- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 22 การกลับมา
บทที่ 22 การกลับมา
บทที่ 22 การกลับมา
บทที่ 22 การกลับมา
[ฆ่า]
[ฆ่า!]
[ฆ่าไม่หยุด!]
[ชีวิตในชาตินี้อยู่มาเกือบเจ็ดสิบปี นานพอสมควรจนท่านคิดว่ามันก็เพียงพอแล้ว]
[ณ ขณะนี้ ท่านต้องการทำเพียงสิ่งเดียว]
[ฝังศพลู่ชิง!]
[ให้ดวงวิญญาณของนางได้จากไปอย่างสงบสุข!]
[กองทัพฉู่ดาหน้าเข้ามาเป็นระลอก ท่านก็ฟันฟันออกไปเป็นระลอก]
[ศพของพวกมันกองทับถมกันเป็นภูเขาศพอยู่ใต้เท้าของท่าน]
[ท่านยืนอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ พวกมันก็โจมตีขึ้นมาจากตีนเขาอย่างต่อเนื่อง]
[พวกมันโจมตีไม่หยุด ท่านก็สังหารไม่หยุด]
[ภูเขาศพแห่งนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ]
[ท่านปล่อยผมเผ้ายุ่งเหยิง]
[อาบไปด้วยเลือด]
[เต็มไปด้วยบาดแผล]
[แต่ร่างกายที่แก่ชราของท่าน ภายใต้การกระตุ้นของเคล็ดวิชามังกรหยาง พลังของท่านก็ยังคงเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง]
[สายตาของท่านกวาดมองไปยังกองทหารที่ดาหน้าออกมาอีกครั้ง]
[มือที่กำทวนยาวของพวกมันสั่นเทา มองหน้ากันไปมา ไม่กล้าขึ้นมาอีก]
[ทหารอาจจะไม่กลัวตาย แต่กลับถูกสายตาของท่านถูกปราณสังหารที่ท่านแผ่ออกมาในขณะนี้ สะกดเอาไว้]
[ท่านก้าวลงมาจากภูเขาศพทีละก้าว กองทัพฉู่ถอยหลังทีละก้าว]
[ท่านมาถึงข้างม้าของท่าน ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยคราบเลือดตรวจสอบดูโครงกระดูกของลู่ชิงว่ายังอยู่]
[บนใบหน้าของท่านปรากฏรอยยิ้มจางๆ]
[“ชิงเอ๋อร์ พ่อจะพาเจ้ากลับบ้าน”]
[ท่านใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายปีนขึ้นไปบนหลังม้า]
[ม้าพาท่านเดินทางเข้าไปในภูเขาเฮยสุ่ย]
[ทหารฉู่จะตามไป เซี่ยงถ่งกลับสั่งห้ามตาม]
[“ท่านแม่ทัพ ทำไมหรือขอรับ”]
[“ตาแก่นั่นตายไปแล้ว”]
[“แต่โครงกระดูกของลู่ชิง……”]
[“แขวนมาสองปีแล้ว เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หนานเจ้าคงไม่มีคนใหญ่คนโตอะไรมาหรอก เหยื่อตัวนี้เสียไปก็ช่างมัน”]
[ณ ที่ใดที่หนึ่งในภูเขาเฮยสุ่ย ท่านใช้ดาบที่บิ่นแล้วขุดหลุมศพออกมาสองหลุม]
[หลุมหนึ่งให้ลู่ชิง อีกหลุมหนึ่งให้ท่าน]
[หลังจากที่ฝังศพลู่ชิงเรียบร้อยแล้ว ท่านก็วางตุ๊กตาไม้เก่าๆ ไว้บนหลุมศพของนาง นั่นคือสิ่งที่ลู่ซูแกะสลักไว้เมื่อหลายปีก่อนให้กับลูกที่ยังไม่เคยเห็นหน้า]
[จากนั้น ตัวท่านเองก็ลงไปนอนในหลุมอีกหลุม]
[ท่านไม่มีเรี่ยวแรงที่จะกลับไปยังหนิงอันหรือเมืองเฉียนอู่แล้ว]
[แม้กระทั่งตั้งแต่ที่ออกมาจากประตูเมือง จนถึงตอนนี้ สติของท่านก็เลือนราง การขุดหลุมศพราวกับเป็นการเคลื่อนไหวอย่างไร้สติ ราวกับท่านกำลังหลับฝัน]
[ในช่วงเวลาที่ท่านกำลังจะหลับตาลง ท่านก็ได้เห็นร่างนั้นอีกครั้ง ร่างที่ทำให้ท่านหงุดหงิดหัวใจ]
[ชุดเกราะสีทอง ทวนฟ้าฟาด]
[เจิ้นหนานอ๋องแห่งซีฉู่ เซี่ยงถ่ง]
[เขายืนอยู่ข้างหลุมศพ ก้มหน้ามองท่านที่อยู่ในหลุม]
[ท่านหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “รบกวน กลบดินให้ที”]
[เซี่ยงถ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “คงไม่จำเป็น เคล็ดวิชามังกรหยางท่ามังกรเหินสำนึกผิด ถึงแม้จะทำให้ท่านมีสภาพร่างกายเหมือนตอนหนุ่มๆ และมีระดับพลังที่แข็งแกร่งขึ้น แต่หลังจากที่พลังหมดลง ท่านก็จะกลายเป็นควันเขียว เป็นวิญญาณที่สูญสลาย”]
[“ทำตามขั้นตอนหน่อยสิ……”]
[“นางเป็นอะไรกับท่าน”]
[“ลูกสาวของข้า”]
[“แล้วท่านเป็นใคร”]
[“ทหารแก่ๆ คนหนึ่ง”]
[เซี่ยงถ่งจ้องมองท่านอยู่นาน จากนั้นก็หันหลังจากไป]
[..ท่านตาย กลายเป็นควันเขียว วิญญาณก็ถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย]
[ชีวิตในชาตินี้ มีบทกวีสรรเสริญว่า:]
[สมรภูมิโลหิตพิสูจน์ใจ สายใยสหายฝากฝังภาระ ไม่ยี่หระฝังร่างไร้ญาติเคียง เพียงเพื่อวิญญาณวีรชนแซ่ซ้องส่งเสียง]
[การจำลองจบสิ้น รายการต่อไปนี้จะถูกสืบทอดทั้งหมด:]
[หนึ่ง ระดับรวบรวมพลังปราณขั้นห้า]
[สอง เคล็ดเสี่ยวชุน ความชำนาญในการใช้อาวุธต่างๆ ความสามารถในการใช้อาวุธระดับปรมาจารย์ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับแนวรบมนุษย์]
[สาม ตั๋วเงิน ตำรับยาเคล็ดเสี่ยวชุน ตำรับยาวิญญาณระดับสูง เคล็ดวิชาวิญญาณเดือดเคล็ดวิชาการต่อสู้ต่างๆ]
[สี่ ยารวบรวมปราณ ยาชำระกาย ยาบำรุงปราณ จำนวนหนึ่ง]
[ห้า อาวุธปราณคุณภาพเบิกเนตร “ทวนแดงชุบไฟ”]
[หก ความทรงจำและประสบการณ์การต่อสู้จากการเดินทางห้าสิบเอ็ดปี]
[เจ็ด ตุ๊กตาไม้หนึ่งตัว]
[หมึกแห้งแล้ว โปรดเติมหมึกให้ทันเวลา]
ยา ตำรับยาเพลงวิญญาณเดือด อาวุธปราณ แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่ง ที่ปรากฏในการสืบทอด ที่จริงก็คือสิ่งที่ลู่ชิงฝากให้หลี่เมิ่งหู่เอามาให้เขา
ถึงแม้ว่าตอนที่โจวเฉาในสถานการณ์จำลองจะตาย และสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้อยู่ข้างกายเขาแต่อยู่ที่เมืองเฉียนอู่
แต่สิ่งของเหล่านี้เป็นของเขา ดังนั้นพวกมันก็จะถูกสืบทอดออกมา
เว้นแต่ว่าจะมีใครใจร้ายในเมืองยึดครองสิ่งของของโจวเฉาไปเสียก่อน
ความทรงจำ ประสบการณ์ ความสามารถจำนวนมหาศาล รวมถึงระดับพลังที่สูงขึ้น สิ่งต่างๆ หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของโจวเฉาอย่างรวดเร็ว
เขาไม่รู้สึกถึงความไม่สบายใดๆ เพียงแต่รู้สึกว่าทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ
เขาจะไม่ถูกอารมณ์ในสถานการณ์จำลองส่งผลกระทบ ราวกับสามารถยอมรับทุกสิ่งอย่างได้ในฐานะผู้สังเกตการณ์
“ชาตินี้ ยาวนานเกินไป แต่กลับหยุดอยู่แค่ปลายฟ้า…… เอ๊ะ ทำไมถึงร้องเพลงขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย”
ชีวิตในการจำลองครั้งนี้ สมบูรณ์กว่าครั้งแรกที่เป็นโจรบนภูเขามาก
อย่างไรก็ตาม เวลาที่ผ่านไปในความเป็นจริงไม่ได้นานนัก ประมาณเท่ากับเวลาที่ท่านอ่านยี่สิบสองบทนี้จบ
“โครม…”
สิ่งของที่สืบทอดมาร่วงหล่นอยู่ข้างกายโจวเฉา
ชีวิตกว่าห้าสิบปี สิ่งของที่เป็นของโจวเฉามีมากมาย
ถ้าคำนวณอย่างละเอียด โรงฝึกวิทยายุทธทั้งสองแห่งนั้นก็เป็นของเขาเช่นกัน
แต่ในความเป็นจริง "คัมภีร์หมื่นภพ" สืบทอดแค่สิ่งที่เรียกว่า “สิ่งของสำคัญ” เท่านั้น
ส่วนอะไรคือสิ่งสำคัญ ก็มีแต่ "คัมภีร์หมื่นภพ" เท่านั้นที่รู้
อย่างไรก็ตาม โจวเฉารู้ว่าตัวเองจะไม่ขาดทุนก็พอแล้ว
เขายกตุ๊กตาไม้ขึ้นมาลูบไล้อย่างเบามือ
“ลู่ชิง ตอนนี้เธอยังไม่เกิดเลยมั้ง ถ้ามีโอกาสในอนาคต ฉันจะไปเยี่ยมเธอนะ……”
เมื่อสัมผัสพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของตัวเอง
โจวเฉาก็ไม่อาจซ่อนความดีใจเอาไว้ได้
“ในเวลาแค่ไม่กี่วัน ฉันก็พัฒนาจากบันฑิตที่ไม่มีเรี่ยวแรง กลายเป็นถึงนักรบระดับรวบรวมพลังปราณได้ แบบนี้ในโลกใบนี้คงไม่มีใครอัจฉริยะไปกว่าฉันอีกแล้ว”
ในสถานการณ์จำลองจะบอกว่าฉันไร้ประโยชน์ฉันจะไม่ถือสาเลย แต่ในความเป็นจริงจะเรียกฉันว่าอะไร ก็ต้องคิดให้ดีๆ หน่อยล่ะนะ!
สิ่งของมีมากมาย โจวเฉาถือด้วยสองมือไม่ไหว จึงต้องฉีกเสื้อผ้าออกมาชิ้นหนึ่ง แล้วห่อพวกมันเอาไว้
จากนั้นเมื่อมองดูพู่กันในมือ ขนพู่กันกลับกลายเป็นสีขาวอีกครั้งแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้โจวเฉานั้นกลุ้มใจพอสมควร
“สมแล้ว การจำลองก็ต้องสิ้นเปลืองหมึกเป็นธรรมดา.. แต่แล้วแบบนี้ ถ้าไม่มีหมึกจะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย”
จนถึงตอนนี้ โจวเฉาเคยเห็นตลับหมึกเพียงแค่ครั้งเดียว คือที่อยู่บนหัวของหลินอวิ้นในโลกเดิมของเขาเท่านั้น
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเมืองเฮยซานแล้ว ที่นั่นมีคนเยอะ ลองดูสิว่าจะมีใครที่มีหมึกปรากฏอยู่บนหัวอีกไหม
โจวเฉาทบทวนความทรงจำอีกครั้ง
“ว่าแต่ ตอนนี้ถ้าฉันเรียกเสี่ยวหงมา นี่ฉันจะได้…”
นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เป็นการพิสูจน์ว่าการจำลองนั้นแม่นยำหรือไม่
และแน่นอน ไม่มีอะไรผิด
โจวเฉาซ่อนสิ่งของไว้ แล้วไปหาหลิวฉินกับพวกของเธอ เรียกเสี่ยวหงออกมาข้างนอกคนเดียว
“ท่านจอมยุทธ์ ยังมีอะไรอีกหรือ”
โจวเฉากระแอมไอ ยืนกอดอกทำท่าทางมั่นคง
“ข้า ข้าคิดได้แล้ว……”
เสี่ยวหงเข้าใจในทันที เธอโอบกอดโจวเฉาจากด้านหลังเบาๆ
โจวเฉาไม่สามารถระงับสัตว์ร้ายในใจได้อีกต่อไป เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว จับจอบขุดแร่กระแทกลงบนพื้น จูบและกัดกินหัวจอบอันสกปรกเลอะเทอะอย่างดูดดื่ม
โจวเฉาที่กินดินเข้าไปเต็มปากสะดุ้งได้สติขึ้นมาทันที
“อะไรกัน……”
โจวเฉามองไปรอบๆ พบว่าที่นี่คือเหมืองที่มีแสงอันสลัว
เพื่อนร่วมงานที่สวมหมวกไฟฉายในขณะนี้ต่างก็หยุดทำงาน แล้วมองมาที่เขาที่จู่ๆ ก็คลั่งขึ้นมาด้วยสายตาที่ตกตะลึง
โจวเฉาเช็ดดินที่ติดอยู่บนปากออก ยืนขึ้นอย่างช้าๆ ในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
“ฉัน… ฉัน กลับมาแล้วหรอ..”