เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 เหตุการณ์ในอดีตของปราสาท

บทที่ 16 เหตุการณ์ในอดีตของปราสาท

บทที่ 16 เหตุการณ์ในอดีตของปราสาท


ระหว่างที่ทุกคนนั่งว่างอยู่ จึงเริ่มจับจองห้องพักกันขึ้นมา ด้วยความที่หวังซืออีเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เธอจึงได้ห้องเล็ก ๆ ไว้ใช้พักเพียงลำพัง ส่วนไป๋เหอเฉิงนั้น ไม่มีใครเต็มใจจะแชร์ห้องด้วย เขาเลยต้องอยู่คนเดียวไปโดยปริยาย ทำให้ห้องใหญ่ถูกแบ่งให้หลิวซิง หวังฉี และเฉินหลิงพักร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม หากไม่เกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึง พวกหลิวซิงก็ไม่คิดจะค้างคืนในปราสาทอยู่แล้ว แผนของพวกเขาคือรีบทำเควสต์หลักให้สำเร็จ แล้วหาทางออกจากทั้งปราสาทและเมืองไอนส์ให้เร็วที่สุด

หลังจากแบ่งห้องเรียบร้อย หวังซืออีก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เลยกลับไปพักผ่อนในห้องตัวเอง ส่วนไป๋เหอเฉิงนั้น ภายใต้การยืนยันแข็งกร้าวของหลิวซิงและเฉินหลิง รวมทั้งการ "เกลี้ยกล่อม" ทางกายภาพของหวังฉี ก็จำใจยอมถอยไปพักในห้องของตัวเองแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

ห้องรับรองแขกขนาดใหญ่ของปราสาทมีพื้นที่ราวห้าสิบตารางเมตร การตกแต่งเรียบง่าย มีเพียงเตียงใหญ่สองหลัง จากหน้าต่างสามารถมองออกไปเห็นสวนด้านหลังของปราสาทได้

แต่ถ้าจะเรียกว่าสวนก็ดูจะเกินจริงไปหน่อย เพราะที่นั่นเป็นเพียงลานที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง วัชพืชขึ้นรก ไม่มีใครดูแลมานานแล้ว

ภาพเหล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่หลิวซิงสังเกตมาตั้งแต่แรก เพราะนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในปราสาท เขาเจอเพียงเฒ่าเวย์น บัตเลอร์ชราผู้เดียว ไม่เห็นเงาของคนใช้หรือคนดูแลอื่น ๆ เลย นั่นทำให้เขาคิดว่าเจ้าของปราสาทอาจไม่อยากให้มีสายตาจากคนภายนอกมากเกินไป เผื่อจะไปเจอความลับบางอย่าง… หรือไม่ก็เพราะขัดสนเรื่องเงิน จึงไม่อาจจ้างใครเพิ่มได้

หลิวซิงมองแล้วเชื่อว่าข้อหลังน่าจะเป็นจริงมากกว่า ทั้งห้องรับรองแขกที่ตกแต่งน้อยชิ้นไม่สมฐานะชนชั้นขุนนางชาวอังกฤษผู้รักความหรูหรา สวนที่ถูกปล่อยรกร้าง และทั้งปราสาทที่มีเพียงบัตเลอร์แก่ ๆ คนเดียวคอยดูแล ทุกอย่างบ่งชี้ว่าท่านเจ้าของปราสาทคงประสบปัญหาทางการเงินอยู่ไม่น้อย

หลิวซิงยกมือลูบคาง พลางครุ่นคิดว่าตรงนี้อาจมีช่องทางให้เขาใช้ประโยชน์ได้ หากการคาดเดาของเขาถูกต้อง เจ้าของปราสาทแห่งนี้อาจเป็นเพียงมนุษย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับตำนานคธูลู รู้เวทมนตร์บางอย่าง หรืออาจจะอัญเชิญสิ่งมีชีวิตในตำนานระดับต่ำได้

แต่ตราบใดที่ค่าสติ ของตนยังไม่ตกต่ำจนเกินไป หลิวซิงก็มั่นใจว่าสามารถใช้ความสามารถด้านการพูดเกลี้ยกล่อมเจรจาได้ เขาอาจจะแสร้งทำตัวเป็น “คุณชายผู้มั่งคั่ง” เสนอความช่วยเหลือด้านการเงิน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ต้องการ

แผนนี้… ดูจะใช้ได้ทีเดียว

[ผู้เล่นหมอจีนแก่ เนื่องจากคุณจ้องมองสวนหลังปราสาทมานาน สายตาของคุณพลันพร่ามัวไปชั่วขณะ ราวกับมีบางสิ่งซ่อนอยู่ลึกในพงหญ้า กรุณาทอยเพื่อตรวจสอบแรงบันดาลใจ]

เสียงของ KP004 ดังขึ้นในหูของหลิวซิงอย่างกะทันหัน

คิ้วของหลิวซิงขมวดเข้าหากันทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะถูกบังคับให้ทอยเพื่อตรวจสอบแรงบันดาลใจ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ โดยส่วนมากแล้ว การผ่านการทดสอบดังกล่าว มักหมายถึงการได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตในตำนาน หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งสุดท้ายย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสูญเสียค่าสติ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ผู้เล่นเกมคธูลูแทบไม่อยากเจอที่สุด

ทว่าด้วยค่าสติปัญญาของหลิวซิงที่สูงถึง 90 การทอยให้ล้มเหลวจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย

เขาจึงถอนหายใจยอมรับชะตา พลางพูดว่า

“เคพีงั้นก็ทอยเลยเถอะ”

ปัญญา : 95/90, ล้มเหลว

(ผู้เขียนขอสาบานต่อความซื่อสัตย์ของตนเองว่า ค่า 95 ที่ทอยได้นี้ มาจากการทอยลูกเต๋าด้วยตัวเองจริง ๆ ไม่ได้มีการโกงหรือปรับแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น)

ทั้งหลิวซิงและ KP004 ต่างนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดเลยว่าการทอยที่มีโอกาสสำเร็จเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ จะพลิกไปออกผลล้มเหลวได้จริง ๆ

KP004 จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความปลงตกว่า

[ไม่คิดเลยว่าโชคของนายจะแรงขนาดนี้ ถึงขั้นทอยพลาดได้… แต่ไหน ๆ ก็ออกมาล้มเหลวแล้ว ก็แปลว่านายไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นายคงแค่คิดไปเองว่ามีอะไรอยู่ในพงหญ้า]

หลิวซิงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก จริงอยู่ว่านี่เป็นความล้มเหลว แต่ในอีกมุมกลับถือเป็นโชคดีเพราะถ้าทอยสำเร็จ เขาก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเสียค่าสติอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดย้อนกลับไป เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง… หวังฉีและเฉินหลิงกลับไม่ได้หันมามองเขาเลย เหมือนพวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีการทดสอบปัญญาเกิดขึ้นเมื่อครู่

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวซิงจึงติดต่อไปยัง KP004

“เคพีการทดสอบเมื่อกี้ ผลมันไม่ได้แชร์ให้ผู้เล่นคนอื่นเห็นอย่างนั้นหรือ?”

KP004 ดูเหมือนยังน้อยใจจากการทอยเช็กปัญญาที่ล้มเหลว จึงไม่ตอบหลิวซิงทันทีนัก ก่อนจะพูดขึ้นว่า

[อ้อ ใช่แล้ว ผู้เล่นสามารถทอยได้ทั้งแบบเปิดเผยหรือแบบลับ แล้วแต่ฉันซึ่งเป็น เคพีจะเป็นคนกำหนดตามสถานการณ์เอง การทอยแบบลับนั้น ทั้งการทอยและผลลัพธ์จะมีเพียงผู้เล่นคนนั้นที่รู้เท่านั้น ผู้เล่นคนอื่นจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนหรือคำใบ้ใด ๆ เลย ส่วนผู้เล่นเองจะเลือกบอกเพื่อนร่วมทีมทีหลังก็แล้วแต่เขา]

หลิวซิงพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ เข้าใจเจตนาของ KP004 ทันที มันก็เหมือนกับการที่ผู้เล่นไปสะกิดเส้นเรื่องส่วนตัวเข้า ทำให้เฉพาะคนที่ไปกระตุ้นเท่านั้นต้องทำการตรวจสอบ และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงเรื่องนั้นแต่ผู้เดียว

หลิวซิงรู้ดีว่า หากการทดสอบแรงบันดาลใจเมื่อครู่สำเร็จขึ้นมา ก็คงไปเปิดเส้นเควสต์ย่อยแน่นอน จะว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย เขาก็ยังบอกไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้น หลิวซิงก็ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนร่วมทีมฟังอยู่ดี เพื่อให้พวกเขาระมัดระวังตัวไว้ การเสียค่า สติยังพอรับได้ แต่การไปกระตุ้นเส้นเรื่องที่ไม่จำเป็น หรือแย่ที่สุด ไปอัญเชิญสิ่งมีชีวิตในตำนานออกมา นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากเผชิญ

ในจังหวะนั้นเอง การตรวจสอบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

ทักษะค้นคว้าในห้องสมุด : 70/70, ผ่าน

สกิลค้นคว้าในห้องสมุดนั้น แท้จริงคือทักษะรวบรวมข้อมูล ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องสมุดเท่านั้น ผู้เล่นสามารถใช้สกิลนี้เมื่อค้นหาข้อมูลจากหนังสือ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือสื่ออื่น ๆ ทำให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วและรอบด้านมากขึ้น ถือว่าเป็นสกิลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง… ซึ่งหลิวซิงเองก็เสียดายไม่น้อย ที่ตนไม่มีแต้มทักษะพอจะเลือกมันไว้

เขาเดาว่าคนที่ใช้สกิลนี้ต้องเป็นหวังซืออีแน่ เพราะถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นสกิลเฉพาะของอาชีพนักข่าว

ไม่นานนัก หวังซืออีก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่ง ตามหลังด้วยไป๋เหอเฉิงที่รีบตามเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ

“ฉันเจอเล่มนี้ในห้อง มันบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในปราสาทแห่งนี้ แล้วก็ระบุด้วยว่าเจ้าของปราสาทคือ ‘ตระกูลราฟาเอล’” หวังซืออีพูด พลางวางหนังสือลงบนโต๊ะ

“ในนั้นมีบันทึกเรื่องสำคัญอยู่สามเหตุการณ์ เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อพันปีก่อน ตอนที่มาร์ควิสราฟาเอลที่หนึ่ง ผู้ก่อตั้งปราสาท เลือกสร้างปราสาทแห่งนี้ในเมืองไอนส์ ระหว่างการก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุ มีคนงานเสียชีวิตไปสิบสามราย และสูญหายอีกกว่าสิบคน ต่อมา ราฟาเอลที่หนึ่งค้นพบว่ามีปีศาจซ่อนอยู่ใต้ฐานรากของปราสาท และเขาก็สามารถกำราบมันลงได้”

“เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นราวสามร้อยปีก่อน ตอนนั้นในเมืองไอนส์มีสมาคมลับที่บูชาปีศาจปรากฏขึ้น เจ้าของปราสาทในยุคนั้นนำกองกำลังออกไปกวาดล้าง ที่สวนหลังปราสาท พวกเขาทำลายรูปสลักเทพอสูรที่สมาคมนั้นกราบไหว้ แล้วฝังมันไว้ใต้ดิน”

“ส่วนเหตุการณ์ที่สามเกิดขึ้นร้อยปีก่อน ตอนนั้นมีทหารอังกฤษติดอาวุธครบครันราวหนึ่งร้อยนายเข้ามาหลบพายุในปราสาท แต่พอรุ่งเช้า หลังฝนตกหนักตลอดคืน ทหารอังกฤษทั้งหมดกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ทางการจากแมนเชสเตอร์จึงส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เอาผิดเจ้าของปราสาทในยุคนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่พบหลักฐานใด ๆ ให้เอาผิดได้”

จบบทที่ บทที่ 16 เหตุการณ์ในอดีตของปราสาท

คัดลอกลิงก์แล้ว