องฝึกฝนก็เป็นระดับราชันย์ยุทธ์ไปเสียแล้ว”
ในขณะนั้นเอง ชิวอันก็นึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมา ระดับพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้นจนถึงระดับราชันย์ยุทธ์ก็เป็นเพราะสตรีแห่งโชคชะตา ตนเองสูงกว่านางอยู่สองระดับ เช่นนั้นแล้วนางก็คงจะเป็นจอมยุทธ์ขั้นกลางสิ!
คนยากจนคนหนึ่งจะสามารถฝึกฝนจนถึงระดับจอมยุทธ์ได้อย่างไร จอมยุทธ์ขั้นกลางยังต้องมาเป็นสาวใช้อีกหรือ รอยแผลเป็นสองรอยบนใบหน้าของนางมาจากไหนกัน
“ดูเหมือนว่าสตรีแห่งโชคชะตาของข้าคนนี้จะเป็นคนที่มีเรื่องราวเบื้องหลังสินะ”
ชิวอันมองออกไปนอกประตูแล้วพึมพำกับตัวเอง
“ระบบ เจ้ารู้หรือไม่ว่ารอยแผลเป็นบนใบหน้าของนางสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ ในรางวัลภารกิจ มีสิ่งที่สามารถรักษารอยแผลเป็นบนใบหน้าของนางได้หรือไม่”
ในเมื่อระบบผูกชิวอันกับกัวเสวี่ยไว้ด้วยกันแล้ว ชิวอันก็อยากจะรักษารอยแผลเป็นบนใบหน้าของกัวเสวี่ยให้หาย
“โฮสต์ รอยแผลเป็นบนใบหน้าของสตรีแห่งโชคชะตาเป็นของปลอม ไม่จำเป็นต้องรักษาเลย”
“อะไรนะ ของปลอมรึ นางไม่บาดเจ็บบนใบหน้ารึ นางสวมหน้ากากอยู่หรือว่ามีเพียงรอยแผลเป็นที่เป็นของปลอม”
ชิวอันตกใจจนลุกขึ้นยืน ในใจทั้งตกใจและดีใจ พลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“โฮสต์ เรื่องนี้ต้องให้ท่านค้นพบด้วยตนเอง”
ชิวอันก็ไม่คิดว่าระบบจะทำให้คนอยากรู้อยากเห็นมากขนาดนี้ แต่เมื่อคิดดูก็นับว่าพอใจแล้ว อย่างน้อยตนเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นบนใบหน้าของนางอีกต่อไป แต่ก็ควรจะสืบให้รู้แน่ชัดถึงจุดประสงค์ที่นางปลอมตัวเข้ามาในจวนอ๋อง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชิวอันก็ลุกขึ้นเตรียมจะไปหากัวเสวี่ยเพื่อถามให้รู้เรื่อง แต่เพิ่งจะลุกขึ้นก็กลับนั่งลงไปอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้ากับนางยังไม่สนิทกัน นางย่อมต้องระแวงข้า ตอนนี้ไปถามนางก็คงจะไม่มีคำตอบ เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังดีกว่า”
“ในเมื่อระบบกำหนดให้นางเป็นสตรีแห่งโชคชะตาของข้าแล้ว คงจะไม่ทำร้ายข้าเป็นแน่ ในเมื่อไม่ทำร้ายข้า จะรู้ทีหลังก็ไม่เป็นไร ขอเพียงข้าทำดีกับนางไปเรื่อยๆ นางก็จะเชื่อใจข้าเอง ถึงตอนนั้นต่อให้ข้าไม่ถาม นางก็จะพูดออกมาเอง”
ชิวอันมองออกไปนอกประตูแล้วพึมพำกับตัวเอง
“ในเมืองหลวงมีคนระดับราชันย์ยุทธ์มากเกินไป หากอยากจะมีความสามารถในการป้องกันตัวในเมืองหลวง อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มระดับพลังอย่างรวดเร็ว”
ในขณะนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในสมองของชิวอัน
“ประกาศภารกิจของระบบ ช่วยเหลือสตรีแห่งโชคชะตาให้ยกระดับพลังขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ รางวัลคือกายศักดิ์สิทธิ์ร้อยพิษมิอาจกร้ำกราย”
“ฮาๆ! ดีนัก อยู่ๆ ก็เอารางวัลมาให้ฟรีๆ ต่อให้ระบบไม่บอก ข้าก็จะช่วยนางยกระดับพลังอยู่แล้ว”
คำพูดของระบบ ก็ยิ่งทำให้ชิวอันตื่นเต้นขึ้นมา พลางพึมพำกับตัวเอง
จากนั้นชิวอันก็ติดต่อไปยังระบบในสมอง
“ระบบ เรียนรู้คัมภีร์เก้าหยินเก้าหยาง”
ทันทีที่ชิวอันพูดจบ เขาก็นึกถึงปัญหาที่ร้ายแรงอย่างหนึ่งขึ้นมา จึงรีบถามต่อทันที
“ระบบ หลังจากข้าเรียนรู้แล้ว คัมภีร์ลับเก้าหยินเก้าหยางจะหายไปหรือไม่”
“โฮสต์ วางใจเถิด จะไม่หายไป”
“ดี เรียนรู้คัมภีร์เก้าหยินเก้าหยาง”
“โฮสต์ โปรดรอสักครู่”
ทันทีที่เสียงของระบบจบลง ในสมองของชิวอันก็ปรากฏภาพการเรียนรู้คัมภีร์เก้าหยินเก้าหยางขึ้นมา
“ปัง”
“ปัง”
เมื่อชิวอันฝึกฝนคัมภีร์เก้าหยินเก้าหยางจนถึงขั้นสูงสุด พลังปราณในร่างกายก็ประทุออกมา มันระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ทำให้โต๊ะที่อยู่ข้างหน้าและเก้าอี้ที่อยู่ใต้ก้นของเขาแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ในทันที
โชคดีที่ชิวอันตอบสนองอย่างรวดเร็ว และทรงตัวได้ทันท่วงที มิฉะนั้นคงจะหงายหลังขาชี้ฟ้าไปแล้ว
ในขณะนั้น ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาในห้องจากนอกประตู