- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 3 การจำลองชีวิต
บทที่ 3 การจำลองชีวิต
บทที่ 3 การจำลองชีวิต
บทที่ 3 การจำลองชีวิต
เมื่อดู "การแนะนำตัวเอง" บน "คัมภีร์หมื่นภพ" มันก็ไม่ยากสำหรับโจวเฉาที่จะเข้าใจว่านี่เป็นความสามารถแบบไหน
มันคือเครื่องมือจำลองสถานการณ์นั่นเอง!.. ซึ่งเมื่อจำลองเสร็จสิ้น เขาก็จะได้รับสิ่งของ ค่าประสบการณ์ ทักษะวิชา หรืออื่นๆ จากการจำลองออกมาด้วย
เขาอ่านนิยายประเภทนี้มาเยอะแล้ว
"แบบนี้ก็ถือว่าทะลุมิติแบบมีของดีติดตัวมาจริงๆ ด้วย! อย่างนั้นจะรออะไรอีก เริ่มการจำลองได้เลย! คัมภีร์หมื่นภพ ขอดูความสามารถของแกหน่อยเถอะ!"
[ชาติแรก]
[วันที่ 1 ท่านนอนอยู่ในห้องฟืนของโรงเตี๊ยมเถื่อน ถูกมัดทั้งตัว ขยับเขยื้อนไม่ได้]
[เมื่อครู่ ท่านได้ทราบว่าท่านกำลังจะถูกขายให้กับชายร่างใหญ่กำยำคนหนึ่ง เพื่อเป็นเมียแต่งประจำหมู่บ้าน]
[แต่ท่านไม่กลัวเลย แถมยังรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ]
[เพราะท่านรู้ว่าท่านอยู่ในระหว่างการจำลองสถานการณ์]
"หืม คนที่อยู่ในระหว่างการจำลองสถานการณ์รู้ว่าตัวเองกำลังถูกจำลองอยู่ด้วยงั้นเหรอเนี่ย"
ดวงตาของโจวเฉาเป็นประกาย
"ถ้าอย่างนั้นสามารถใช้คัมภีร์หมื่นภพในระหว่างการจำลองสถานการณ์ด้วยได้ไหม ใช้ความสามารถซ้อนความสามารถ เพื่อที่จะได้ผลแบบทวีคูณ..หรืออะไรแบบนั้นน่ะ"
[ท่านพยายามใช้พลังพิเศษของตัวเอง พยายามที่จะทำการจำลองสถานการณ์อีกครั้งในระหว่างการจำลองสถานการณ์ เพื่อให้สามารถใช้ความสามารถซ้อนความสามารถ]
[“คัมภีร์หมื่นภพ” ไม่ปรากฏ ท่านตระหนักว่าท่านไม่สามารถใช้ช่องโหว่นี้ได้]
"สมแล้วที่เป็นฉัน...ถึงจะถูกจำลองอยู่ก็ลองคิดอะไรแบบนี้มาได้"
[แต่ท่านก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ดี]
[เพราะท่านคิดว่า การอยู่ในระหว่างการจำลองสถานการณ์ก็เหมือนกับการฝันอย่างมีสติ]
[ยังจำได้ไหม ในคืนหนึ่งเมื่ออายุสิบสามปี ท่านได้ฝันอย่างมีสติ]
[หลังจากตื่นขึ้นมา ท่านก็เปลี่ยนกางเกงในเพราะว่ามันเลอะคราบเหนียว]
[ตั้งแต่นั้นมา ทุกคืนท่านก็คาดหวังว่าจะสามารถควบคุมความฝันของตัวเองได้อีกครั้ง]
[ถึงแม้ว่ามันจะเปลืองกางเกงในมากก็ตาม แต่ถ้าทำได้จริงท่านก็ยอม]
[แต่ตอนนี้ ท่านรู้ว่าตัวเองอยู่ในระหว่างการจำลองสถานการณ์ นั่นหมายความว่าท่านสามารถทำอะไรตามใจชอบได้อีกครั้ง!]
[และนี่ก็เป็นสังคมโบราณ มีซ่องโสเภณีอยู่ข้างล่าง มีหอนางโลมอยู่ข้างบน เรียกได้ว่า...]
[ไม่สิ ในเมื่อทำอะไรตามใจชอบได้แล้ว จะไปสถานที่ที่ต้องจ่ายเงินทำไม]
[ไปทำตรงถนนเลย...]
"นี่ๆ ทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวหน่อยเถอะ เอาเรื่องอย่างว่าออกไปให้หมดก่อน! ปกติถ้าตายในโลกจำลองการจำลองก็จะจบเลยนี่ อย่าเสียโอกาสในการจำลองไปเปล่าๆ สิ!"
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าการจำลองต้องใช้พลังงานอะไร แต่จากประสบการณ์ที่โจวเฉาอ่านนิยายมา เครื่องมือจำลองสถานการณ์พวกนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายบางอย่าง ไม่สามารถทำได้บ่อยๆ แน่นอน รวมถึงอาจจะไม่สามารถเริ่มจำลองในสถานการณ์เดิมได้อีกด้วย
[พอรุ่งเช้า กลุ่มโจรที่มีหนวดเคราและใบหน้ากลมถือมีดดาบขนาดใหญ่ก็ได้บุกเข้ามา]
[พวกเขาตรวจสอบสินค้า จากนั้นก็ให้เงินแก่เจ้าของโรงเตี๊ยมเถื่อนใจดำ แล้วก็ยกตัวท่านออกไป]
[ท่านไม่ได้ดิ้นรน ไม่ได้ร้องโวยวาย เพราะท่านรู้ว่าทำไปก็เปล่าประโยชน์]
[วันที่สอง พวกเขายกท่านขึ้นเขา]
[ภูมิประเทศของภูเขาเฮยสุ่ยนั้นสูงชัน ถนนบนภูเขานั้นขรุขระ มีพุ่มไม้ขึ้นรก]
[แต่พวกโจรเหล่านี้เดินได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เพียงเพราะคุ้นเคยกับภูมิประเทศที่นี่ แต่ยังเป็นเพราะพวกเขาเป็นผู้บ่มเพาะ สภาพร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไป]
[ในตอนกลางคืน พวกเขายกท่านเข้าไปในหมู่บ้านโจร แล้วส่งเข้าไปในบ้านขนาดใหญ่อย่างประณีต]
[พวกเขาแก้พันธนาการของท่าน แล้วยังเตรียมอาหารและเครื่องดื่มให้ท่านอีกด้วย]
[ประตูไม่ได้ล็อค ดูเหมือนจะไม่กลัวท่านหลบหนีเลย]
[ด้วยความหิวโหย ท่านไม่สนอะไรแล้ว กินให้อิ่มท้องก่อนดีกว่า]
[“เอี๊ยด...” ]
[ในขณะที่ท่านกำลังกินอยู่ ประตูก็ถูกเปิดออก กลิ่นเหล้าโชยหึ่งมาพร้อมคนที่เข้ามา]
[คนที่มาก็คือหัวหน้าหมู่บ้านหงเฟิง รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนกับที่เจ้าของโรงเตี๊ยมเถื่อนบรรยายไว้แทบทุกประการ เพียงแต่หนวดเคราของเขานั้นยาวที่สุดในบรรดาโจรทั้งหมดในหมู่บ้าน]
["หนุ่มน้อยรูปงาม รอจนเบื่อแล้วใช่ไหม"]
[เมื่อมองดูฮอร์โมนอันหยาดเยิ้มของหัวหน้าหมู่บ้านหงเฟิงที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ท่านก็ไม่อยากอาหารอะไรอีกต่อไป]
["ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน แค่ข้าให้ความร่วมมือกับท่านสักคืน.. พรุ่งนี้ท่านก็ปล่อยข้าไปได้ใช่ไหม"]
[ท่านตัดสินใจที่จะยอมจำนน ความอยู่รอดคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนความบริสุทธิ์... รอบนี้คงต้องขอยอมแพ้ไปก่อน]
ในห้องฟืน โจวเฉาพยักหน้าเห็นด้วย
"ตัวฉันอีกคนที่อยู่ในระหว่างการจำลองสถานการณ์ ฉันขอเสียสละตู..เอ่อ ความบริสุทธิ์ของนายหน่อยแล้วกันนะ"
ซึ่งตัวเขาในระหว่างการจำลองสถานการณ์ก็รู้ดี
การตายอย่างไร้ประโยชน์นั้นไม่คุ้มค่า
สู้ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเอาชีวิตรอด หาวิธีฝึกฝนบ่มเพาะ เพิ่มระดับตัวเอง เมื่อถึงตอนนั้นถึงแม้จะตายไป ตัวเขาในโลกแห่งความเป็นจริงก็สามารถสืบทอดการฝึกฝนบ่มเพาะในระหว่างการจำลองสถานการณ์มาได้
แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าตายอย่างคุ้มค่า
[อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดัง หยิบเหล้าที่ท่านกินไม่หมดบนโต๊ะขึ้นมาดื่มไปพลางแนะนำตัวเอง]
[เขาชื่อหยางเอ้อร์ อายุสามสิบหกปี ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไหน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมากๆ เขาก็อยู่ในภูเขาเฮยสุ่ยแล้ว ติดตามพวกโจรปล้นสะดมตั้งแต่จำความได้]
[ครั้งหนึ่งบังเอิญไปเจอคนแก่ที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายในภูเขา คลำหาตำราเคล็ดวิชาจากตัวเขาได้เล่มหนึ่ง ชื่อว่า "เคล็ดวิชามังกรหยาง"]
[ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ศึกษาด้วยตัวเองว่าจะฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้อย่างไร เพราะเป็นโจร จึงไม่สามารถหาใครมาสอนเขาได้]
[ไม่รู้ว่าเขาศึกษาอย่างไร สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า เคล็ดวิชา "มังกรหยาง" นี้ เป็นเคล็ดวิชาที่รวบรวมพลังหยางจากผู้ชาย]
[ยิ่งรวบรวมมากเท่าไหร่ พลังปราณภายในก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น โดยธรรมชาติแล้วขอบเขตบ่มเพาะก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย]
[ส่วนวิธีการรวบรวม...]
[เมื่อหยางเอ้อร์ยกมุมปากขึ้น มองท่านตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่านก็เข้าใจได้ในทันที]
[คนที่ถูกดูดพลังหยางไปนั้นจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน ดังนั้นถึงแม้ว่าหยางเอ้อร์จะยอมปล่อยท่านไป ท่านก็ไม่มีชีวิตรอดแล้ว]
เมื่อเห็นดังนั้น โจวเฉาที่กำลังอ่านการจำลองอยู่ข้างนอกก็รู้สึกขนลุกขนพอง
"นี่มันวิชาบ้าอะไรกันเนี่ย!"
ถึงแม้ว่าตัวเขาในระหว่างการจำลองสถานการณ์จะยอมขายตู..เอ่อ ยอมขายศักดิ์ศรีไป ก็ดูเหมือนว่าจะอยู่รอดไม่ได้งั้นหรอ
แล้วตัวเขาในโลกแห่งความเป็นจริงก็จะต้องเผชิญกับปัญหานี้ในไม่ช้า แล้วจะต้องทำยังไงกันล่ะเนี่ย!
[หยางเอ้อร์ไม่รีบร้อน เขากินดื่ม พูดคุยกับท่าน ดูเหมือนว่าต้องการที่จะคลายความเครียดของ "วัสดุสำหรับบ่มเพาะ" อย่างท่าน]
[ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังสนั่นมาจากข้างนอก ตามมาด้วยเสียงโกลาหลของพวกโจร]
[ปรากฏว่าอุโมงค์ใกล้กับหมู่บ้านถล่มลงมาอีกแล้ว]
[พวกโจรแค่รู้ว่าจะขุดอุโมงค์ในภูเขาเพื่อให้เดินทางได้สะดวก หรือใช้เป็นเส้นทางลับในการหลบหนีเมื่อถูกล้อม แต่ไม่รู้วิธีการบำรุงรักษา การถล่มจึงเป็นเรื่องปกติ]
[ในเวลานั้นเอง ท่านก็เกิดความคิดแวบขึ้นมาในหัว]
[ท่านรู้วิธีการป้องกันการถล่มนี่นา!]
[สามเดือนในเหมืองของท่านไม่ได้เสียเปล่า!]
[ท่านบอกหยางเอ้อร์ว่าท่านมีวิธีลดการถล่ม เพื่อไม่ให้อุโมงค์ที่พี่น้องโจรอุตส่าห์ขุดขึ้นมาต้องพังทลาย]
[หยางเอ้อร์ไม่ค่อยเชื่อ แต่เขาก็ถูกปัญหานี้รบกวนมานานแล้ว]
[เขาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคนบ่มเพาะในคืนนี้ รอจนกว่าท่านจะลงมือปฏิบัติจริงในวันพรุ่งนี้ เพื่อดูผลก่อน]
[วันที่สาม ท่านแนะนำให้ลูกกระจ๊อกของหมู่บ้านหงเฟิง ใช้วิธีการที่ทันสมัย และใช้ปูนซีเมนต์ที่ทำขึ้นเอง มาเสริมความแข็งแกร่งให้อุโมงค์]
[หยางเอ้อร์ตบฝ่ามือเข้าไปในอุโมงค์เพื่อทดสอบ เขาพบว่าได้ผลจริง]
["ดูเหมือนว่าการอ่านหนังสือจะมีประโยชน์จริงๆ ด้วย ถ้าฉันอ่านหนังสือมาน้อยคงรอดแน่ๆ"]
[ในขณะนั้น ท่านก็มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับคำกล่าวที่ว่า "การอ่านหนังสือเปลี่ยนชีวิต"]
[สิ่งที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าคือ "หนังสือมีค่าเมื่อต้องการใช้"]
[เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องที่หยางเอ้อร์จะดูดพลังท่านหลังจากที่ปัญหาเรื่องอุโมงค์ได้รับการแก้ไข ท่านก็ "ผัวะ" คุกเข่าลงต่อหน้าหยางเอ้อร์]
["ท่านพี่! ข้าอยากจะเข้าร่วมหมู่บ้านของท่าน ร่วมดื่มเหล้า ร่วมกินเนื้อด้วยกัน แบ่งปันความสุขร่วมกัน รับความทุกข์ร่วมกัน!"]
[คนอย่างพวกนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำว่า "น้ำใจ" หรอกเหรอ ถ้าพวกเขาเรียกฉันว่าพี่น้องได้ พวกเขาก็คงไม่ดูดพลังฉันหรอกใช่ไหม]
[หยางเอ้อร์เหลือบมองท่าน]
[จากนั้นแล้วเขาก็พูดเพียงว่า "คืนนี้มาที่ห้องของข้า"]