เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่28 หมดวันหยุดฤดูร้อน

บทที่28 หมดวันหยุดฤดูร้อน

บทที่28 หมดวันหยุดฤดูร้อน


หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นทายาทของตระกูล ฉันก็เริ่มรับผิดชอบงานบางอย่างที่มาพร้อมกับตำแหน่งนั้น ซึ่งรวมถึงการใช้เวลามากขึ้นในห้องทำงานของป้าเอมิเลีย ฉันตรวจสอบทรัพย์สินของตระกูลโบนส์ การเงินของเรา ทรัพย์สินในห้องใต้ดิน และพันธมิตร

จากสิ่งที่ฉันพบ ตระกูลนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับภาคีนกฟีนิกซ์ของดัมเบิลดอร์ในช่วงสงคราม โดยให้เงินทุนจำนวนมากและใช้ทรัพย์สินบางส่วนของตระกูลเป็นฐานของภาคี ฉันจะไม่ดูถูกการตัดสินใจของพ่อแม่ พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าควรทำ เพื่อเอาชนะโวลเดอร์มอร์

ฉันไม่ชอบสไตล์ของศาสตราจารย์ใหญ่จริง ๆ นะ ใจดีเกินไปมันก็ไม่ต่างจากการทำลายตัวเอง และไร้เดียงสา เอาล่ะ ผลก็คือทรัพย์สินจำนวนมากสูญหายไปภายใต้ซากปรักหักพังของฐานเก่า แต่ฉันคิดว่าฉันจะสามารถเคลียร์ซากปรักหักพังเหล่านั้นและสร้างที่อยู่อาศัยอันเหมาะสมได้

ฉันกำลังคิดที่จะนำเสนอแนวคิดเรื่องอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมให้กับโลกแห่งเวทมนตร์อังกฤษ เพราะจากที่ฉันเข้าใจ ในฝรั่งเศสกำลังดำเนินการอยู่ และมีแม่มดพ่อมดไร้บ้านจำนวนมาก ฉันคิดว่าฉันจะสร้างบางส่วนสำหรับมนุษย์หมาป่าโดยเฉพาะด้วย น่าคิดจริง

เงินในห้องใต้ดินไม่เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลนี้เป็นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่สุดอีกต่อไป แต่ฉันคิดว่าหลังจากปีนี้เราจะได้รับเงินแกลเลียนจำนวนมาก เหตุผลก็คือฉันเรียนจบวิชาส่วนใหญ่ที่เกินระดับ ส.พ.บ.ส. แล้ว และฉันเชื่อว่าฉันสามารถเริ่มผลักดันการพัฒนาบางอย่างเข้าสู่ประเทศที่ซบเซาแห่งนี้ได้อย่างเหมาะสม

ฉันมีสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ฉันเชื่อว่าสามารถสร้างได้ในทางทฤษฎี และยังมีบางส่วนที่ใช้งานได้จริง ทำให้พวกมันมีประโยชน์และเป็นที่นิยม จากนั้นก็...ปัง! เงินก็จะเริ่มไหลเข้ามาอีกครั้ง ฉันคิดว่าฉันจะลงทุนในแรนดอล์ฟ สปัดมอร์ ผู้สร้างไม้กวาดไฟร์โบลต์ในอนาคตด้วย เพราะฉันได้ทำไปแล้วในชื่อไมเคิล โฟล์สเตอร์ มันจะเป็นแหล่งรายได้ที่น่าทึ่งอีกทาง

