เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เวลาที่เท่ากัน

บทที่ 23 เวลาที่เท่ากัน

บทที่ 23 เวลาที่เท่ากัน


บทที่ 23 เวลาที่เท่ากัน

แผ่นดินฟ่านกู่ ดินแดนหนานเจ้า ภูเขาเฮยสุ่ย หมู่บ้านหงเฟิง ลู่ซู ลู่ชิง……

ทั้งหมดนี้.. เป็นแค่ความฝันงั้นเหรอ

เป็นไปไม่ได้!

ทำไมความฝันนี้ถึงได้สมจริงขนาดนั้นล่ะ?!

ไม่ ฉันไม่อยากกลับมาที่นี่!

โลกแห่งพลังพิเศษไร้สาระนี่ ใครอยากอยู่ก็อยู่ไป!

“ฉันจะกลับไป ฉันจะกลับบบ…”

โจวเฉาหลับตาทั้งสองข้าง สั่นสะท้านไม่หยุดราวกับผีเข้า

เพื่อนร่วมงานรอบข้างต่างก็หลีกหนีเขาโดยไม่รู้ตัว

โจวเฉาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ยังคงอยู่ในเหมือง

“ไม่นะ……”

หรือว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้.. เป็นแค่ความฝันจริงๆ

เป็นเพราะตัวเองทำงานหนักเกินไปจนเบลอ แล้วฝันกลางวันไปงั้นเหรอ

ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ..

ทันใดนั้น

โจวเฉาหมุนเวียนเคล็ดวิชา.. และเขาก็รู้สึกถึงพลังปราณแท้ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

“หึ หึๆ……ฮ่าๆๆ”

มุมปากของโจวเฉายากที่จะระงับได้แล้ว!

ถึงแม้จะข้ามภพกลับมาแล้ว แต่เขาได้นำพลังยุทธ์กลับมาด้วย!

แต่โจวเฉาไม่ได้รีบร้อนเปิดแชมเปญ

ต่อหน้าคนธรรมดา พลังรวมร่างกายขั้นห้าเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน

ถ้าไม่ใช้อาวุธแปลกๆ ต่อให้มาเยอะแค่ไหนก็คงไม่พอ

ยิ่งไปกว่านั้น พลังปราณและพลังปราณแท้นั้นมีความสามารถในการโจมตีระยะไกล

แต่อย่าลืม นี่คือยุคแห่งพลังพิเศษ

ทั่วโลกมีคน 20% เท่านั้นที่มีพลังพิเศษ

พลังพิเศษมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ ถึงแม้ว่าจะไม่มีกระบวนการฝึกฝนที่เป็นระบบเหมือนวิทยายุทธ์ แต่พลังพิเศษของแต่ละคนสามารถพัฒนาได้อย่างล้ำลึก

จะพัฒนาได้ลึกแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

แต่ต้องมีคนที่แข็งแกร่งกว่าโจวเฉาในระดับพลังนี้อย่างแน่นอน

ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อนเล่นใหญ่ รอดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า

“ตึงง——”

เสียงระฆังบอกเวลาอาหารดังขึ้น

โจวเฉาลูบท้องที่หิวโหย

“ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปสินะ……”

นักสู้ผู้บ่มเพาะนั้นกินจุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้กินอาหารที่ดี ระดับพลังอาจจะตกลงได้

พอนึกถึงปริมาณอาหารที่โรงอาหารในเขตเหมืองจัดให้ โจวเฉาก็อดเป็นกังวลไม่ได้

“กินไม่อิ่มแน่นอน แล้วทำยังไงดีล่ะ..”

ง่ายนิดเดียว

เพื่อนบ้านตุนข้าว ฉันตุนอาวุธ เพื่อนบ้านก็คือยุ้งฉางของฉัน

เพื่อนร่วมงานที่รักของฉัน พวกแกคือยุ้งฉางของฉันแล้วล่ะ ฮี่ๆๆ

โรงอาหารในเขตเหมือง

ผู้มีพลังพิเศษและคนธรรมดากินอาหารแยกกัน พวกเขาอยู่บนชั้นสอง แม้กระทั่งบันไดขึ้นชั้นสอง ก็อยู่ด้านนอกโรงอาหาร ไม่ได้เดินผ่านข้างใน

ที่จริงแล้ว พวกที่มีพลังพิเศษที่ทำงานในเขตเหมืองเหล่านี้ ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

พวกเขาทุกคนอยากจะนั่งอยู่ในตึกสูงในเมือง ทำงานออฟฟิศ

การมาดูแลกลุ่มคนธรรมดาที่ทั้งสกปรกและมีกลิ่นเหม็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบมากที่สุด

