- หน้าแรก
- ลูกเต๋าในห้วงมืด : เสียงเพรียกแห่งคธูลู
- บทที่ 29 การปะทะทางจิตวิทยา
บทที่ 29 การปะทะทางจิตวิทยา
บทที่ 29 การปะทะทางจิตวิทยา
ถ้าถามผู้เล่นเกมคธูลูว่า การทอยสำเร็จแบบ ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ในทักษะไหนที่พวกเขาไม่อยากเจอที่สุด คำตอบก็คงจะเป็น แรงบันดาลใจ
เพราะโดยมาก การทอยแรงบันดาลใจสำเร็จ มักจะหมายถึงการต้อง “เสียสติ” ยิ่งหากสำเร็จขั้นวิกฤติ ผลลัพธ์ก็ยิ่ง “สนุก” จนสั่นประสาท
เช่น หากทอยสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในแรงบันดาลใจ อาจทำให้ผู้เล่นเห็นลูกโลกตาธรรมดา ๆ กลายเป็น “ย็อก โซโธธ” (Yog-Sothoth) เพราะรูปร่างคล้ายดวงตาขนาดใหญ่และมีฟองปุด ๆ จนชาวจีนที่เล่นคธูลูพากันเรียกมันติดตลกว่า “ย็อก บับเบิล” แต่แท้จริงแล้ว ย็อก โซโธธคือหนึ่งใน เทพเสาหลักที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าคธูลู เป็นสัญลักษณ์ของห้วงอวกาศและกาลเวลา การได้เห็นก็อาจทำให้ผู้คนบ้าคลั่งไปตลอดกาล
ดังนั้น ไป๋เหอเฉิงที่ทอยได้ “ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม” ในแรงบันดาลใจครั้งนี้ ก็คงกำลังจะเจอปัญหาใหญ่…หรือพูดอีกแบบก็คือ หลิวซิงกับพวกก็กำลังจะพลอยซวยไปด้วย
แต่ในวินาทีคับขัน หลิวซิงก็ไหวพริบดีพอที่จะถาม KP004
“KP แต่ตอนนี้ไป๋เหอเฉิงอยู่ในสถานะ พิการ ไม่ใช่เหรอ? ถ้าเขามองไม่เห็น แล้วจะทดสอบแรงบันดาลใจได้ยังไง?”
KP004 เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงแผ่ว ๆ อย่างอึดอัด
[อ่า…ก็จริง ไป๋เหอเฉิงมองไม่เห็นตาของเจ้าของปราสาท ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องทดสอบแรงบันดาลใจครั้งนี้ ถือว่า ล้มเหลวอัตโนมัติ …]
ทุกคนโล่งอกพร้อมกันทันที ไป๋เหอเฉิงเป็นตัวป่วนก็จริง แต่ถ้าเขาทอยแรงบันดาลใจสำเร็จจริง ๆ ป่านนี้กลายเป็นระเบิดเวลาคอยปะทุแน่
คราวนี้กลับกลายเป็นว่า “อาการตาบอด” ของไป๋เหอเฉิง ช่วยชีวิตพวกเขาแทน
หลิวซิงปรายตามองไป๋เหอเฉิงที่ยังนั่งยิ้มกวน ๆ เหมือนท้าให้ต่อยสักหมัด
ถึงจะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยจาก KP004 แต่เขาก็ยังไม่ลืมหักแต้มสติของหลิวซิงกับพวก
[ดังนั้น ยกเว้นไป๋เหอเฉิงกับหวังซื่ออี้ ผู้เล่นที่เหลือเมื่อเห็นดวงตาของเจ้าของปราสาท ก็รู้สึกราวกับถูกสระเลือดกลืนกินจิตใจ เสียสติเล็กน้อย แต่คราวนี้พวกคุณ ไม่ได้รับความรู้คธูลู ใด ๆ]
หลิวซิงที่ได้ยินก็ยิ่งมั่นใจว่า การเสียสติครั้งนี้เป็นหลักฐานชัดว่า เจ้าของปราสาทเป็นเพียง “จอมเวท” ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ
บางทีอาจเพราะเสียแต้มสติมาหลายครั้งติด ๆ หลิวซิงเลยแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว เหมือนคนที่ชินชาไปเอง แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเป็นบ่อยเกินไป สุดท้ายก็อาจบ้าไปจริง ๆ ได้เหมือนกัน
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมเป็นเจ้าของปราสาทไอนส์แห่งนี้ แกรี ราฟาเอล หรือเรียกสั้น ๆ ว่าแกรีก็ได้” เจ้าของปราสาทกล่าวขึ้น ไม่สิตอนนี้ควนชื่อแกรี่มากกว่า
เขานั่งประจำหัวโต๊ะพลางพยักหน้าให้เฒ่าเวย์นเริ่มเสิร์ฟอาหาร
หลิวซิงขมวดคิ้ว เขารู้ตัวทันทีว่าอิซาเบลลาไม่ได้ถูกเรียกมาร่วมโต๊ะ นั่นชี้ชัดว่าแกรีจงใจไม่ให้เธอปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
หลิวซิงนึกถึงสิ่งที่เคยเห็นในห้องของอิซาเบลลา แล้วสรุปได้ว่า แกรีคงทำอะไรบางอย่างกับเธอ หรืออาจใช้เธอเป็น “สื่อกลาง” แน่นอน พ่อมดมักใช้วัตถุอย่างม้วนกระดาษหรือรูปปั้นเทพอสูร แต่ในหลายกรณี มนุษย์กลับเป็นสื่อกลางที่ดีที่สุด จะบูชายัญเรียกเทพอสูรก็ได้ หรือจะใช้เป็นภาชนะบรรจุพลังบางอย่างก็ได้
สรุปสั้น ๆ มนุษย์คือสื่อกลางที่สมบูรณ์แบบที่สุดภายใต้ตำนานคธูลู
ดังนั้น หลิวซิงจึงยิ่งมั่นใจว่าอิซาเบลลาถูกเลี้ยงดูเพื่อเป็น “สื่อกลาง” ของแกรีมาโดยตลอด จึงถูกกันออกไปจากสายตาคนนอก
เฒ่าเวย์นค่อย ๆ จัดอาหารเสร็จ และโชคดีที่มื้อนี้ไม่ใช่อาหารอังกฤษแบบเมื่อเช้า ทำให้หลิวซิงถอนหายใจโล่งอก เพราะเห็นอาหารพิสดารบ่อย ๆ ก็ทำให้เสียสติได้เหมือนกัน
แกรีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ท่านทั้งหลาย คงได้ยินจากพ่อบ้านเวย์นแล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ ผมเลยไม่ค่อยได้ออกจากปราสาทเท่าไหร่นัก จึงชอบเชิญผู้สัญจรให้มาพัก และเล่าประสบการณ์การเดินทาง หลังมื้ออาหารนี้ ผมอยากเชิญพวกคุณขึ้นไปยังห้องหนังสือชั้นสอง และให้พ่อบ้านเวย์นพาขึ้นไปทีละคน เพื่อเล่าเรื่องราวของพวกคุณให้ผมฟัง จะได้หรือไม่?”
หลิวซิงยิ้มตอบในฐานะตัวแทนกลุ่ม
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ท่านลอร์ดเลี้ยงดูพวกเราด้วยน้ำใจ ทั้งเชิญเข้าพัก ทั้งมอบอาหารเลิศรส แน่นอนว่าพวกเรายินดีเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้ท่านฟัง”
แกรีหัวเราะเบา ๆ “อย่าเรียกข้าว่า ‘ลอร์ด’ เลย แม้ยังเป็นเจ้าของปราสาทไอนส์ แต่เมื่อร้อยปีก่อน ตระกูลของผมถูกริบยศไปแล้วจากเหตุผิดพลาดบางอย่าง ปัจจุบันข้าไม่ใช่ขุนนางอีกต่อไป เรียกแค่แกรีก็พอ”
หลิวซิงรู้ดีว่า “เหตุผิดพลาด” ที่แกรีพูดถึงคืออะไร เหตุการณ์การหายตัวไปของกองทัพทหารนับร้อยที่ไม่เคยถูกคลี่คลาย ซึ่งทำให้ราชินีอังกฤษริบยศเจ้าเมืองไอนส์ เพราะทหารหายทั้งกองในปราสาท แต่เจ้าของปราสาทกลับไม่เป็นอะไรเลย เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความผิดติดตัว
หลิวซิงกำลังจะเอ่ยตอบ แต่แกรีกลับหันไปมองไป๋เหอเฉิงอย่างจับผิดทันที
“เอ…ตาของเขาเป็นอะไรหรือเปล่า? ผมคิดว่าตาของเขาไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?” แกรีถาม
หลิวซิงรีบยิ้มตอบแทน “อ๋อ เพื่อนผมเป็นโรคประหลาดทางกรรมพันธุ์ครับ บางครั้งก็ทำให้ตาบอดชั่วคราว แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็มองเห็นเอง”
“จริงหรอ?” แกรีเลิกคิ้ว หันกลับมามองหลิวซิงอีกครั้ง
[แกรีกำลังใช้ ทักษะจิตวิทยา ใส่ นายอยากโต้กลับด้วยทักษะจิตวิทยาของนายไหม? การทดสอบนี้จะทำแบบลับ ๆ] เสียงของ KP004 ดังขึ้น