เรามีหุ้นส่วนเล็ก ๆน้อย ๆในที่ต่าง ๆ แต่ฉันเชื่อว่าเราสามารถทำได้มากกว่านี้ ทว่านั่นจะเป็นในอนาคตเมื่อตระกูลมีทรัพย์สินในห้องใต้ดินมากขึ้นและชื่อเสียงของเราดีขึ้น เพราะตอนนี้ป้าเอมิเลียเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวของตระกูลเรา ฉันยังไม่เป็นที่รู้จักในตอนนี้ ส่วนซูซานจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเติบโตเป็นคนที่สามารถช่วยในเรื่องนั้นได้ ดังนั้นฉันจะหาเวลาในการเปิดเผยตัวเอง ออกสังคมให้มากขึ้นโดยการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์บางอย่างต่อสาธารณะ แทนที่จะซ่อนมันไว้ภายใต้ชื่ออื่นของฉัน

นอกเหนือจากประเด็นสำคัญเหล่านั้น มันก็มีแค่การจัดการเอกสารที่น่าเบื่อมากเท่านั้น ฉันวิเคราะห์ปากกาทำการบ้านของฉันและสร้างมันขึ้นใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำเอกสาร ฉันสามารถให้ความสามารถในการอ่านใจเล็กน้อยแก่พวกมันได้ เพื่อเขียนความคิดและคำสั่งเบื้องต้นเกี่ยวกับเอกสารที่อยู่ตรงหน้า พวกมันต้องผ่านการลองผิดลองถูกมากมายเพื่อไม่ให้เขียนทุกความคิดที่ผ่านเข้ามาในใจของผู้ใช้ แต่สุดท้ายฉันก็สามารถสร้างปากกาเขียนเอกสารขึ้นมาได้สำเร็จ

ตอนนี้ฉันเพียงแค่ต้องอ่านเอกสาร ตั้งมันไว้หน้าปากกา แล้วมันจะเขียนทุกสิ่งที่ได้รับคำสั่ง แม้ว่าฉันจะอ่านเอกสารฉบับต่อไปอยู่ก็ตาม... ฮิฮิฮิ! ฉันคิดว่าป้าจะต้องชอบของขวัญคริสต์มาสของฉันในปีนี้แน่ ๆ และทำให้ทุกคนที่ทำงานอยู่หลังโต๊ะในกระทรวงอิจฉาตาร้อน ฉันเห็นเงินสำหรับอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กำลังลอยมาแล้ว

นอกเหนือจากหน้าที่ในฐานะทายาท ฉันยังสามารถใช้เวลาไปเยี่ยมคริสเตียนได้ด้วย ตระกูลวอร์ดเชิญฉันไปเยี่ยมผู้เพาะพันธุ์ฮิปโปกริฟฟ์ แล้วฉันก็ตอบรับด้วยความยินยอมของป้าเอมิเลีย เห็นได้ชัดว่ามีลูกนกเกิดใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัวยังเล็กมากเมื่อเทียบกับฮิปโปกริฟฟ์โตเต็มวัยขนาดม้า ฉันคิดว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ดี

ป้าอนุญาตให้ฉันใช้เครือข่ายฟลู ของเราเพื่อไปยังบ้านของตระกูลวอร์ดได้ เพราะพวกเขาก็เชื่อมต่ออยู่เช่นกัน พอฉันมาถึงก็ได้รับการต้อนรับจากครอบครัววอร์ดทั้งสามคน คริสเตียนเหมือนแม่ของเขามากกว่า เธอมีผมดำยุ่งเหยิงเหมือนกัน เพียงแต่ยาวกว่า ดวงตาสีฟ้าสดใส และลักษณะเดียวกันก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา

ในทางกลับกัน คุณวอร์ดแทบจะเป็นภาพเหมือนของคนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ หมายถึงคนป่า ผมสีน้ำตาลสั้นเกรียน หนวดเคราดก ดวงตาสีเขียวคมกริบ รูปร่างเกือบเหมือนหมี ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดาว่าคริสเตียนได้รูปลักษณ์มาจากใคร แต่เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะคิดว่าพ่อของเขาจีบแม่ของเขาได้อย่างไร

