เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่35 ความกังวลและความสุข

บทที่35 ความกังวลและความสุข

บทที่35 ความกังวลและความสุข


เพราะมีเพื่อนใหม่เข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนสองคนของฉัน มันเลยมีการปรับตัวเล็กน้อย ถึงแม้เธอจะไม่ได้สร้างความประทับใจที่ไม่ดีให้กับพวกผู้ชายอีกสองคน แต่เธอก็ยังไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกเชิงบวกมากนัก

เรื่องนี้ทำให้พวกเราสามคนต้องละลายน้ำแข็งกันเล็กน้อยระหว่างการเดินทางกลับลอนดอนด้วยรถไฟด่วน แต่พูดตามตรง ทันทีที่เราทุกคนเริ่มพูดคุยกันถึงสิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษ มันก็เป็นไปด้วยดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น วิคตอเรียมีความปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองในแทบทุกด้าน โดยไม่อยากให้มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด

เธอเป็นนักเรียนที่รอบรู้ที่สุดรองจากฉัน และจะได้รับเครื่องย้อนเวลาในปีนี้ถ้าเกรดของเธอไม่ตก เธอสามารถคุยกับคริสเตียนเรื่องสมุนไพรศาสตร์ได้ แต่ตามไม่ทันเขาในเรื่องการดูแลสัตว์วิเศษ เธอสามารถคุยเรื่องคาถาและการแปลงร่างกับเจมส์ได้อย่างสนุกสนาน แต่เขามีประกายไฟในดวงตาอย่างแท้จริงเมื่อพูดถึงการร่ายคาถาแปลก ๆ ทำให้เธอหมดหนทางคุยต่อในด้านนั้น

ส่วนฉันสามารถตามทันทุกคนและเหนือกว่าในทุกด้านที่เราพูดคุยกัน การพูดคุยแบบใกล้ชิดนี้มอบบางสิ่งที่วิคตอเรียไม่เคยสัมผัสมาก่อน นั่นคือเพื่อนแท้และอาจเป็นเพื่อนสนิทกันในอนาคต

ผู้คนที่เธอสามารถหันไปปรึกษาหารือเกี่ยวกับความคิดและสิ่งใหม่ ๆ ที่เธอได้เรียนรู้มาได้ ซึ่งพวกเขาพร้อมจะให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ หรือคำชมเชยสำหรับความพยายามของเธอ ไม่ใช่เพื่อนที่แค่เรียกว่าเพื่อน ซึ่งเป็นเพียงผู้ติดตามหรือต้องการเพียงความมั่งคั่งและอำนาจของครอบครัวเธอ

แม้ว่ามันจะเร็วเกินกว่าที่จะเป็นเพื่อนแท้ แต่เธอก็มีความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางรุ่นเดียวกันที่มีความกระตือรือร้นคล้ายกัน มันทำให้ดวงตาของเธอจุดประกายไฟแห่งการแข่งขันอีกครั้ง แต่ที่สำคัญที่สุด มันทำให้เธอยิ้มได้เป็นครั้งแรกในสองปีที่ผ่านมา

-ระหว่างนั้น ในห้องทำงานของตาแก่ขี้ระแวงคนหนึ่ง

“ภาคเรียนแรกของเราสิ้นสุดลงอีกครั้งแล้ว และเด็ก ๆก็สนุกกับวันหยุดพักผ่อนของพวกเขา ดังนั้นเรามาเริ่มการประชุมเล็ก ๆ อันสนุกสนานของเรากันอีกครั้งดีกว่า ใครต้องการลูกอมมะนาวบ้าง?” ศาสตราจารย์ใหญ่กล่าวพร้อมยื่นลูกอมให้ทุกคนตามปกติในทุกครั้งที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเพิกเฉยมัน

เหล่าศาสตราจารย์รายงานมาตรฐานการสอนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเล็กน้อย ซึ่งดำเนินไปได้เพียงสองสามนาที ในที่สุดก็มาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระหว่างปีนี้

“นักเรียน ว.พ.ร.ส. และ ส.พ.บ.ส. พวกเขาทำตัวตามปกติ เครียดบ้าง กังวลบ้าง แต่ดูเหมือนว่าปีนี้มีการรบกวนพวกเราให้ช่วยแนะแนวให้ลดลง” รองศาสตราจารย์ใหญ่มักกอลนากัลเริ่มกล่าว

“ฮึ่ม ผมไม่เห็นอะไรที่บ่งชี้ถึงพัฒนาการจริงในชั้นเรียนของผมเลย ยกเว้นกรณีที่หายาก เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ควรอยู่หลังหม้อต้มยา” สเนปเย้ยหยันไม่เห็นด้วย

“โอ้ เซเวอรัสอย่าเครียดไปเลย ฉันคิดว่าช่วงนี้มีนักเรียนที่มีพรสวรรค์จำนวนมากเกิดขึ้นนะ” หัวหน้าบ้านแบดเจอร์ผู้ใจดีตักเตือนเบา ๆ

“โอ้ มันเป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆที่ได้เห็นนักเรียนจำนวนมากมีพัฒนาการภาคปฏิบัติของพวกเขาในช่วงนี้” ศาสตราจารย์ฟิลิอัส ฟลิตวิกผู้ร่าเริงอยู่เสมอพูดเสียงแหลม

“พูดถึงเรื่องนั้น นี่เกี่ยวข้องอะไรกับการก่อตั้ง ‘ห้องแลกเปลี่ยน’ ของคุณโบนส์หรือเปล่า?” ชายชราที่ดูเป็นพ่อมดมากที่สุดในอังกฤษถาม

“ใช่แล้ว! ฉันเฝ้าดูโครงการของสมาชิกบ้านที่ฉลาดที่สุดของฉันอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่นักเรียนที่เข้าร่วมจะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในทักษะภาคปฏิบัติเท่านั้น การบ้านที่ส่งมายังแสดงให้เห็นถึงการก้าวกระโดดด้านความคิดและคุณภาพด้วย ซึ่งดูเหมือนจะช่วยเสริมสร้างพื้นฐานของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนปีไหนก็ตาม” ศาสตราจารย์ฟลิตวิกกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ฉันสังเกตเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างสามบ้านลดลงระหว่างพวกเขาเข้าร่วมชมรมนั้น มันทำให้ฉันอบอุ่นใจที่เห็นนักเรียนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” ศาสตราจารย์สมุนไพรศาสตร์ผู้ใจดีกล่าวเสริม

“ใช่! ยกเว้นบ้านสลิธีริน หลังจากความล้มเหลวครั้งนั้นของคุณฟลินท์ ดูเหมือนว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมชมรมเรียนรู้และเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยทุกครั้งที่คุณโบนส์ต้องการช่วยเหลือพวกเขา” ศาสตราจารย์มักกอลนากัลกล่าวปิดท้าย

“สมาชิกบ้านของผมไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมเรื่องไร้สาระเสียเวลาแบบนั้น” ศาสตราจารย์วิชาการปรุงยาผมเหนียวเบ้หน้าใส่คำพูดของศาสตราจารย์มักกอลนากัล

ดัมเบิลดอร์พยักหน้าพลางลูบเคราสีขาวดอกเลาของเขา “อืม ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งนี้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อนักเรียน งั้นฉันขอเชื่อว่าไม่มีอันตรายใด ๆ ที่จะปล่อยให้มันเปิดต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง... งั้นฉันคิดว่าทุกคนสามารถกลับไปได้แล้วล่ะ จบการประชุมแค่นี้ เซเวอร์ัส มิเนอร์วา โปรดอยู่ต่อ”

หลังจากคนอื่น ๆ ออกไป ก็ถึงเวลาสำหรับคำถามที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก “แล้วคุณโบนส์เป็นอย่างไรบ้าง? ดูเหมือนว่าปีนี้เขาจะกระตือรือร้นมากขึ้นมาก” ดัมเบิลดอร์ถาม

“เช่นเคยนั่นแหละอัลบัส เขาแสดงความสามารถที่เหนือกว่าคนอื่นในชั้นเรียน และพยายามช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบากขณะที่ฉันดูแลชั้นเรียนอยู่ พูดตามตรง มันเหมือนกับการมีศาสตราจารย์คนที่สองอยู่ด้วยเลย ฉันคิดแบบนี้จริง ๆเมื่อฉันได้ยินเขาช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ และตอนฉันตรวจการบ้านของเขา” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลถอนหายใจที่นักเรียนเก่งกาจแบบนี้ไม่ได้อยู่ในบ้านของเธอ

“ฮึ เด็กนั่นมันน่ารำคาญ ผมอยากจะกำจัดเขาไปให้พ้น ๆ หน้า เขาดูเหมือนจะมีความสุขที่ได้ส่งการบ้านจำนวนมากอย่างน่าขันเพื่อแกล้งผมเวลาเขารู้สึกอยากทำ” สเนปตอบ

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นกับคุณอีกครั้งแล้วสินะ เซเวอร์ัส” ศาสตราจารย์ใหญ่กล่าวพร้อมหัวเราะเบา ๆ “แต่เขาทำตัวอย่างไรนอกชั้นเรียน?”

ดัมเบิลดอร์หยุดหัวเราะแล้วถามเข้าเรื่องเพื่อฟังสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

“ไร้ที่ติคงเป็นคำที่เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่เริ่มโครงการแลกเปลี่ยนความรู้เริ่มขึ้น เขาเคยไม่กีดกันใครก็ตามที่ไม่ชอบเขา เขาช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ตั้งใจเรียน ใช้เวลากับเพื่อน ๆ ขณะที่พวกเขาคอยพัฒนาซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือป๊อปปี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือระหว่างการแข่งขันควิดดิช” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลอธิบาย

“นอกเหนือจากเหตุการณ์นั้นกับคุณฟลินท์และความรู้สึกส่วนตัวของผมที่มีต่อไอ้เด็กน่ารำคาญนั่น เขาก็ถือว่าค่อนข้างเป็นกลาง เหตุการณ์ของคุณทราเวอร์สแสดงให้เห็นแล้ว เขายินดีที่จะหยุดพวกอันธพาลจากบ้านอื่นและบ้านของตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนจากบ้านที่เป็นศัตรูกับเขาอย่างเปิดเผย ไม่ฉลาด แต่อย่างน้อยก็ยุติธรรมอยู่บ้าง” สเนปเห็นด้วยบางส่วน

“ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของพวกคุณ คุณกลับไปเริ่มวันหยุดพักผ่อนของคุณเถอะ” ศาสตราจารย์ใหญ่กล่าวกึ่งไล่พวกเขา ขณะที่เขาอยู่คนเดียว เขาก็จมอยู่ในความคิด

'แตกต่าง แต่คล้ายกันมาก มีพรสวรรค์พิเศษ เป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนและอาจารย์ สูญเสียครอบครัว แข็งแกร่ง แถมเขายังได้สัมผัสกับสิ่งที่ศาสตร์มืดสามารถมอบให้ได้ เป็นตัวแปรที่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแฮร์รี่จะเข้าโรงเรียนในปีหน้า จะทำอย่างไรดี?' ศาสตราจารย์ใหญ่กดขมับตัวเอง ราวกับไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับตัวแปรสุดอันตรายที่พร้อมจะเป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืดคนที่ 3 นี้ดี

-กลับไปมุมมองเอเดน

“ขอให้มีวันหยุดพักผ่อนที่ดีนะทุกคน แล้วเจอกันตอนกลับโรงเรียน” ฉันกล่าวกับเพื่อนสองคนขณะที่พวกเขาจากไปกับครอบครัว จากนั้นฉันก็สังเกตเห็นป้าและซูซานกำลังรอพวกเราอยู่

“สวัสดีครับป้าเอมิเลีย ดีใจที่ได้เจอ เธอด้วยซูซ” ฉันกล่าวพร้อมกอดทั้งสองคน

“ดีใจที่ได้เห็นเธอมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเหมือนเคยนะเอเดน เอาล่ะ...แล้วแนะนำสาวน้อยน่ารักที่อยู่ข้างหลังมาให้ป้าได้รู้จักหน่อยสิ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย

“ครับ! วิคตอเรีย นี่คือป้าของฉัน ผู้นำตระกูลโบนส์และหัวหน้ากรมบังคับใช้กฎหมายเวทมนตร์ เอมิเลีย โบนส์ ส่วนสาวน้อยน่ารักข้าง ๆ คือลูกพี่ลูกน้องของฉัน ซูซาน... ป้าเอมิเลีย ซูซาน นี่คือเพื่อนของผม วิคตอเรีย ทราเวอร์ส” ฉันแนะนำทุกคนอย่างเหมาะสมตามที่ขอ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ มาดามโบนส์” เธอกล่าวพร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย “ขอบคุณมากนะคะที่อนุญาตให้ฉันมาพักด้วยในช่วงวันหยุด ฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลยค่ะ”

เธอยกกระโปรงขึ้นแล้วก้มหน้าเป็นการทักทาย พร้อมกับกล่าวขอบคุณจริงใจ

“ยินดีจ้ะ ถ้ามันเป็นอย่างที่เอเดนสรุปมา เราก็ยินดีต้อนรับเธอมาบ้านของเรามาก” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

“สวัสดีค่ะ!” ซูซานกระโดดเข้ามาอย่างตื่นเต้น “คุณจะมาฉลองคริสต์มาสกับพวกเราเหรอคะ?”

“เอ่อ... อืม ใช่แล้ว! ยินดีที่ได้รู้จักนะซูซาน” วิคตอเรียตอบอย่างอึดอัด สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติสุด ๆ

'ดูเหมือนเธอจะเข้ากับเด็กไม่ค่อยได้สินะ' ฉันคิดในใจอย่างขำ ๆ

“พี่เอเดนกำลังคบกับเธอเหรอ?” จากนั้นก็ได้ยินเสียงแหลมเล็ก ๆ ถามต่อกับติด ๆทำให้วิคตอเรียตัวแข็งทื่อและฉันถึงกับสำลักน้ำลาย

“แค่ก ๆ ๆ! ไม่ใช่ซูซ ฉันไม่ได้คบกับวิคตอเรีย เธอเป็นเพื่อนและต้องการที่พักกับเราในช่วงวันหยุด ดังนั้นทำตัวดี ๆ กับเธอหน่อยนะ ปฏิบัติต่อเธอเหมือนพี่สาวคนหนึ่งก็ได้” ฉันตอบน้องสาวตัวน้อย นั่นทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกาย

'ดูเหมือนเธอจะตื่นเต้นกับการได้มีพี่สาวสินะ แต่ทำไมมันทำให้ฉันเศร้าล่ะเนี่ย?' ฉันคิดกับตัวเองแล้วหัวเราะเบา ๆ ช่วงแรก ก่อนจะรู้สึกเศร้าเบา ๆ ตามมาทีหลัง

“เอาล่ะ ป้าว่าแนะนำกันแค่นี้ก็พอแล้ว ถ้ามีอะไรต้องพูดอีกก็ไปพูดกันที่บ้าน ทิลลี่ตื่นเต้นที่จะมีแขกให้ดูแล เธอบอกว่าดูแลเธอง่ายเกินไปเอเดน” ป้าขัดขึ้นพร้อมยังคงยิ้มให้เด็ก ๆ

“ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนเป็นทั้งคำดูถูกและคำชมในเวลาเดียวกันล่ะเนี่ย?” ฉันพึมพำกับตัวเองหลังจากได้ยินอย่างนั้น

“นายแค่ต้องทำบ้านรก ๆ หน่อย แล้วทิลลี่ก็จะมีความสุข” ซูซานกล่าว

“ใช่ แต่แล้ววินาทีถัดมาป้าจะฆ่าฉัน ไม่คุ้มหรอก” ฉันตอบ ขณะที่ฉันและซูซานคุยกัน วิคตอเรียก็สับสนไม่รู้จะทำอะไรจนกระทั่งฉันหันกลับไป

“รออะไรอยู่? ฉันจะไม่ทิ้งแขกของเราเอาไว้ที่นี่หรอกนะ” ฉันกล่าวกับเธอ ในที่สุดเธอก็ได้สติและเดินตามมา พอเราไปถึงบ้านของฉัน ร่างเล็ก ๆ ของทิลลีก็พุ่งเข้ามากอดรัดฉันราวกับปลิง

“เฮ้ ทิลลี่ คิดถึงเธอเหมือนกันนะ” ฉันกล่าวพร้อมหัวเราะ

“ทิลลี่ดีใจที่คุณชายกลับมา คุณชายทำให้บ้านมีความสุขเสมอ” เอลฟ์ตัวน้อยของเราอุทานพร้อมหูที่กระดิกด้วยความสุข

“ขอบคุณนะ ทิลลี่ ดีใจที่ได้กลับมาเหมือนกัน” ฉันก้มไปลูบหัวทิลลี่ทันที

เธอปล่อยฉันและหยิบกระเป๋าเดินทางของฉันกับวิคตอเรียไปไว้ในห้องของเรา จากนั้นฉันก็พาเธอเดินชมบ้านและบอกเธอว่าทุกอย่างในตระกูลโบนส์ทำงานอย่างไร

“ระหว่างอยู่ที่นี่ เธอไปได้แทบทุกที่ ห้องส่วนตัวแค่ต้องขออนุญาตเจ้าของ แน่นอนต้องหลีกเลี่ยงห้องป้า ห้องทำงานที่บ้านเป็นที่ที่ฉันจะใช้เวลาส่วนหนึ่งของทุกวันเพื่อทำหน้าที่ในฐานะทายาท ห้องสมุดใช้ได้ฟรี แต่ไม่ต้องสนใจบันทึกที่ฉันเขียนไว้หรอก ฉันเขียนแก้ไขตอนเด็ก ๆ น่ะ จนกระทั่งป้าซื้อสมุดให้ เรามีสวนเวทมนตร์อยู่ข้างหลังบ้านด้วย แค่ใส่ถุงมือและระวังก็พอ ฉันรู้ว่าเธอจัดการกับพืชได้ ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับพวกมัน ถามฉัน ซูซาน หรือทิลลี่ได้หมด พวกเราจะทานอาหารเช้าและเย็นด้วยกันกับป้า ส่วนอาหารกลางวันค่อนข้างอิสระแต่โดยทั่วไปก็ทานด้วยกันแหละ และถ้าเธออยากออกไปข้างนอก เราแค่ต้องขออนุญาต... โอ้! เธอใช้นกฮูกสั่งอะไรก็ได้ที่เธอต้องการนะ ถ้าเธอต้องการอะไรสามารถถามทิลลี่ได้ตลอดเวลา เธอยินดีช่วยแน่นอน” ฉันร่ายกฎของบ้านยาวจนวิคติเรียหัวหมุน

“นายช่วยป้าดูแลตระกูลด้วยเหรอ!?” วิคตอเรียอุทานด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ ป้าดูแลฉันกับซูซานทั้ง ๆที่เธอต้องไปกับงาน แถมยังมีภาระของผู้นำตระกูลโบนส์อีก ดังนั้นฉันจึงอยากช่วยเธอ เฮ้! เห็นแบบนี้ฉันทำได้ดีมากนะ แล้วเธอก็ปล่อยให้ฉันจัดการอะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป นอกจากนี้ ด้วยกล่องเล็ก ๆ ของฉัน ป้ายังสามารถส่งเอกสารบางอย่างไปที่ฮอกวอตส์ได้ด้วย” ฉันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“แล้วเมื่อกี้นายบอกว่าซูซาน เด็ก 10 ขวบคนนั้น สามารถช่วยแนะนำฉันได้ถ้าฉันอยากไปดูสวนของนาย ใช่ไหม??” จากนั้นเธอก็ถามด้วยความสงสัย

“ใช่สิ เธอคิดว่าใครเป็นคนดูแลมันตอนที่ฉันไม่อยู่ล่ะ?” ฉันตอบ “ฉันเริ่มทำเพราะฉันชอบวิชาสมุนไพรศาสตรานี้และอยากปลูกวัตถุดิบเอง ซูซานเกิดอยากรู้ฉันเลยสอนเธอ แต่เนื่องจากฉันไม่อยู่บ้านเกือบทั้งปี มันก็เลยกลายเป็นของซูซานไปโดยปริยาย เธอเก่งมาก” ฉันเสริมพลางยืดอกทำตัวเหมือนพี่ชายที่ภูมิใจในตัวน้องสาวแบบสุด ๆ

“นายดูรักครอบครัวของนายมากจริงๆ ใช่ไหมคะ เอเดน?” วิคตอเรียถามพร้อมรอยยิ้มเศร้าบนใบหน้า

“ใช่ ฉันรัก ฉันเป็นหนี้พวกเขามากที่รับเลี้ยงฉัน แต่ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น เธออาจจะไม่มีพ่อที่ดีที่สุด แต่เธอสามารถหาความสุขของตัวเองได้หลังจากที่เธอทิ้งภาระหนักอึ้งลง ถ้าเธอเจอคนที่ทำให้เธอยิ้มได้แทนที่จะเป็นคนที่ทำแค่ให้เงินเธอ เมื่อนั้นเธอจะเข้าใจถึงความสุข หรือบางทีเขาอาจจะเป็นทั้งสองอย่างให้เธอเลยก็ได้” ฉันกล่าวจบ ฉันก็ได้รอยยิ้มเล็ก ๆ ตอบกลับมาให้ชื่นใจ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ฟังฉัน ไม่ได้หูทวนลม

“จำไว้นะวิคตอเรีย เธอแค่อย่าท้อแท้กับชีวิตตัวเอง แล้วหาในสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุข ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเธอเอง และเมื่อเธอเจอคนที่ยอมรับสิ่งนั้นได้ เธอก็ควรจะยอมรับเขาและมีความสุขไปกับมัน” ฉันกล่าวเสริมเพื่อให้กำลังใจหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันจะพยายาม” เธอยิ้มเศร้า ๆ แต่ในใจกลับอบอุ่นขึ้นมาก

“ดีมาก ทีนี้มาสนุกกันแทนเรื่องเศร้ากันดีกว่า!” ฉันประกาศพร้อมพาเธอออกไปข้างนอกบ้านทันที

************************

จบบทที่ บทที่35 ความกังวลและความสุข

คัดลอกลิงก์แล้ว