เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่33 สาวเจ้าปัญหา

บทที่33 สาวเจ้าปัญหา

บทที่33 สาวเจ้าปัญหา


ดังนั้นหลังจากเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉันกับพวกรุ่นพี่โง่เหล่านั้น การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็เกิดขึ้นภายในปราสาทสำหรับฉัน อย่างแรกคือคนจำนวนมากที่ฟลินท์และลูกน้องของเขารังแก ตอนนี้มองฉันด้วยความชื่นชมในสายตาของพวกเขา คือไม่มีใครชอบอันธพาล แต่ทุกคนชอบคนที่หยุดเขา อย่างที่สองคือความจริงที่ว่าบ้านสลิธีรินทั้งหมดตัดสินใจเกลียดฉัน ฉันคิดว่าสเนปผลักดันเรื่องนั้นจริง ๆ แต่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวคือมีคนจำนวนมากถูกคาถาหรือคำสาปที่ฉันสะท้อนกลับไปจนเข้าห้องพยาบาล

และเมื่อฉันพยายามช่วยคนอื่นในชั้นเรียน พวกเขาก็พยายามก่อปัญหาหรือทำให้ฉันดูแย่ ซึ่งไม่ได้ผลเลย เพราะว่าฉันอยู่ภายใต้การจับจ้องของศาสตราจารย์และนักเรียนคนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างที่สามคือสิ่งที่คริสเตียนและเจมส์ทั้งคู่เกลียดฉันและล้อเลียนฉันอยู่ตลอด นั่นคือผู้หญิงเริ่มมองฉันเหมือนชิ้นเนื้อและพวกเธอคือนักล่า ดังนั้นฉันจึงซ่อนตัวอยู่ตลอดเวลา... สุดท้าย ฉันมีจำนวนผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีนักเรียนมาขอความช่วยเหลือมากขึ้น พวกรุ่นพี่ก็ตระหนักว่า พวกเขาสามารถใช้สถานที่นี้เพื่อพูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือปีไหน แถมยังช่วยรุ่นน้องในเวลาว่างของพวกเขา พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือได้สบาย

ฉันสร้างสถานที่นี้ขึ้นเพื่อเน้นการพัฒนาของทุกคน การกลั่นแกล้งและการคุกคามจะนำไปสู่การแบนชั่วคราว หรือหากกรณีร้ายแรงเกินไป บุคคลนั้นจะถูกแบนถาวร ฉันยังต้องเพิ่มข้อกำหนดที่ว่า “หากคุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อพัฒนาตนเองหรือช่วยเหลือผู้อื่น คุณต้องออกไป” สาเหตุเพราะผู้หญิงหลายคนพยายามแอบเข้ามา และจ้องมองฉันอยู่ตลอด ฉันเลยได้รับสายตาขุ่นเคืองมากมายจากพวกผู้ชาย จนกระทั่งฉันเพิ่มกฎนั้นเข้าไป

โดยรวมแล้ว ฉันเชื่อว่าฉันได้รับประโยชน์อย่างมากจากเหตุการณ์นั้น น่าขำที่ท็องส์รู้เรื่องที่ว่าฉันเก่งกว่านักเรียนปีเจ็ดในแทบทุกวิชา เธอจึงเป็นรุ่นพี่คนแรกที่มาขอความช่วยเหลือในห้อง นั่นคือสิ่งที่ทำให้รุ่นพี่คนอื่น ๆ ยอมรับความสามารถทางวิชาการของฉัน

ตอนนี้ฉันถูกเรียกว่า "ซิลเวอร์เรเวน" เพราะชื่อเล่นเก่าของฉันคือ "ซิลเวอร์สตาร์" ตามที่พวกผู้หญิงเรียก และความรู้ของฉันในฐานะนักเรียนเรเวนคลอว์ เพื่อน ๆ ทั้งสองคนของฉัน เลยมักมาล้อเลียนฉันอย่างหนักในเรื่องนี้ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นการแก้แค้นตอนที่ฉันช่วยพวกเขาฝึกทักษะภาคปฏิบัติเสียมากกว่า

ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ชื่อเสียงของฉันในปราสาทจึงพุ่งสูงขึ้นในสายตาของคนแทบทุกคน ยกเว้นบ้านที่โกรธจัดบ้านหนึ่ง นักเรียนที่อิจฉาบางคน และศาสตราจารย์ใหญ่ที่ขี้กังวลใจอีกคน แต่ศาสตราจารย์ที่เหลือต่างตื่นเต้นกับแนวโน้มคะแนนที่เพิ่มขึ้นและความจริงที่ว่าสามบ้านมีการแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากขึ้นด้วย

แต่ดูเหมือนว่าจะมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชั้นปีที่สามที่ผลการเรียนและสภาพจิตใจแย่ลงเรื่อย ๆ คู่แข่งฉันที่แต่งตั้งขึ้นเองตั้งแต่ปีหนึ่ง เธอเริ่มจืดจางลงในปีสองด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ตั้งแต่เริ่มปีสามของเรา เธอก็ซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่ฉันเห็นวิคตอเรีย เธอจะมีสีหน้ามืดมน ดวงตาแดงก่ำ แสดงว่าเธอคงร้องไห้มาเมื่อเร็ว ๆ นี้

เธอหลีกเลี่ยงห้องโถงใหญ่และถึงกับพลาดงานเลี้ยงฮาโลวีน ซึ่งมันหายากมากที่จะมีคนไม่มางาน ฉันไม่ได้มีความประทับใจที่ดีเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้แย่เช่นกัน คือแม้ว่าพ่อของเธอจะเป็นผู้เสพความตาย ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยรังแกหรือดูถูกพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล ยกเว้นเขาตอนเจอครั้งแรก

เธอแค่แสดงท่าทีปฏิเสธออกมาทางสีหน้า และเธอก็แค่พยายามเป็นที่หนึ่งด้วยความพยายามอย่างหนัก ไม่ใช่การก่อเรื่องปวดหัวให้คนอื่น การเห็นเธอค่อย ๆ มีร่างกายทรุดโทรมลงนั้นไม่น่าพอใจเลยสักนิด ทว่าฉันก็ไม่รู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้นดีพอที่จะเข้าไปยุ่งจริง ๆ แล้วฉันก็ไม่อยากทำให้เด็กผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีคนหนึ่ง ต้องเสียใจด้วยการแสดงความสงสาร

ฉันแค่บอกว่าทัศนคติของฉันต่อปัญหาสักอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้ถึงวันหยุดฤดูหนาว ฉันกำลังกลับจากทำความสะอาดและปิดห้องแลกเปลี่ยนความรู้ หลังจากงานเลี้ยงฉลองวันหยุดเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้ที่เข้าชมรม

มันเป็นงานเล็ก ๆ ที่น่ารัก ฉันให้เอลฟ์ประจำปราสาททำอาหารธีมคริสต์มาสรูปตุ๊กตาหิมะ เกล็ดหิมะ ต้นสน ฯลฯ ตกแต่งเล็กน้อยเหมือนฉากงานเลี้ยงเต้นรำคริสต์มาสในภาพยนตร์ และมีการแข่งขันสนุก ๆ นิดหน่อย เช่น การแปลงร่างน้ำแข็งที่ดีที่สุด ใครสามารถทำให้รูปปั้นร้องเพลง/เต้นรำได้ดีที่สุด หรือใครสามารถทำลายหุ่นจำลองได้เร็วที่สุด ฉันคิดว่ามันค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยทีเดียว

พอรู้สึกมีความสุข ฉันและเพื่อน ๆ ตัดสินใจเดินเล่นรอบบริเวณปราสาทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี... ไม่ถูกสิ ต้องบอกว่ามันรู้สึกขลังมากขึ้น เมื่อเห็นผ้าห่มสีขาวปกคลุมทุกสิ่ง

ทันใดนั้น... ขณะที่เราเข้าใกล้ทะเลสาบดำ เราก็ได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมาตามลม พวกเราสามคนมองไปก็เห็นกลุ่มนักเรียนลากอีกคนหนึ่งที่กำลังดิ้นรนและกรีดร้องเสียงดัง พวกเรามองหน้ากันแล้วเริ่มวิ่งไปทางพวกเขาทันที เมื่อเราเข้าไปใกล้พอที่จะเห็นรายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาก็โยนนักเรียนคนนั้นลงในทะเลสาบและยิงคาถาเพื่อไม่ให้เธอขึ้นมาได้

“ฮ่า ๆ! เธอคิดว่าตัวเองเก่งมากนักใช่ไหม ทราเวอร์ส? คิดว่าเธอเก่งกว่าซิลเวอร์สตาร์ได้หรือไง? แล้วตอนนี้ล่ะ?”

ฉันได้ยินเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังรังแก เยาะเย้ย ถากถางผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งก็คือวิคตอเรีย

“สั่งสอนเธอให้รู้สำนึก เธอไม่มีอะไรดีเลย เธอไม่ได้ดีกว่าพวกเราคนไหนเลยด้วยซ้ำ” อีกคนหนึ่งก็เยาะเย้ย พวกเราทั้งสามแข็งทื่อเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงเรเวนคลอว์และกริฟฟินดอร์ร่วมมือกันทำสิ่งที่ใจร้ายกับอีกคน

พวกเราสามคนมองหน้ากันแวบหนึ่ง เราทุกคนรู้ทันทีว่าต้องทำอะไร ด้วยการสอนพิเศษและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องของฉัน คริสเตียนซึ่งเก่งกาจในการใช้คาถาไร้คำร่ายและมีพรสวรรค์ในศาสตร์แห่งพืช เขาทำหน้าที่ดึงวิคตอเรียขึ้นจากทะเลสาบโดยควบคุมพืชน้ำ

เจมส์จะอยู่กับฉันเพื่อตรึงพวกที่เหลือไว้ เพราะเมื่อเขาทำตามคำแนะนำของฉัน เขาก็เก่งกว่าคนอื่น ๆ ในด้านคาถาและการแปลงร่างมาก ดังนั้นเราจึงร่ายคาถารัดใส่พวกเขาทั้งหมด

“เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส”

“เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส”

ด้วยเสียงร้องตกใจที่ถูกมัดและล้มลงกะทันหัน พวกเขาก็เริ่มสาปส่ง

“ไอ้งูชั่วตัวไหนไม่มีปัญญามาสู้กับพวกเราซึ่ง ๆ หน้าเนี่ย!” เด็กผู้หญิงบ้านกริฟฟินดอร์คนหนึ่งตะโกน

“ใครเข้ามาช่วยสนับสนุนนางตัวร้ายนั่น ฮะ!?” เด็กผู้หญิงบ้านเรเวนคลอว์อีกคนหนึ่งกรีดร้อง

“นายจะจัดการเรื่องนี้เองใช่ไหม ท่านซิลเวอร์เรเวนผู้ยิ่งใหญ่” คริสเตียนถามติดตลกขณะจ้องมองพวกอันธพาลสาว

“ใช่ ฉันจัดการเอง... เจมส์ นายช่วยทำให้เธอแห้งแล้วพาเธอไปห้องพยาบาลได้ไหม?” ฉันถามเพื่อนที่เก่งเรื่องคาถาของฉันขณะหันความสนใจไปที่พวกผู้หญิง “มาดามพอมฟรีน่าจะอยู่ที่งานเลี้ยง แต่ฝั่งฉันคงไม่นานหรอก น่าจะจัดการได้ไม่ยาก”

“นายทำไปเถอะ พวกเราจะพาเธอไปหามาดามอย่างปลอดภัย เธอเพิ่งออกจากทะเลสาบหนาวเย็น หลังจากอยู่ในน้ำนานขนาดนั้น คงยากจะเดินพอดู” เจมส์เห็นด้วย

พวกเขาปล่อยฉันไว้กับกลุ่มอันธพาลนี้ขณะพาตัววิคตอเรียไป ฉันก้าวไปข้างหน้าพวกเขาและมองพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา

“พวกเธอรู้ไหม... ฉันเกลียดพวกอันธพาลเป็นที่สุด” ฉันเริ่มพูดพร้อมหยุดชั่วครู่

ฉันมองเห็นสีหน้าของพวกเธอเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของฉัน เมื่อเทียบกับน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสงบของฉันเวลาฉันช่วยผู้อื่น หรือน้ำเสียงที่ร่าเริงและกระตือรือร้นของฉันเมื่อฉันอธิบายสิ่งที่ฉันสนใจ ฉันเชื่อมากว่ามันเย็นชา ห่างเหินกว่ากันเยอะ

“แต่... แต่นี่มันเพื่อนาย!” หนึ่งในสมาชิกบ้านของฉันตะโกน

“เราจะปล่อยให้ยัยงูพิษนั่นเข้าใกล้นายไม่ได้!” อีกคนอธิบาย

“ฉันไม่เคยร้องขออะไรจากใคร ฉันรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้” ฉันตอบด้วยความโกรธในน้ำเสียง ทำให้พวกเธอทั้งหมดเงียบลง

“พวกเธอจะถูกแบนถาวรจากห้องการแลกเปลี่ยน ฉันจะแจ้งให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ศาสตราจารย์ฟลิตวิก และศาสตราจารย์สเนปทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาจะตัดสินโทษสำหรับการกระทำดังกล่าวของพวกเธอ ฉันเชื่อว่ากลุ่มของพวกเธอยังเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่วิคตอเรียต้องเผชิญในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาด้วย เรื่องนี้จะต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน” ฉันประกาศคำตัดสินต่อเด็กผู้หญิงเหล่านั้น

“นายทำแบบนั้นไม่ได้นะ!” ตอนนี้เด็กบ้านกเดียวกับฉันคนหนึ่งพูดด้วยความกลัวและประหม่า

“ฉันทำได้สิและจะทำด้วย การแลกเปลี่ยนของฉันสร้างขึ้นบนหลักการของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านไหนและความสามารถเท่าใด ฉันได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้เข้าร่วมจะต้องไม่รังแกหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้อื่น แล้วพวกเธอก็ได้แสดงให้เห็นถึงระดับความน่ารังเกียจในทั้งสองข้อนั้น ส่วนเรื่องการบอกศาสตราจารย์ พวกเธอโชคดีที่ฉันไม่ได้ช่วยวิคตอเรียฟ้องร้องพวกเธอ ในข้อหาก่ออาชญากรรมจริง ๆ พวกเธอทุกคนได้กระทำการคุกคามที่น่ากลัวต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามอย่างเต็มที่โดยไม่ได้ทำร้ายผู้อื่น” ฉันตอบด้วยสายตาที่ดุดัน

ด้วยการโบกไม้กายสิทธิ์ ฉันกวาดหิมะรอบ ๆ นักเรียนที่ล้มลง เสกไฟเพื่อให้พวกเธออบอุ่นขึ้น แล้วก็เดินจากไปโดยที่พวกเธอกำลังอ้อนวอนขอโทษฉัน

ฉันเดินต่อไปโดยไม่หันหลังกลับไปมองพวกเขา และมุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลที่เพื่อนสองคนของฉันกำลังรอฉันอยู่ ดูเหมือนว่าวิคตอเรียจะหมดสติไปแล้ว ซึ่งเป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดี มันทำให้ฉันสามารถรักษาเธอได้โดยไม่มีปัญหา แต่ก็หมายความว่าร่างกายของเธอมันมาถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน แถมจิตใจของเธอคงได้รับความเครียดอย่างหนักหน่วงมากเป็นเวลานาน

“เฮ้อ พวกนายสองคนไปตามหัวหน้าบ้านทุกคน ยกเว้นศาสตราจารย์สเปราต์ เพราะมันเกี่ยวข้องกับทุกบ้านยกเว้นบ้านของเธอ มาดามพอมฟรีย์ก็ต้องได้รับแจ้งด้วย พวกเขาน่าจะอยู่ที่งานเลี้ยง ขอโทษที่ต้องให้พวกนายวิ่งวุ่นนะ” ฉันขอโทษเพื่อน ๆ

“เออ! ไม่เป็นไรเพื่อน นายเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องการรักษานี่ นายอยู่กับเธอเถอะ” คริสเตียนตอบ เขาเข้าใจสถานการณ์ดี โดยมีเจมส์พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ พวกเขาทั้งสองวิ่งออกไปและมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ ในขณะเดียวกัน ฉันก็ใช้คาถาคอยตรวจวินิจฉัยสองสามคาถากับวิคตอเรียในห้องพยาบาล

ผลลัพธ์ที่เห็นนั้นน่าอนาถใจ เธอผอมเกินไปสำหรับเด็กผู้หญิงในวัยเดียวกัน มีรอยขีดข่วน รอยบาด และรอยฟกช้ำเต็มตัวเธอไปหมด แต่ฉันไม่แน่ใจว่านั่นมาจากการถูกรังแกหรือว่าเธออยู่ในบ้านที่ถูกทารุณกรรม

นอกจากนี้ ฉันก็พบกระดูกสองสามชิ้นที่มีร่องรอยของการต่อประสานที่ไม่ถูกต้อง ร่างกายของเธอเองก็อ่อนล้า และถ้าฉันเข้าใจสภาพจิตใจของเธออย่างถูกต้อง เธอใกล้ถึงจุดที่คน ๆ หนึ่งจะคิดฆ่าตัวตายเนื่องจากการถูกคุกคาม การรังแก การถูกทารุณกรรมแล้ว ไม่ว่าจากแรงกดดันของตัวเองหรือแรงกดดันจากภายนอก

‘เธอต้องการความช่วยเหลือมาก ดูเหมือนฉันมองข้ามเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ ฉันจะช่วยเธอเอง วิคตอเรีย’ ฉันคิดด้วยความมุ่งมั่น

***************************

จบบทที่ บทที่33 สาวเจ้าปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว