เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 หมู่บ้านหงเฟิง

บทที่ 4 หมู่บ้านหงเฟิง

บทที่ 4 หมู่บ้านหงเฟิง


บทที่ 4 หมู่บ้านหงเฟิง

[วันที่ 4 ท่านเอามือกุมก้นเดินออกจากห้องของหยางเอ้อร์ หยางเอ้อร์เดินตามออกมาด้วยสีหน้าสดชื่น]

[วันที่ 5 ด้วยความจริงใจและเทคนิคของท่าน ท่านได้ทำให้หยางเอ้อร์ประทับใจ เขาไม่ได้ดูดพลังหยางของท่านไปและตกลงให้ท่านอยู่ในหมู่บ้านหงเฟิงต่อไปได้]

[วันที่ 6 ท่านเป็นลูกกระจ๊อกคนหนึ่งของหมู่บ้านหงเฟิงแล้ว ท่านสอบถามดู พบว่าพี่น้องในหมู่บ้านล้วนเป็นผู้บ่มเพาะทั้งสิ้น]

[ท่านแสดงความปรารถนาว่าตัวเองก็อยากเป็นผู้บ่มเพาะเหมือนกัน หวังว่าพวกเขาจะสอนท่านได้]

[ไม่มีใครสอนท่าน พวกเขาอธิบายว่า สามารถสอนท่านเกี่ยวกับวิชามีด วิชาร่างกาย หรืออะไรทำนองนั้นได้ แต่ถ้าไม่มีเคล็ดวิชา ก็จะเรียกว่าเป็นแค่ผู้ฝึกวิชาทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นผู้บ่มเพาะ]

[และทั้งหมู่บ้านก็ฝึกฝนวิชาเดียวคือ "เคล็ดวิชามังกรหยาง" ลูกกระจ๊อกไม่สามารถถ่ายทอดวิชาให้กันได้ ต้องเป็นหัวหน้าหมู่บ้านหยางเอ้อร์ถ่ายทอดให้เท่านั้น]

[ฝึก "เคล็ดวิชามังกรหยาง" ทั้งหมดเลยหรอ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าพลังยินจากบนลงล่างถึงได้หนักขนาดนี้]

[ท่านรู้ว่าหยางเอ้อร์ยังไม่ไว้ใจท่านอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านจะช่วยเขาแก้ปัญหาบางอย่างด้วยความรู้ที่ท่านมีอยู่เพียงเล็กน้อย]

[วันที่ 7 ท่านค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในหมู่บ้าน ที่นี่ทุกคนล้วนเป็นคนเก่ง พูดจาไพเราะ]

[นอกจากจะต้องไปเก็บสบู่อยู่ในห้องของหยางเอ้อร์เป็นครั้งคราวแล้ว มันก็ไม่มีปัญหาใหญ่อะไร]

[ท่านก็เคยคิดที่จะหลบหนี แต่ทางเข้าออกทุกทางมีคนคอยเฝ้าอยู่ เว้นแต่ท่านจะกระโดดหน้าผา]

โจวเฉาที่กำลังดูการจำลองสถานการณ์อยู่นั้น จดจำขั้นตอนการเอาชีวิตรอดในแต่ละวันอย่างเงียบๆ

ทุกครั้งที่เห็นตัวเองเดินเข้าไปในห้องของหยางเอ้อร์ เขาก็รู้สึกขยาดขึ้นมาทุกครั้ง

"ดูอีกหน่อยแล้วกัน ถ้าไม่มีทางออกจากหมู่บ้าน สู้ฉันกระโดดหน้าผาเริ่มต้นใหม่ดีกว่า..."

นี่ควรจะเป็นการทะลุมิติที่แสนวิเศษ

แต่เพราะการหลอกลวงของโรงเตี๊ยมเถื่อน ทำให้ตัวเขาต้องตกมาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

โจวเฉาเกลียดโรงเตี๊ยมเถื่อนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ หากการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้สามารถได้รับทักษะหรือพลังจากการบ่มเพาะมาได้ล่ะก็ เขาจะต้องแก้แค้นให้ได้!

[วันที่ 10 พวกโจรจำนวนมากพากันลงจากเขา หยางเอ้อร์ก็ไปด้วย ดูเหมือนว่าจะไปทำเรื่องใหญ่]

[วันที่ 12 พวกโจรกลับมา พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แถมยังนำเงินทอง ผ้าไหม กลับมาอีกมากมาย น่าจะปล้นพวกกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางผ่านมาได้]

[พวกโจรยังนำผู้หญิงกลับมาอีกสามคน]

[ท่านรู้สึกแปลกมาก หมู่บ้านหงเฟิงแห่งนี้สนใจแต่ผู้ชาย การพาผู้หญิงขึ้นมาไม่ใช่ว่าเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรอกหรอ]

[หยางเอ้อร์ยื่นมีดให้ท่าน ชี้ไปที่ผู้หญิงที่แก่ที่สุดในสามคน แล้วพูดว่า "ฆ่าเธอซะ"]

[“ฉึก!”]

[เมื่อเงื้อมีดลง หญิงชราก็ถูกท่านฆ่า]

[หญิงสาวโผเข้ากอดศพ ร้องไห้คร่ำครวญ "แม่" เด็กหญิงอีกคนก็ร้องไห้ "คุณยาย"]

[เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของหยางเอ้อร์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่เด็กหญิงคนหนึ่ง จากนั้นก็พูดว่า "ฆ่าเด็กผู้หญิงซะ"]

[หญิงสาวกอดเด็กหญิงไว้แน่น ร้องเสียงหลง "อย่า! จะฆ่าก็ฆ่าข้าเถอะ!"]

[หญิงสาวถูกพวกโจรเคราครึ้มลากตัวไปด้านข้าง]

[ท่านก็ยังคงไม่ลังเล เงื้อมีดลง.. เด็กหญิงก็สิ้นใจ]

[หยางเอ้อร์มองท่านด้วยความชื่นชม "ดูเหมือนว่าเจ้าก็มีเลือดนักสู้อยู่บ้าง ข้านึกว่าเจ้าจะเป็นแค่บันฑิตที่มือสั่นเวลาฆ่าไก่ซะอีก"]

[ท่านหัวเราะเยาะโดยไม่พูดอะไร]

[บันฑิตที่มือสั่นงั้นหรอ อย่ามาล้อเล่นน่า]

[นี่เป็นแค่การจำลองสถานการณ์ ไม่ต่างอะไรจากการฝัน]

[จะมีอะไรให้กลัวกันล่ะ]

[ฉันอยากทำอะไรก็ทำได้ในความฝันของตัวเอง!]

[ถ้าไม่ใช่เพราะสู้หยางเอ้อร์ไม่ได้ ท่านคงจะฟันเขาไปแล้ว เพื่อแก้แค้นให้กับ...]

[เพียงแต่การทำแบบนั้น มันจะได้ความสะใจก็จริง แต่การจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ก็จะเสียเปล่า]

[การนำขอบเขตการบ่มเพาะมาให้ตัวเองได้มากขึ้นหลังจากจบการจำลองสถานการณ์ต่างหากคือสิ่งที่ถูกต้อง]

[อย่างอื่นช่างมันก่อน]

โจวเฉาที่กำลังดูคัมภีร์หมื่นภพเขียนอยู่นั้นเริ่มรู้สึกสับสนในใจ

"จริงๆ แล้วถึงแม้จะไม่ใช่การจำลองสถานการณ์ ในเมื่อคนเราเป็นปลาบนเขียงแล้วจะทำอะไรได้อีกล่ะ... ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอดและแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เมื่อมีพลัง ต่อนั้นก็จะไม่มีใครบังคับฉันได้!"

[วันที่ 13 การกระทำของท่านเมื่อวานทำให้มือของท่านเปื้อนเลือดแล้ว ท่านไม่มีทางหวนกลับได้แล้ว ทำได้แค่เป็นโจรเท่านั้น และหยางเอ้อร์ก็เริ่มไว้ใจท่านบ้างแล้ว]

[เขาสอนเคล็ดลับสามขั้นแรกของ "เคล็ดวิชามังกรหยาง" ให้ท่าน และมอบหมายให้โจรแก่คนหนึ่ง สอนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเข้าสู่การบ่มเพาะให้ท่าน]

[โจรแก่บอกท่านว่า กาบ่มเพาะนั้นสิ่งแรกที่ต้องฝึกคือพื้นฐาน]

[ท่านถามว่า "พื้นฐานคืออะไร"]

[โจรแก่ดื่มเหล้า เขาพยักหน้าพูดว่า "ง่ายมาก สรุปได้ด้วยประโยคเดียวคือ 'นอนเหมือนธนู ยืนเหมือนต้นสน ไม่ขยับไม่สั่นนั่งเหมือนระฆัง ข้าคือสายลมยามเดิน' ฮ่าๆ!"]

