เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 วันแห่งการสืบพันธุ์

บทที่ 24 วันแห่งการสืบพันธุ์

บทที่ 24 วันแห่งการสืบพันธุ์


บทที่ 24 วันแห่งการสืบพันธุ์

ไม่นาน โจวเฉาก็กินจนเสร็จขณะที่หนิวเมิ่งยังคงชักเย่ออยู่

"นายไม่เหนื่อยเหรอ"

หนิวเมิ่งเหงื่อท่วมตัว ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ

"ไอ้หนู แกเชื่อมจานอาหารไว้กับโต๊ะ อยากจะทำให้ฉันขายหน้างั้นสินะ ดูท่าแกอยากโดนดีสินะ!"

หนิวเมิ่งต่อยเข้ามา โจวเฉาเอนตัวไปด้านหลัง การเคลื่อนไหวดูเหมือนจะช้า แต่กลับแม่นยำอย่างน่าประหลาด

หนิวเมิ่งต่อยวืด ล้มคว่ำลงบนโต๊ะอาหาร หน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำแกง

โจวเฉามีพลังแกนกลางที่น่าทึ่ง ในระดับที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ เอนตัวไปด้านหลังแล้วกดเก้าอี้กลับมานั่ง

เขาวางมือข้างหนึ่งไว้บนหลังของหนิวเมิ่ง

หนิวเมิ่งอยากจะลุกขึ้น แต่พบว่าตัวเองขยับไม่ได้

"โจวเฉา! แกวางอะไรไว้บนตัวฉัน! เอาออกไป!"

คนที่ดูอยู่รู้สึกแปลกๆ โจวเฉาแค่เอามือวางไว้บนตัวหนิวเมิ่งเท่านั้นเอง รูปร่างของทั้งสองคนต่างกันมาก ทำไมหนิวเมิ่งถึงลุกขึ้นไม่ได้กันล่ะ

แม้กระทั่งหนิวเมิ่งยังยกศีรษะขึ้นยังไม่ได้อีกด้วย

ถ้าพลังปราณมีสี ก็จะเห็นว่า ณ ขณะนี้ มีพลังปราณชั้นหนึ่งห่อหุ้มหนิวเมิ่งไว้อย่างแน่นหนา

ถ้าแค่มีมือข้างเดียวที่มีพลัง การกดลงไปแบบนี้ก็จะทำให้ร่างกายของหนิวเมิ่งเกิดเป็นหลุมขึ้นมา

แต่โจวเฉาใช้พลังปราณราวกับสร้างสนามพลังชีวภาพ ทำให้พลังของมือข้างเดียวกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกายของหนิวเมิ่ง

โจวเฉากล่าวอย่างเฉยเมยว่า "ฉันกินไม่อิ่ม"

หนิวเมิ่งยังคงดิ้นรน "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน!!"

"แกไปหาอาหารมาให้ฉันอีกสิบที่"

"ตลกน่า ทำไมฉันต้องฟังแก!"

พลังบนมือของโจวเฉาเริ่มเพิ่มขึ้น

"พูดอีกทีสิ"

หนิวเมิ่งลนลาน หลังของเขาถูกกดไว้ด้วยแรงมหาศาล สิ่งที่ทรมานที่สุดไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นปอดที่ไม่สามารถขยายได้.. เขาหายใจไม่ออก!

"ยะ…หยุด หยุดนะ! หยุดนะ!"

โจวเฉาลดแรงลงเล็กน้อย

"ถ้าแกไม่ไป ทุกคนก็จะกินจนหมด แล้วแบบนี้แกก็จะทำได้แค่ขึ้นไปชั้นสอง ไปแย่งมาจากพวกผู้มีพลังพิเศษแล้วล่ะมั้ง ว่าไงล่ะ"

หนิวเมิ่งยอมแพ้แล้ว

"ก็ได้ ฉันจะไป…"

โจวเฉายิ้มเล็กน้อย ถอนพลังปราณและแรงออก ไขว่ห้าง นั่งรอเขาอยู่ที่ที่นั่ง

หนิวเมิ่งลุกขึ้นมองไปรอบๆ อย่างสงสัย

ก็ไม่มีอะไรนี่นา

เมื่อกี้อะไรกดจนฉันเงยหน้าไม่ขึ้นกัน

"ยังไม่ไปอีกหรอ"

หนิวเมิ่งพาพวกไปสองสามคน ถือจานอาหาร ไปเก็บ "ค่าคุ้มครอง" จากโต๊ะอาหารอื่นๆ

ในเขตพัฒนาเหมืองถ่านหินที่สามแห่งตงไห่ หนิวเมิ่งก็คือหัวหน้าแก๊งค์ในหมู่คนงาน คอยกดขี่เพื่อนร่วมงาน รังแกกลุ่มคนที่อ่อนแอ

ไม่อย่างนั้นเขาจะสามารถเติบโตจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ มีไขมันห่อหุ้มกล้ามเนื้อในสภาพที่ยากลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร

โจวเฉานั่งรออยู่ที่นั่น สายตาที่เพื่อนร่วมงานมองมาที่เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว

ความสงสัยมีเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่มีความคิดเห็นเหมือนกับหลินอวิ้น

"อาเฉา นายใช้พลังพิเศษได้แล้วเหรอ"

หลินอวิ้นเป็นคนที่ไว้ใจได้อย่างแน่นอน

ตอนเด็กๆ ในบ้านเด็กกำพร้าคนใหม่ โตขึ้นมาในโรงเรียน และตอนนี้ในเขตเหมือง ทั้งสองคนไม่ว่าจะทุกข์หรือยากลำบากแค่ไหน ก็ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด

แต่โจวเฉาไม่ได้ตั้งใจจะบอกเรื่องการข้ามภพให้เธอรู้

หลังจากที่หลินอวิ้นรู้แล้ว แน่นอนว่าเธอจะไม่พูดพล่อยๆ ไปทั่ว แต่ถ้าเกิดเจอผู้มีพลังพิเศษที่สามารถสืบค้นความทรงจำอะไรพวกนั้นได้ คนรู้มากขึ้น ก็มีความเสี่ยงที่จะรั่วไหลมากขึ้น

ในโลกแห่งพลังพิเศษ โจวเฉาต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว

แต่การระมัดระวังไม่ได้หมายความว่าจะต้องทนทุกข์ต่อไป หรือว่าจะต้องถูกคนอย่างหนิวเมิ่งรังแก ถูกผู้คุมงานเฆี่ยนตี

ดังนั้น เขาจึงแสดงพลังออกมาเมื่อกี้

แต่พลังต้องการคำอธิบาย

ในเรื่องนี้ โจวเฉาได้คิดหาวิธีรับมือไว้แล้ว

ที่จริงแล้วง่ายมาก

แค่ห่อหุ้มวิทยายุทธ์ให้เป็นพลังพิเศษก็พอ

"คัมภีร์หมื่นภพ" ของตัวเขาเองเป็นความสามารถหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ทางการไม่เคยบันทึกไว้เลย โจวเฉาได้ยืนยันเรื่องนี้แล้วในวันที่ถูกปลุกพลัง

ดังนั้น "คัมภีร์หมื่นภพ" จะพัฒนาอย่างไร สามารถพัฒนาความสามารถอะไรออกมาได้ ก็ไม่ใช่ว่าโจวเฉาในฐานะผู้มีพลังพิเศษคนแรกจะเป็นคนนิยามหรอกเหรอ

ถ้าสามารถใช้พลังพิเศษได้ตามปกติ โจวเฉาก็จะสามารถเปลี่ยนสถานะความเป็นคนธรรมดา ให้กลายเป็นนายผู้มีพลังพิเศษที่อยู่สูงส่งได้

ไม่ต้องขุดเหมืองทนทุกข์ทรมานในสถานที่ที่น่าเบื่อหน่ายนี้อีกต่อไป!

"คืนนี้ที่เดิม ฉันจะบอกเธอ ที่นี่ไม่สะดวก"

ในแววตาของหลินอวิ้นฉายแววดีใจออกมา คิดว่าโจวเฉาอาจจะพัฒนาพลังพิเศษออกมาได้จริงๆ

และในขณะนั้น โทรทัศน์ก็ออกข่าวใหม่

"เดือนหน้าจะมีการจัดงานวันสืบพันธุ์ที่เมืองตงไห่ สถานที่จัดงานได้รับการยืนยันแล้ว ได้แก่ 'โรงไฟฟ้าที่หก' 'เขตพัฒนาเหมืองถ่านหินที่สาม' 'โรงงานเหล็กกล้าที่สอง'……

ขอให้เพื่อนคนงานและเกษตรกรทุกท่านสนุกสนานในวันสืบพันธุ์ สร้างคุณูปการที่โดดเด่นให้กับการสืบทอดรุ่นต่อไปของมนุษยชาติ!"

เมื่อได้ยินข่าวนี้ จานอาหารในมือของหลินอวิ้นก็ร่วงลงบนพื้น

วันสืบพันธุ์ วันที่ทำให้ผู้ชายทุกคนคลั่งไคล้และตื่นเต้น วันที่ทำให้ผู้หญิงบางคนสิ้นหวัง

ในยุคนี้ คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ที่จะมีครอบครัว พวกเขาจะต้องอยู่ในหน้าที่การงานของตัวเองไปตลอดชีวิตจนกระทั่งเหนื่อยตาย

เรื่องการเลี้ยงดูบุตร เหมือนกับที่นาที่เปลี่ยนจากการทำสัญญาแบบครัวเรือน กลายเป็นการผลิตแบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่ คนธรรมดามีหน้าที่แค่คลอด คลอดเสร็จก็ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่พ่อแม่แล้ว บ้านเด็กกำพร้าคนใหม่จะรับผิดชอบเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ให้เติบโต

แต่ผู้มีพลังพิเศษไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ผู้มีพลังพิเศษในเมืองยังคงสามารถมีครอบครัวของตัวเอง บุตรหลานก็เลี้ยงดูด้วยตัวเองได้

คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ที่จะมีครอบครัว แต่ความต้องการทางเพศจำเป็นต้องมีที่ระบาย การเพิ่มขึ้นของประชากรก็จำเป็น ดังนั้นจึงต้องให้พวกเขามีส่วนร่วม

ดังนั้น วันสืบพันธุ์จึงเกิดขึ้น

วันสืบพันธุ์คืออะไร สรุปได้ด้วยคำเดียว——มีเพศสัมพันธ์

คนที่กินข้าวอยู่ในโรงอาหารทั้งโรงต่างก็โห่ร้องขึ้นมา มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เป็นผู้ชายที่ดูดีใจมากกว่า

ผู้หญิงที่ไม่โห่ร้อง อาจจะเป็นเพราะพวกเธอสวยมาก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเธอจะต้องเจอเรื่องร้าย หรือไม่ก็ยอมรับวันสืบพันธุ์ไม่ได้

โจวเฉารู้ว่าหลินอวิ้นเองก็ยอมรับไม่ได้

ร่องรอยความสุขในแววตาของหลินอวิ้นเมื่อกี้หายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ความหม่นเทา

"อาเฉา ฉัน……"

ที่จริงแล้ว พวกเขาได้รับการศึกษามาตั้งแต่เด็ก ว่าคนธรรมดาควรจะเข้าร่วมวันสืบพันธุ์ มันไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร นี่คือการสืบพันธุ์เพื่อมนุษยชาติ

แต่สิ่งนี้มองอย่างไรก็ไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงมีคนที่ยอมรับไม่ได้เสมอ

"อาอวิ้น ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าเธอไม่เต็มใจ จะไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอ"

เมื่อมองไปที่โจวเฉา หลินอวิ้นรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เขาดูมีออร่าที่ไม่เข้ากับอายุของเขา

ถ้าพูดให้ถูก เขาดูมีออร่าของความเป็นพ่อ หรือแม้กระทั่งปู่

ถ้าพูดง่ายๆ เขาก็ดู……แก่ งั้นหรอ แต่จะเรียกอะไรก็ช่าง แค่มันทำให้เธอสบายใจเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ไม่นาน หนิวเมิ่งและลูกน้องของเขาก็นำอาหารมาให้โจวเฉามากมาย

อยู่ในเขตเหมืองแห่งนี้มาสามเดือน ในที่สุดโจวเฉาก็ได้กินข้าวจนอิ่มท้องสักที

"ทะ.. ท่านโจว ท่านกินแล้วพอใจไหมครับ"

หนิวเมิ่งเปลี่ยนคำพูดที่ใช้ไปแล้ว

หนิวเมิ่งตระหนักแล้วว่าโจวเฉาอาจจะพัฒนาพลังพิเศษออกมาได้แล้ว

เมื่อก่อนก็มีคนแบบนี้เหมือนกัน หลังจากถูกปลุกพลังขึ้นมามีพลังพิเศษ ก็ไม่รู้ว่าจะใช้พลังพิเศษอย่างไร ก็เลยได้เป็นคนธรรมดาก่อน

พวกผู้ตรวจสอบบอกว่าถ้ารู้วิธีใช้แล้ว ค่อยกลับไปขอสถานะเป็นผู้มีพลังพิเศษ

แต่ส่วนใหญ่เกือบร้อยทั้งร้อย คนพวกนี้ไม่สามารถพัฒนาสำเร็จได้เลย

แต่หนิวเมิ่งไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าโจวเฉาจะแหกกฎนี้ได้

หลังจากที่โจวเฉากินเสร็จ เขาก็นำถาดอาหารทุ่มใส่หน้าของหนิวเมิ่งทีละใบ แต่ละถาดราวกับแกะสลักใบหน้าของหนิวเมิ่งไว้ ทุ่มหนึ่งครั้งก็คายคำออกมาหนึ่งคำ

"กิน!"

"จน!"

"พอ!"

"ใจ!"

"มาก!"

"ขอบ!"

"ใจ!"

"นะ!"

"หนิว!"

"จื่อ!"

จบบทที่ บทที่ 24 วันแห่งการสืบพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว