- หน้าแรก
- แฟนตาซีเหนือฟ้า : ข้าคือเซียนบัฟ
- บทที่ 6 บาดแผลจากปีศาจ
บทที่ 6 บาดแผลจากปีศาจ
บทที่ 6 บาดแผลจากปีศาจ
###
"จับเป็น!"
เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดของผู้ฝึกตนวัยกลางคนดังก้องไปทั่วค่าย
ภารกิจครั้งนี้เดิมทีก็เป็นไปอย่างราบรื่น เด็กที่มีคุณสมบัติรากวิญญาณมีมากกว่าปีก่อนถึงสองส่วนสิบ
พวกเขาจึงแยกขบวนรถหนึ่งสายออกมา บุกโจมตีเผ่าปีศาจเกล็ดที่พบโดยบังเอิญ และจับตัวได้ "ของดี" มาหลายตน
หากสามารถพากลับไปได้อย่างปลอดภัย และเด็กเหล่านี้มีบางคนมีรากวิญญาณระดับสูง รายได้ของภารกิจครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
แต่ใครจะคาดคิดว่า ขณะที่ใกล้ถึงฐานที่มั่นกลับถูกปีศาจเกล็ดบุกจู่โจมกลางดึก
บทเพลงแห่งอสูรเกล็ดที่เป็นพรสวรรค์ของเผ่านี้ช่างชั่วร้าย แม้แต่ผู้ฝึกตนบางคนยังโดนเล่นงานเข้าโดยไม่ทันระวัง
หากไม่ใช่เพราะมีผู้ฝึกตนบางคนที่แข็งแกร่งกว่าตื่นขึ้นก่อนและปลุกคนอื่นทัน เหตุการณ์คืนนั้นคงจบลงด้วยความสูญเสียที่มากกว่านี้
เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว พวกเขาจึงได้แต่จับตัวปีศาจเกล็ดเพิ่มเพื่อชดเชยความสูญเสีย
เหล่าปีศาจจึงหนีไปด้านหน้า เหล่าผู้ฝึกตนวิ่งไล่ตามหลัง ทั้งเพลิงทั้งสายฟ้าตามไปในม่านหมอก
ส่วนเหล่านักรบชุดดำยังคงคอยระวังการโจมตีซ้ำ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บภายในค่าย
"ซี๊ด! เจ็บชะมัด! พวกสัตว์ประหลาดนี่มีพิษรึเปล่าเนี่ย? จะติดเชื้อมั้ยเนี่ย!?"
เจียงลี่นั่งก้นกระแทกพื้น จับไหล่ตัวเองพร้อมสูดปากเสียงดัง
ที่ไหล่ซ้ายของเขายังมีศีรษะของปีศาจเกล็ดห้อยติดอยู่
...
ก่อนหน้านั้น ขณะที่เขาก้มตัวหลบวิ่งฝ่าหมอกมืดไปยังเต็นท์ของเยียนหง เขาพบปีศาจเกล็ดสองตนกำลังฉีกผ้าใบและพยายามดึงคนออกมาจากข้างใน
เจ้าอ้วนเยียนหงชอบลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน เต็นท์จึงตั้งอยู่ใกล้ขอบค่าย เลยโดนโจมตีก่อนใคร
เจียงลี่ไม่มีเวลามาสบประมาทระบบขับถ่ายของสหาย ตัดสินใจรวดเร็ว ปล่อยกระบี่ยาวในมือพุ่งออกไปเหมือนขว้างอาวุธลับ
ระยะห่างแค่เจ็ดแปดก้าว เขาควบคุมทิศทางได้แม่นยำอยู่แล้ว กระบี่คมเฉือนลมหายใจ พุ่งทะลุปีศาจเกล็ดตนหนึ่งจนร่างปลิวไปไกลสองเมตร
อีกตัวหนึ่งเห็นดังนั้นก็กรีดร้องปล่อยข้อเท้าของเยียนหง แล้วพุ่งเข้าหาเจียงลี่ทันที
เจียงลี่ยิ้มเย็นอย่างมั่นใจ ดึงกระบี่ยาวอีกเล่มจากเอว แทงสวนไปที่กลางอกของมัน
ในฐานะผู้เล่นสายเก๋า เขาย่อมไม่ออกจากบ้านโดยไม่มีอุปกรณ์ติดตัวให้ครบ เขาชิงกระบี่ยาวมาได้ถึงเจ็ดเล่ม แม้คืนให้เยียนหงไปหนึ่ง ก็ยังเหลือหก
ถือหนึ่ง ติดเอวหนึ่ง ถ้าไม่กลัวเคลื่อนไหวลำบาก เขาคงอยากมัดอีกสี่เล่มไว้กลางหลังด้วยซ้ำ
และแล้วประโยชน์ของอาวุธสำรองก็ปรากฏ กระบี่เล่มนี้ฟันต่ำไปเล็กน้อย ปลายกระบี่ทะลุจากหน้าท้องออกด้านหลัง แม้ไม่โดนหัวใจ แต่ก็เป็นแผลสาหัส
แต่ก่อนที่เจียงลี่จะดีใจ เจ้าปีศาจเกล็ดกลับก้มมองแผลตัวเอง แล้วใช้แรงกดกระบี่แน่น ทะลวงร่างแนบเข้ามาหาเขา!
เจียงลี่คิดจะถีบมันออก แต่ไม่มีเวลาพอจะทำเช่นนั้น
ปากของมันที่เคยดูเหมือนมนุษย์ อยู่ ๆ ก็แยกออกไปถึงข้างแก้ม เผยให้เห็นเขี้ยวสองแถวที่แหลมราวมีดโกน เปื้อนด้วยของเหลวเหนียวคาว มันอ้าปากงับเข้ามาทางคอเขา!
เขาเบี่ยงตัวหลบจุดสำคัญได้ทันเวลา แต่ไหล่ก็โดนขบเข้าเต็ม ๆ
นี่เป็นจุดอ่อนของเจียงลี่ที่ยังไร้ประสบการณ์สู้จริง แม้จะมีค่าสถานะเหนือกว่าและถืออาวุธอยู่ แต่ก็โดนลากเข้าสู่จังหวะการต่อสู้แบบสัตว์ป่า
เขี้ยวของปีศาจเกล็ดราวกับเข็มสองแถวสอดประสาน แทงทะลุเนื้อไหล่ไปชนกระดูก เสียงกระดูกเสียดสีกับคมเขี้ยวดังกร๊อบแกร๊บ
ความเจ็บปวดที่เหมือนเนื้อชิ้นใหญ่กำลังจะถูกฉีกออกจากร่าง ฟันอันแหลมคมกำลังขูดขีดบนกระดูก ทำให้สายตาของเจียงลี่เริ่มพร่าเลือน
เหมือนกับว่าอีกวินาทีเดียว ไหล่ของเขาจะถูกกัดหลุดไปทั้งแถบ
แขนซ้ายไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป เจียงลี่จึงกัดฟันพลิกคมกระบี่ที่ยังปักอยู่ในตัวปีศาจเกล็ด หันข้างฟันมันออกเต็มแรง
แรงจากคมกระบี่สั่นสะเทือนไปถึงปากที่กำลังกัดอยู่ ความเจ็บปวดพุ่งวาบจนเจียงลี่แทบสลบคาที่
หมดแรงจะฟาดฟันต่อ เขาปล่อยกระบี่ในมือ ใช้แขนขวากอดล็อกศีรษะของปีศาจเกล็ดไว้แน่น เพื่อไม่ให้มันสามารถกัดได้อีก
ผนังอกและหน้าท้องของปีศาจถูกฉีกเปิด เครื่องในทะลักออกมากองกับพื้น ร่างของมันอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายดวงตาดำขลับนั้นก็ไร้แววชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บใจกว่าบาดแผล ก็คือเมื่อเขาเสี่ยงชีวิตจัดการศัตรูจนหมดสิ้น คนที่เขามาช่วยกลับยังไม่ตื่น!
แปะ! แปะ!
หลังจากตบหน้าสองที เยียนหงจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ขณะนั้นเองเหล่าผู้ฝึกตนและนักรบก็พากันมาถึง
พอเข้าใจสถานการณ์ เยียนหงก็เหงื่อแตกพลั่ก เมื่อรู้ว่าเจียงลี่เป็นคนช่วยไว้ก็รีบกล่าวขอบคุณเสียงดัง พร้อมเสนอว่าจะให้แต่งงานกับน้องสาวของเขาที่อยู่ในวังหลวง
"แต่งอะไรของเจ้า! มาช่วยข้าก่อนโว้ย! เอาหัวมันออกจากไหล่ข้าที!"
เจียงลี่เจ็บแทบร้องไห้ ปีศาจเกล็ดพวกนี้กับเต่าคงเป็นญาติกันแน่ ๆ ตายแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยปากเลย!
เขาปฏิเสธการดึงออกด้วยกำลังเด็ดขาด เยียนหงจึงใช้มีดเล็กกรีดที่แก้มสองข้างของปีศาจอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ ตัดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นออกจนสามารถดึงศีรษะออกได้
เลือดพุ่งทะลักออกมาทันที บ่งบอกว่าเส้นเลือดใหญ่ของเจียงลี่ถูกกัดขาด โชคดีที่ห้าวินาทีต่อมาอาการเลือดไหลหยุดลงอย่างปาฏิหาริย์ ไม่เช่นนั้นอาจช็อกจนตายคาที่
เจียงลี่รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง พอมานั่งคิดดู หากตอนนั้นเขาใช้กระบี่ฟันลงแทนที่จะเสียบแทง ก็คงไม่โดนกัดเข้าแบบนั้น
แค่ปีศาจเกล็ดสองตัวก็ทำให้เขาเจ็บหนักขนาดนี้ ถ้ามีอีกตัวล่ะก็ คงต้องกลายเป็นศพแน่นอน
แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะกับมนุษย์หรือสัตว์ประหลาด ประสบการณ์ที่ขาดหายไปย่อมต้องอาศัยเวลาเรียนรู้ภายหลัง
"เฮ้ หนุ่มน้อย เลือดก็ออกนิดเดียวเอง แผลขนาดนี้ยังเอาตัวรอดได้อีกนะ เจ้าโคตรอึดเลย!"
นักรบคนหนึ่งเดินเข้ามารักษาบาดแผลให้เจียงลี่ เยียนหงที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยถูกสั่งให้ไปขุดหลุมฝังศพให้กับผู้เสียชีวิตในคืนนั้น
เมื่อเขาแกะผ้าพันแผลที่เยียนหงพันไว้อย่างทุลักทุเลออกแล้วมองแผล เขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทาน
ชายชุดดำผู้นี้มีทักษะชำนาญ ล้างแผลด้วยน้ำอุ่น ฆ่าเชื้อด้วยเหล้าแรง แล้วจึงป้ายยาและพันแผลอย่างคล่องแคล่ว ดูท่าการรักษาบาดแผลเช่นนี้คงเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
เจียงลี่แน่นอนว่าไม่สามารถบอกอีกฝ่ายได้ว่าเขาใช้การลบสถานะเลือดไหลออก จึงได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วอ้างว่าเป็นนักสู้เหมือนกัน ร่างกายจึงแข็งแรงเป็นพิเศษ
เขาสังเกตเห็นว่านักรบผู้นี้อายุน้อยกว่าและดูเป็นมิตรกว่าคนอื่น จึงเริ่มเปิดบทสนทนา