- หน้าแรก
- ข้ามีคัมภีร์โปรดสรรพชีวิต
- บทที่ 8 – นิยายรักต้องห้าม เกียรติยศอันมัวหมอง
บทที่ 8 – นิยายรักต้องห้าม เกียรติยศอันมัวหมอง
บทที่ 8 – นิยายรักต้องห้าม เกียรติยศอันมัวหมอง
บทที่ 8 นิยายรักต้องห้าม เกียรติยศอันมัวหมอง
แม้ว่าเงาวิญญาณของอาจารย์จ้าวจะลอยเด่นออกมาจากโลงศพต่อหน้าฝูงชน แต่กลับไม่มีผู้ใดมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นบรรดาญาติสนิท มิตรสหาย หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมา
อวี๋เฉินจ้องมองภาพนั้นเงียบๆ
เป็นไปตามคาด
ดวงวิญญาณที่ถูก ‘คัมภีร์โปรดสรรพชีวิต’ ดึงออกมา มีเพียงเขาที่สามารถมองเห็น
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แน่ชัดแล้ว เขาจึงไม่กล่าวอะไรให้มากความ เพียงหันหลังกลับ แล้วมุ่งหน้ากลับสู่สุสานชิงเฟิง
วิญญาณของอาจารย์จ้าวค่อยๆ ลอยตามมาอย่างเชื่องช้า
เมื่อกลับถึงกระท่อม อวี๋เฉินปิดประตูหน้าต่างให้สนิท จากนั้นจึงดึง ‘คัมภีร์โปรดสรรพชีวิต’ ออกมาจากห้วงจิตใจ แผ่กางออกเบื้องหน้า
ทันใดนั้น ตัวอักษรสีหม่นก็ลอยปรากฏขึ้นที่หน้าแรกของคัมภีร์
【ปณิธานวิญญาณ – ชั้นเก้า】
【เกียรติยศอันบริสุทธิ์】
【เวลาจำกัด: 12 ชั่วยาม】
【เมื่อสำเร็จ จะได้รับรางวัล】
ขณะเดียวกัน วิญญาณของอาจารย์จ้าวก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีฟ้าจาง ถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์โดยพลัน ขณะที่ริมฝีปากยังคงพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
"ข้าจะรักษาเกียรติยศของตนไว้ให้ได้... ข้าจะรักษามันไว้..."
อวี๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะจ้องมองตัวอักษรที่ปรากฏบนคัมภีร์
‘เกียรติยศอันบริสุทธิ์’?
ดูเหมือนว่าแม้แต่บุคคลที่เป็นที่เคารพรักของผู้คน ก็ยังมีปริศนาเบื้องหลัง
อวี๋เฉินสงบจิตสงบใจ ปล่อยให้ ‘ภาพฉากสุดท้ายในชีวิต’ ของอาจารย์จ้าวค่อยๆ ไหลเวียนเข้าสู่จิตสำนึก
ภาพความทรงจำปรากฏขึ้นต่อหน้า
อาจารย์จ้าว แต่เดิมเขาคือขุนนางประจำศาลาว่าการเมืองเว่ยสุ่ย
เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาสอบผ่านการคัดเลือกขุนนาง และได้รับตำแหน่ง
‘จูปั๋ว’ (เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร)
ห้าปีต่อมา เขาลาออกจากตำแหน่ง หันไปเป็นครูบาอาจารย์ เปิดสำนักสอนหนังสือแก่เด็กๆ
ตลอดชีวิต เขาคือบัณฑิตที่เป็นที่นับถือของคนทั้งเมือง
ทว่า...
‘เกียรติยศอันบริสุทธิ์’ ที่เขากังวลถึง มันคืออะไรกันแน่?
อวี๋เฉินเพ่งมองภาพที่ปรากฏต่อไป
จนกระทั่งในที่สุด ปริศนาแห่งชีวิตของอาจารย์จ้าวก็ถูกเปิดเผย
และเมื่อเขาเห็นภาพนั้น...
เขาแทบหลุดหัวเราะออกมา
ที่แท้ เรื่องที่อาจารย์จ้าวปิดบังมาทั้งชีวิตก็คือ...
อาจารย์จ้าวเป็นบัณฑิตผู้รักการอ่านอย่างยิ่ง
...โดยเฉพาะ ‘นิยายรักต้องห้าม’
ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น อาจารย์จ้าวชื่นชอบหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตำราขงจื๊อ หลักปรัชญา
หรือวรรณกรรมโบราณ
แต่สิ่งที่เขาหลงใหลมากที่สุด กลับเป็น... นิยายรักที่ต้องห้าม
ไม่ว่าจะเป็นนิยายรักระหว่างคุณชายและสาวใช้
นิยายรักระหว่างบัณฑิตกับแม่ชี
หรือแม้แต่เรื่องราวรักต้องห้ามในวังหลวง...เขาล้วนอ่านมาหมดแล้ว!
——
แม้ว่าโดยปกติ อาจารย์จ้าวจะเป็นผู้เคร่งขรึม เยือกเย็น เป็นแบบอย่างของบัณฑิต แต่ยามที่อยู่คนเดียว... เขาจะหยิบเอาหนังสือรักเหล่านั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยสีหน้ารื่นเริง
...และไม่เพียงแค่อ่าน
เขายังแอบเขียนนิยายรักแนว ‘ต้องห้าม’ ด้วยตนเองอีกด้วย!
อวี๋เฉินมองภาพเหล่านั้นพลางกลั้นหัวเราะ
คิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์จ้าวที่เป็นที่เคารพรักของคนทั้งเมืองเว่ยสุ่ย แท้จริงแล้วจะมี ‘รสนิยม’ เช่นนี้
อย่างไรก็ตาม
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรนี่?
แม้ว่าจะน่าขันเล็กน้อย แต่เขาไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องผิดบาปถึงขนาดต้องกลายเป็น ‘ปณิธานที่ยังไม่สมบูรณ์’ หลังความตาย
หรือบางที…อวี๋เฉินจ้องมองภาพแห่งความทรงจำที่ค่อยๆ คลี่คลายไปสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตของอาจารย์จ้าว
...บางที มันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘รสนิยม’ ธรรมดาก็เป็นได้
ภายนอก อาจารย์จ้าวดูเป็นบุคคลที่สมบูรณ์พร้อม—มีฐานะมั่นคง มีภรรยาผู้เป็นกุลสตรี มีอาชีพที่ผู้คนให้ความเคารพ เป็นชีวิตที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา
แต่ภายในบ้านทุกหลังล้วนมีปัญหาที่มิอาจเลี่ยง
ปัญหาของอาจารย์จ้าว... ก็คือภรรยาของเขา
หลายปีก่อน ในปีที่ภรรยาของอาจารย์จ้าวให้กำเนิดบุตร นางได้รับบาดเจ็บภายในจากการคลอดบุตร
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ร่วมเรียงเคียงหมอน นางจะต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดราวถูกมีดกรีด
อาจารย์จ้าวเป็นสามีที่รักและห่วงใยภรรยาเป็นอย่างยิ่ง เขามิอาจทนเห็นนางต้องทรมานไปมากกว่านี้
ดังนั้น...
ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน มีความรักความผูกพันลึกซึ้งต่อกัน แต่ในยามค่ำคืน ทั้งสองกลับเป็นเพียงสามีภรรยาในนาม—มิได้ล่วงเกินกันแม้แต่น้อย
หากแต่ ‘ความปรารถนา’ ของบุรุษช่างเป็นสิ่งที่มิอาจระงับได้
อาจารย์จ้าวเป็นบุคคลที่เคร่งครัดในศีลธรรม เขาไม่อาจทำให้ภรรยาเจ็บปวดได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่อาจระบายความอัดอั้นออกไปที่อื่น
เขาไม่อาจไปหาหญิงคณิกาในหอห้อง
เขาไม่อาจทำเรื่องอันเสื่อมเสียศักดิ์ศรีของตนเอง
ดังนั้น ในที่สุดเขาก็พบทางออกที่ตนพอใจ...
‘นิยายรักต้องห้าม’ และ ‘ภาพวาดกามารมณ์’
ในห้องหนังสือของอาจารย์จ้าว มีตู้ลับที่ไม่มีใครเคยเปิดออก
ที่นั่น...
เต็มไปด้วยวรรณกรรมที่ร้อนแรงที่สุด ภาพวาดที่จินตนาการได้ไกลเกินกว่าคำว่าบริสุทธิ์
เขาไม่เคยให้ใครล่วงรู้ ไม่เคยเปิดเผยความลับนี้แม้แต่กับภรรยา
เขาเพียงแค่พยายามอดทนกับมันไปตลอดชีวิต
อาจารย์จ้าวเคยตั้งใจว่า
‘เมื่อถึงวันสุดท้ายของข้า ข้าจะเผาทุกสิ่งให้หมดไปพร้อมกับร่างของข้า’
‘ความลับนี้จะต้องตายไปพร้อมกับข้า’
แต่สวรรค์มักเล่นตลกกับมนุษย์เสมอ
คืนหนึ่ง ขณะอ่านหนังสือ อาจารย์จ้าวล้มป่วยกะทันหัน เขาหลับตาลงและไม่เคยลืมตาขึ้นอีกเลย
หนังสือที่ซ่อนไว้... ยังคงอยู่
ภาพวาดที่เขารักษาไว้อย่างดี... ยังไม่ได้ถูกทำลาย
และนี่เอง ที่ทำให้เขา ‘ตายตาไม่หลับ’
เขาหวาดกลัวว่าภรรยาและลูกๆ จะพบมันเข้า
เขากลัวว่าภรรยาที่เขารักสุดหัวใจจะรังเกียจเขา
เขากลัวว่าคนใช้ในบ้านจะนำมันไปเล่าลือให้คนทั้งเมืองรู้ว่า
“บัณฑิตผู้สูงส่งแห่งเว่ยสุ่ย เป็นบุรุษที่คลั่งไคล้เรื่องอัปยศเช่นนี้?!”
หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย เกียรติที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตก็จะพังทลาย
นี่จึงเป็นเหตุที่แม้ตายไปแล้ว วิญญาณของเขาก็ยังคงกังวล ‘เกียรติยศอันบริสุทธิ์’ ของตน
เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด อวี๋เฉินมีสีหน้าประหลาดใจ
จากนั้น...
เขาถึงกับต้องใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าผาก!
นี่มัน... แค่เรื่องลบประวัติการอ่านไม่ใช่รึ?!
ด้วยความทรงจำจากชาติที่แล้วของเขา อวี๋เฉินไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งเลวร้ายแม้แต่น้อย
‘อาหารและความใคร่เป็นธรรมชาติของมนุษย์’
แม้แต่บัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่อาจตัดขาดจากสิ่งเหล่านี้
ที่สำคัญที่สุดคือ
อาจารย์จ้าวมิได้ล่วงเกินใคร เขาเพียงแค่ ‘อ่าน’ และ ‘ดู’ เท่านั้น
หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว นี่มิใช่เรื่องที่เสียหายแม้แต่น้อย
อย่างน้อยที่สุด เขายังคงรักษาศีลธรรมอันดี ไม่คิดคดต่อภรรยา และไม่ทำร้ายใคร
อวี๋เฉินพยักหน้าให้กับตัวเอง
แม้ในใจเขาจะรู้สึกขำขันเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพอาจารย์จ้าวยิ่งขึ้น
ชายผู้นี้มีวินัยในตนเองถึงขนาดยอมใช้ชีวิตเช่นนี้มาสิบกว่าปี
เขายังคงมี ‘ศักดิ์ศรีของสุภาพบุรุษ’ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
แน่นอนว่า ในยุคสมัยเช่นนี้ หากคนอื่นได้รับรู้เรื่องนี้ คงมิอาจเข้าใจได้
และอาจกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวที่มิอาจกอบกู้
แต่ไม่เป็นไร...
ข้าอวี๋เฉิน จะเป็นผู้ลบประวัติการอ่านให้กับท่านเอง!
ในยุคสมัยเช่นนี้ เหล่าคุณชายเจ้าสำราญสามารถเที่ยวหอนางโลมได้โดยไม่มีใครว่า
แต่หากเป็นอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรม กลับมิอาจอ่านวรรณกรรมแนวรักต้องห้ามได้
“เฮ้อ...”
อวี๋เฉินถอนหายใจ
ไม่ว่าจะเพื่อค่าตอบแทนจากคัมภีร์ หรือเพื่อทดแทนบุญคุณของท่าน ข้าก็จะช่วยให้ท่านจากไปอย่างสงบ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เก็บคัมภีร์ประหลาดนั่นไป นอนพักเอาแรงก่อน
คืนนี้... เขามีภารกิจต้องทำ!
ยามราตรี...แสงจันทร์สาดส่องทั่วเมืองเว่ยสุ่ย ไม่มีพายุหิมะในคืนนี้
ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เข้านอนกันหมดแล้ว แต่เหล่าหอสุราโรงน้ำชากลับยังคงเปิดไฟสว่างไสว
เหล่าคุณชายผู้มั่งคั่ง...ข้าราชการที่ต้องการความบันเทิง...แม้แต่เหล่าพ่อค้าเงินหนาก็ไม่อาจพลาดโอกาสนี้
ที่แม่น้ำเว่ยสุ่ย เรือสำราญจอดเรียงราย เสียงดนตรีขับกล่อมตลอดสองฟากฝั่ง
แต่ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงนั้น ร่างในชุดดำผู้หนึ่ง สวมหมวกปีกกว้าง กำลังเดินอยู่ในตรอกเงียบสงบ
เป้าหมายของเขาไม่ใช่หอสุรา...แต่เป็นบ้านของอาจารย์จ้าว
อวี๋เฉินเลือกมุมลับตาคน ก่อนเป่าลมหายใจลงไปที่มนตรากระดาษสองตัวที่เตรียมไว้
พรึ่บ!
กระดาษเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์
ร่างเหล่านั้นล่องลอยขึ้นอย่างไร้น้ำหนัก และทะยานข้ามกำแพงบ้านตระกูลจ้าวไปอย่างเงียบกริบ
เขาอาจยังไม่มีพลัง "ชี่" เพื่อเสริมเวทศักดิ์สิทธิ์ให้มนตรากระดาษ
แต่ด้วยความเบาของมัน... แค่เพียงแรงส่งเล็กน้อย ก็สามารถข้ามกำแพงสูงได้แล้ว!
ยามสอง (ช่วงดึก)
แม้ในเขตสะพานเทียนเฉียวจะยังคงสว่างไสว แต่ว่าบ้านตระกูลจ้าวมีวินัยเข้มงวด
เมื่อถึงเวลา ทุกคนต้องเข้านอน
ภรรยาและบุตรของอาจารย์จ้าวย่อมไม่มีทางตื่นขึ้นมากลางดึก
มนตรากระดาษที่มีรูปลักษณ์เป็นอาจารย์จ้าว ค้นหาตามความทรงจำที่ได้รับมา
มันเปิดช่องลับ หยิบเอาหีบไม้เก่าแก่ที่ซ่อนอยู่
ภายในนั้น... เต็มไปด้วยวรรณกรรมต้องห้าม!
เขาพบเป้าหมายแล้ว!
อวี๋เฉินเตรียมจะให้มนตรากระดาษออกจากบ้านไปโดยไร้ร่องรอย
แต่ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออก!
อวี๋เฉินชะงัก
เป็นคนของตระกูลจ้าว!
เป็นชายรับใช้ที่ตื่นมาเข้าห้องน้ำพอดี เขาได้ยินเสียงผิดปกติในห้องหนังสือ เลยเดินมาตรวจสอบด้วยความสงสัย
ดวงตาที่ง่วงงุนของเขา เริ่มจับจ้องไปยังเงาร่างที่อยู่ในความมืด
“ใครอยู่ตรงนั้น!” ชายรับใช้เอ่ยเสียงต่ำ
แต่แทนที่อวี๋เฉินจะตื่นตระหนก...เขากลับเผยรอยยิ้มเย็นชา
เพราะว่า... เขาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อยู่แล้ว!
ก็มนตรากระดาษของเขา... มีรูปร่างเหมือนอาจารย์จ้าวทุกกระเบียดนิ้ว!
"เป็นข้าเอง นอนไม่หลับ จึงมาเอาหนังสือไปอ่าน"
มนตรากระดาษหันศีรษะช้าๆ
ภายใต้แสงจากโคมไฟ ภาพของมันสะท้อนให้เห็นรูปลักษณ์ของอาจารย์จ้าวอย่างชัดเจน
ชายรับใช้ที่กำลังงัวเงียพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อ๋อ...เป็นท่านอาจารย์หรือขอรับ?”
“ช่วงนี้อากาศเย็นนัก ขอท่านโปรดดูแลสุขภาพด้วย”
พูดจบ ชายรับใช้ก็หาวออกมา พลางเดินลากเท้ากลับไปทางห้องน้ำ
แต่ขณะที่ปลดเข็มขัดเสื้อ เพื่อปลดทุกข์...สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านร่างเขา
"เดี๋ยวก่อนนะ..."
อาจารย์จ้าว...
—ไม่ได้ตายไปแล้วหรอกหรือ!?—
ดวงตาของชายรับใช้เบิกโพลงทันที!
ซ่าาา!
แทบจะปล่อยทุกอย่างออกมาไม่ทัน! เขารีบเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ทิ้งโคมไฟไว้ตรงนั้น
แล้ว วิ่งหน้าตั้งกลับเรือนทันที!
รุ่งเช้า...ชายรับใช้หน้าซีดเผือด รีบเข้าไปแจ้งเรื่องกับภรรยาของอาจารย์จ้าว
ไม่นาน ข่าวลือเรื่อง "อาจารย์จ้าวคืนชีพเพื่ออ่านหนังสือ!" ก็แพร่สะพัดไปทั่ว
"ขนาดตายไปแล้ว วิญญาณยังคงหลงใหลในตำรา!"
ชาวบ้านที่เคยเคารพศรัทธาในตัวอาจารย์จ้าว...ยิ่งเลื่อมใสท่านมากขึ้นไปอีก!
แม้แต่ ท่านเจ้าเมืองก็ยังต้องเดินทางไปจุดธูปไหว้ดวงวิญญาณของอาจารย์จ้าวที่สุสาน!
และแล้ว... ชื่อเสียงของอาจารย์จ้าวก็ยิ่งสูงส่งขึ้นไปอีกระดับ