เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 แก่แล้ว

บทที่ 19 แก่แล้ว

บทที่ 19 แก่แล้ว


บทที่ 19 แก่แล้ว

[ในวันที่ลู่ชิงจากไป ท่านยืนอยู่บนถนนโคลนหน้าหมู่บ้าน มองตามแผ่นหลังของนางไปนานแสนนาน]

[นางคิดว่าเป็นการจากลาโดยไม่บอกกล่าว แต่ความจริงแล้วท่านรู้ทุกอย่าง]

[สองสามวันต่อมา แม่สื่อคนหนึ่งมาหาท่าน นำพาหญิงสาวที่งดงามที่สุดสิบกว่าคนในรัศมีร้อยลี้มาให้]

[แม่สื่อผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดัง แม้อายุยังน้อย แต่ผู้คนเรียกขานนางว่า คุณย่าหง]

["คุณย่าหง ท่านมาทำอะไรหรือ"]

["โอ๊ย ท่านอาจารย์เย่ ท่านดูสิ ท่านสอนเด็กๆ ในแถบนี้มากมายให้เรียนวรยุทธ์ แถมยังไม่เก็บค่าเล่าเรียนอีก สร้างคุณูปการให้แก่ท้องถิ่น พวกเราชาวบ้านต้องรู้จักสำนึกบุญคุณสิเจ้าคะ

ท่านครองตัวเป็นโสดมาหลายปี นานๆ ครั้งก็ค่อยออกไปเที่ยวตลาดสักทีใช่ไหมเจ้าคะ

ตอนนี้ชิงเอ๋อร์ไปเป็นทหารแล้ว ในบ้านก็มีแค่ท่านคนเดียว จะไม่มีคนคุยด้วยแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ

ถ้าไม่หาคู่ครองตอนนี้ จะรอถึงเมื่อไหร่กันเจ้าคะ"]

[ท่านคิดว่านางพูดก็มีเหตุผล]

[ในฐานะที่เป็นไอ้แก่หัวงูคนหนึ่ง การที่ท่านไม่แต่งงานมาหลายปี ไม่ใช่เพราะสำรวมตน แต่เป็นเพราะกังวลว่าจะมี "แม่เลี้ยง" ซึ่งอาจไม่ดีต่อลู่ชิง]

[บางครั้งเรื่องใกล้ตัวกลับมองข้าม คนนอกรังแกลู่ชิงท่านรู้ได้ทันที แต่ถ้าคนข้างหมอนกลั่นแกล้ง นางอาจจะปิดบังท่านได้]

[ท่านไม่ต้องการให้ลู่ชิงผู้เคราะห์ร้ายได้รับความเจ็บปวดใดๆ อีกเลยในระหว่างการเติบโต ท่านจึงเลือกที่จะไม่มีคู่ครองระหว่างการเลี้ยงนาง]

[หญิงสาวที่ "คุณย่าหง" พามานั้น งดงามจริงๆ แม้จะเป็นเด็กสาวจากหมู่บ้าน ผิวพรรณอาจจะหยาบกร้านไปบ้าง แต่หน้าตาและรูปร่างนั้นไม่ต้องพูดถึง]

[ที่สำคัญคือ พวกนางเป็นผู้ติดตามตัวยงของท่าน เรียกท่านว่า "ท่านอาจารย์เย่" คำๆ นี้ทำให้หัวใจที่เงียบเหงาของท่านกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง]

["ท่านอาจารย์เย่ ท่านดูสิเจ้าคะ จะเลือกใครเป็นภรรยาดี"]

["ข้า.. ข้าขอทั้งหมด"]

[ปีที่สามสิบ สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว]

[ภรรยาทั้งสิบกว่าคนของท่าน แต่ละคนต่างให้กำเนิดบุตรและธิดาให้แก่ท่าน ตระกูลเย่ของท่านในตอนนี้มีสมาชิกมากมาย เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในรัศมีร้อยลี้]

[โรงฝึกของท่านยังคงเปิดอยู่ แต่แบ่งออกเป็นสองส่วน]

[ส่วนหนึ่งเปิดอยู่ที่หมู่บ้านเฉียนหวู่ รับเด็กๆ ที่เป็นลูกชาวนาเหล่านั้น โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียนเช่นเดิม]

[ท่านประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจุบันหมู่บ้านเฉียนหวู่ก็เป็นตลาดเล็กๆ แห่งหนึ่งแล้ว ทุกเช้าตลาดจะคึกคักเป็นพิเศษ มีคนจากหมู่บ้านและเมืองเล็กๆ โดยรอบมาจับจ่ายซื้อของ]

[อีกส่วนหนึ่งเปิดอยู่ที่ตลาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะต้องเสียค่าเล่าเรียน แถมราคาก็ไม่ถูกด้วย]

[เนื่องจากท่านมีความสามารถในการสอนทักษะการใช้อาวุธอย่างมาก แม้จะแพงไปหน่อย แต่เมื่อชื่อเสียงเลื่องลือออกไป ก็ยังมีผู้คนมากมายเดินทางมาเพื่อเรียนรู้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีรายได้]

[ไม่มีรายได้ก็ไม่ได้นี่นา]

[มีภรรยาเยอะเกินไป ลูกๆ ก็เยอะเกินไป เงินตำลึงที่นำติดตัวมาจากชาติที่แล้ว ไม่พอให้คนมากมายนั่งกินนอนกินไปวันๆ หรอก]

[อีกอย่าง เราก็ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต จะกินแต่อาหารหยาบๆ ได้อย่างไร]

[โชคดีที่การเปิดโรงฝึกมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของครอบครัวใหญ่ของท่าน]

[ปีที่สามสิบห้า ขอบเขตพลังของท่านทะลวงไปถึงระดับรวบรวมพลังปราณขั้นสาม]

[ด้วยกระดูกและเส้นเอ็นของท่าน บวกกับมีภรรยามากมายขนาดนี้ การที่สามารถบรรลุระดับไปถึงขั้นสามได้ก็ถือว่าบรรพบุรุษคุ้มครองแล้ว]

[ลู่ชิงจากไปเป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว]

[ไม่มีข่าวคราวเลย]

[ท่านมักจะยืนอยู่บนถนนโคลนหน้าหมู่บ้าน มองไปยังทิศทางที่นางจากไป]

[ในความฝัน ท่านเห็นนางยังคงมีรูปลักษณ์เมื่ออายุสิบแปดปี กระโดดโลดเต้นกลับมา จับแขนท่านเขย่าไปมา ขอให้ท่านบอกว่าทำไมเมฆถึงลอยอยู่บนท้องฟ้า.. ฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้อย่างไร…]

[ผู้ใหญ่บ้านจากไปหลายปีแล้ว]

[หลานชายของเขา หลี่เอ้อร์โก่วก็ไปเป็นทหารแล้ว]

[ปีที่สี่สิบ ก่อนหน้านี้ท่านไม่ได้รับข่าวคราวของลู่ชิงเลย]

[แต่เริ่มจากปีนี้ ท่านเริ่มได้ยินข่าวของนางบ้างแล้ว]

[จักรพรรดิซุ่นเทียนแห่งแคว้นหนานเจ้า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ ต้องการที่จะกลืนกินแคว้นซีฉู่ เปิดฉากกระบวนการรวมชาติ]

[ใครจะคาดคิดว่า พระองค์จะสิ้นพระชนม์ก่อนที่จะบรรลุเป้าหมาย]

[ในขณะเดียวกัน ซีฉู่ก็ปรากฏแม่ทัพผู้มีวรยุทธ์สูงส่งและมีกลยุทธ์มากมาย นามว่า จิ้นหนานอ๋อง พระองค์ทรงนำทัพตอบโต้ ยึดดินแดนที่จักรพรรดิซุ่นเทียนเคยยึดครองกลับคืนมาได้ทั้งหมด]

[ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงหลายปีมานี้ จิ้นหนานอ๋องทรงนำทัพบุกไปทางตะวันออก ล้อมเมืองหลวงของหนานเจ้าถึงสามครั้ง แม้จะไม่สำเร็จสักครั้ง แต่ชนชั้นปกครองทั้งหมดของแคว้นหนานเจ้าต่างก็ต้องหวาดหวั่น]

[ดินแดนของหนานเจ้าในปัจจุบัน เหลือเพียงหนึ่งในสามของช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดเท่านั้น]

[เหล่าขุนนางต่างก็ถกเถียงกันทุกวันว่าจะย้ายเมืองหลวงลงใต้ ข้ามแม่น้ำเทียนสุ่ย อาศัยแม่น้ำเป็นปราการป้องกันดีหรือไม่ ถกเถียงจนเสียงดังอื้ออึง]

[ในขณะที่หนานเจ้ากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ล่มสลายนี้เอง แม่ทัพหญิงท่านหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างโดดเด่น นางบุกโจมตีและยึดเมืองคืนมาได้มากมาย]

[นางคือ ลู่ชิง]

[นางได้เป็นแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพหญิงผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับบรรดาศักดิ์จงอี้โหว นำทัพออกรบดั่งฟางเส้นสุดท้ายของราชวงศ์หนานเจ้าที่กำลังสั่นคลอน]

[ปัจจุบัน นางก็ไม่ได้เยาว์วัยอีกต่อไป]

[สิ่งที่สูญเสียไปคือความเยาว์วัย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความแข็งแกร่งและวรยุทธ์]

[ในเวลานั้น จักรพรรดิจ้งเจิ้นแห่งหนานเจ้า ทรงพระราชนิพนธ์บทกวีสรรเสริญนางว่า:]

[ใต้แขนเสื้อปักลายนกยวนยาง ผู้กรุยทางถือตราราชวงศ์ เพียงมั่นคงแน่วแน่แม้มิใช่ชายชาตรี]

[ในช่วงหลายปีมานี้ ทั้งแผ่นดินได้เกิดเรื่องราวมากมาย การสู้รบและการแก่งแย่งชิงดีระหว่างสี่ราชวงศ์ใหญ่ มันเพียงพอที่จะเขียนเป็นหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาๆ ได้]

[แต่สถานที่ที่ท่านอยู่นั้นกลับไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามเลย ซึ่งถือว่าโชคดีมาก]

"ได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ชิงเอ๋อร์.. สมกับเป็นลูกของลู่ซูจริงๆ…"

[ท่านรู้ดีว่า นอกจากท่านจะเป็นผู้นำนางเข้าสู่ยุทธ์ภพ สอนนางอ่านเขียน บอกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่คนในโลกนี้อาจไม่รู้ แต่ในเรื่องของการเป็นแม่ทัพ ท่านไม่ได้สอนอะไรนางเลย]

[ในช่วงยี่สิบปีที่ลู่ชิงระหกระเหินอยู่ข้างนอก นางจะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากมากมาย นางจะต้องพบเจอกัลยาณมิตรมากมาย จึงจะเติบโตจนเป็นจงอี้โหวในปัจจุบัน เป็นความหวังของทั้งแคว้นหนานเจ้าได้เช่นนี้]

[ปีที่สี่สิบห้า ท่านอายุหกสิบสามปีแล้ว]

[ภรรยาของท่านก็ไม่ได้เยาว์วัยอีกต่อไป เอาแต่ใช้เงินที่ท่านหามาเล่นไพ่นกกระจอกทั้งวัน เห็นแล้วท่านก็เบื่อ]

[แต่ท่านก็ไม่มีแรงที่จะแต่งงานกับสาวๆ ที่อายุน้อยกว่าและสวยกว่าแล้ว]

[ท่านเพิ่งจะไปถึงระดับรวบรวมพลังปราณขั้นห้าอย่างทุลักทุเล]

[ในฐานะนักสู้ระดับรวบรวมพลังปราณ การมีอายุหกสิบสามปีสำหรับท่าน มันยังไม่ถึงกับแก่ชรา]

[แต่ร่างกายแก่แล้วก็คือแก่เลย กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเจ็บปวดเหมือนมีดกรีดทุกครั้งที่หมุนเวียนพลังปราณ]

[นักสู้ทั่วไปเมื่อถึงเวลานี้ การจะบรรลุระดับนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก]

[แต่ท่านก็ยังสามารถค่อยๆ บรรลุระดับไปข้างหน้าได้อย่างช้าๆ]

[เพราะท่านสามารถหมุนเวียน "เคล็ดวิชามังกรหยาง" เปลี่ยนพลังปราณให้เป็นพลังชีวิต เพื่อให้มีร่างกายที่เยาว์วัยได้ชั่วขณะ]

[ด้วยวิธีนี้ท่านก็สามารถฝึกฝนพลังปราณได้]

[ดูเหมือนว่าจะเป็นการเจอช่องโหว่บางอย่างอย่างสมเหตุสมผล เพียงแต่ทุกครั้งที่พลังปราณหมด ท่านต้องรอให้พลังปราณฟื้นฟูก่อนจึงจะสามารถฝึกฝนต่อไปได้]

[ปีที่ห้าสิบ]

[หลังจากส่งภรรยาไปอีกคน ท่านนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกและครุ่นคิด]

"แก่แล้วมันน่าเบื่อเป็นบ้า โลกนี้ก็ไม่มีโทรศัพท์ให้เล่น รีบให้ข้าตายไปซะไม่ดีกว่าหรือ"

[ปัจจุบันหมู่บ้านเฉียนหวู่ได้กลายเป็นเมืองเล็กๆ แล้ว ชื่อว่า เมืองเฉียนหวู่]

[วันนี้ ในเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้นมา ชาวเมืองต่างก็มุ่งหน้าไปรวมตัวกันที่บ้านหลี่]

[หลี่อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นเจ้าเมือง]

[ท่านก็ว่างจนเซ็ง ก็เลยไปดูเขาทำอะไรกัน]

[พอสอบถามดูถึงรู้ว่าเป็นลูกชายของหลี่เอ้อร์โก่วที่กลับมา]

[หัวใจที่เหี่ยวเฉาของท่านก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง]

[หลี่เอ้อร์โก่วก็ไปเป็นทหารเหมือนกัน เขาจะเคยเจอลู่ชิงบ้างไหม นางเป็นแม่ทัพใหญ่นะ ทหารไม่มีใครไม่รู้จักหรอกมั้ง]

จบบทที่ บทที่ 19 แก่แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว