บทที่ 5
บทที่ 5
บทที่ 5
กัวเสวี่ยมองหนิงเซียงด้วยความมั่นใจ
“เจ้าคงไม่คิดว่าด้วยระดับพลังของอ๋องเจิ้นเปียนแล้ว จะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปีไม่ไหวหรอกนะ”
“และที่ข้ารู้มา อ๋องเจิ้นเปียนเป็นถึงระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดแล้ว สามารถเข้าสู่ระดับจ้าวแห่งยุทธ์ได้ทุกเมื่อ อย่าว่าแต่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสามสิบปีเลย ต่อไปอีกห้าสิบปีก็ยังไม่มีปัญหา”
“อืม อีกห้าสิบปีข้างหน้า คุณหนูอย่างข้าก็อาจจะเข้าสู่ระดับจ้าวแห่งยุทธ์ด้วยเช่นกัน เจ้าคิดว่าข้ายังจะต้องกังวลว่าซื่อจื่อจะฝึกยุทธ์ไม่ได้อีกหรือไม่”
กัวเสวี่ยมองหนิงเซียงด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าค่ะ คุณหนูท่านเก่งจริงๆ ข้าเชื่อท่านแล้วเจ้าค่ะ”
หนิงเซียงมองกัวเสวี่ยด้วยความชื่นชม แต่แล้วก็พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่า
“คุณหนูเมื่อครู่ท่านบอกว่าผลักซื่อจื่อออกไป นั่นก็เท่ากับปฏิเสธเขาไปแล้ว ตอนนี้ท่านไปหาเขา เขายังจะยอมแต่งงานกับท่านอีกหรือเจ้าคะ”
“หึ! เขากล้ารึ เมื่อครู่เขาเพิ่งพูดต่อหน้าพระชายาว่าจะแต่งข้าเป็นพระชายาซื่อจื่อ ถ้าเขากล้ากลับคำ ข้าจะซัดหน้าเขา”
เมื่อหนิงเซียงบอกว่าชิวอันอาจจะไม่แต่งงานกับนาง ใบหน้าของนางก็พลันแสดงความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที นางกำหมัดแน่นราวกับว่าชิวอันยืนอยู่ตรงหน้า
“คิกๆ! คุณหนูเขาเป็นถึงซื่อจื่อนะเจ้าคะ ท่านกล้าซัดหน้าเขาหรือ”
เมื่อเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของกัวเสวี่ย หนิงเซียงก็พลันหัวเราะออกมา
“หึ! เขาไม่เชื่อฟัง กล้าไม่แต่งงานกับข้า ข้าก็กล้าซัดเขา”
กัวเสวี่ยแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“คุณหนูท่านแน่ใจหรือเจ้าคะว่าที่เขาพูดว่าจะแต่งงานกับท่าน ไม่ใช่เพียงเพื่อจะยั่วโมโหพระชายา ก็เพราะใบหน้าของท่าน...”
หนิงเซียงชี้ไปที่รอยแผลเป็นสองรอยบนใบหน้าของกัวเสวี่ย
“คิกๆ! แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ หากท่านกลับไปใช้ใบหน้าเดิม ซื่อจื่อจะต้องชอบท่านจนฟั่นเฟือนแน่”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
ขณะที่กัวเสวี่ยกำลังจะพูด ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก