- หน้าแรก
- ลูกเต๋าในห้วงมืด : เสียงเพรียกแห่งคธูลู
- บทที่ 18 การหยอกล้อของเทพีลูกเต๋า
บทที่ 18 การหยอกล้อของเทพีลูกเต๋า
บทที่ 18 การหยอกล้อของเทพีลูกเต๋า
หลิวซิงเหลือบมองจาน พายสตาร์เกซี ที่ยังไม่ได้แตะตรงหน้า พลางคิดว่าควรจะฝืนกินมันเพื่อแลกกับโบนัสค่าจตจำนง เพื่อเพิ่มเพียง 1 แต้มดีหรือไม่…
หลังจากเงียบงันไปครู่หนึ่ง หลิวซิงก็ส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมถอนหายใจ
…สุดท้าย มันก็เกินกว่าที่จะยอมกลืนลงคอได้จริง ๆ
หวังฉีและคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างจากหลิวซิง พวกเขาต่างละทิ้งความคิดนั้นไป หลังจากต่อสู้ทางใจอยู่พักใหญ่ เพราะแม้พลังเจตจำนงจะมีค่าเพียงใด แต่ค่าสติย่อมมีค่ามากกว่า การกินพายสตาร์เกซีนี้…เท่ากับต้องเสี่ยงทิ้งทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน
เมื่อมื้อกลางวันสิ้นสุด หลิวซิงกับสหายก็กลับมาที่ห้องรับรองใหญ่ ทุกคนต่างมองไปที่ไป๋เหอเฉิงด้วยแววตาเคารพ เพราะในบรรดาพวกเขา มีเพียง “นักรบตัวจริง” เท่านั้นที่กล้ากินพายสตาร์เกซีจนหมด
ไป๋เหอเฉิงกลับเอ่ยอย่างเสียดาย
“อ้าว ทำไมไม่มีใครแตะพายสตาร์เกซีเลยล่ะ? ฉันว่ามันอร่อยใช้ได้เลยนะ แถมยังเพิ่มค่าพลังเจตจำนงให้ด้วย”
ทุกคนเพียงส่ายหน้ารับโดยไม่พูดอะไร
หลังจากพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง และเก็บจานชามเรียบร้อย เฒ่าเวย์นก็เดินเข้ามาในห้อง เอ่ยขึ้นว่า “ท่านสุภาสุภาพสตรีและสุภาพพบุรุษ กระผมจะขอตัวไปพักผ่อนในห้องสักครู่ ท่านทั้งหลายจะเลือกพักเช่นกัน หรือจะเดินชมปราสาทก็ได้ แต่ขอความกรุณาอย่าขึ้นไปชั้นสองเลย เพราะตรงนั้นเป็นห้องนอนของท่านเจ้าและครอบครัว ไม่ได้เปิดให้เข้าชม”
พูดจบ เฒ่าเวย์นก็ปรายตามองไป๋เหอเฉิงโดยเจตนา เป็นที่รู้กันดีว่าเขาขึ้นชื่อเรื่อง “ชอบก่อเรื่อง”
เฉินหลิงที่นั่งอยู่ตรงประตูรีบตอบรับทันที
“เข้าใจแล้วครับ เราจะไม่ขึ้นไปชั้นสองแน่นอน ส่วนเจ้าคนอยากรู้อยากเห็นคนนี้ พวกเราจะคอยจับตาไม่ให้หนีไปก่อเรื่องเอง!”
หวังฉีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเงียบ ๆ ส่งสายตาดุไปทางไป๋เหอเฉิง
เมื่อได้รับคำยืนยันจากเฉินหลิง เฒ่าเวย์นก็ยิ้ม พยักหน้า แล้วเดินออกไป
รอจนแน่ใจแล้วว่าเฒ่าเวย์นออกจากตัวอาคารใหญ่ไปจริง ๆ เฉินหลิงก็แอบออกไปตรวจสอบ แล้วกลับมาบอกทุกคน พวกเขาจึงเริ่มต้นการสำรวจตามแผนเดิม
เป้าหมายแรกคือห้องหนึ่งบนชั้นหนึ่งที่ถูกล็อกไว้ และที่น่าสนใจคือ ประตูห้องนี้ทำจากเหล็ก แตกต่างจากห้องอื่น ๆ ของตัวอาคารที่ล้วนใช้ประตูไม้ทั้งสิ้น
เพราะสิ่งใดที่แตกต่างจากปกติ ก็มักจะมีเงื่อนงำเสมอ
ปัญหาคือ ในกลุ่มของหลิวซิง มีเพียงเฉินหลิงคนเดียวที่เคยเป็นอดีตหน่วยสอดแนม จึงมี ทักษะงัดแงะ อยู่ 30 แต้ม ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ได้อัพสกิลนี้ ทำให้มีค่าแค่ 1 แต้มพื้นฐาน…
คราวนี้จึงต้องฝากความหวังไว้กับ “โชค” อีกครั้ง
“เอาล่ะ ทุกคนทำการทดสอบงัดแงะเลย”
หลิวซิง: 1/1,สำเร็จอย่างยอดเยี่ยม
ไป๋เหอเฉิง: 88/1, ล้มเหลว
เฉินหลิง: 47/30, ล้มเหลว
หวังซืออี: 14/1, ล้มเหลว
หวังฉี: 65/1, ล้มเหลว
หลิวซิงแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ราวกับว่า เทพีลูกเต๋า ลงมาประทานพร ทำให้เขาทอยออกมาเป็นสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม (Critical Success)
[นายเพียงแค่เอาเล็บเขี่ยที่รูแม่กุญแจไปมา แล้วประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ที่สำคัญ กลไกสัญญาณเตือนที่เชื่อมกับประตูนั้น เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งไว้นานจนเสื่อมสภาพ จึงไม่ทำงานขึ้นมา]
เสียง KP004 ดังขึ้นอย่างปลงตก เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดความโชคดีขนาดนี้กับหลิวซิง
เมื่อการทอยออกมาเป็น 1 นั่นหมายถึง ความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม นอกจากผลลัพธ์ที่ควรได้แล้ว ยังมักจะมีรางวัลพิเศษตามมาด้วย คราวนี้หลิวซิงไม่เพียงแต่ไขกุญแจสำเร็จ แต่ยังไม่ไปกระตุ้นกลไกสัญญาณเตือนที่ผูกไว้กับประตูด้วย ปกติแล้วคนที่งัดแงะจะต้องทำ การทดสอบโชคแบบยาก เพื่อตัดสัญญาณ แต่เพราะผลลัพธ์ครั้งนี้เป็นคริติคอลเลยข้ามไปได้ (การทดสอบแบบยาก หมายถึงใช้ค่าโชคเพียงครึ่งเดียว ส่วนการทดสอบแบบสูงสุด คือใช้แค่หนึ่งในห้าของค่าเดิม) ถ้าการทดสอบนั้นล้มเหลว เฒ่าเวย์นก็คงได้ยินเสียงเตือนและรีบมาสอบสวนแล้ว
นอกจากนี้ การที่ครั้งนี้หลิวซิงทดสอบทักษะงัดแงะจากค่าพื้นฐานเพียง 1 แต้ม ทำให้เขาได้รับ “เครื่องหมายการเติบโตทักษะ” เมื่อแคมเปญคธูลูรอบนี้สิ้นสุด หลิวซิงจะได้ทอย 1d100 หากผลออกมาเกินค่าเดิม (1) เขาจะได้ทอยต่ออีกหนึ่งครั้งด้วย 1d20 (กฎในหนังสือจริงกำหนดให้เป็น 1d10 แต่ในเนื้อหานี้ถูกปรับเป็น 1d20 เพื่อให้เหมาะกับการเล่าเรื่อง และมีกฎอื่น ๆ ถูกดัดแปลงลักษณะนี้เช่นกัน) ค่าที่ทอยได้จะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในทักษะงัดแงะของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่หลิวซิงรู้สึกว่าตัวเองอาจมี สายเลือด “ราชาแห่งยุโรป” อยู่จริง ๆ ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกคนดวงดีอย่างเหลือเชื่อ
“หลิวซิง นายโชคดีเกินไปแล้วนะ” เฉินหลิงพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา เพราะในเกมอื่น ๆ ดวงอาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง แต่ในเกมสวมบทบาทคธูลูนั้น โชคคือทุกสิ่ง
หลิวซิงหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหัว “ก็แค่ฟลุกน่ะ เข้าไปดูกันเถอะ”
ภายในห้องที่ถูกล็อกไว้ เต็มไปด้วยของสิ่งของต่าง ๆ ที่วางกองระเกะระกะ และถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ถูกทำความสะอาดมานานแล้ว
ด้วยความที่ฝุ่นฟุ้งไปทั่ว ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปจะทิ้งรอยเท้าเอาไว้ชัดเจน ทำให้หลิวซิงกับพวกไม่กล้าเดินเข้าไปลึกเกินไป ได้แต่ยืนสังเกตจากประตู แต่ก็ไม่พบอะไรมีค่า
ถึงตอนนี้ก็ได้เวลา การทดสอบค้นหา
“เคพีฉันอยากทำการทดสอบค้นหา” หลิวซิงหันไปบอก KP004
ค้นหา : 83/60, ล้มเหลว
กฎเหล็กของ “การอนุรักษ์ดวง” ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น ความล้มเหลวก็มาถึงได้เร็วพอ ๆ กับความสำเร็จ
[หลังจากตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน นายก็ไม่พบอะไรทั้งนั้น] KP004 เอ่ยเสียงเจือความสะใจ
เฉินหลิงกับคนอื่น ๆ ก็เริ่มทดสอบค้นหาบ้าง
ไป๋เหอเฉิง: 55/40, ล้มเหลว
เฉินหลิง: 84/75, ล้มเหลว
หวังซืออี: 91/79, ล้มเหลว
หวังฉี: 68/65, ล้มเหลว
…
ทั้งทีมล้มเหลว
แม้แต่ KP004 เองก็ดูเหมือนอึ้งไปชั่วขณะ เพราะนี่เป็นการทดสอบที่ไม่ยากนัก แต่กลับพากันล้มเหลวหมดทุกคน
[เอ่อ… พวกคุณรู้สึกว่าในห้องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ มันก็แค่ห้องเก็บของธรรมดา] KP004 รีบสรุปแล้วเงียบไป ทำให้หลิวซิงคิดว่า KP004 คงกำลังหาทางปรับโครงเรื่องต่ออยู่
ชัดเจนอยู่แล้วว่าห้องที่ล็อกไว้ไม่น่าจะเป็นแค่ห้องเก็บของธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะมันมีกลไกสัญญาณเตือนติดอยู่ และถ้าเป็นไปตามที่คาด ที่นี่อาจจะเป็นห้องลับที่เกี่ยวข้องกับเส้นเรื่องหลักเลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อการทดสอบค้นหาของทุกคนล้มเหลวหมด ก็ไม่มีเหตุผลจะสำรวจต่อ เส้นเรื่องตรงนี้จึงถูกตัดจบลงอย่างกะทันหัน…
หลิวซิงอดคิดไม่ได้ว่านี่คงเป็น การหยอกล้อของเทพีลูกเต๋า อีกครั้ง
เขาส่ายหัวเบา ๆ แล้วนำทีมออกจากห้อง มุ่งหน้าไปตรวจสอบโถงใหญ่ชั้นหนึ่งแทน
หลังจากกวาดตาดูคร่าว ๆ ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ หลิวซิงจึงเดินไปยังจุดที่เหมาะสำหรับทำ การทดสอบกระโดด ในเกมสวมบทบาทคธูลู มนุษย์ถูกกำหนดว่ากระโดดได้สูงสุดราว 2.4 เมตร หลิวซิงจำได้ลาง ๆ ว่า หากความสูงเกินกว่านั้น จะไม่สามารถทำการทดสอบกระโดดได้เลย