- หน้าแรก
- ลูกเต๋าในห้วงมืด : เสียงเพรียกแห่งคธูลู
- บทที่ 53 ความสำเร็จสองครั้งติด
บทที่ 53 ความสำเร็จสองครั้งติด
บทที่ 53 ความสำเร็จสองครั้งติด
อากิระ อาคาชิ พยักหน้ารับเห็นด้วยก่อนเริ่มเล่าเรื่องของตน “ประสบการณ์ของฉันก็คล้ายกับของเถียนเต้า มันเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนนั้นฉันไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนร่วมชั้น ช่วงนั้นเป็นฤดูท่องเที่ยวพอดี โรงแรมที่เราจองไว้ถูกคนอื่นแย่งไป เพราะเราไปถึงช้ากว่ากำหนดสองชั่วโมง จำใจต้องหาที่พักใหม่ แล้วก็มีคนแนะนำเกสต์เฮาส์ให้เราไปพัก”
“วันถัดมา ตอนกำลังเล่นอยู่บนชายหาด พวกเราได้ช่วยชายชราคนหนึ่งที่เป็นลมแดด เขามอบกำไลให้ฉันเส้นหนึ่ง บนมันมีสัญลักษณ์ของเอลเดอร์ไซน์ และเล่าเรื่องตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับเหล่าดีพวันให้พวกเราฟัง ตอนแรกพวกเราก็ไม่คิดจริงจัง แต่พอถึงกลางดึก พวกเรากลับพบว่าเจ้าของเกสต์เฮาส์ที่เราพักอยู่นั่น คือหนึ่งในดีพวัน โชคดีที่พวกเรารู้ตัวทัน และหนีออกมาได้สำเร็จ”
หลังพูดจบ อากิระก็ยกข้อมือซ้ายขึ้นให้ดู กำไลนั้นทำจากโลหะสีดำไม่ทราบชนิด บนพื้นผิวสลักสัญลักษณ์เอลเดอร์ไซน์ไว้อย่างชัดเจน
ถึงแม้หลิวซิงจะไม่สามารถขยับร่างกายได้ แต่การมองเห็นและการได้ยินของเขายังชัดเจนดี เมื่อได้ฟังบทสนทนาของอากิระกับคนอื่น ๆ เขาก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า ‘พวกกูลกับเหล่าดีพวัน นี่มันพวกสัตว์ประหลาดระดับเริ่มต้นในเกมสวมบทบาทคธูลู แท้ ๆ ทำไมถึงเจอได้ทั่วไปขนาดนั้น’
ผู้แปล: ที่หลิวซิงพูดแบบนั้น จริง ๆ แล้วเป็น การประชดเล็ก ๆ กูล กับ ดีพวัน มักจะถูกจัดว่าเป็น สิ่งมีชีวิตระดับเริ่มต้น ที่ผู้เล่นมือใหม่พอจะมีโอกาสเอาชนะได้บ้าง แต่ในความเป็นจริง (ในเนื้อเรื่องของโลกคธูลู) สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เจอง่ายเลย พวกมันเป็นสิ่งประหลาดที่อาศัยอยู่ใต้ดินหรือใต้ทะเลลึก และปกติคนทั่วไปไม่มีทางเห็นแน่ ๆ แต่ในเกมทุกฉากที่พระเอกหรือผู้เล่นอื่นเล่นกลับเจอง่าย ๆ (เป็นการวิเคราะห์ส่วนตัวนะคะ)
แต่ถึงจะเป็นสัตว์ประหลาดระดับเริ่มต้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปจะฆ่าได้ง่าย ๆ ดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่ อย่างอากิระ ก็มักจะคว้าโอกาสหนีเอาชีวิตรอดไว้ก่อน
ส่วนผู้เล่นอย่างเถียนเต้าที่สามารถเคลียร์ฉากได้ด้วยการล้มสิ่งมีชีวิตในตำนานนั้น ถือเป็นของหายาก หลิวซิงคาดว่าทีมของเถียนเต้าน่าจะมีการจัดทีมที่ยอดเยี่ยม มีอาวุธที่เข้ากับฉาก และที่สำคัญคือ “โชค” อยู่ข้างพวกเขา ถึงฆ่ากูลตัวนั้นลงได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ทีมของเถียนเต้อต้องสู้กับกูลนั้น หลิวซิงเดาว่าอาจเป็นเพราะ “นักโบราณคดี” ในกลุ่มนั่นแหละ ที่มักทำให้เรื่องให้แย่ลง
ในโลกของเกมคธูลู ตัวละครจำพวกนักโบราณคดี นักเวทม หรือผู้คลั่งศาสนา มักเป็นหายนะของทีม เป็นเหมือนเครื่องจักรแห่งการล่มสลาย ที่มักจะลากทุกคนเข้าสู่สถานการณ์อันตรายด้วยความอยากรู้อยากเห็น สเตตัสแบบนี้มักจะปั่นขึ้นไปสูงสุดถึง 99 ด้วยซ้ำ
“เอาล่ะ ตอนนี้คำถามคือ เราควรเข้าไปดูในวัดไหม?” ทีน่าพูดพลางมองประตู “ฉันคิดว่าควรนะ เพราะเครื่องหมายเอลเดอร์ไซน์พวกนี้ถูกติดไว้ด้านนอก หมายความว่าเอาไว้ป้องกันสิ่งมีชีวิตในตำนานไม่ให้เข้ามา และจากที่เห็น ประตูก็ไม่มีร่องรอยถูกเปิด แปลว่าข้างในน่าจะปลอดภัย แถมอาจมีอะไรสำคัญอยู่ในนั้น อาจเป็นของที่จะช่วยให้พวกเรากลับไปยังโลกจริงได้”
อากิระ อาคาชิ กับเถียนเต้า ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของทีน่า แต่เถียนเต้ากลับทำหน้าเคร่งเครียด มองไปยังประตูวิหาร “ก็จริงนะ แต่จะเปิดประตูยังไงดีล่ะ? อย่างน้อยก็ต้องมีคนหนึ่งอยู่เฝ้าหลี่หมิงกับคนอื่น ๆ ส่วนอีกสองคนจะให้ไปเปิดประตูเหล็กสูงตั้งสามเมตรแบบนี้คงไม่ง่ายแน่”
อย่างที่เถียนเต้าว่าไว้ ประตูวิหารสูงราวสามเมตร เสริมเหล็กไว้ทั่ว ไม่มีแม้แต่ห่วงหรือมือจับด้านนอก ดูท่าว่าต้องเปิดจากด้านในเท่านั้น จึงเป็นงานที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา
อากิระขมวดคิ้ว “เถียนเต้าพูดถูก ประตูแบบนี้เปิดจากข้างนอกไม่ได้แน่ แถมไม่มีจุดให้ใช้แรงงัดด้วย”
“เฮ้อ ไม่เป็นไรหรอก เขาว่ากันว่า ‘การปฏิบัติเท่านั้นคือบททดสอบของความจริง’ ไม่ว่าจะคิดยังไง สุดท้ายก็ต้องลองเองอยู่ดี งั้นเถียนเต้ามากับฉัน ส่วนอากิระ อาคาชิ เธออยู่ดูแลหนานเซี่ยวเหนียวกับพวกเขา”
ทีน่าพูดพลางเริ่มถกแขนเสื้อขึ้น…แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็นึกได้ว่าในฉากนี้ตั้งเวลาไว้เป็นฤดูร้อน ไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิ เสื้อแขนยาวที่ใส่ก่อนหน้านี้ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนสั้นตามระบบ เพื่อไม่ให้หลุดคาแรกเตอร์ ทีน่าจึงได้แต่ถูแขนตัวเองกลบเกลื่อนอย่างเก้อเขิน
[โธ่เอ๊ย ฉันนึกว่าจะได้ประกาศให้ทีน่าหลุดคาแรกเตอร์ซะแล้ว แต่เจ้ากลับแก้สถานการณ์ได้แปลกแต่เนียนดี] KP เฉาเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ [เอาล่ะ ทีน่า อากิระ อาคาชิ และเถียนเต้า ทั้งสามสามารถเข้าไปตรวจสอบประตูหลักได้แล้ว]
ทีน่า การทดสอบค้นหา: 82/55, ล้มเหลว
อากิระ อาคาชิ การทดสอบค้นหา: 6/70, สำเร็จ
เถียนเต้า การทดสอบค้นหา: 54/60, สำเร็จ
[ดังนั้น อากิระ อาคาชิ และเถียนเต้าได้สังเกตเห็นว่า บางสัญลักษณ์เอลเดอร์ไซน์บนประตูวิหารนั้นมีลักษณะแตกต่างจากที่เหลือเล็กน้อย ตอนนี้พวกเจ้าทั้งคู่สามารถทำการทดสอบแรงบันดาลใจได้] KP เฉากล่าวต่อ
อากิระ อาคาชิ แรงบันดาลใจ: 2/75, ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม
เถียนเต้า แรงบันดาลใจ: 1/75, ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม
[ให้ตายสิ พวกยุโรปนี่มันยังไงกันเนี่ย ทั้งคู่ได้ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมพร้อมกันเลยเหรอ แบบนี้กับดักที่ข้าวางไว้ก็หมดความหมายสิ] KP เฉาบ่นออกมาอย่างจนปัญญา [ดังนั้นเถียนเต้ากับอากิระ อาคาชิ ต่างก็รู้สึกพร้อมกันว่า ถ้าดึงเอลเดอร์ไซน์บางชิ้นออก มันอาจเกิดผลบางอย่างขึ้น พวกเจ้าทั้งคู่คงเห็นแล้วสินะว่าชิ้นไหนคือชิ้นนั้น]
อากิระ อาคาชิ และเถียนเต้า พยักหน้าพร้อมกัน จากนั้นเถียนเต้าก้าวไปข้างหน้า ค่อย ๆ ลอกสัญลักษณ์เอลเดอร์ไซน์หนึ่งชิ้นออก แล้วประตูใหญ่ของวิหารก็เปิดออกอย่างเงียบงัน!
ทีน่าซึ่งแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ด้วยความสนิทกับ KP เฉา ก็พูดแซวขึ้นอย่างร่าเริงว่า
“เฉา~ กับดักที่นายออกแบบไว้น่ะ มันคืออะไร บอกพี่สาวคนนี้หน่อยสิ จะได้หัวเราะให้เต็มที่หน่อย!”
KP เฉาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ [ข้าแก่กว่าเจ้านะทีน่า ควรเรียกข้าว่า ‘พี่เฉา’ สิ แล้วอีกอย่าง มันไม่ใช่กับดักที่ข้าออกแบบเองหรอก มันเป็นเงื่อนไขในฉากนี้ต่างหาก ถ้าผ่านการทดสอบแรงบันดาลใจ จะสามารถค้นพบสัญลักษณ์เอลเดอร์ไซน์หนึ่งในสามอันที่สามารถเปิดประตูวิหารได้
แต่มีเพียงอันเดียวเท่านั้นที่ใช้ได้จริง ส่วนอีกสองอัน ถ้าดึงผิด มันจะผนึกทักษะของผู้เล่นคนนั้นไปจนจบฉากนี้ แต่ถ้าใครได้ผลความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม จะสามารถตัดตัวเลือกผิดออกได้หนึ่งอัน… ซึ่งข้าไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะได้ผลยอดเยี่ยมทั้งคู่แบบนี้ จนทะลุไปถึงคำตอบที่ถูกต้องทันที”
อากิระ อาคาชิ กับเถียนเต้า หันมายิ้มให้กัน อย่างที่ใคร ๆ ว่าไว้ “คนที่ยิ้มได้มากที่สุด มักจะเป็นคนที่โชคดีที่สุดเสมอ”
“ว้าว~ เถียนเต้า นายรู้ได้ยังไงว่าต้องลอกสัญลักษณ์เอลเดอร์ไซน์อันนี้ถึงจะเปิดประตูวิหารได้ เจ๋งมากเลยนะ!” ทีน่าพูดด้วยน้ำเสียงแสดงบทแบบเกินจริง
เถียนเต้าขยับมือเกาศีรษะ พลางหัวเราะเบา ๆ “ก็คงเป็นสัญชาตญาณของผู้ชายน่ะสิ”