เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่38 เรียนรู้กับเอเดนและกลับไปยังฮอกวอตส์

บทที่38 เรียนรู้กับเอเดนและกลับไปยังฮอกวอตส์

บทที่38 เรียนรู้กับเอเดนและกลับไปยังฮอกวอตส์


ตามที่ฉันสัญญาไว้ ถึงเวลาเริ่มการฝึกของวิคตอเรียแล้ว มันเริ่มต้นด้วยการฝึกร่างกายในตอนเช้า ด้วยท่าบริหารพร้อมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แน่นอนว่าร่างกายของเธอนั้นอ่อนแอมาก พอออกกำลังแบบกายบริหารจบลง เธอก็นอนหอบอยู่บนพื้น เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำและลงมาทานอาหารเช้า พร้อมโด๊บยาน้ำของเธอเพื่อทำให้วิคตอเรียหายดีขึ้น แล้วการเรียนการสอนของเราก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

วิคตอเรียเลือกเรียนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ อย่างน้อยเธอก็มีพื้นฐานบ้างในวิชานี้ ปัญหาคือ นอกเหนือจากนั้นแล้ว ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ส่วนใหญ่แย่มากในเรื่องคณิตศาสตร์ เพราะไม่มีใครสอนวิชานี้ได้ดี ฉันไม่อยากจะพุ่งเป้าไปที่แค่พวกเลือดบริสุทธิ์หรอก แต่เพราะมันไม่มีตระกูลพ่อมดแม่มดไหนสอนอะไรที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนมักเกิ้ลเลย พวกเขาถือว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ

ดังนั้นฉันเลยให้การบ้านเธอทำ หาหนังสือให้อ่าน และบันทึกเกี่ยวกับวิชานี้ที่ฉันเขียนไว้ รวมถึงการบ้านที่ต้องทำเองส่งภายในวันรุ่งขึ้นด้วย โชคดีที่เธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

ฉันสามารถทำให้เธอมีความรู้ถึงระดับปี 4 ในวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ได้เมื่อช่วงพักสิ้นสุดลง ฉันให้สำเนาบันทึกพื้นฐานที่ฉันปรับปรุงแล้วให้เธอศึกษาและทำความเข้าใจ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคือรายชื่อคาถาปี 1 ที่ฉันเคยใช้เล่นสนุกในชั้นเรียน พร้อมคำแนะนำและตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าส่วนใดถูกเปลี่ยนแปลงบ้าง

อันที่จริง ฉันกำลังคิดที่จะตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ก่อนปีหน้า เพราะมันจะเป็นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่พยายามเรียนรู้วิธีใช้ศาสตร์นี้อย่างแท้จริง รู้ไหม? มันเป็นรากฐานที่ดีสำหรับอนาคตของฉัน มันจะสร้างภาพลักษณ์ว่าตระกูลโบนส์มีอัจฉริยะ และฉันจะสามารถผลักดันให้สังคมโลกเวทมนตร์อังกฤษก้าวหน้าขึ้นได้เล็กน้อย

เมื่อหลุดจากความคิด ฉันก็มองวิคตอเรียที่หอบอยู่บนพื้น เปียกโชกไปด้วยเหงื่อจากการฝึกที่ฉันให้เธอทำ

“แฮ่ก ๆ ๆ ทำไม... นายถึงไม่... เหงื่อออกเลย!?” เธอกล่าวระหว่างหอบ

“ฉันทำกายบริหารพวกนี้มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แน่นอนว่าฉันล้ำหน้าเธอไปแล้ว” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า

“คนบ้า!” เธอได้ยินก็เผลอแหวออกมา “แต่พูดจริง ๆ นะ ฉันดูท่าบริหารร่ายกายที่นายให้ทำแล้ว ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีคนทำได้มากแค่ไหน”

“ก็เพราะคนทำไม่ได้ไง แม้แต่คนที่คลั่งไคล้กล้ามเนื้อมากก็ไม่สามารถทำตามตารางของฉันได้” ฉันตอบตามความจริง

“เดี๋ยวนะ ว่าอะไรนะ?” วิคตอเรียที่กำลังประหลาดใจกล่าวตาโต

“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอทำในสิ่งที่ฉันทำได้ตั้งแต่แรกแล้ว นั่นเป็นการตัดสินใจของฉันเองแหละว่าจะไม่บอกเธอ ฉันแค่กำลังทำให้เธอมีระดับความทนทาน ความแข็งแรง และมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงในระดับที่เหมาะสมสำหรับคนในวัยของเรา มันจะดีมากถ้าเธอออกกำลังกายตลอดทั้งปีอย่างสม่ำเสมอ มันจะช่วยให้เธอมีสุขภาพดี แข็งแรง และรูปร่างดีด้วย” ฉันอธิบาย โดยการเบี่ยงประเด็นไม่ให้วิคตอเรียมาเฉ่งเรื่องฉันหลอกเธอได้อีก

“ใช่ ๆ นายเป็นหมอนี่ รู้ดีไปหมด” วิคตอเรียที่กำลังเหนื่อยตอบแซวเล็ก ๆ

“เอาล่ะ หลังจากอาบน้ำ กินอาหารเช้า ฉันมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับเธอในวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ให้ด้วย” ฉันขยิบตาให้เธอ

“นายคิดอะไรที่มันไร้สาระออกมาอีกแล้วใช่ไหม?” เธอถามพร้อมถอนหายใจ

“คราวนี้ไม่ใช่ฉัน คนที่ฉันลงทุนด้วยเป็นคนคิดขึ้นมา และคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก แม้ว่าบางครอบครัวจะพยายามขัดขวางมันก็ตาม” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายเล็กน้อย

“อ่าห์ นายยิ้มเหมือนปีศาจอีกแล้ว” เธอแสดงความคิดเห็นพร้อมถอนหายใจ

“ฉันไม่เห็นรู้เลยว่าเธอพูดถึงอะไร... ไปอาบน้ำได้แล้ว!” ฉันไล่ให้เธอไปอาบน้ำด้วยใบหน้าไร้เดียงสา

หลังจากอาบน้ำและทานอาหาร ฉันก็หยิบอุปกรณ์สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กออกมา

“แล้วนี่มันอะไรกัน? สิ่งที่นายพูดถึงน่ะเหรอ?” เธอถามพลางหยิบมันขึ้นมาพิจารณา มันเป็นกล่องที่มีตัวเลข สัญลักษณ์ และหน้าจอเปล่า

“นั่นแหละวิคตอเรีย สิ่งที่เรียกว่าเครื่องคิดเลข อุปกรณ์ของมักเกิ้ลที่ช่วยให้เธอคำนวณสมการง่าย ๆ หรือซับซ้อนได้ด้วยการกดปุ่ม” ฉันตอบพลางเปิดเครื่อง “เห็นไหม เธอป้อนสูตรแบบนี้ แล้วใช้คำสั่งตรงนี้เพื่อเพิ่มตัวแปรที่เธอต้องการใช้ แล้วคำตอบสำหรับปัญหาของเธอจะออกมาเอง”

ฉันสาธิต แต่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเธอก็จับคอเสื้อของฉัน

“ทำไมนายไม่ให้สิ่งนี้กับฉันก่อนหน้านี้!? แล้วมันทำงานได้ยังไง? ฉันนึกว่าสิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ลใช้การไม่ได้เวลาอยู่ในโลกเวทมนตร์เสียอีก” วิคตอเรียถาม

“เป็นคำถามที่ดี คำตอบแรกคือฉันจำเป็นต้องให้เธอมีความรู้ระดับหนึ่ง ในวิชาคณิตศาสตร์และตัวเลขมหัศจรรย์ เพื่อให้เธอเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ และไม่พึ่งพาความงดงามเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมักเกิ้ลมากเกินไป คำตอบที่สองคือผู้สร้างใช้รูนเพื่อปกป้องและให้พลังงานแก่อุปกรณ์ ทำให้มันทำงานได้ในโลกเวทมนตร์ อันที่จริงฉันได้เพิ่มคุณสมบัติบางอย่างเพื่อให้แสดงรายการตัวเลขแทนคาถาพื้นฐานเกือบทั้งหมดในเครื่องคิดเลข เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับผู้เริ่มต้น” ฉันอธิบายให้เด็กสาวซึ่งกำลังอยากรู้อยากเห็นฟัง

ฉันจะไม่บอกเธอว่าฉันสร้างสิ่งนี้ในช่วงต้นปีการศึกษา นั่นจะเปิดเผยความลับของฉันเมื่อไมเคิล โฟล์สเตอร์เปิดเผยพวกมันที่ศูนย์ FIRM นอกจากนี้ฉันไม่ได้ใช้รูนเลขฐานสองของฉัน ใช้แค่ชุดดั้งเดิมที่มีอยู่เท่านั้น ดังนั้นมันจะไม่ถูกโยงมาถึงฉัน

“มันช่วยได้มากจริง ๆ นะ ขอบคุณเอเดน แต่นายไปเจอผู้ประดิษฐ์นี้ได้ยังไงกัน?” เธอถามด้วยความสงสัย

“เธอรู้จักศูนย์ข้อมูลใหม่ในตรอกไดแอกอนไหม?” ฉันถามกลับ

“รู้ ศูนย์ช่วยเหลือพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล พวกคนขายหนังสือพิมพ์ หรือคนขายหนังสือ อะไรทำนองนั้น” เธอตอบด้วยความทรงจำที่เลือนราง

“ก็ผู้ก่อตั้งอยากจะปรับปรุงภาพลักษณ์ของพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล เขาก็กำลังทำงานหนักเพื่อนำเทคโนโลยีบางอย่างมาสู่โลกเวทมนตร์ ฉันรู้เรื่องนี้และลงทุนกับมัน เพราะฉันคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยม” ฉันอธิบายโดยใช้เรื่องราวที่ฟังดูสมเหตุสมผล ไม่สนุกกับการโกหกนะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

“เดี๋ยวนะ นายเจอไอ้หมอนั่น... คนที่ชื่อไมเคิล โฟล์สเตอร์แล้วเหรอ!?” เธออุทานอย่างประหลาดใจ

“ก็เสียเงินไปบ้าง แต่ฉันค่อนข้างสนิทกับพวกก็อบลิน และพวกเขาก็ช่วยฉันสืบข่าวมา และเนื่องจากฉันอยากจะช่วยหมอนั่นจริง ๆ มันก็เลยเป็นไปได้ด้วยดี” ฉันกล่าวพร้อมยักไหล่ ขณะเธอมองฉันตาค้าง

“เดี๋ยวนะ!! นายเป็นเพื่อนกับพวกก็อบลินเหรอ!?” พอตั้งสติได้ วินาทีต่อไปคือความตกใจของเธอ

“ใช่ ผู้นำของพวกเขาให้แหวนวงนี้แก่ฉันเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ” ฉันตอบเรียบ ๆ แล้วโชว์แหวนของฉันให้วิคตอเรียดู “ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อมดแม่มดถึงคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นเสมอ พวกก็อบลินมีเงินเยอะกว่าพวกเรามาก พวกเขาเป็นช่างฝีมือทำสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุด พวกเขาไม่เคยแพ้สงครามกับพวกเราจนต้องกลายเป็นทาสแบบจริง ๆ และพวกเขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่มีเวทมนตร์เฉพาะของตัวเองด้วย”

เมื่อเห็นว่าวิคตอเรียที่เหมือนเครื่องเสียไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ฉันก็แค่ยัดเครื่องคิดเลขใส่มือเธอแล้วเข้าไปข้างในห้องทำงาน เพื่อเริ่มทำงานในฐานะทายาท เธอใช้เวลาไปเกือบหนึ่งนาที พอรู้ว่าฉันกำลังจะไป เธอก็ตามเข้าไปในห้องเพื่อเริ่มทดลองเครื่องมือใหม่ของเธอ

พูดได้เลยว่าเธอหลงใหลมันมาก และไม่ยอมให้มันคลาดสายตาตลอดช่วงเวลาที่เธอพักอยู่บ้านฉัน ช่วงพักปิดเทอมจบลงด้วยดี ซูซานเศร้าเหมือนเคยที่ต้องสูญเสียเพื่อนในช่วงพัก แต่ปีหน้าจะเป็นปีสุดท้ายที่ซูซานจะเหงา  เพราะเธอจะมาเรียนที่ฮอกวอตส์ด้วยแล้ว

พวกเรากล่าวลากันและหาห้องโดยสารเพื่อนั่งรอพวกเพื่อนของฉัน เจมส์เป็นคนแรกที่หาห้องโดยสารของฉันกับวิคตอเรียเจอ เขามองฉันด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจเพราะปกติเขาเป็นคนใจเย็นและเป็นผู้ใหญ่

“เอเดนนายทำของพวกนั้นทั้งหมดในหนังสือที่นายส่งให้ฉันจริง ๆ เหรอ!?” เขาถามด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก

“อืม ใช่ คิดว่านายคงจะชอบการแนะนำที่เหมาะสมเกี่ยวกับศาสตร์การร่ายคาถาของฉันนะ แถมฉันคิดว่าการมีคนให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการไม้กวาดของฉันคงจะมีประโยชน์ไม่น้อย...” ฉันตอบยังไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็โพล่งออกมาดักทางฉัน

“มันยอดเยี่ยมมาก! ฉันอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายเล่มแล้ว และของนายเป็นหนังสือพื้นฐานที่ดีที่สุดเลย!” เขากล่าว ก่อนที่เขาจะได้พูดต่อ คริสเตียนก็พรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางคล้ายกับเจมส์เมื่อครู่

“เอเดนนายไปได้ไอ้นั่นมาจากไหนกัน!?” เขาถามพร้อมท่าทางหอบเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าวิ่งมาหาเขาอยู่นานกว่าจะเจอ

“นายหมายถึงขนนกเหรอ? นายจำไม่ได้หรือไง ฉันแนะนำเธอให้นายรู้จักตอนต้นเทอมนะ” ฉันตอบด้วยสีหน้าประหลาด

“จริงด้วย! ฉันลืมเธอไปเลย” เขากล่าวพร้อมเอามือตบหน้าผากตัวเอง

“ฮ่าฮ่าฮ่า! นายลืมเรื่องนั้นได้ยังไงเนี่ยคริส!?” เจมส์กล่าวพลางหัวเราะลั่นใส่เพื่อนของเรา

“เฮ้! ไม่ใช่ว่าฉันลืม! แค่ความประหลาดใจมันทำให้ฉันตื่นเต้นมากก็เท่านั้น แล้วใครส่งของแบบนั้นเป็นของขวัญคริสต์มาสเล่า? จริงๆ เลย!” เขากล่าวพยายามซ่อนความอับอายเอาไว้ภายใต้ใบหูแดง ๆ

“โอเค! พวกนายสองคนหัวเราะอะไรกัน?” ในที่สุดวิคตอเรียก็ถามเมื่อความอดทนของเธอหมดลงจากการถูกปล่อยให้สับสนคนเดียว

“เดี๋ยวนะ ไอ้ซิลเวอร์สตาร์ ไม่สิ... ตอนนี้เป็นซิลเวอร์เรเวนแล้วนี่ หมอนั่นไม่ได้โชว์ให้เธอเห็นเหรอ? เธอไปบ้านเขาทั้งช่วงวันหยุดเลยนะ!” คริสเตียนถามอย่างไม่น่าเชื่อหูและไม่รักษาน้ำใจวิคตอเรียเลย

“ฉันไม่ได้จะซ่อนเธอจริง ๆ นะ ฉันแค่ปล่อยให้เธอทำในสิ่งที่เธออยากทำ เว้นแต่ฉันจะขอความช่วยเหลือหรือให้รางวัลเธอ” ฉันพยายามอธิบาย โดยไม่สนใจการล้อเลียน

“เธอ?” เด็กสาวข้างตัวถามพร้อมหรี่ตา

“รอแป๊บนะ” ฉันกล่าวพลางกวาดสายตาไปทั่วห้องด้วยเวทมนตร์ ก่อนจะร่ายคาถาปิดผนึกห้อง เสริมความแข็งแกร่ง และทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ได้ยิน หรือรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้อง

“ซอล!” ฉันเรียกนกคู่หูของฉัน พริบตาเดียวสัตว์เลี้ยงกึ้งเพื่อนอันแสนน่ารักของฉันก็พุ่งเข้ามาในห้องโดยสารผ่านเปลวไฟของเธอ และลงมาเกาะบนไหล่ของฉันแล้วถูหัวกับแก้มของฉัน

“นี่คือซอล สาวน้อยแสนสวยของฉันเอง เธออยู่กับฉันมาตั้งแต่ฉันยังเด็ก ส่วนหนึ่งของไม้กายสิทธิ์ของฉันทำจากขนนกของเธอ และฉันก็ส่งขนนกอันหนึ่งให้คริสเตียนเป็นของขวัญ” ฉันกล่าวแนะนำให้วิคตอเรียรู้จัก “ซอล นี่คือวิคตอเรีย เธอเป็นเพื่อนฉันเอง ดังนั้นพยายามทำตัวดี ๆ กับเธอหน่อยนะ โอเคไหม?”

ฉันกล่าวกับสาวน้อยผู้ฉลาดเกินนกปกติไปมากของฉัน เธอร้องเบา ๆ จากนั้นซอลก็บินไปหาวิคตอเรียที่ตกใจอย่างเสียภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของเธอ ซอลบินลงมาเกาะบนตักของวิคตอเรียเพื่อมองเธอให้ชัดเจน

วิคตอเรียไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเลยมองมาทางฉัน แต่ฉันแค่พยักเพยิดให้เธอลูบคลำสาวน้อยขนปุยของฉัน

เธอเริ่มลูบหลังซอลอย่างประหม่าและเต็มไปด้วยความลังเล จนกระทั่งเธอเห็นว่าซอลไม่ทำอะไร เวลาผ่านไปไม่นาน วิคตอเรียเริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นและลูบซอลด้วยรอยยิ้มเหมือนเด็กเห็นของชอบ

“ใช่ ๆ เธอเป็นเหมือนฉันเลย มันเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้ลูบเธอเป็นครั้งแรก ไม่มีอะไรเหมือนมันอีกแล้วในโลกนี้” คริสเตียนประกาศกร้าวพร้อมรอยยิ้มของเขา

“ใช่ มันเหลือเชื่อมากที่ได้ลูบนกอมตะอมตะในตำนานนั่นจริง ๆ” เจมส์ก็พยักหน้าเห็นด้วย

ฉันทำแค่วิคตอเรียผูกมิตรกับวอลด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เพื่อนทุกคนของฉันแบ่งปันความสุข และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับวันหยุดของพวกเขา ดูเหมือนว่าระหว่างการเดินทาง คริสเตียนเกือบจะตกลงไปในเขตรักษาพันธุ์กอร์กอน ซึ่งคงจะไม่จบลงด้วยดีแน่หากตกไปจริง แต่โดยรวมแล้วมันก็สนุกดี

ส่วนครอบครัวคาลาเวย์มีคริสต์มาสแบบมักเกิ้ลมาก มีการรวมญาติ ซึ่งดีแต่ก็น่าเบื่อสำหรับสมาชิกที่อายุน้อย และแล้วพวกเราก็คุยกันจนกระทั่งถึงฮอกวอตส์

ตอนนี้เทอมสุดท้ายก่อนที่เนื้อเรื่องหลักจะเริ่มขึ้นได้เปิดภาคเรียนแล้ว เอเดนมองไปยังปราสาทพร้อมสาบานหมายมั่นกับตัวเอง

'ฉันจะต้องเตรียมทุกอย่างให้เสร็จเร็ว ๆ แล้ว ปีหน้าพวกนั้นจะเข้ามา อันตรายจะเกิดขึ้นรอบตัวฉัน' ฉันคิดกับตัวเองขณะที่สถานีรถไฟปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

********************************

จบบทที่ บทที่38 เรียนรู้กับเอเดนและกลับไปยังฮอกวอตส์

คัดลอกลิงก์แล้ว