เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37: ถล่มแก๊งพยัคฆ์ปฐพี

บทที่ 37: ถล่มแก๊งพยัคฆ์ปฐพี

บทที่ 37: ถล่มแก๊งพยัคฆ์ปฐพี


ตอนที่ซ่งเย่แอบออกมาจากคฤหาสน์ ในมือของเธอยังคงถือระเบิดขวดอยู่ เธอเดินไปที่ทางเข้าหลักเพื่อสมทบกับสวีจื่อหังและคนอื่นๆ ก่อนจะพบว่าทุกคนกำลังยืนจ้องมองบ้านหลังนั้นอย่างตะลึงงัน

"...นี่ฝีมือเธอเหรอ?" สวีจื่อหังหันมาเห็นซ่งเย่เดินเข้ามาใกล้ เขาถึงกับกลืนน้ำลายและถามออกมาอย่างยากลำบาก

"ใช่" ซ่งเย่พยัคหน้า ก่อนจะยื่นของในมือให้กับอวิ๋นฮวาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ "โจวเจิ้งเข้าไปดับไฟแล้ว กำลังคนส่วนหนึ่งถูกดึงไป ตอนนี้พวกเราเข้าไปได้ อ้อ... แล้วก็นี่ด้วย โจวเจิ้งอาจจะมีปืน"

ทันทีที่สวีจื่อหังได้ยินคำว่า "ปืน" วัตถุสีดำทะมึนชิ้นหนึ่งก็ถูกยัดเข้ามาในมือเขา ทำเอาเขาตกใจจนเกือบทำมันหล่น เขาไม่เคยยิงปืนมาก่อนในชีวิต

ซ่งเย่เองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะใช้มันเป็น เธอจึงเดินนำหน้าไป "ทำความคุ้นเคยกับมันไปก่อน เดี๋ยวฉันจะสอนทีหลัง"

"ซ่งเย่" อวิ๋นฮวาเดินตามมาข้างๆ เธอด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก เธอไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากที่ตัดสินใจแน่วแน่และโทรศัพท์ไปในวันนั้น การพบกันครั้งต่อไปของพวกเธอคือการเข้าร่วมสงครามแก๊งอันธพาล

ซ่งเย่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าพลันหยุดฝีเท้า สไตล์การลุยเดี่ยวที่เป็นปกติของเธอเกือบจะทำให้อวิ๋นฮวาตามไม่ทัน เธอหันกลับมามองอวิ๋นฮวาที่ดูไร้ทางสู้แล้วสั่งการอย่างใจเย็น "เธอคอยดูลาดเลาอยู่ตรงนี้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบแจ้งฉัน"

อวิ๋นฮวากำระเบิดขวดในมือแน่นแล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ฉันจะทำให้ดีที่สุด"

สวีจื่อหังและคนอื่นๆ เพิ่งจะเคยเห็นอวิ๋นฮวาเป็นครั้งแรก แม้จะสงสัย แต่ซ่งเย่ก็ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติม เมื่อศึกใหญ่ใกล้จะประทุ พวกเขาก็ไม่มีเวลามามากพิธี

ปัง! ประตูหลักถูกถีบพังออก ซ่งเย่ถือมีดนำหน้าบุกเข้าไปเป็นคนแรก ด้านหลังของเธอ พรรคพวกอีกสิบกว่าคนก็กรูตามเข้าไปด้วยความมุ่งมั่นไม่แพ้กัน ท่ามกลางเปลวไฟที่ค่อยๆ ลุกโชนขึ้น ฉากนี้ดูไม่ต่างอะไรกับฉากในหนังเจ้าพ่อฮ่องกงเลยแม้แต่น้อย

และในยุคที่หนังฮ่องกงกำลังโด่งดัง เด็กหนุ่มทุกคนต่างก็มีความฝันที่จะเป็นวีรบุรุษ

แต่โลหิตที่สาดกระเซ็นจากการลงมีดครั้งแรกของซ่งเย่ ก็ได้เปิดโลกสีเลือดให้กับเด็กหนุ่มเหล่านี้

ไม่ใช่ว่าสวีจื่อหังไม่เคยใช้มีดฟันคน และการทะเลาะวิวาทก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา แต่การฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่งที่ไม่สนใจชีวิตเช่นนี้ เขาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก ในตอนแรกเขากลัวว่าจะลงมือไม่ไหว แต่หลังจากที่ฟันคนแรกล้มลงไป เขาก็นึกถึงคำพูดของซ่งเย่ก่อนที่จะบุกเข้ามา"ศัตรู... มีแค่แกตายหรือฉันตาย"

หลังจากนั้น แววตาของเขาก็มีแต่ความบ้าคลั่ง ไม่รู้จักความกลัวอีกต่อไป

เด็กหนุ่มคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ เข้าใจหลักการหนึ่งท่ามกลางการต่อสู้หากพวกเขายังมีความกลัวแม้เพียงเล็กน้อย ครั้งต่อไปอาจจะเป็นพี่น้องของพวกเขาที่ต้องมารับมีดแทน

โชคยังดีที่ในการออกปฏิบัติการครั้งแรก มีเทพแห่งการสังหารอย่างซ่งเย่คอยคุ้มกันอยู่ คนเพียงสิบกว่าคนสู้กับศัตรูหลายสิบคน กลับได้เปรียบอย่างท่วมท้น

กว่าที่โจวเจิ้งในคฤหาสน์จะขนตู้เซฟลงมาและรู้ตัวว่าหลงกลแผนล่อเสือออกจากถ้ำ เขาก็คิดจะรีบวิ่งออกไปกอบกู้สถานการณ์ แต่ซ่งเย่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ก็ขว้างระเบิดขวดเข้ามาอีกลูก มันแตกดัง 'เพล้ง' ที่ทางเข้าหลัก เปลวไฟลุกท่วมสูงกว่าเมตรในทันที ปิดกั้นทางออกของคนหลายสิบคนที่อยู่ข้างใน

"เร็ว! โทรแจ้งตำรวจ! เรียกหน่วยดับเพลิง!" โจวเจิ้งเห็นควันดำหนาทึบทะลักลงมาจากบันได และไม่สามารถออกไปทางประตูหน้าได้ เขาจึงคำรามอย่างสิ้นหวัง ตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว หากมีคนถูกเผาตายในคฤหาสน์จริงๆ มันจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

ท่ามกลางกำแพงไฟ น้ำเสียงเย็นเยียบและชัดเจนก็ดังขึ้นมา "ฉันตัดสายโทรศัพท์แล้ว"

"อะไรนะ?" หัวใจของโจวเจิ้งกระตุกวูบ เขาเงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ลุ่มลึก ท่ามกลางแสงไฟที่ลุกโชน ใบหน้าที่งดงามหมดจดอยู่แล้วกลับยิ่งดูงดงามราวกับไม่ใช่มนุษย์

"แกเป็นใคร?"

ซ่งเย่ไม่ได้ตอบเขา การพูดจามากความในสถานการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่จำเป็น เธอยืนนิ่งอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "แกมีแค่สองทางเลือก ร้องขอความเมตตา หรือไม่ก็ตาย"

"แก..." โจวเจิ้งกัดฟันแน่น เกือบจะด่าออกมา แต่หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่าเบื้องหลังของเด็กสาวคนนั้น คือร่างของพรรคพวกแก๊งพยัคฆ์ปฐพีที่นอนกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด แม้จะอยู่ไกล เขาก็ยังได้กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง เขาพลันนึกถึงสีหน้าหวาดกลัวของเสี่ยวเตา และในที่สุดก็เข้าใจว่าคำบรรยายถึงวิธีการอันโหดเหี้ยมนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

"บอส...แค่กๆๆ... จะทำยังไงดีครับ?" ควันเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ จนลูกน้องหลายคนไอไม่หยุด พวกนั้นรีบเข้าไปถามการตัดสินใจจากเขา

โจวเจิ้งกัดฟันแน่น ไม่พูดอะไร การร้องขอความเมตตาจากเด็กคนหนึ่ง? ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

อาจจะสัมผัสได้ถึงความดื้อรั้นของเขา สีหน้าของซ่งเย่ยังคงสงบนิ่งขณะที่เธอหยิบระเบิดขวดขึ้นมาอีกลูก "หน่วยดับเพลิงจะมาถึงในอีกสิบห้านาทีเป็นอย่างช้าที่สุด ถ้าพวกแกยอมจำนนต่อฉัน ก็ไม่ต้องตายไปพร้อมกับมัน"

"ไม่นะ!" ทุกคนมองระเบิดขวดในมือของเธออย่างหวาดผวา หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก พวกเขาไม่กล้าลังเลอีกต่อไป และในทันทีก็มีคนแสดงความจำนน

"ผมยอมแล้ว! ผมไม่อยากตาย!" "ผมด้วย!" "ผมก็ด้วย!" ...

เมื่อมีคนหนึ่งเริ่ม ก็มีคนที่สองสามตามมา... คำกล่าวที่ว่า 'กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มาก' ยังคงเป็นจริงเสมอ เมื่อมีรอยร้าวเกิดขึ้น การทรยศเพื่อเอาชีวิตรอดนี้ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้โจวเจิ้งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง

เขาเตะลูกน้องข้างๆ อย่างบ้าคลั่ง ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ดึงปืนพกออกมาแล้วพูดอย่างคุกคาม "กล้าทรยศฉันเหรอ ฉันจะยิงแกให้ตายในนัดเดียว!"

ปากกระบอกปืนสีดำทะมึนทำให้ทุกคนตกใจจนตัวแข็งทื่อ แม้แต่สวีจื่อหังและคนอื่นๆ ที่อยู่นอกกำแพงไฟก็ยังต้องหาที่กำบังอย่างระมัดระวัง

เมื่อเห็นโจวเจิ้งชักปืนออกมา ดวงตาของซ่งเย่ก็หรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น "รอก่อน เดี๋ยวฉันจะให้แกออกมา"

โจวเจิ้งเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกยังอ่อนหัดเกินไปที่จะมาสู้กับฉัน! รีบปล่อยฉันออกไป!"

ท่ามกลางเสียงตะโกนของเขา น้ำหลายถังก็ถูกสาดเข้ามาจนไฟดับลง ในอากาศเต็มไปด้วยควันหนาทึบและกลิ่นไหม้ ใบหน้าของโจวเจิ้งดำสนิทไปด้วยเขม่าควัน ทันทีที่เห็นทางหนี เขาก็รีบพุ่งออกมาโดยไม่พูดอะไร ปืนในมือของเขากวาดไปมาในความมืดสลัว

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันศีรษะถึงสองครั้ง วัตถุเย็นเยียบและแข็งทื่อก็พลันจ่อเข้าที่ขมับของเขา พร้อมกับเสียงเย็นชาและสงบนิ่งที่ดังขึ้นข้างหู "มองหาฉันอยู่เหรอ?"

ร่างของโจวเจิ้งสั่นสะท้าน เขาเหลือบมองด้วยหางตา และก็เป็นไปตามคาด สิ่งที่จ่อหัวเขาอยู่คือปืนอีกกระบอก เด็กสาวข้างกายเขามีสีหน้าเรียบเฉย และความเย็นชาในดวงตาของเธอก็ทำให้คนรู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง

"เรา... เรามาคุยกันดีๆ ก็ได้" โจวเจิ้งพูดเมื่อชีวิตตกอยู่ในกำมือของผู้อื่น เขาจะยังหยิ่งผยองอยู่ได้อย่างไร? "ฉันไม่มีความแค้นอะไรกับเธอ ถ้าเธออยากได้เขตอิทธิพลของฉัน เราก็มาแบ่งกันได้ ไม่เห็นต้องใช้ความรุนแรงเลย"

ทว่าซ่งเย่ไม่ต้องการฟังเรื่องไร้สาระของเขา เธอกระแทกปืนไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วถาม "แกไปเอาปืนนี่มาจากไหน?"

"มัน... มันมาจากตลาดมืดเมื่อไม่นานมานี้ครับ" โจวเจิ้งมองท่าทีที่ไม่ยอมอ่อนข้อของซ่งเย่ ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเธอได้เลย จึงรีบเสริม "ได้ยินมาว่าเป็นพวกคนต่างจังหวัดเอาเข้ามา พวกมันร้อนเงิน เลยเอาปืนมาขาย"

ซ่งเย่ครุ่นคิด การมาครั้งนี้ได้ของแถมที่ไม่คาดคิด เธอยกมือขึ้นปลดอาวุธโจวเจิ้ง แล้วเตะเขาไปกองอยู่ตรงหน้าสวีจื่อหัง

"ที่เหลือ นายจัดการ"

สวีจื่อหังเพิ่งจะผ่านสถานการณ์ดวลปืนมาหมาดๆ และในพริบตาเดียว ศัตรูคู่อาฆาตของเขาก็มาอยู่ตรงหน้า โดยไม่ทันได้คิด สวีจื่อหังก็ยกเท้าขึ้นกระทืบโจวเจิ้งจนตายคาที่

จบบทที่ บทที่ 37: ถล่มแก๊งพยัคฆ์ปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว