เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่34 การช่วยเหลือหญิงสาวผู้โดดเดี่ยว

บทที่34 การช่วยเหลือหญิงสาวผู้โดดเดี่ยว

บทที่34 การช่วยเหลือหญิงสาวผู้โดดเดี่ยว


ขณะที่ฉันกำลังคิดว่าจะช่วยวิคตอเรียอย่างไร มาดามพอมฟรีย์ก็มาถึงพร้อมกับเจมส์ตามหลังมา และสเนปก็มาถึงในเวลาต่อมา

“เด็กผู้หญิงเป็นอย่างไรบ้าง เอเดน?” มาดามพอมฟรีย์ถามขณะผลักประตูเข้ามาด้วยความตกใจ

“ไม่ได้น่ากังวลอะไรมากนัก เราพาเธอขึ้นจากทะเลสาบเร็วพอ แล้วก็ทำให้เธอแห้ง จากนั้นพาเธอเข้ามาห้องพยาบาลทันทีครับ ดังนั้นสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือต้องกินยาสองสามวัน” ฉันตอบหญิงชราที่กำลังตบอกโล่งใจ

“คุณบอกว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่ากังวลมากนัก แล้วส่วนที่ควรเป็นกังวลมันคืออะไรล่ะ โบนส์?” สเนปถาม จับใจความคำพูดของฉันได้

“มีอยู่สองสามเรื่อง ที่ใหญ่ที่สุดคือ ผมคิดว่าเธออาจถูกทำร้ายร่างกายและอาจถูกด่าทอในบ้านของเธอ” ฉันกล่าวอย่างจริงจัง

“โอ้ เมอร์ลิน! ที่รัก คุณล้อเล่นไม่ได้นะ เอเดน!” มาดามพอมฟรีย์อุทาน

“อย่ามาโกหกฉัน โบนส์” สเนปชักสีหน้าพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“อาการบาดเจ็บและสภาพจิตใจของเธอสอดคล้องกับทุกสิ่งที่คุณสอนและสิ่งที่ผมค้นคว้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาดามพอมฟรีย์ ยังไงก็ทำการทดสอบวินิจฉัยด้วยตัวของคุณเองก็แล้วกัน” ฉันตอบง่าย ๆ เพื่อเป็นการยืนยันการวินิจฉัยของฉันเกี่ยวกับวิคตอเรีย

ฉันกล่าวจบ มาดามพอมฟรีย์จึงร่ายคาถาของเธอเองทันที

“เคราเมอร์ลิน” เธออุทานกับตัวเองขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง

“ว่ายังไง มาดาม? เด็กนั่นโกหกหรือแค่ไร้ความสามารถ?” สเนปถามเสียงดังใส่เธอ

ฉันกัดฟัน พลางสาบานในใจ 'สัปดาห์นี้ฉันจะให้ไอ้ศาสตราจารย์อีโก้สูงนั่นตรวจการบ้านฉันเป็นสองเท่า เขาคิดว่าสิ่งที่ฉันส่งให้เขาตอนนี้แย่แล้วสินะ คอยดูแล้วกัน!!'

ฉันคิดกับตัวเองเพราะสเนปดูถูกทักษะของฉัน

“ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก เซเวอร์ัส เอเดนพูดถูกต้องทุกประการ คุณทราเวอร์สแสดงอาการของคนถูกทารุณกรรมอย่างชัดเจน และมีบาดแผลที่ได้รับการรักษาอย่างไม่ถูกต้องเพื่อปกปิดมันด้วย” เธอตอบอย่างจริงจัง

“โบนส์ คัลลาเวย์ และวอร์ดส์ ห้ามพวกคุณพูดเรื่องนี้กับใคร ฉันจะคุยเรื่องนี้กับศาสตราจารย์ใหญ่” ชายหน้าบูดออกคำสั่งและประกาศประกาศิตตัวเองขณะเดินจากไป

“ถ้าอย่างนั้น ผมขออยู่ช่วยคุณได้ไหมครับ มาดามพอมฟรีย์? ผมรู้สึกว่าตอนนี้เธอต้องการกำลังใจจริง ๆ” ฉันถามอาจารย์สอนการรักษาของฉัน ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยค้างคืนในห้องพยาบาลเพื่อเฝ้าไข้ผู้ป่วยมาก่อนเสียหน่อย

“ได้สิ เอเดนขอบคุณที่เสนอตัวนะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปาก

ด้วยเหตุนั้น ฉันจึงใช้เวลาช่วงเย็นรอให้เธอตื่น เจมส์และคริสเตียนแวะมาดูสถานการณ์ทุกช่วงเปลี่ยนคาบ แต่หลังจากเข้าใจว่าตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้ พวกเขาก็จากไปและเตรียมตัวกลับบ้านในตอนเช้าพรุ่งนี้

เมื่อท้องฟ้าใกล้จะมืดสนิท วิคตอเรียก็ตื่นขึ้นในที่สุด

“ดีใจที่เห็นเธอตื่นแล้ว” ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส “รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”

“นายมาทำอะไรที่นี่? มาเยาะเย้ยฉันเหรอ หรือมาพิสูจน์ว่านายเก่งกว่าฉัน?” เธอถามอย่างก้าวร้าว ราวกับว่าปราการป้องกันสุดท้ายของเธอกำลังถูกโจมตี

“ไม่ วิคตอเรีย ฉันมาดูแลเธอ ฉันและเพื่อน ๆ เป็นคนพาเธอขึ้นจากทะเลสาบ แล้วเรายังลงโทษพวกผู้หญิงเหล่านั้นสำหรับการกระทำของพวกเขาด้วย ตอนนี้ฉันกำลังพยายามช่วยรักษาเธอให้ดีขึ้น ดังนั้นได้โปรดอย่าคิดว่าฉันมาทำร้ายเธอสิ แต่ถ้าคุณอยากระบายอะไรออกมาก็ทำได้เลย ฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อรับฟังเอง” ฉันตอบอย่างอ่อนโยนกับเด็กผู้หญิงที่เจ็บปวดมามาก

ซึ่งตอนนี้เธอเหมือนสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ เธอจะตะครุบทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้เธอ

“หึ! เหมือนฉันจะเชื่องั้นแหละ ว่าซิลเวอร์สตาร์ที่สมบูรณ์แบบจะเสียเวลามาคุยกับฉัน! รู้ไหมว่าฉันโดนอะไรมาบ้าง!! ไอ้เด็กโง่ที่พยายามเอาชนะเขา! ไอ้งูหยาบคายที่พยายามทำให้ตัวเองดูดีกว่าคนอื่น! ไอ้พวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์! ไอ้พวกอันธพาล...” เธอตะโกนใส่พร้อมระบายอารมณ์ใส่ฉัน แต่ฉันเพียงแค่ยิ้มอย่างอบอุ่นและหวังว่าจะกระตุ้นให้เธอระบายความโกรธออกมามากขึ้นเท่านั้น

รอยยิ้มนั้นทำให้เธอชะงัก เธอไม่คาดคิดว่าจะได้รับรอยยิ้ม

“ทำไมคุณถึงยิ้ม!? นายคิดว่ามันตลกเหรอที่ฉันตะโกนใส่นายน่ะ?!” จากนั้นเธอก็หันมาตะคอกใส่ฉัน “นายคิดว่าฉันต่ำต้อยกว่านายมาก จนนายสามารถปัดทุกสิ่งที่ฉันพูดทิ้งได้เลยเหรอ!?”

ในที่สุดพอคำพูดสุดท้ายของเธอหลุดออกมา ฉันก็เห็นน้ำตาคลอเบ้าเธอ

“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย วิคตอเรีย” ฉันตอบเรียบ ๆ ด้วยน้ำเสียงสงบ “จริง ๆ แล้วฉันเชื่อว่าเธอเป็นแม่มดที่มีพรสวรรค์มาก”

“อย่ามาดูถูกฉันนะ! นายคิดว่าฉันจะยอมรับความสงสารของนายหรือไง! ฉันเป็นสมาชิกของตระกูลทราเวอร์สผู้สูงศักดิ์และเก่าแก่!” เธอกรีดร้องตอบกลับมาแทน ราวกับว่าเธอกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่าเธอเข้มแข็งต่อหน้าฉัน

“ฉันไม่ได้ดูถูกเธอเลยนะ วิคตอเรีย เธอเป็นนักเรียนคนเดียวในรุ่นของเราที่ฉันไม่เคยต้องช่วยในวิชาใด ๆ เลยสักครั้ง เกรดของเธอยอดเยี่ยมมาก และคุณได้รับมันมาด้วยความพยายามทั้งหมดของตัวเอง เธอเป็นคนมุ่งมั่น เข้มแข็ง กล้าหาญ และฉลาดเฉลียว สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างที่แท้จริงของแม่มด” ฉันกล่าวอย่างตรงไปตรงมากับเด็กผู้หญิงคนนั้น

“ฉันเสียใจมากที่คนอื่น ๆทำร้ายเธอมากขนาดนี้เพราะฉัน ฉันพยายามบอกพวกเขาอย่างชัดเจนว่าฉันเกลียดการกระทำเลวทราม เช่นการรังแกคนอื่นมากแค่ไหน แต่มันดูเหมือนว่าฉันล้มเหลวกับเธอ ดังนั้นฉันขอโทษ” ฉันกล่าวจบก็ก้มหัวให้กับเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารตรงหน้า

“หย... หยุดขอโทษฉันได้แล้ว! นายคิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบนักเหรอ! เกรดดีที่สุด! เป็นที่นิยมที่สุด! น่าดึงดูดที่สุด! เก่งกาจ! รอบรู้! เข้าสังคมเก่ง! ใจดี! นายคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นเสมอเลย ฉันเกลียดคนอย่างนายที่สุด! นายไม่เหมือนมนุษย์ด้วยซ้ำ! เหมือนลูกครึ่งเอลฟ์กับวีล่ามากกว่า!” เธอกรีดร้องใส่ฉัน กำแพงในใจเธอหนากว่าที่ฉันคิดไว้มาก

“ฮ่าฮ่า ตอนนี้แปลกใหม่จริง ๆ! ไม่มีเพื่อนคนไหนของฉันเคยคิดถึงเรื่องนี้เลย ลูกครึ่งวีล่ากับเอลฟ์... เหลือเชื่อเลยแฮะ!” ฉันอุทานพร้อมหัวเราะ การเห็นปฏิกิริยาของฉันทำให้เธอสับสนอย่างมาก เธอไม่เข้าใจว่าฉันหัวเราะกับการเยาะเย้ยของเธอแบบนี้ได้อย่างไร

“แต่วิคตอเรีย เธอรู้ไหม... ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบแม้แต่น้อย ฉลาดน่ะใช่ สร้างสรรค์ แข็งแกร่ง และเข้าสังคม นั่นแน่นอน แต่ไม่เคยสมบูรณ์แบบ” ฉันกล่าวกับเด็กผู้หญิงคนนั้น

“ฮึ เหมือนฉันจะเชื่อนายตายแหละ ฉันรู้ว่านายคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น นั่นคือเหตุผลที่นายแบ่งความเมตตา ‘ช่วย’ พวกเขา ทำไมนายถึงเปิดห้องโง่ ๆ ของนายกันล่ะ ทำไมคุณถึงเรียนรู้วิธีรักษาโรคควบคู่ไปกับการเรียน นั่นเป็นเพราะมันทำให้นายรู้สึกดีกว่าคนอื่น ใช่หรือเปล่า?!” เธอชักสีหน้าพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เสียดแทง

“ไม่ ฉันพยายามช่วยคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน เพราะพูดตามตรง ฉันศึกษาบทเรียนในทุกชั้นปี ที่เรียนในฮอกวอตส์เสร็จหมดแล้ว และฉันแค่ปรารถนาที่จะช่วยเพื่อนร่วมชั้นของฉันให้พัฒนาและสนุกกับเวทมนตร์เหมือนที่ฉันทำ” ฉันตอบคำพูดที่เสียดแทงของเธอ

“โกหก! นายคาดหวังให้ฉันเชื่อว่านายเรียนถึงระดับ ว.พ.ร.ส. แล้วเหรอ!” วิคตอเรียปฏิเสธ

“ฉันเรียนถึงระดับ ส.พ.บ.ส. แล้วต่างหาก ในวิชาปรุงยา สมุนไพรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ อักษรรูน ตัวเลขมหัศจรรย์ และดาราศาสตร์ ตั้งแต่ฉันมาฮอกวอตส์ เนื่องจากการผลักดันตัวเองและการจ้างครูสอนพิเศษของป้า ฉันได้อ่านหนังสือคาถาทุกเล่มจนถึงระดับ ส.พ.บ.ส. และเชี่ยวชาญคาถาปี 1-3 ได้หมด จากนั้นฉันก็เรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างเข้มข้นและเข้มงวดเป็นเวลา 6 ปี ก่อนที่ฉันจะมาฮอกวอตส์ เพราะฉันอยากเรียนรู้ทุกสิ่งที่ทำได้ ฉันอยากรู้ ฉันอยากเรียนเวทมนตร์ อยากเชี่ยวชาญมัน เปลี่ยนมัน สร้างมัน ฉันอยากเข้าใจทุกแง่มุมที่เป็นไปได้จากมัน แล้วทำให้มันเป็นของตัวเอง และฉันอยากจะพยายามช่วยให้คนอื่น ๆ รู้สึกถึงความหลงใหลที่คล้ายกัน แม้จะเป็นเพียงวิชาเดียวก็ตาม นั่นคือเหตุผลที่ฉันเป็นเพื่อนที่ดีกับคริสเตียนและเจมส์ได้” ฉันอธิบายกับเด็กสาวที่จิตใจเกือบจะแตกสลายตรงหน้า

ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่าครอบครัวพ่อมดแม่มดหลายครอบครัวไม่อยากจ้างครูสอนพิเศษให้ลูก ๆ แต่เด็ก ๆ ไม่ต้องการเอง พวกเขาไม่สนใจเวทมนตร์หรือมองว่ามันพิเศษ สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเขาอยู่ด้วยมาตั้งแต่เกิดและจะได้เรียนรู้ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องรีบร้อน เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เด็ก ๆ ใฝ่เรียนรู้ แม้กระทั่งทักษะและความรู้เฉพาะของครอบครัว นับประสาอะไรกับการทำสิ่งที่แปลกกว่าชาวบ้านทำมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

“นั่นแหละคือตัวฉัน วิคตอเรีย นั่นแหละคือสิ่งที่ผลักดันให้ฉันเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ฉันไม่ได้แข่งขันเรื่องเกรดกับเธอตั้งแต่แรก เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของฉัน มันเป็นเพียงวิธีการแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนที่ฉันได้ทำไป ส่วนเรื่องความสมบูรณ์แบบ เธอเคยสงสัยไหมว่าทำไมนักเรียนที่ถูกเรียกว่าสมบูรณ์แบบถึงใส่แว่น?” จากนั้นฉันก็ถามเด็กผู้หญิงคนนั้น

เธออ้าปากสองสามครั้ง อยากจะพูดเหตุผลที่ชัดเจนเรื่องปัญหาสายตา แต่จากวิธีที่ฉันถาม มันทำให้เธอคิดว่าอาจจะไม่ใช่กรณีนั้น

“มันง่ายมาก เพราะถ้าฉันไม่ใส่และควบคุมไม่ได้ ฉันอาจจะทำให้สมองของใครก็ตามที่มองตาฉันละลายได้” ฉันกล่าวตรง ๆ ปากของเธออ้าค้างเติ่งกับคำตอบของฉัน ดวงตาเบิกกว้างราวไข่ห่าน

“ฉันไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนสมบูรณ์แบบ ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ ฉันมองว่าตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่ต้องระวังไม่ให้ตัวเองทำร้ายคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่งั้นอาจถูกโซ่ล่ามคอหรือจับเข้าอัสคาบัน ฉันยังมีเป้าหมายและความฝัน แต่ฉันแตกต่างกับคนอื่น แล้วฉันก็รู้ดีเสียด้วย ดังนั้นฉันจึงทำเท่าที่ทำได้” ฉันกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ราวกับดูถูกตัวเอง

วิคตอเรียไม่สามารถเข้าใจทุกสิ่งที่ฉันพูดได้ เพราะมันทำให้มุมมองของเธอสั่นคลอน และเธอต้องการหาอะไรยึดเหนี่ยวในสภาพจิตใจที่กำลังตกต่ำนี้

“แล้วตอนที่นายยิ้มเยาะฉันตอนที่ฉันทำการบ้านเสร็จหลังนายล่ะ?” เธอเริ่มถาม

“ฉันยิ้มเพราะดีใจที่มีคนอื่นเก่งและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้”

“แล้วพวกผู้หญิงพวกนั้นล่ะ?” เธอจี้ถามต่อ

“ฉันไม่รู้เลยว่าพวกเธอกำลังทำอะไรแบบนั้น และฉันเกลียดความคิดเรื่องการรังแกมากนะ”

“แล้วที่นายเรียนการรักษาจากมาดามพอมฟรีย์ล่ะ?”

“การรักษาเป็นสิ่งที่ฉันเชื่อว่าควรมีคนเรียนรู้ให้มากขึ้น และควรเปิดสอนที่ฮอกวอตส์เป็นวิชาบังคับด้วยซ้ำไป ฉันไม่ได้ทำเพื่อจะเก่งกว่าคนอื่น ฉันทำเพื่อให้ฉันสามารถช่วยคนอื่นได้”

“แล้วห้องของนายนั่นล่ะ?” ยิ่งถาม เสียงวิคตอเรียก็ยิ่งสั่นเทา

“ฉันอยากจะกระตุ้นให้ผู้คนแสวงหาการพัฒนา และให้ผู้คนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องบ้าน อายุ หรือสถานะ”

เธอถามคำถามแล้วคำถามเล่า ตระหนักว่าจากคำตอบของฉัน เธอมีความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการกระทำของฉัน และความตระหนักนั้นนำไปสู่การที่เธอร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง ในหัวเกิดสงสัยว่าทุกสิ่งที่เธอทำมานั้นไร้ประโยชน์หรือเปล่า เธอเป็นเพียงคนโง่คิดไปเองใช่ไหม?

ฉันไม่รู้ว่าจะปลอบโยนเด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อย่างไร คือมีผู้ชายคนไหนรู้จริง ๆ บ้าง? แต่ฉันก็รวบรวมความกล้าและทำสิ่งเดียวที่ฉันคิดออก ฉันลุกไปโอบกอดเด็กสาวที่น่าสงสาร มันทำให้เธอตกใจจนผงะ ทำให้เธอตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่ แต่แล้วเธอก็รู้สึกว่าอ้อมกอดของฉันแน่นขึ้น เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเธอ เธอก็เริ่มร้องไห้หนักขึ้น ปล่อยความรู้สึกหงุดหงิด เครียด โกรธ เศร้า และหมดหนทางให้ไหลออกมาจากตัวเธอด้วยหยาดน้ำตา ดังนั้นฉันจึงอยู่ที่นั่นและพยายามปลอบโยนเด็กสาวที่เจ็บปวด

ใช้เวลาเกือบ 15-20 นาทีก่อนที่เธอจะสงบลงได้อีกครั้ง เสื้อของฉันเปียกโชก แต่ก็คุ้มค่า

“ฉันขอโทษด้วยนะ” เธอกล่าวพร้อมท่าทางสะอื้นเล็กน้อย มือขาวเนียนยกขึ้นเช็ดน้ำตา

“ไม่เป็นไร วิคตอเรีย หวังว่ามันจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยนะ” ฉันกล่าวด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ

“ขอบคุณ” หญิงสาวกล่าวเสียงเบา หากสังเกตดี ๆใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอาย

“เอาล่ะ... แล้วช่วงพักฟื้นนี้เธอจะทำอะไร จะอยู่ที่นี่หรือกลับไป?” ฉันถามหลังจากเงียบไปสองสามนาที

“ทำไมนายถึงถามแบบนั้น?” เธอถามกลับด้วยความกลัวเล็กน้อยในใจ

“เพราะฉันกับมาดามพอมฟรีย์รู้จักสภาพร่างกายเธอวิคตอเรีย สเนปด้วย และฉันจะไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวหลังจากนี้อีก เพราะฉันอยากช่วย” ฉันตอบพร้อมจ้องตาเธออย่างแน่วแน่

“ฉัน... ฉันไม่รู้สิ ถ้าฉันไม่ไป พ่อฉันคงจะแย่ลงในช่วงซัมเมอร์” เธอตอบด้วยความกลัวและความเศร้า

“แล้วแม่ของเธอล่ะ?” ฉันถามอย่างระมัดระวังเต็มที่ ไม่ให้ไปสะกิดแผลใจเธอมากนัก

“แม่อยู่ที่เซนต์มังโก คำสาปผิดพลาดน่ะ แล้วพ่อก็เริ่มเล่นการพนันและดื่มเหล้าหลังจากเกิดเรื่อง” เธอบ่นพึมพำอย่างเศร้าสร้อย

“ฉันเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะ วิคตอเรีย” ฉันกล่าวด้วยความเสียใจ

“ไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อย” เธอตอบกลับ

“อืม... แล้วถ้าฉันเชิญทายาทหญิงแห่งตระกูลทราเวอร์ส มาสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรให้แน่นแฟ้นสักหน่อยในช่วงวันหยุดฤดูหนาวที่บ้านของตระกูลโบนส์ผู้สูงศักดิ์ล่ะ คิดยังไงบ้าง?” ฉันถามเด็กผู้หญิงคนนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่เชิงชู้สาว ฉันแค่กำลังเชิญด้วยความเป็นผู้ดีแบบอังกฤษ

“เดี๋ยวนะ นายกำลังชวนฉันไปพักที่บ้านของนายเหรอ?” เธอถามด้วยความประหลาดใจ

“ก็ถ้าพ่อของเธอเป็นเหมือนที่ฉันคิด เขาคงจะรีบคว้าโอกาสที่จะได้สร้างความสัมพันธ์กับป้าของฉัน และมันจะทำให้เธอไม่ต้องอยู่ใกล้เขาบ่อย ๆ หรือฝืนกลับไปแล้วพยายามทำให้เธอดู ‘มีประโยชน์’ สำหรับเขา ฉันคิดว่ามันเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบนะ” ฉันกล่าวอธิบายเหตุผลของฉัน

วิคตอเรียเป็นเด็กฉลาด เธอเข้าใจทันทีว่าข้อเสนอแนะนั้นของฉันจริงจัง หนักแน่นแค่ไหน แต่แล้วใบหน้าของเธอก็หันมาทางฉันด้วยความสงสัย

“แต่คุณอยู่กับป้าไม่ใช่เหรอ? เธอจะอนุญาตจริง ๆ เหรอ?” เธอถามด้วยความกลัวระคนคาดหวัง

“ฉันจะถามเธอตอนนี้เลย ฉันคงต้องอธิบายสถานการณ์ของเธอบ้างล่ะนะ แต่ป้าของฉันเป็นคนดีมาก และฉันไม่สงสัยเลยว่าเธอจะเห็นด้วย” ฉันตอบด้วยคำตอบที่พยายามปลอบใจวิคตอเรีย

“แต่ทำยังไงล่ะ? เราจะออกเดินทางพรุ่งนี้แล้ว ฉันจะโผล่ไปเฉย ๆ ไม่ได้!” เธอเริ่มกังวลอีกครั้ง

“ขอแนะนำสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ ของฉัน ตู้อันตรธานเวอร์ชั่นย่อส่วน ช่วยให้ฉันส่งจดหมายไปที่กล่องที่ป้าของฉันครอบครองอยู่ได้ทันที ทำขึ้นในช่วงวันหยุดฤกูร้อนที่ผ่านมา” ฉันยกกล่องอันตรธานออกมาโชว์ด้วยน้ำเสียงภูมิใจในตัวเองแบบสุด ๆ

ฉันเขียนจดหมายสั้น ๆ ถึงป้าของฉัน และไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ตกลง

“วิคตอเรีย ทราเวอร์ส ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาเยี่ยมบ้านโบนส์ในช่วงวันหยุดแล้ว” ฉันส่งจดหมายให้เธอพร้อมรอยยิ้ม เธอรับจดหมายและอ่านซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าเธอกลัวว่ามันจะหายไปหรือเป็นของปลอม แต่เมื่อเธอมั่นใจแล้วว่านี่คือเรื่องจริง น้ำตาระลอกใหม่ก็ค่อย ๆ ไหลหยดลงบนจดหมาย

“ทำไม... ทำไมนายถึงช่วยฉัน? เราแทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ” เธอถามอย่างสับสน บนโลกนี้ที่คนคบกันด้วยผลประโยชน์ ในฐานะลูกสาวสายเลือดบริสุทธิ์ เธอไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนโง่พอจะทิ้งผลประโยชน์ตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นได้

“เพราะฉันจะไม่หันหลังให้กับความทุกข์ทรมานของเธออีกต่อไป” ฉันตอบด้วยความมุ่งมั่น “ตั้งแต่นี้ต่อไป เธอคือเพื่อนของฉัน”

จบคำของฉัน เธอเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป น้ำตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข

“ขอบคุณ... จริง ๆ”

*******************************

จบบทที่ บทที่34 การช่วยเหลือหญิงสาวผู้โดดเดี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว