- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 487: ราชวงศ์จวิน
ตอนที่ 487: ราชวงศ์จวิน
ตอนที่ 487: ราชวงศ์จวิน
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า!
อิทธิฤทธิ์และศาสตราวุธนานาชนิดปะทะกันสนั่นหวั่นไหวบนฟากฟ้านอกม่านพลังสีทอง แสงที่สาดกระจายออกมานั้นเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ จนผู้คนไม่กล้ามองตรงๆ
ชายชราในฉลองพระองค์ลายมังกรวารีสีเหลืองนวลกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายพันจั้ง ฉลองพระองค์ขาดวิ่น มงกุฎจักรพรรดิบนศีรษะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดแลดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง
"น่าเสียดาย" ท่านปรมาจารย์หลีหยวนที่อยู่ในค่ายกลป้องกันเมืองกลับถอนหายใจออกมา
เจ้าจวินฮ่าวชิงผู้นี้มีสัมผัสต่ออันตรายที่เฉียบคมเกินไป ทันทีที่ถูกกระบี่บินของเขาโจมตี ก็รีบถอยหนีในทันที ทำให้หลบเลี่ยงการโจมตีส่วนใหญ่ที่เล็งเป้ามาที่เขาได้
การผนึกกำลังของพวกเขาทั้งห้าในครั้งนี้ ถือว่าล้มเหลว อย่าว่าแต่จะสังหารจวินฮ่าวชิงเลย แม้แต่จะทำให้บาดเจ็บสาหัสก็ยังทำไม่ได้ อย่าเห็นว่าชายชราผู้นั้นถูกซัดกระเด็นจนดูน่าสังเวช แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นเพียงบาดแผลภายนอก ไม่ได้บาดเจ็บถึงแก่นแท้เลยแม้แต่น้อย สำหรับยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดแล้ว บาดแผลภายนอกเพียงเท่านี้ ไม่นับว่าเป็นอะไรได้เลย
แม้ปากจะบ่นว่าน่าเสียดาย แต่กระบี่บินของท่านปรมาจารย์หลีหยวนยังคงเคลื่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้าอยู่นอกค่ายกลป้องกันเมือง ทิ้งร่องรอยสีดำทมิฬที่เล็กละเอียดราวเส้นผมไว้ในอากาศ ร่องรอยสีดำนั้นไม่ใช่ร่องรอยธรรมดา แต่คือรอยแยกของมิติที่ถูกฉีกกระชาก! มันมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ศาสตราวุธวิเศษที่อยู่เบื้องหน้ามันเปราะบางดุจเต้าหู้ มีเพียงศาสตราวุธวิญญาณเท่านั้นที่พอจะต้านทานได้บ้าง
กระบี่บินหายวับไปปรากฏอีกที่หนึ่งในพริบตา ทะลวงผ่านศีรษะของยอดฝีมือระดับแก่นทองคำของแคว้นเซวียนหมิงคนหนึ่ง และผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากอีกสามคน พวกเขาตายโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ
ขณะที่กระบี่บินกำลังจะสังหารต่อไป ก็มีเสียงแค่นเย็นชาดังขึ้น ร่างหนึ่งที่ดูคล้ายเทพมารปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ในมือถือกะบี่ยาวที่ส่องประกายใสดุจคริสตัล เขาฟาดมันออกไปอย่างรุนแรง! การฟาดฟันนั้นสร้างรอยแยกมิติสีดำขึ้นเช่นกัน ปะทะเข้ากับกระบี่บินสีเขียวหยกของท่านปรมาจารย์หลีหยวนอย่างจัง!
กระบี่บินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง บนตัวกระบี่ที่งดงามราวหยกปรากฏรอยร้าวเล็กๆ มันสั่นไหวพร้อมส่งเสียงครวญคราง ก่อนจะถูกซัดกระเด็นออกไป
ท่านปรมาจารย์หลีหยวนพลันหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านอยู่กลางอากาศ เมื่อกระบี่บินถูกโจมตี เขาก็ได้รับผลกระทบย้อนกลับเช่นกัน
"ท่านอา!" ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนบินไปยังชายชราจวินฮ่าวชิงด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ชายชราผู้นี้คือเชื้อพระวงศ์แห่งแคว้นเซวียนหมิง มีสถานะสูงส่งอย่างหาที่เปรียบมิได้
ใช่แล้ว... เชื้อพระวงศ์ แตกต่างจากแคว้นต้าชาง แคว้นเซวียนหมิงคืออาณาจักรที่มีระบอบการปกครองแบบรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง และราชวงศ์ก็มีอำนาจสูงสุด ราชวงศ์จวินมีสถานะที่สูงส่งเหนือกว่าตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆ
"ไม่เป็นไร" ชายชราจวินฮ่าวชิงหัวเราะฮ่าๆ "แค่แผลเล็กน้อย เดี๋ยวก็หายแล้ว พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้า รีบไปตีเมือง!" ขณะที่พูด ร่างของชายชราก็ส่องแสงสีทองอร่าม ภายใต้แสงนั้น ฉลองพระองค์ที่ขาดรุ่งริ่งก็กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็กลับมาดูใหม่เอี่ยมอีกครั้ง
ภายในค่ายกลป้องกันเมืองของเมืองมณฑลเป่ยหลาน ในตอนนี้ก็มีร่างกว่าร้อยร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเช่นกัน คนเหล่านี้คือผู้ฝึกตนระดับเขตแดนเต๋าที่มีอยู่ในเมือง การป้องกันเมืองไม่ใช่หน้าที่ของยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดแต่เพียงผู้เดียว พวกเขาก็มีหน้าที่รับผิดชอบเช่นกัน
ส่วนนักสู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับเขตแดนเต๋า แม้จะบินไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังคงยิงธนูที่อาบพลังปราณขึ้นไปบนฟ้า แม้จะรู้ว่าการโจมตีของตนยากจะทำอันตรายผู้ฝึกตนที่บินได้นอกค่ายกล แต่พวกเขาก็ยังคงทำ ความเกลียดชังระหว่างสองแคว้นที่สั่งสมมานานปี ทำให้ผู้ฝึกตนระดับล่างและนักสู้ของทั้งสองฝ่ายมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูคู่อาฆาต ลงมือสังหารกันโดยไม่ลังเล
ณ ลานบ้านของซุนลี่... ซุนลี่ที่ยืนอยู่บนหลังคามองการต่อสู้บนท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยขึ้นจากหลังคา มุ่งหน้าขึ้นไปบนฟ้า
"ลูกข้า อย่าไปเลย! ถ้าเจ้าเข้าร่วมการต่อสู้ ถ้าเมืองแตกขึ้นมา ครอบครัวเราต้องตายกันหมดแน่! เจ้าเว่ยเพิ่งจะขวบเดียวนะ เจ้าจะใจดำปล่อยให้ลูกตายได้ลงคอเชียวรึ?" หญิงชราที่มีย่าสาวใช้สองคนประคองอยู่ตะโกนขึ้นมา
ร่างที่ผ่ายผอมของซุนลี่ชะงักงันกลางอากาศ
"ท่านพี่..." ภรรยาโฉมงามของเขามองขึ้นมาเรียก ในอ้อมแขนของเธอยังมีทารกน้อยวัยขวบเศษอยู่ "พ่อจ๋า..." เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าหกขวบดึงชายเสื้อแม่ของเธอ เงยหน้ามองพ่อที่ลอยอยู่บนฟ้า
ซุนลี่ค่อยๆ หันกลับมามองครอบครัวของเขา... มารดาที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันตอนวัยกลางคน และลูกๆ ที่เป็นแก้วตาดวงใจ... นี่คือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เขาจะทอดทิ้งพวกเขาได้อย่างไร?
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ซุนลี่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "หากเมืองเป่ยหลานแตก ข้าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นเซวียนหมิง อย่างไรข้าก็เป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นสูงสุด ตราบใดที่ข้าไม่ตาย ก็จะปกป้องพวกเจ้าให้ปลอดภัยได้"
พูดจบ เขาก็ใช้อิทธิฤทธิ์เหินฟ้า พุ่งทะยานออกจากลานบ้านไปยังสมรภูมิ คำพูดของเขาชัดเจน... หากเมืองแตก เพื่อครอบครัวแล้ว เขาจะยอมจำนน แต่ก่อนที่เมืองจะแตก ในฐานะคนของแคว้นต้าชาง เขาจะสู้!
...
ห่างจากเมืองมณฑลเป่ยหลานไปราว 200 ลี้ อินทรีดำใหญ่กำลังบินเลียดป่าเขาพาเซียวจือและหยางซวี่มุ่งหน้าไป
ทันใดนั้น แสงสว่างเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน ต้นไม้เบื้องล่างไหวเอนราวกับต้องลมพายุ
"เริ่มสู้กันแล้วสินะ" เซียวจือลุกขึ้นยืนบนหลังอินทรีดำใหญ่ สีหน้าเคร่งขรึม
หยางซวี่เองก็เบิกตากว้างจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ดวงตาของเขาสาดประกายสีเขียวมรกต