- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 9 การมอบกายถวายชีวิต
บทที่ 9 การมอบกายถวายชีวิต
บทที่ 9 การมอบกายถวายชีวิต
บทที่ 9 การมอบกายถวายชีวิต
ความคิดที่จะขโมยม้าแวบเข้ามา
แต่เพราะโจวเฉาไม่รู้ว่าระดับการบ่มเพาะของคนที่แต่งตัวเป็นทหารรับจ้างเหล่านั้นเป็นอย่างไร
หากเตะถูกแผ่นเหล็กเข้า ก็ยากที่จะลงเอยด้วยดี
นี่ไม่ใช่การจำลองสถานการณ์ใน "คัมภีร์หมื่นภพ" เขาไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้เขาจึงเลือกที่จะไม่ทำอะไร
แต่หลังจากเดินไปได้สักพัก โจวเฉาก็เจอกับกองคาราวานเมื่อกี้อีกครั้ง
พวกเขาถูกโจรปล้น
ถึงแม้ว่าหมู่บ้านหงเฟิงจะหายไปแล้ว
แต่ในหมู่เขาเฮยสุ่ยไม่ได้มีแค่หมู่บ้านโจรเพียงแห่งเดียว
นี่เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง
โจวเฉาหลบอยู่ด้านหลัง เงี่ยหูฟัง
ปรากฏว่าทหารรับจ้างที่คุ้มกันกองคาราวานนี้สมรู้ร่วมคิดกับโจร
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมโจรถึงทำสำเร็จได้ง่ายดายขนาดนี้
หัวหน้าทีมทหารรับจ้างถามว่า "ทำไมถึงไม่ใช่พี่น้องจากหมู่บ้านหงเฟิง แต่เป็นพวกเจ้าจากหมู่บ้านสามสุ่ยแทนล่ะ"
โจรคนหนึ่งพูดด้วยรอยยิ้ม "หมู่บ้านหงเฟิงถูกกวาดล้างไปแล้ว ตอนนี้ทั้งภูเขาเฮยสุ่ย พวกเราหมู่บ้านสามสุ่ยเป็นคนคุม! อย่างไรท่านก็หวังทรัพย์สิน ร่วมมือกับใครมันก็ไม่ต่างกันหรอกใช่ไหม"
"เอาเถอะ เงินทองข้าเจ็ดเจ้าสาม คนทั้งหมดเป็นของเจ้า จำไว้นะ ต้องจัดการให้สะอาด ปล่อยคนรอดชีวิตไป ธุรกิจของพวกเราในอนาคตจะลำบาก"
ทั้งสองฝ่ายแบ่งทรัพย์สินกันเสร็จสิ้น
พวกทหารรับจ้างนำเงินทองและรถไป
พวกโจรไว้ชีวิตผู้หญิงสาวสวยไว้หลายคน คนอื่นๆ ถูกสังหารทั้งหมด
โจวเฉาหลบอยู่ด้านข้างไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
นี่ไม่ใช่เรื่องของเขา
เพียงแต่ว่า.. เขาคิดถึงเรื่องที่หยางเอ้อร์และพวกก็เคยปล้นคนมาได้อย่างไร้รอยขีดข่วน และพาผู้หญิงหลายคนกลับไปยังหมู่บ้าน
บางทีพวกที่ถูกปล้นในการจำลองสถานการณ์ตอนนั้นก็คือคนพวกนี้..
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โจวเฉาก็มองไปยังทิศทางที่พวกโจรจากไป
"จริงด้วย..."
ในบรรดาผู้หญิงที่ถูกโจรพาตัวไป มีคนที่ในการจำลองสถานการณ์ถูกเขาฆ่าแม่และลูกของเธอ เป็นเธอคนนั้นที่มองเขาด้วยสายตาอันเกลียดชังอยู่เสมอนั่นเอง
"เข้าใจแล้ว กรรมที่เหลืออีกสิบวันก็คือผู้หญิงคนนี้นี่เอง"
โจวเฉาถอดดาบยาวออก ค่อยๆ ตามพวกโจรไป
เขาไม่รู้ว่าระดับการบ่มเพาะของพวกทหารรับจ้างเป็นอย่างไร แต่เขารู้ระดับของพวกโจรเป็นอย่างดี
ในการจำลองสถานการณ์ เขามีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการนำหมู่บ้านหงเฟิงกลืนกินกลุ่มโจรน้อยใหญ่ในภูเขาเฮยสุ่ย
โจรพวกนี้ แค่สามสี่สิบคน โจวเฉาจัดการได้อย่างง่ายดายแน่นอน
พวกโจรขี่ม้า แบกผู้หญิง แบกเงินทองและเดินขึ้นเขาไปอย่างมีความสุข
พวกผู้หญิงที่ถูกพาตัวไปรู้ดีว่าพวกเธอกำลังเผชิญหน้ากับอะไร พวกเธอต่างกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง
"ไม่ต้องร้องแล้ว! ในป่าเขาแบบนี้ ไม่มีใครมาช่วยพวกเจ้าหรอก!"
"ถ้าร้องอีก พวกข้าจะจับพวกเจ้าละเลงตรงนี้เลย!"
"เหอะๆ ข้าเห็นด้วย! พวกนางโลมพวกนี้ ยิ่งดูข้ายิ่งคันไม้คันมือว่ะ ฮ่าๆๆ!"
พวกโจรเป็นพวกนักปฏิบัติ
เมื่อมีความคิด ก็ต้องรีบจัดการในป่าเขาลำเนาไพรนี้ จะได้ไม่เสียชื่อโจร
พวกผู้หญิงถูกปล่อยตัวลงมา พวกโจรแบ่งกัน เริ่มถอดเสื้อผ้า
ในขณะที่พวกเขากำลังมองไปที่เรือนร่างอันขาวโพลน โจวเฉาก็ออกมาจากป่าทึบอย่างกะทันหัน
"ใคร!"
"ปู่แกไง!"
"ฉึก!"
โจวเฉาหมุนเวียนพลังปราณ ก้าวเท้าตามวิชา กวัดแกว่งมีดดาบอันคมกริบ โจรหนึ่งคนต่อหนึ่งการฟัน
ทว่า เขาก็ยังคิดว่าฆ่าได้ไม่เร็วพอ ระหว่างทางเขาหยิบมีดมาเพิ่มอีกเล่ม เปลี่ยนการใช้ท่าสับสะเปะสิบแปดมีดเป็นการใช้มีดคู่
ประสิทธิภาพในการฆ่าเพิ่มขึ้นในทันที
มีโจรคนหนึ่งที่เร็วกว่าเพื่อน เขาแต่งตัวเสร็จแล้วดังนั้นจึงวิ่งได้เร็วกว่า
แต่ก็ไร้ประโยชน์
โจวเฉาดึงพลังปราณ เหวี่ยงมีดดาบออกไป ใบมีดที่หมุนวนตัดผ่านพุ่มไม้ที่ขึ้นรกหลายร้อยเมตร ตัดคอของเขาอย่างแม่นยำ
โจวเฉาตบมือ มองไปที่พวกที่นอนอยู่บนพื้น ขาว.. อ่า ไม่ใช่ เบิ้ม อ่า ไม่ใช่ ขา....
เขาค่อยๆ มองอีกครั้ง
โจวเฉาสังเกตกระบวนการที่พวกผู้หญิงรีบร้อนใส่เสื้อผ้า
การใส่เสื้อผ้าของคนโบราณนี่มันยุ่งยากจริงๆ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
สายตาของโจวเฉาทำให้พวกเธอรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าจะไม่พ้นจากปากหมาป่า ก็ต้องเข้าสู่ปากเสือเข้าเสียแล้ว
แต่เมื่อเห็นว่าโจวเฉาเพียงแค่ดู ไม่ได้ทำอะไรอื่น พวกเธอก็มาอยู่ต่อหน้าโจวเฉา คุกเข่าลงก้มหัว
"ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้"
โจวเฉาเอามีดดาบสองเล่มไว้ข้างหลัง ทำท่าทางเหมือนจอมยุทธ์
"อะไรกัน ข้าเดินทางอยู่ในยุทธภพ พบเห็นหิมะขาว เอ้ยไม่ใช่ พบเห็นความไม่ยุติธรรม ก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ใช่เรื่องใหญ่"
โจวเฉามองผู้หญิงที่ปรากฏในการจำลองสถานการณ์ของเขาสองสามครั้ง
การแต่งกายของเธอร่ำรวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงเหล่านี้
หลังจากสอบถามแล้ว โจวเฉาก็ทราบว่าพวกเธอไม่ใช่พ่อค้า แต่เป็นครอบครัวขุนนางจากเมืองเล็กๆ ทางตะวันตกที่หนีออกมาจากภัยสงคราม
เจ้าของบ้านแซ่หลิว ผู้หญิงที่โจวเฉาเคยเห็นในการจำลองสถานการณ์ชื่อหลิวฉิน
พวกเธอไม่คิดว่าทหารรับจ้างที่เจ้าของบ้านจ้างมาจะเป็นพวกที่คอยปล้นสะดมและสมรู้ร่วมคิดกับโจร ขโมยทรัพย์สินที่พวกเธอขนออกมาตอนย้ายบ้านไปทั้งหมด
ตอนนี้ทั้งครอบครัวเหลือแค่พวกเธอไม่กี่คนเท่านั้น
ถือว่าบ้านแตกสาแหรกขาด
โจวเฉาดึงม้ามาสองสามตัว แบ่งให้พวกเธอ
"พวกท่านรีบไปเถอะ ไปในเมืองซะ พวกโจรไม่ได้มีกันแค่นี้ เมื่อโจรกลุ่มแรกไม่กลับไปตามเวลาที่กำหนด โจรกลุ่มหลังก็จะมาตรวจสอบสถานการณ์"
ในด้านนี้ โจวเฉามีความเป็นมืออาชีพมาก
หลิวฉินก้มหัวให้โจวเฉา
"ขอท่านจอมยุทธ์ช่วยพวกเราด้วย! ในป่าเขาลำเนาไพร มีโจรมากมาย พวกผู้หญิงอย่างพวกเรา คงจะออกจากภูเขานี้ไม่ได้แน่ๆ!"
โจวเฉามองไปรอบๆ คิดดูแล้วก็จริง
ยังไงเขาก็ต้องเข้าไปในเมืองอยู่แล้ว ไปกับพวกเธอก็คงไม่เสียหาย
ระหว่างทางมีสาวๆ คอยเป็นเพื่อนก็คงไม่น่าเบื่อ
"ขี่ม้าเป็นใช่ไหม"
"พวกเราเป็นทุกคนเจ้าค่ะ"
ก็ไม่แปลกอะไร เพราะนี่คือโลกแห่งการบ่มเพาะ ผู้คนพลเรือนทั่วไปมีความสามารถทางการต่อสู้ที่เต็มเปี่ยม เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะขี่ม้าเป็น..
จากนั้น ผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงห้าคน ก็ได้เดินทางไปด้วยกันตามถนนบนภูเขา ไปยังเมืองใหญ่ที่อยู่ข้างหน้า
ระหว่างทาง โจวเฉาถามหลิวฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"บ้านท่านรวยขนาดนี้ ในบ้านไม่มีใครฝึกศิลปะการต่อสู้เลยเหรอ ถ้าผู้ชายในบ้านมีทักษะศิลปะการต่อสู้ ก็คงไม่ต้องจ้างทหารรับจ้างแล้ว"
คนจนร่ำเรียนหนังสือ คนรวยฝึกศิลปะการต่อสู้
โจวเฉายังพอเข้าใจได้ว่าคนจนหลายคนนั้นไม่มีเวลาสำหรับการฝึกศิลปะการต่อสู้ แต่บ้านของหลิวฉินขนทรัพย์สินหลายคันรถออกมาตอนหนีภัย ยังไงก็ต้องเป็นคนรวยแน่ๆ
หลิวฉินยังคงจมอยู่กับความเศร้า ตลอดทางไม่มีคำพูดอะไรมาก
ผู้หญิงอีกสี่คน สองคนเป็นสาวใช้ของเธอ อีกสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้อง ตอนนี้ล้วนเชื่อฟังเธอทั้งหมด
หลิวฉินยิ้มเล็กน้อยให้โจวเฉา กล่าวว่า "คนในครอบครัวของข้ามีหัวทางด้านการค้า ในแต่ละรุ่นเองก็ยากที่จะมีใครมีรากฐานที่ดี สามารถเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ได้เล็กน้อย แต่ไม่ถือว่าเป็นผู้บ่มเพาะ"
ผลปรากฏว่าการฝึกฝนบ่มเพาะต้องมีรากฐานที่ดีด้วยนั่นเอง
โจวเฉารู้สึกว่าในการจำลองสถานการณ์ที่เขาผ่านมานั้น เขารู้จักการบ่มเพาะน้อยเกินไปแล้ว
เพราะมัวแต่เป็นโจรหลบหนีอยู่ในป่าไปวันๆ
ซึ่งดูเหมือนว่าเขาเองก็พอจะมีรากฐานที่ดี ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถบ่มเพาะไปได้ถึงขอบเขตที่เจ็ดที่สูงขนาดนี้ได้..
...
เส้นทางยาวไกล..
เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน ทุกคนจึงหาพื้นที่ที่ค่อนข้างราบเรียบเพื่อนอนลงกับพื้น
เมื่อเห็นว่าพวกเธอดูเหมือนจะหลับไปแล้ว โจวเฉาก็เตรียมจะหยิบคัมภีร์หมื่นภพออกมา เพื่อดูว่าเขาจะสามารถจำลองสถานการณ์ได้อีกครั้งหรือไม่
จริงๆ แล้วหลิวฉินยังไม่ได้หลับ เธอตบสะกิดสาวใช้คนหนึ่งแล้วพูดกับเธอว่า "เสี่ยวหง ท่านจอมยุทธ์มีพระคุณต่อพวกเราเป็นอย่างมาก จะไม่ตอบแทนไม่ได้ เจ้า..."
เสี่ยวหงพยักหน้าในทันทีด้วยความเขินอายเล็กน้อย "บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"
โจวเฉาเดินออกไปไกล กำลังจะใช้พลังพิเศษเรียกคัมภีร์หมื่นภพออกมา แต่หูของเขาก็กระดิก ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง
เขาสามารถบอกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้น
ดังนั้นเขาจึงหยุดใช้พลังพิเศษ ทำเป็นไม่หันกลับไปมอง
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างนุ่มๆ แนบชิดอยู่ด้านหลังของเขา แถมยังถูกเสียดสีอีกด้วย
"ท่านจอมยุทธ์ คืนนี้ให้เสี่ยวหงปรนนิบัติท่านเถอะเจ้าค่ะ..."