- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 20 เรื่องราวของแม่ทัพลู่ชิง
บทที่ 20 เรื่องราวของแม่ทัพลู่ชิง
บทที่ 20 เรื่องราวของแม่ทัพลู่ชิง
บทที่ 20 เรื่องราวของแม่ทัพลู่ชิง
[ท่านเป็นคนดังของเมือง หรือกระทั่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่คล้ายกับผู้เฒ่าผู้แก่ของตระกูล ทุกคนเคารพท่าน]
[ท่านต้องการเข้าไปในบ้านหลี่ เพื่อสอบถามข่าวคราวของลู่ชิงจากลูกชายของหลี่เอ้อร์โก่ว ผู้คนที่มามุงดูต่างก็หลีกทางให้ท่าน]
[ลูกชายของหลี่เอ้อร์โก่วชื่อ หลี่เหมิ่งหู่ เขาสวมชุดเกราะที่ขาดวิ่น ถือกล่องใส่กระดูก วางไว้ตรงหน้าศาลบรรพบุรุษของตระกูลหลี่ แล้วคุกเข่าลง]
"ท่านพ่อ ข้าพาท่านกลับมาแล้ว..."
[หลี่เหมิ่งหู่ดูเหมือนจะอายุไม่ถึงยี่สิบ แต่ร่างกายกำยำล่ำสัน เห็นได้ชัดว่าเป็นนักสู้ แต่ขอบเขตพลังน่าจะไม่สูง เพราะอายุยังน้อย ยกเว้นว่าเขาจะมีกระดูกและเส้นเอ็นที่ดีมาก]
[หลี่เอ้อร์โก่วไปเป็นทหารหลายปีไม่เคยกลับมาเลย เขาไปมีลูกอยู่ข้างนอก จนลูกลูกชายโตขนาดนี้ แล้วนำกระดูกของตนกลับมาบ้านเกิด]
[ท่านมองดูแล้วรู้สึกเหมือนคนละโลก]
"เสี่ยวหู่ ข้าอยากถามเจ้าเรื่องคนๆ หนึ่ง"
[หลี่เหมิ่งหู่รู้ว่าท่านเป็นอาจารย์ของพ่อเขา เขาจึงประคองท่านให้นั่งลงในห้องรับแขกของบ้านหลี่ด้วยความเคารพ]
"ท่านปู่ ท่านอยากจะถามถึงท่านแม่ทัพลู่ใช่ไหมขอรับ"
"ใช่ๆๆ ถูกต้องๆ ท่านแม่ทัพลู่... ฮ่าๆ ชื่อนี้ก็ไม่เลวนี่นา ตอนนั้นไม่ให้นางไปเป็นทหาร ดูเหมือนข้าจะคิดผิดจริงๆ"
"ท่านแม่ทัพลู่... ตายแล้ว นี่คือสิ่งที่นางฝากให้ข้าเอามาให้ท่าน"
[รอยยิ้มของท่านแข็งค้างบนใบหน้า]
[คำนวณดูแล้ว ลู่ชิงปีนี้อายุน่าจะยังไม่ถึงห้าสิบ]
[ด้วยกระดูกและเส้นเอ็นของนาง และการที่นางได้เป็นแม่ทัพ ขอบเขตพลังวรยุทธ์ของนางจะต้องสูงมาก แม้จะอายุห้าสิบปีแล้ว ก็ไม่น่าจะแก่ตายได้]
"นางตายได้อย่างไร.."
"ก่อนออกรบ ท่านแม่ทัพลู่กำชับนักหนา หากนางเสียสละชีวิต ขอให้ข้าพาสิ่งเหล่านี้กลับมามอบให้แก่ท่าน
นางบอกว่าทรัพยากรเหล่านี้จะช่วยท่านในการฝึกฝน มีเคล็ดวิชา โอสถวิเศษ อาวุธปราณ และยังมีเงินทองมากมายที่ฝ่าบาทประทานให้
นางบอกว่านางไม่ได้ปรนนิบัติท่านมาหลายปี รู้สึกเสียใจมาก..."
"ข้าถามว่านางตายได้อย่างไร!! ข้าจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร!!"
[ท่านโกรธจนแทบคลั่ง ความดันโลหิตพุ่งสูง ดวงตาพร่ามัว]
[ท่านลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองกำลังอยู่ในการจำลองสถานการณ์]
นอก "คัมภีร์หมื่นภพ" โจวเฉาในโลกแห่งความเป็นจริงก็ถอนหายใจออกมา
เขาถอนหายใจให้กับชะตากรรมของลู่ชิง
และถอนหายใจให้กับตัวเองในการจำลองสถานการณ์
"ใช้ชีวิตอยู่ในโลกจำลองมาหลายสิบปีมันก็ทำให้สับสนจริงๆ สินะ แก่กว่านี้ก็คงจะลืมเรื่องนี้ไปเลยแน่ๆ"
ก่อนที่ลู่ชิงจะจากไป นางเคยบอกว่าการออกไปเป็นทหารก็เป็นการฝึกฝน
บางทีอาจจะได้พบเจอโชคชะตาอะไรบางอย่าง ตอนนั้นก็จะช่วยเขาในการฝึกฝนได้
ตอนนี้ นางนำทรัพยากรในการฝึกฝนกลับมาให้เขามากมายจริงๆ
แต่ตัวนาง.. กลับไม่ได้กลับมา
[ลู่ชิงเข้าร่วมกองทัพอย่างเป็นทางการเมื่ออายุยี่สิบห้าปี หลังจากออกรบในสนามรบมาเป็นเวลายี่สิบปี เมื่ออายุสี่สิบห้าปี ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งหนานเจ้า ควบคุมกองทัพทั่วประเทศ ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของขุนนาง]
[อย่างไรก็ตาม แตกต่างจากขุนนางที่มีสถานะเช่นนี้โดยทั่วไป ที่จะถูกทุกฝ่ายระแวดระวัง หรือกระทั่งถูกกษัตริย์สงสัย]
[แคว้นหนานเจ้าที่เหลือดินแดนเพียงหนึ่งในสาม ไม่มีใครสงสัยในความจงรักภักดีของลู่ชิงเลย]
[ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่านางจะเป็นความหวังในการฟื้นฟูหนานเจ้า]
[หลี่เหมิ่งหู่ไม่รู้ว่าลู่ชิงทำได้อย่างไร ท่านก็ไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไร]
[แต่นี่คือความจริง]
[ลู่ชิงนำทัพใหญ่ของหนานเจ้า ทำสงครามต่อเนื่องกับซีฉู่ที่กลืนกินดินแดนไปสองในสามของหนานเจ้า]
[ซึ่งผลโดยรวมแล้วชนะมากกว่าแพ้]
[ยึดดินแดนที่เสียไปกลับคืนมาได้ครึ่งหนึ่ง]
[ทั่วทั้งประเทศขวัญกำลังใจสูงขึ้น]
[เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แนวรบด้านหนึ่งผลักดันไปถึงเมืองเฮยซาน]
[ลู่ชิงแพ้]
[นางไม่ใช่ไม่เคยแพ้ แต่ครั้งนี้นางต้องเผชิญหน้ากับจิ้นหนานอ๋องแห่งซีฉู่ ผู้มีพรสวรรค์ด้านกำลังรบ การทหาร กลยุทธ์ ที่หาได้ยากในรอบหลายร้อยปี]
[กองทัพแตกพ่าย ลู่ชิงถูกล้อม หลังจากสู้รบอย่างดุเดือดเป็นเวลาสามวัน นางก็ล้มลงภายใต้ทวนกวนอูของจิ้นหนานอ๋องแห่งซีฉู่]
[เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ดวงตาของท่านก็เปียกชื้น]
[ชาวเมืองที่มามุงดูต่างก็ร่ำไห้]
[ท่านแม่ทัพลู่ล้มลง นั่นหมายความว่าหนานเจ้าก็อาจจะถูกทำลายล้างได้ทุกเมื่อ ดินแดนสวรรค์แห่งนี้ของพวกเขา ก็จะถูกย่ำยีด้วยกีบเท้าเหล็กของซีฉู่]
[โลกนี้ไม่มีดินแดนสวรรค์ตั้งแต่แรก มีเพียงแต่ใครบางคนที่อยู่ข้างนอกดินแดนสวรรค์ คอยปกป้องคนภายในจากพายุฝน]
[ทันใดนั้น ท่านก็ชะงักไป และเอ่ยถามคำถามที่ทำให้หัวใจสั่นคลอน]
"ศพของนางอยู่ที่ไหน"
"นาง นาง..."
"กระดูกของพ่อเจ้า เจ้าพากลับมาแล้ว ศพของลู่ชิงล่ะ นางไม่อยากกลับบ้านเกิดเหรอ หรือว่าจะส่งไปที่หนิงอัน"
"ไม่ ไม่ได้ไปอำเภอหนิงอัน..."
"แพ้สงครามก็ช่างมันเถอะ! พวกเจ้าแม้แต่ศพของแม่ทัพยังเอากลับมาไม่ได้เหรอ?!"
"เอ่อ.. ศพของนางถูกแขวนไว้บนกำแพงเมืองเฮยซาน กองทัพฉู่ใช้สิ่งนี้ข่มขู่พวกเรา ใครกล้าไปเอากลับมาก็คงต้องตาย..."
[เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวเมืองโดยรอบก็โกรธจัด]
[พวกเขาก่นด่าความโหดร้ายและความป่าเถื่อนของซีฉู่]
[นั่นคือแม่ทัพใหญ่ของประเทศ จะมาดูถูกกันแบบนี้ได้อย่างไร]
[คุณย่าหง แม่สื่อชื่อดังร้องไห้โฮอยู่บนพื้น นางอายุมากแล้วแต่ก็ยังขี้แยอยู่ดี]
[คุณย่าหงร้องไห้พลางพูด]
"ท่านแม่ทัพลู่เป็นเด็กดีจริงๆ ตอนที่นางจะจากไป นางยังให้ข้าหาคู่ครองให้พ่อของนาง นางบอกว่านางรู้ว่าพ่อของนางไม่หาคู่ครอง เพราะกลัวว่าแม่เลี้ยงจะไม่ดีต่อนาง! เป็นเด็กสาวที่เอาใจใส่และเข้าใจผู้อื่นขนาดนี้ แถมยังเป็นแม่ทัพใหญ่อีกด้วย จะมาดูถูกกันแบบนี้ได้อย่างไร!"
[ที่แท้การที่คุณย่าหงนำภรรยามาให้ท่านเมื่อหลายปีก่อน ก็เป็นผลงานของลู่ชิง]
[ท่านนิ่งไป..]
[กลับมาถึงบ้าน ยืนอยู่หน้าชั้นวางอาวุธของท่าน ท่านหยิบพวกมันมาสวมใส่ทีละชิ้น]
[มือซ้ายถือกระบี่สำริด มือขวาคาดดาบวงเดือน ไหล่ซ้ายพาดธนูยาว ต้นขาขวาเสียบหน้าไม้สั้น หอกพู่แดงและทวนกวนอูไขว้หลัง มือทั้งสองสวมสนับมือโลหะ แขนซ้ายพันแส้เก้าท่อน แขนขวาพันตะขอเกี่ยว มือขวาถือดาบง้าวมังกรเขียว]
[ท่านควบม้าออกไป ในดวงตามีเพียงทิศทางเดียว]
"ท่านพ่อ! พวกเราก็จะไปด้วย!"
[ลูกๆ ของท่านเองก็อยากจะไปเอาศพของพี่สาวคนโตของพวกเขากลับคืนมา]
"ท่านอาจารย์! พวกเราก็จะไปด้วย! ไปแก้แค้นให้ท่านพี่ใหญ่!"
[และยังมีลูกศิษย์ที่ท่านเคยสอน]
"ท่านอาจารย์เย่ พวกเราไปด้วยกัน! แม้ว่าท่านแม่ทัพลู่จะไม่ใช่คนเมืองเฉียนหวู่ แต่พวกเราก็ถือว่านางเป็นคนของเราไปนานแล้ว!"
[และยังมีชาวเมือง]
[พวกเขารู้ว่าท่านจะไปไหน รู้ว่าท่านจะไปทำอะไร และรู้ดีว่าการไปครั้งนี้ของท่าน จะไม่มีวันหวนกลับ]
[ใบหน้าของท่านยังคงสงบ เพียงแต่ความแน่วแน่และเจตนาฆ่าฟันในดวงตาของท่านกำลังเต้นระริก]
"ข้าไปคนเดียวก็พอ นางเป็นลูกสาวของข้า"
[ท่านควบม้าจากไป ท่านควบม้าอย่างรวดเร็ว ไม่ให้พวกเขามีโอกาสตามทัน]
[ปีที่ห้าสิบเอ็ด]
[ในที่สุดท่านก็มาถึงเมืองเฮยซาน]
[ท่านตระหนักว่าตัวเองแก่แล้วจริงๆ ระหว่างทางเปลี่ยนม้าไปถึงห้าตัว แต่ก็ยังใช้เวลาเกือบปี กว่าจะมาถึงที่นี่]
[กำแพงเมืองเฮยซานที่ทอดยาว ไม่ต่างจากเมื่อห้าสิบปีก่อนตอนที่ท่านและหลิวฉินมาที่นี่]
[กาลเวลาห้าสิบปี ทิ้งร่องรอยมากมายไว้บนใบหน้าของท่าน แต่สำหรับกำแพงเมืองสูงตระหง่านแล้ว มันยังคงเหมือนเดิมกับเมื่อห้าสิบปีก่อน]
[อย่างไรก็ตาม สงครามทำให้พื้นผิวของมันมีร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากดาบและกระบี่เพิ่มขึ้นมาบ้าง]
[..และแล้ว ท่านก็เห็นร่างที่สวมชุดเกราะถูกแขวนอยู่บนหอคอยประตูเมืองจากระยะไกล..]