แต่จะมีวิธีอะไรได้ พวกเขามักจะต้องแบกรับภาระไว้ไม่ใช่เหรอ

พวกเราผู้มีพลังพิเศษช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน

โทรทัศน์ในโรงอาหารกำลังออกข่าว

“เพื่อนร่วมงานทุกท่านที่อยู่ในแนวหน้าของการผลิต เป็นที่ทราบกันดีว่า พวกเรากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ ‘การก่อสร้างครั้งใหญ่’ และจะต้องอยู่ในช่วงนี้ไปอีกนาน

ในช่วงฟื้นฟูอุตสาหกรรม เพื่อรับประกันคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่จำเป็นของเมืองฐาน หลายสายการผลิตที่มีอุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ ก็ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

พวกเรามีคนงานจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่ทันสมัยได้

ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังพยายามใช้สองมือของพวกเขา สร้างความก้าวหน้าให้เมืองฐาน

ขอให้พวกเรามอบเพลงสรรเสริญให้กับชนชั้นกรรมกรที่ยิ่งใหญ่!”

โจวเฉาตักอาหารมาหนึ่งชุด หาที่นั่งลง

สามเดือนก่อนที่เขาจะข้ามภพครั้งแรก เขาทุกวันอยู่ในสภาพที่สับสน เพราะรับไม่ได้ที่ตัวเองต้องเปลี่ยนจากนักเรียนมัธยมปลายที่ไร้กังวล กลายมาเป็นคนงานเหมืองสุดรันทด

ดังนั้น แม้กระทั่งข่าวโทรทัศน์ในโรงอาหาร เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมในสังคมที่ทันสมัยแบบนี้ เหมืองถ่านหินที่เขาทำอยู่กลับยังต้องพึ่งพาแรงงานคน

ไม่ใช่ว่าไม่มีอุปกรณ์เครื่องจักร แต่มันไม่ครบครัน และเป็นแบบเก่าๆ ทั้งนั้น

“นายไม่เป็นอะไรนะ”

หลินอวิ้นถืออาหารมาชุดหนึ่งแล้วนั่งลงข้างๆ โจวเฉา

โจวเฉายิ้มอย่างเปิดเผย

“ฉันจะเป็นอะไรได้”

“ฉันได้ยินมาว่า วันนี้ตอนนายอยู่ในเหมือง จู่ๆ ก็กอดจูบจอบขุดแร่เฉยเลย พวกเขาบอกว่าตอนนั้นนายเหมือนหมีเท็ดดี้ติดสัดเลยนี่นา ไม่ใช่แบบนั้นเหรอ”

โจวเฉาหน้าแดง

“เอ่อ… บ้าหรอ มันจะจริงได้ยังไง ข่าวลือน่ะ ลือมั่วเลย”

หลินอวิ้นรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย

โจวเฉาดูเหมือนจะไม่เหมือนกับเมื่อไม่กี่วันก่อนเลย

แต่ที่ไม่เหมือนกันตรงไหนนั้น หลินอวิ้นก็บอกไม่ถูก

รู้สึกว่าแววตาของเขาดูเหมือนจะ……ลึกซึ้งขึ้น

โจวเฉามองไปที่หน้าจออิเล็กทรอนิกส์บนผนัง ด้านบนแสดงวันที่ เวลา สภาพอากาศ และข้อมูลอื่นๆ

ยุคใหม่ปีที่ 99 วันที่ 6 มีนาคม

เวลาที่ตัวเขาข้ามภพไปยังแผ่นดินฟ่านกู่น่าจะเป็นวันที่ 1 มีนาคม ห่างกันห้าวัน

และตัวเองที่นั่น ตั้งแต่การจำลองครั้งแรกในโรงเตี๊ยมใจทมิฬ แล้วสังหารออกไป กวาดล้างหมู่บ้านสยงเฟิง เดินทางในภูเขาเฮยสุ่ย เจอกับครอบครัวหลิวฉิน แล้วทำการจำลองครั้งที่สอง

เวลาทั้งหมดก่อนและหลัง ก็ห้าวันเช่นกัน

“เวลาของทั้งสองฝั่ง.. เท่ากันงั้นหรอ”

โจวเฉากินไปพลาง คิดถึงปัญหาการข้ามภพไปพลาง

เขาทบทวนความทรงจำที่นี่

วันที่ 1 มีนาคม หลังจากที่จิตสำนึกหลักของเขาไปที่แผ่นดินฟ่านกู่แล้ว ตัวตนของเขาในโลกแห่งพลังพิเศษไม่ได้สลบไปหรือคลุ้มคลั่ง แต่กลับทำทุกสิ่งตามปกติ

ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมาแม้แต่น้อย

“หรือว่า.. ฉันมีสองจิตสำนึกหรอ ตอนนี้จิตสำนึกของฉันอยู่ที่นี่ แล้วอีกจิตสำนึกก็อยู่ที่อีกฝั่งงั้นหรอ”

แปลกเกินไปแล้ว

โจวเฉาไม่สามารถคิดหาเหตุผลให้กับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้

“เฮ้! ไอ้หนู วันนี้กินเร็วจัง ถ้ากินเหลือก็เอามาให้ฉัน!”

โจวเฉาขมวดคิ้ว สิ่งที่ควรมาก็มาเสียที

เขตเหมืองไม่เพียงแต่ไม่จ่ายค่าจ้าง อาหารก็ยังขาดแคลน

ดังนั้นจึงมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้

คนเก่าแก่แย่งทรัพยากรของคนใหม่

แล้วถ้าไม่ให้ล่ะ

พวกเขามีหลากหลายวิธีที่จะทำให้คุณยอมมอบให้อย่างเต็มใจเลยล่ะ

รอให้คนใหม่ทนจนกลายเป็นคนเก่าแก่ แล้วค่อยไปแย่งคนใหม่กว่าอีกทอดหนึ่ง

วงจรอุบาทว์

พวกผู้นำที่มีพลังพิเศษเหล่านั้นก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย

คนธรรมดาข้างล่างก่อเรื่องจนถึงตาย ก็จบๆ กันไป

หรือว่าจะให้ฉันจัดการแล้วรับโทษจนต้องเข้าคุกล่ะ

แล้ว “การก่อสร้างครั้งใหญ่” ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา จะขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างไร

ไอ้ร่างทมิฬกำยำที่แย่งอาหารของโจวเฉา แย่งของใช้ของเขา แม้กระทั่งยึดครองเตียงของเขา มันชื่อหนิวเมิ่ง

ไม่ได้เขียนผิด เขาชื่อหนิวเมิ่งจริงๆ

ตอนที่โจวเฉาได้ยินชื่อของเขาเป็นครั้งแรกก็อดกลั้นไว้ไม่อยู่

แล้วก็ถูกมันจำ ถูกกลั่นแกล้งมาเป็นเวลาสามเดือน

แต่ตอนนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว คนอื่นปล้นได้ ฉันก็ปล้นได้!

หลังจากที่หนิวเมิ่งพูดจบ เห็นว่าโจวเฉาไม่มีท่าทีอะไร ยังคงกินอย่างช้าๆ เขาก็ยิ้มเยาะออกมาทันที

เขายื่นแขนที่ใหญ่กว่าขาของโจวเฉา เอื้อมจับจานอาหารของโจวเฉามา

“บอกให้เอามา ไม่ได้ยินหรือไง……เอ๊ะ”

ปรากฏว่าโจวเฉาใช้แค่นิ้วเดียวกดอยู่ที่มุมจานอาหารเบาๆ อีกมือหนึ่งถือตะเกียบ ปากก็ยังเคี้ยวอย่างช้าๆ

แต่หนิวเมิ่งกลับดึงจานอาหารของเขามาไม่ได้ มันไม่ขยับเลย

แม้กระทั่งหนิวเมิ่งทำท่าทางเหมือนกำลังชักเย่อแล้ว แต่จานอาหารเล็กๆ ใบนี้ กลับไม่กระดิกกระเดี้ยเลยแม้แต่น้อย

คนอื่นๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่ เมื่อเห็นว่ามีเรื่องสนุกให้ดู พวกเขาต่างก็ยื่นคอมาดู

หลินอวิ้นเห็นท่าไม่ดี เขารีบดึงชายเสื้อของโจวเฉา

“นายให้ไปเถอะ นายกินของฉันก็ได้ ฉันกินน้อย ไม่เป็นไรหรอก”

การเป็นคนงานเหมืองที่นี่จะมีใครที่กินน้อยกัน

หลินอวิ้นแค่กำลังอดทนเพื่อเขาต่างหาก

“วางใจเถอะ” โจวเฉากล่าวพร้อมมองหลินอวิ้นด้วยสายตาที่แน่วแน่

จบบทที่ บทที่ 23 เวลาที่เท่ากัน

คัดลอกลิงก์แล้ว