พ่อของเขาดูแล้วรู้สึกเหมือนแฮกริดเวอร์ชั่นเล็กกว่า ส่วนแม่ของเขาเป็นคนรักธรรมชาติแบบจริง ๆ ไม่ได้มีความหมายแฝงเหมือนสามี เธอมักอยากจะไปป่าหรือทะเลเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ และน่าสนใจอยู่เสมอ

“อะฮ่า! มาถึงแล้วสินะเด็กน้อย! ดี! ไปที่พอร์ตคีย์กันเถอะ กำหนดเปิดใช้งานในอีก 5 นาที” คุณวอร์ดกล่าวด้วยเสียงดังสนั่นขณะตบไหล่ฉันซ้ำ ๆ ดีที่ฉันร่างกายดีกว่าพ่อมดทั่วไป

“ขอบคุณสำหรับคำเชิญครับ คุณวอร์ด คุณนายวอร์ด ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ไปดูฮิปโปกริฟฟ์” ฉันกล่าวพร้อมรับการตบของเขาโดยไม่มีปัญหาใด ๆ

“ที่รัก อย่าทำร้ายเพื่อนของคริสเตียนนะ เขาอยู่ในโลกส่วนตัวของเขาเสมอ การทำให้เด็กคนนี้เชิญเพื่อนมาได้คงยากพอแล้ว” คุณนายกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นประกายล้อเลียนในดวงตาของเธอ

“แม่ อย่าพูดแบบนั้นต่อหน้าผมได้ไหม? หรืออย่างน้อยก็อย่าพูดต่อหน้าเอเดน” คริสเตียนครวญคราง

“แล้วเรื่องนั้นจะโทษใครได้ล่ะ ใครเป็นคนพาผมไปอยู่ในป่าเพื่อตามหากริฟฟินแทนที่จะให้ผมไปเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ ที่อายุเท่ากันแทนเล่า?” จากนั้นเขาก็เสริมด้วยความโกรธปลอม ๆ

“ฮ่า ๆ ๆ! พ่อรู้ว่าแกชอบการผจญภัยของครอบครัวเรา แกอย่ามาปฏิเสธเลยไอ้ลูกชาย!” เสียงหัวเราะร่าเริงของคุณวอร์ดดังขึ้น

“เอาล่ะเด็กน้อยสองคน ล้อเล่นกันพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาของกุญแจนำทางแล้วล่ะ” คุณนายวอร์ดประกาศ พร้อมตบมือเรียกความสนใจจากทุกคน ทุกคนออกจากห้องและไปที่สนามหลังบ้าน ที่แห่งนั้นมียางรถยนต์เก่าวางอยู่

'คือ ฉันเข้าใจนะว่าทำไมพวกเขาถึงทำกุญแจนำทางให้เป็นวัตถุที่พวกมักเกิ้ลจะไม่หยิบขึ้นมาเล่น ๆ มาไว้ในที่แบบนี้ แต่การจับชิ้นส่วนอะไรสักอย่างที่อยู่ในกองขยะมันรู้สึกไม่ดีเลย' ฉันคิดพร้อมถอนหายใจ

ทุกคนวางมือบนยางรถเก่าและเตรียมพร้อม วินาทีถัดมาความรู้สึกไม่สบายตัวที่คุ้นเคยของการถูกเกี่ยวที่สะดือก็เกิดขึ้น เขารู้สึกว่าตัวเองถูกดึงไปขณะที่ยังคงจับยางไว้แน่น จนกระทั่งเราลงจอดที่จุดหมายปลายทางอย่างกะทันหัน

เมื่อฉันได้สติ ฉันก็หันไปรอบ ๆ ตรงหน้าฉัน มีกระท่อมชั้นเดียวอยู่ตรงหน้าเรา มันดูโบราณเหมือนกับสิ่งของที่พ่อมดแม่มดใช้กันทุกประการ ให้เทียบสิ่งใกล้เคียง มันเกือบจะเหมือนกระท่อมของแฮกริด ยกเว้นว่ากระท่อมหลังนี้สร้างขึ้นอย่างมืออาชีพและมีหลังคา หน้าต่าง และประตูที่เหมาะสม

ฉันหลุดออกจากความคิดในหัวตัวเอง เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างบินผ่านเหนือศีรษะเรา ฉันเห็นกรงเล็บและกีบเท้าของฮิปโปกริฟฟ์ที่บินผ่านไป ทันใดนั้นรอยยิ้มตื่นเต้นก็ปรากฏบนใบหน้าของฉัน… เอาล่ะ! ก่อนที่ใครจะคิดว่าฉันไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นอันตรายแค่ไหนหรือไม่รู้วิธีจัดการพวกมัน ฉันต้องบอกคุณว่า แฮกริดมีประสบการณ์ตรงมากมาย และฉันเองก็เคยค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์วิเศษต่าง ๆ หลายชนิดกับคริสเตียน ฉันรู้ว่าพวกมันหยิ่งยโสแค่ไหนโดยเฉพาะฮิปโปกริฟฟ์ซึ่งต้องมีวิธีเข้าหามัน

คริสเตียนกับฉันมองหน้ากันแล้วพยักหน้า จากนั้นเราก็วิ่งไปยังคอกฮิปโปกริฟฟ์

“อ๊ะ?! เด็กๆ ระวังหน่อย พวกเธอก็รู้ว่าพวกนี้อันตรายแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อมีลูกอ่อนอยู่ด้วย!” คุณนายวอร์ดตะโกน

น่าเสียดายเราไปถึงรั้วที่กั้นอาณาเขตของพวกมันและมองไปยังพื้นที่กว้างใหญ่ตรงหน้าเรา มันเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก มีหญ้าเขียวชอุ่ม เนินเขาสูงต่ำเล็กน้อยทำให้สถานที่นั้นดูมีอะไรมากกว่าแค่ที่ราบเรียบ คุณสามารถเห็นชายป่าอยู่ด้านหลังคอกได้

ในขณะนั้นเองพวกเราก็เห็นฮิปโปกริฟฟ์ 7 ตัวที่กำลังพักผ่อนอยู่ใกล้ ๆ กัน ส่วนตรงกลางมีลูกนกอ้วนกลมคล้ายบอลสีเทาเล็ก ๆ กำลังกลิ้งไปมาอยู่รอบ ๆ ตัวผู้ใหญ่ มันน่ารักมาก แถมยังเพลิดเพลินเสมอที่ได้เห็นความไม่ประสานงานกันของอวัยวะเล็ก ๆของเด็กอ่อน ยิ่งพวกมันล้มทุกครั้งที่ลุกขึ้นเดิน ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่

“ดูเหมือนว่าพวกเธอจะชื่นชมความงามของสิ่งมีชีวิตที่สง่างามเหล่านี้เหมือนกันใช่ไหม?” เสียงชายชราดังมาจากข้างหลังเรา ชายชราผูมามีศีรษะล้าน หนวดเคราสีเทาบาง ๆ สวมเสื้อคลุมหนัง กางเกงหนังมังกร รองเท้าบูทหัวเหล็ก และมีบ่วงบาศก์อยู่ที่สะโพก เขามีรอยแผลเป็นปรากฏอยู่แทบทุกส่วน

ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเขาได้มาจากไหน รูกร่างภายนอกเขากดูเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากหนังคาวบอย สิ่งที่เขาขาดไปก็แค่หมวก ฉันสาบานว่าสิ่งต่อไปที่เขาจะพูดคือเขาจะสอนฉันยิงปืน แล้วตายเพื่อสร้างเรื่องราวการแก้แค้นที่ดี

“ใช่ พวกเราทั้งคู่ชอบสัตว์วิเศษมาก ฮิปโปกริฟฟ์เป็นสัตว์ที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย” ฉันกล่าวกับชายชราก่อนจะหันกลับไปมองพวกมันอีกครั้ง

“วันนี้เราสามารถเข้าไปใกล้พวกมันได้ไหม หรือพวกมันจะหวงลูกมากเกินไป?” คริสเตียนถามอย่างตื่นเต้น

“อืมมมม ฉันคิดว่าอย่างน้อยเราก็เข้าไปใกล้พวกมันได้นะ เพราะพวกมันรู้ว่าฉันจะไม่ทำร้ายใคร แต่เราคงเล่นกับเจ้า ‘ไวท์ครอว์น’ ตัวน้อยไม่ได้ พวกมันจะกระโจนใส่พวกเธอก่อนที่ใครจะทำอะไรเสียอีก” ชายชรากล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อคุณและคุณนายตระกูลวอร์ดมาถึง ชายชราที่ชื่อเบ็น คริปต์ ก็นำทางพวกเราไปยังสัตว์วิเศษดุร้ายที่กำลังพักผ่อน เราค่อย ๆ เข้าใกล้พวกมันอย่างใจเย็นจนกระทั่งเบ็นหยุดเราไว้

“เอาล่ะ ใกล้พอแล้ว เราไม่อยากให้พวกมันรำคาญเรา” เขากล่าว ดังนั้นเราจึงหยุดอยู่ตรงนั้นและดูพฤติกรรมของพวกมัน

เมื่อพวกมันพักผ่อนแบบนี้ พวกมันมักจะทำตัวเหมือนม้ามากกว่านักล่า มีสองสามตัวคอยเฝ้าระวัง ขณะที่ตัวอื่น ๆ พักผ่อนหรือดูแลลูกอ่อน และในกรณีนี้คือลูกนกอ้วนกลม การได้เห็นลูกบอลสีเทาเล็กๆ  กระโดดโลดเต้นด้วยพลังงานเต็มเปี่ยมนั้นน่ารักมาก ฉันอยากเล่นกับมันจริง ๆ เรายืนดูจนกระทั่งเราสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กนั้นแอบหลุดจากสายตาเฝ้าระมัดระวังของตัวอื่น ๆ และกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา พวกเราทุกคนแข็งทื่อกับการกระทำของมัน

“ถึงเราจะอยากแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่ควรเข้าไปใกล้มันใช่ไหม?” คุณวอร์ดถาม

“ใช่ เราต้องถอย” เบน ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์กล่าวขณะลุกขึ้น และเริ่มทำให้ทุกคนถอยหลังช้า ๆ ขณะที่เรากำลังถอยหลัง ฮิปโปกริฟฟ์ก็สังเกตเห็นว่าลูกนกหายไปและมันก็เห็นการพยายามจากไปของเราด้วย

จากนั้นทุกอย่างก็อลหม่านเมื่อพวกเราเห็นมันเข้ามาใกล้เรา…

“เวรแล้ว! ทุกคนวิ่ง!” เบนตะโกน

ทุกคนออกตัววิ่ง ฉันสามารถวิ่งเร็วกว่าทุกคนที่นี่ได้อย่างง่ายดาย แต่ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าฉันแข็งแกร่งผิดมนุษย์ มันทำให้คนถามคำถามที่ฉันไม่อยากตอบ เราวิ่งไปยังรั้วที่มีคาถาป้องกัน โดยหวังว่าจะปลอดภัย ไม่มีใครอยากอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ แต่ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างถูกเตะ แล้วก็เสียงล้มกระแทก ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

ดวงตาของฉันเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคริสเตียนสะดุดล้มขณะที่เราวิ่ง ฉันหยุดทันทีและหันกลับไปช่วยเขา กว่าคนอื่น ๆ สังเกตว่าพวกเราทั้งสองไม่ได้อยู่กับกลุ่ม พวกเขาก็ไปถึงรั้วแล้ว

“คริสเตียน!!! เอเดน!!!” คุณนายวอร์ดกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นฮิปโปกริฟฟ์ที่กำลังเข้ามาใกล้เด็กชายสองคน

“มาเถอะเพื่อน เราจะไม่ยอมกลายเป็นปุ๋ยที่นี่ด้วยฝีมือฮิปโปกริฟฟ์หรอก” ฉันกล่าวกับคริสเตียนขณะยกเขาขึ้น

“ใช่ กลัวแต่ตอนนี้เราทั้งคู่มีโอกาสได้เป็นปุ๋ยจริง ๆน่ะสิ” เขาตอบอย่างประชดประชันกับสถานการณ์

“เอพิสกี” ฉันร่ายคาถาที่ข้อเท้าของเขา “วิ่งเลยเพื่อน!”

ฉันตะโกนตามหลัง แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เพราะฮิปโปกริฟฟ์เข้ามาใกล้มาก มันเร็วกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก

“เฮ้อ! เพื่อน ฉันคงต้องไว้ใจนาย ฉันกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่นายอาจจะไม่เข้าใจ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่านายจะทำอะไร ห้ามมองตาฉัน เข้าใจไหม?” ฉันถามเพื่อนขณะที่เขารีบพยักหน้า

“ดี”

จากนั้นฉันก็ถอดแว่นออก ฉันปล่อยให้เวทมนตร์ก่อตัวขึ้นภายในตัวอย่างรวดเร็ว แก่นพลังของฉันหมุนด้วยความเร็วสูง ฉันก้าวไปข้างหน้าคริสเตียน รวบรวมพลังงานไปที่ดวงตาทำให้มันดูเหมือนมีไฟลุกโชนออกมา ผมสีเงินของฉันเริ่มพลิ้วไหวราวกับต้องลมเมื่อสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจากตัวฉัน

เวทมนตร์ของฉันก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันพร้อมที่จะระเบิด... แล้วฉันก็ปลดปล่อยมันออกมา ด้วยเสียงคำรามที่ดังลั่น ฉันปล่อยออร่าของหนึ่งในนักล่าที่อันตรายที่สุดในป่า ออร่าของแมววอมปัสของฉัน ขณะบังคับให้ฮิปโปกริฟฟ์ที่โกรธเกรี้ยวทั้งหมดมองมาที่ฉัน

ทันทีที่พวกมันมองตาฉัน พวกมันก็เห็นภาพของสัตว์นักล่าอันดุร้ายที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดของฉัน

“หยุดซะ!” ฉันประกาศกร้าว จนพวกมันลังเลในการรุกคืบเข้ามาหาเราสองคน

“พวกแกทุกตัว คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!” ฉันสั่งโดยใช้เวทมนตร์และออร่าสัตว์ดุร้ายของฉันเพื่อบังคับให้สิ่งมีชีวิตที่หยิ่งผยองเหล่านี้ยอมจำนน

ศาสตร์แห่งการพินิจใจของฉันบดขยี้เจตจำนงของพวกมันที่จะเผชิญหน้ากับฉันหมดสิ้น และพวกมันก็ค่อย ๆ คุกเข่าลงต่อหน้าฉัน ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยการขัดขืนและความหวาดกลัว เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้คุกเข่าจนหมด ฉันก็ยังไม่คลายแรงกดดันออก

ฉันรักษาแรงกดดันไว้จนกระทั่งฉันและคริสเตียนกลับไปถึงรั้ว ที่ซึ่งพวกผู้ใหญ่ต่างพูดไม่ออกกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ด้วยความเศร้าใจกับสิ่งที่ฉันจำต้องบังคับให้พวกมันทำ เพียงเพราะพวกมันปรารถนาที่จะปกป้องลูกของพวกมัน ฉันจึงหันไปพูดกับคริสเตียน

“ไปกันเถอะเพื่อน” ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

'ช่างเป็นการปิดท้ายฤดูร้อนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ' ฉันคิดขณะเดินไปยังกุญแจนำทางกับเพื่อนและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแบบประชดประชันโชคชะตา

****************************

จบบทที่ บทที่28 หมดวันหยุดฤดูร้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว