- หน้าแรก
- ลูกเต๋าในห้วงมืด : เสียงเพรียกแห่งคธูลู
- บทที่ 21 เด็กสาว
บทที่ 21 เด็กสาว
บทที่ 21 เด็กสาว
หลิวซิงเดินตรงไปยังห้องที่อยู่สุดทางด้านขวาของชั้นสอง ตามข้อมูลที่ KP004 บอก นั่นคือห้องของลูกสาวเจ้าของปราสาท
ที่นี่ KP004 ไม่ได้ให้หลิวซิงทำการทดสอบโชค เพราะประตูห้องแง้มเปิดอยู่แล้ว เพียงแต่แสงภายในค่อนข้างมืดสลัว
เห็นดังนั้น หลิวซิงก็เดาว่าลูกสาวเจ้าของปราสาทน่าจะยังอยู่ในห้อง
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะลองสอดส่องสถานการณ์ก่อน ค่อย ๆ ชะโงกหน้าเข้าไปมองด้วยความระมัดระวัง
[ไม่จำเป็นต้องระวังขนาดนั้นหรอก ถึงห้องจะมืด แต่ก็ยังพอมองเห็นทุกอย่างชัดเจน ถือว่าการสอดส่องของนายสำเร็จอัตโนมัติแล้วกัน” KP004 พูดกับหลิวซิงด้วยน้ำเสียงดูแคลนเล็กน้อย]
[งั้นสิ่งที่นายเห็นก็คือ… เด็กสาววัยรุ่นนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ เธอหันหลังให้ทำได้เพียงมองเห็นเส้นผมสีทองยาวสลวยถึงเอว แต่นายก็มีลางสังหรณ์ว่าเด็กสาวคนนี้ต้องสวยงามอย่างมากแน่ ๆ]
หลิวซิงพยักหน้าเงียบ ๆ ในใจเริ่มคิดว่าจะเริ่มบทสนทนากับเธอดีหรือไม่
เขามั่นใจว่าเด็กสาวตรงหน้าจะต้องเป็น NPC สำคัญ แน่นอน ในเมื่อเธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของปราสาท ก็คงจะรู้อะไรไม่น้อย
แต่ปัญหาคือจะทำยังไงถึงจะได้ข้อมูลจากเธอ?
ในขณะที่หลิวซิงกำลังครุ่นคิดว่าจะเข้าหาอย่างไร ก็มีเสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังออกมาจากในห้อง
หลิวซิงสะดุ้ง คิดว่าเด็กสาวคงรู้ตัวแล้ว
แต่ไม่นานเขาก็สังเกตว่าเด็กสาวยังไม่ได้หันมามองเลย จึงเดาว่าเสียงถอนหายใจนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง
คิดได้ดังนี้ หลิวซิงก็ตัดสินใจเดินเข้าไปเริ่มบทสนทนา เพราะรู้สึกว่าเด็กสาวบอบบางเช่นนี้ไม่น่ามีอันตราย
ท้ายที่สุด หลิวซิงเองก็เคยเป็นวัยรุ่นที่โรแมนติก และออกจะเพ้อฝันมาก่อน
เขาเคาะประตูเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “สวัสดีครับ ผมขอเข้าไปได้ไหม?”
ทันทีที่เสียงของหลิวซิงจบ เด็กสาวในห้องก็หันหน้ามามอง
เพียงแรกเห็น ใจหลิวซิงก็ผุดความคิดขึ้นมาเพียงอย่างเดียว ค่าความงาม 18!
ในกฎของคธูลู ค่าความงามสูงสุดของมนุษย์คือ 18 คะแนน
ดังนั้น ประโยคเดียวที่หลิวซิงนึกขึ้นได้ก็คือ ‘หญิงสาวเช่นนี้ ควรอยู่บนสวรรค์ มนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่สมควรได้เห็นเธอ’
แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมา เพราะนี่ไม่ใช่เวลาจะมาเคลิ้มไปกับความงาม ยิ่งเมื่อได้เห็นนัยน์ตาของเธอที่เป็นสีแดงผิดปกติ
ที่จริงจะเรียกว่าแดงยังไม่ถูกนัก มันคือสีเลือดต่างหาก เพียงแค่มองก็ทำให้หลิวซิงรู้สึกว่าแต้ม สติ ของตัวเองกำลังสั่นคลอน
ถึงอย่างนั้น หลิวซิงก็ยังยืนยันในใจว่าเด็กสาวไม่น่าจะเป็นภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอสวยขนาดนี้
จริง ๆ แล้ว หากหลิวซิงมีทักษะมานุษยวิทยาสักหน่อย เขาคงทำการทดสอบวิเคราะห์ทางมานุษยวิทยาไปแล้ว เพื่อพิสูจน์ว่าเด็กสาวเป็นมนุษย์จริงหรือไม่ เหตุผลก็เพราะเธอสวยเกินไป
ในฉากของคธูลู พวกสิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์มักมีค่า ความงามสูงผิดมนุษย์เสมอ แม้แต่พวกดีพวันหรือกูลที่ใคร ๆ ว่าหน้าตาน่าสยดสยอง พออยู่ในวัยหนุ่มสาวก็ยังมีค่าความงามราวสิบหกหรือสิบเจ็ด เพื่อให้ยังสามารถหาคู่หรือเหยื่อในโลกมนุษย์ได้
แต่ตอนนี้หลิวซิงไม่รู้ค่าสถานะจริงของเด็กสาว เขาทำได้แค่สรุปว่าค่าความงามของเธอต้องไม่ต่ำกว่า 18 แต่จะเกินกว่านั้นหรือเปล่าก็ไม่อาจบอกได้
ดังนั้นเขาจึงถาม KP004 ไปว่า “เคพีผมมีทางไหนจะรู้ค่าความงามของเธอจริง ๆ ไหม อย่างน้อยก็รู้ว่ามันเกิน 18 หรือเปล่า?”
KP004 ที่อ่านความคิดหลิวซิงออกก็หัวเราะหึหึ
[มีสิ ก็ทำการทดสอบมานุษยวิทยาดูสิ]
หลิวซิงถึงกับพูดไม่ออก เพราะตัวเองไม่มีทักษะด้านนี้เลย โอกาสสำเร็จมีแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ KP004 มันคิดว่าเขาโชคดีเหมือนเทพหรือไง?
สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ฝืน เพราะถ้าทดสอบแล้วล้มเหลวต่อหน้าเด็กสาว แบบรู้ ๆ อยู่ว่า KP004 จะต้องใส่เรื่องยุ่งยากเพิ่มให้แน่
เขาจึงพูดออกมาว่า “KP004 ผมจะเลือกทำการทดสอบเกลี้ยกล่อม เพื่อให้เธอเชื่อว่าผมไม่มีพิษภัย”
KP004 คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
[ได้]
เกลี้ยกล่อม: 8/40, สำเร็จ
พอสำเร็จ หลิวซิงก็โล่งใจ ยิ้มให้เด็กสาวพลางพูดว่า “สวัสดีครับ ผมเป็นแขกของปราสาท ได้รับเชิญจากท่านเจ้าเมือง ผมชื่อหลิวซิง พอดีเดินชมรอบ ๆ โดยไม่รู้ว่านี่คือห้องนอนของคุณ ถ้าผมล่วงเกินต้องขออภัยจริง ๆ”
แม้คำพูดจะมีช่องโหว่ แต่เด็กสาวก็รับฟังอย่างเชื่อถือ “สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออิซาเบลล่า ยินดีที่ได้รู้จัก คุณเป็นแขกคนแรกที่ฉันได้เจอ หลังจากไม่ได้พบใครเลย แม้แต่พ่อของฉันก็ไม่ได้เจอมานานแล้ว”
หลิวซิงได้ยินน้ำเสียงที่แฝงความเหงาของอิซาเบลล่า และยังจับประเด็นสำคัญได้ เจ้าของปราสาทไม่ได้เจอเธอมานานแล้ว ทั้งที่ห้องของเขาอยู่ห่างไปแค่เจ็ดถึงแปดเมตรเท่านั้น เรื่องนี้ช่างแปลกประหลาดนัก
แต่เขาไม่คิดจะก้าวล่วง จึงเพียงยิ้มอย่างสุภาพแล้วตอบกลับ “คุณอิซาเบลล่า ดูเหมือนคุณจะเหงามาก หากไม่รังเกียจ ผมอยากคุยเป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย”
ได้ยินดังนั้น อิซาเบลล่าก็พยักหน้าทันที รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
หลิวซิงจึงก้าวเข้าไปนั่งข้าง ๆ เธอ
เมื่ออยู่ใกล้ ๆ เขาก็ได้กลิ่นหอมประหลาดโชยออกมาจากตัวอิซาเบลล่า เขาสูดลึก แล้วจำได้ว่าเป็นกลิ่นสมุนไพรชนิดหนึ่ง
เขาจึงคิดจะทำการทดสอบเภสัชวิทยา แต่ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าไม่มีทักษะนี้เลย
เขายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วถาม KP004 ในใจว่า “KP ผมสามารถใช้ การแพทย์แทนเภสัชวิทยาได้ไหม เพื่อระบุว่ากลิ่นสมุนไพรนี้คืออะไร?”