[ท่านถึงขั้นอยากจะร้องเพลงตามเขา อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว สงสัยว่าคนแก่กำลังหลอกท่านอยู่]

[โจรแก่บอกว่าพี่น้องในภูเขาฝึกกันมาแบบนี้ทั้งนั้น เขาบอกว่าร่างกายของท่านผอมบางเกินไป ต้องสร้างพื้นฐานให้ดีก่อน แล้วค่อยเข้าสู่การบ่มเพาะ]

[วันที่ 14 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ภายใต้การแนะนำของโจรแก่ ท่านได้เริ่มฝึกฝนพื้นฐาน]

[ผ่าฟืน ตักน้ำ ขุดอุโมงค์ วิ่งขึ้นเขา เฝ้าระวัง เฝ้ายาม.. ท่านถึงขั้นสงสัยว่าโจรแก่กำลังหลอกท่าน เอาภารกิจของเขาในหมู่บ้านมาให้ท่านทำอยู่หรือเปล่า]

[แต่เมื่อนานวันเข้า สภาพร่างกายของท่านก็ดีขึ้นมากจริงๆ]

[ก็แน่อยู่แล้ว การใช้ชีวิตอยู่บนภูเขา ปีนป่ายขึ้นลง วุ่นวายอยู่ทุกวัน ใครมาทำแบบนี้สภาพร่างกายก็ต้องดีขึ้นทั้งนั้น]

[หญิงสาวที่ไม่ถูกฆ่าในวันนั้นถูกทิ้งไว้ในหมู่บ้าน ไม่ใช่ว่าพวกโจรสำนึกผิด แต่เก็บเธอไว้ซักผ้า ทำความสะอาด]

[ไม่มีใครดูหมิ่นรังแกผู้หญิงคนนี้ เพราะที่นี่คือหมู่บ้านหงเฟิง เรารังแกแต่ผู้ชายเท่านั้น]

[ทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้เห็นท่าน สายตาที่แสดงออกถึงความเกลียดชังของนางก็ทำให้ท่านรู้สึกหนาวสันหลัง]

[ท่านคิดว่าควรฆ่านางซะ เพื่อให้ครอบครัวของพวกนางได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน]

[แต่หยางเอ้อร์ห้ามท่าน ท่านไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร หรือว่าหัวหน้าหมู่บ้านหงเฟิงเกิดความรักทางโลกขึ้นมา สนใจผู้หญิงแล้วงั้นหรือ]

ถึงแม้ว่าพู่กันจะขีดเขียนเรื่องราวลงไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี

เมื่อโจวเฉาเห็นว่าท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มมีแสงสีขาวแล้ว เขาก็รู้สึกร้อนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

หากมีคนบังเอิญมาเจอการมีอยู่ของ "คัมภีร์หมื่นภพ" ก็คงจะเป็นปัญหา

โชคดีที่การจำลองสถานการณ์ไม่ได้เยิ่นเย้อ เขียนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่เน้นไปที่เรื่องสำคัญ เรื่องซ้ำซากจำเจเองก็ถูกละเว้นไว้อย่างเหมาะสม

[ปีที่ 2 หลังจากฝึกฝนพื้นฐานมานานกว่าหนึ่งปี บวกกับอาหารการกินของพวกโจรที่ไม่เคยขาดแคลน]

[ท่านได้ฝึกฝนตัวเองให้เหมือนกับพวกโจรอย่างสมบูรณ์แล้ว]

[ใบหน้ากลม หนวดเคราครึ้ม กล้ามเนื้อสมบูรณ์]

[นอกจากนี้ท่านยังพบตำแหน่งที่สำคัญของตัวเองในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย นั่นก็คือ—กุนซือ]

[พวกโจรส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ การที่หยางเอ้อร์เรียนรู้ตัวอักษรในวิชาได้ทั้งหมดก็อาศัยการถามผู้ชายที่จับมา แล้วจึงปะติดปะต่อรวมกัน จากนั้นก็ส่งต่อกันปากต่อปากให้กับลูกน้องคนอื่นๆ]

[แต่ท่านเรียนหนังสือมามากกว่าพวกเขาเป็นสิบปี แถมยังเป็นการศึกษาที่ทันสมัย ความรู้ที่ท่านมีจึงมากกว่าพวกเขาหลายเท่าตัว]

[ทุกครั้งที่เจอปัญหา หยางเอ้อร์จะมาปรึกษาท่านเสมอ และทุกครั้งก็จะได้รับความคิดเห็นที่ดี ทำให้เขายิ่งพอใจในตัวท่านมากขึ้นเรื่อยๆ และไว้ใจท่านมากขึ้นเรื่อยๆ]

[เมื่อเห็นว่าท่านเรียนรู้พื้นฐานได้เกือบหมดแล้ว หยางเอ้อร์ก็เริ่มสอนท่านฝึกฝนบ่มเพาะพลังด้วยตัวเอง]

["จริงๆ แล้วการฝึกฝนบ่มเพาะนั้นง่ายมาก สรุปได้ด้วยประโยคเดียวคือ 'ภายนอกฝึกเส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง ภายในฝึกปราณ' สุดท้ายเมื่อรวมกันทั้งภายในและภายนอก ก็จะเป็นการบ่มเพาะพลังที่สมบูรณ์"]

จบบทที่ บทที่ 4 หมู่บ้านหงเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว