เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่29 ชั้นปีใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้ง

บทที่29 ชั้นปีใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้ง

บทที่29 ชั้นปีใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้ง


ฉันใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์สุดท้ายก่อนกลับไปโรงเรียนด้วยการไปจัดการกับพวกพ่อมดศาสตร์มืดที่โหดร้ายเป็นการฝึกซ้อมเล็กน้อย พอถึงเวลากลับไป ฉันรู้สึกเศร้ามาก สิ่งเดียวที่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของฉันจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้คือการทำวิจัย อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันเสียสมาธิ

ถึงอย่างนั้นมันก็มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นบ้าง เพราะว่าในที่สุดฉันก็จำได้ถึงวิธีไม่เป็นทางการวิธีหนึ่ง ที่ผู้คนสามารถเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ นั่นคือ ตู้อันตรธาน มันคือการสร้างตู้จากไม้ที่มีคุณสมบัติเชื่อมต่อกันและเชื่อมโยงพวกมันผ่านอักขระรูนชุดหนึ่งกับคาถาที่ซับซ้อนอีกชุด ผลที่ได้คือสามารถสร้างวิธีการเดินทางไปมาระหว่างสองตู้ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเริ่มทำการทดสอบทันที ซึ่งนำไปสู่ตู้อันตรธานคู่ที่อื้อฉาวที่สุดในซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์

สองตู้ที่ว่าคือตู้ที่ฮอกวอตส์และที่ร้านบอร์กินแอนด์เบิร์กส์ ฉันเพียงแค่ให้สก็อตต์ซื้อตู้ที่ร้านบอร์กินแอนด์เบิร์กส์ในขณะที่ปลอมตัว และบิงโก ตู้ง่าย ๆ สำหรับศึกษาตู้แรกก็มาอยู่ในมือ เนื่องจากตู้ที่โรงเรียนยังไม่ได้รับความเสียหายจากพีฟส์ ดังนั้นมันจะเป็นทางเข้าโรงเรียนได้ทุกเมื่อที่ฉันต้องการ

ฉันต้องใช้การทดสอบจำนวนหลายครั้งมาก เพื่อค้นหาว่าฉันสามารถสร้างการเชื่อมโยงระหว่างชิ้นส่วนของต้นไม้เดียวกันหรือกิ่งก้านของมันได้อย่างไร ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่การเชื่อมระหว่างต้นไม้และต้นไม้เท่านั้น แต่มันยังมีอย่างอื่นอีก ฉันคิดว่าข้อเท็จจริงที่ฉันพยายามค้นหาความลับ และทำตู้รุ่นที่สร้างง่ายกว่ามากนี้ ช่วยลดความยากของพันธะระหว่างตู้ลงไป

เป้าหมายของฉันคือการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างตู้ขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือขนส่งของทันที เช่น คุณเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ ใส่เข้าไป ปิด แล้วมันก็จะไปหาผู้รับที่ร้องขอ

ปัญหาเดียวที่ฉันมี คือฉันต้องแน่ใจว่าไม้จะเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม มันยากเพราะข้อกำหนดคือต้องมาจากต้นไม้เดียวกันหรือเป็นต้นลูกของมัน ดังนั้นฉันจึงมองหาวิธีแก้ปัญหา ฉันมีความคิดที่จะลองใช้ต้นเรดวูดขนาดใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย แต่ปริมาณของมันไม่เพียงพอ และมันอยู่ในเขตอนุรักษ์ที่ได้รับการคุ้มครองด้วย

การค้นพบครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อฉันกำลังทำการวิจัย และพบวิธีการของพ่อมดประเทศญี่ปุ่นจากศตวรรษที่ 15 ที่ยังคงใช้อยู่เรียกว่าไดซูกิ มันใช้ต้นซีดาร์สายพันธุ์เฉพาะ เอาจริง ๆแล้วมันก็คือบอนไซขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น เนื่องจากมันอาศัยการตัดแต่งกิ่งจำนวนมากเพื่อให้ต้นไม้แตกหน่อจาก 'ต้นแม่'

มันเป็นวิธีที่ค่อนข้างฉลาด แต่นื่องจากฉันไม่สามารถปลูกต้นอะไรก็ตามที่เป็นพืชเวทมนตร์ในบ้านได้เยอะ ไม่งั้นป้าจะถามจี้ ฉันเลยคิดว่าฉันคงสามารถดำเนินการสร้างตู้ของตัวเองในจำนวนมากให้สำเร็จได้อย่างน้อยก็อีกหลายเดือน มากสุดก็ภายในหนึ่งปีครึ่ง

ส่วนตอนนี้ ฉันจะสร้างตู้อันตรธานขนาดเล็กจำนวนหนึ่งออกมาก่อน เพื่อทดสอบผลงานของฉันและดูว่าในที่สุดมันสามารถใช้คาถาขยายเพื่อขนส่งของล็อตใหญ่หรืออาจจะเป็นคนจำนวนมากได้หรือไม่

ต้นแบบสุดท้ายที่ฉันใช้สำหรับสร้างตู้อันตรธานเป็นชิ้นส่วนเรียบง่ายที่ทำจากไม้สน ฉันสร้างตู้อันตรธานในรูปแบบกล่องเล็ก ๆ เอาไว้ส่งของโดยเฉพาะ โดยมีกล่องอื่น ๆ อีกสี่กล่องอยู่รอบ ๆ ตัวฉัน แต่ละอันมีฝากล่องดูเรียบ ๆ ที่เปิดและปิดได้เท่านั้น บนฝากล่องมีหน้าปัดเล็ก ๆ สำหรับตั้งหมายเลขที่คุณต้องการส่งไป คล้ายกับแม่กุญแจล็อกรหัส แค่หมุนไปที่หมายเลข แล้วก็เรียบร้อย

ดังนั้นฉันจึงเขียนข้อความง่าย ๆ ลงบนแผ่นหนัง ใส่ลงในกล่องหมายเลข 1 แล้วปิด ตั้งไปที่หมายเลข 3 กดไม้กายสิทธิ์เบา ๆ ที่กล่องแล้วพูดว่า "ส่ง" ที่ปลายไม้กายสิทธิ์ปรากฏแสงเล็กน้อยและฉันก็ได้ยินเสียงเบา ๆ จากกล่อง

‘เยี่ยม! มันก็ทำงาน’ ฉันคิดอย่างดีใจ พลางหันเหความสนใจไปที่กล่องหมายเลข 3

ฉันเดินไปที่มันแล้วเปิดมันออกขณะกลั้นหายใจ

“ใช่!! ฮ่าฮ่า... ฉันทำได้แล้ว! เยี่ยมไปเล๊ย!!!” ฉันตะโกนด้วยความสุขขณะกระโดดโลดเต้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเสียงตะโกนของฉันดังจนไปทำให้ทิลลี่ตกใจ เพราะเธอปรากฏตัวในห้องของฉันในพริบตา

“คุณชายเป็นอะไรไปคะ!?” เธอถามด้วยความตกใจ

“โอ้ ทิลลี่ มานี่สิ มานี่” ฉันพูดอย่างตื่นเต้น แล้วลากเอลฟ์ประจำบ้านไปที่กล่องต้นแบบของฉัน

เธอมองกล่องไม้เรียบ ๆ อย่างสงสัย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงตื่นเต้นกับสิ่งนี้นัก ดังนั้นเธอจึงหันมามองฉันด้วยสีหน้าแปลก ๆ และเอียงศีรษะ

“ทิลลี่ไม่เข้าใจค่ะคุณชาย” เธอกล่าว

“ไม่เป็นไร! นี่คือสิ่งที่ฉันทำมาตลอดทั้งเดือนที่แล้ว! เครื่องมือส่งข้อความทันที! พวกมันสามารถส่งจดหมายและข้อความถึงใครก็ได้ที่มีกล่องเหล่านี้และรู้หมายเลขที่ถูกต้อง!” ฉันอธิบายอย่างตื่นเต้น ดวงตาของทิลลี่เบิกกว้างหลังจากที่เธอเข้าใจสิ่งที่ฉันเพิ่งพูด

“งั้นทิลลี่ก็ไม่ต้องเก็บกวาดขี้ของนกฮูกอีกแล้วใช่ไหมคะ?” จากนั้นเธอก็ถามอย่างจริงจัง ซึ่งอาร์เทมิสในห้องของฉันก็ร้องเสียงแหลมสูง เพราะเธอรู้สึกถูกท้าทายและดูถูก

“สำหรับข้อความและจดหมายเล็ก ๆ เท่านั้น แต่เรายังคงต้องใช้นกฮูกในการส่งพัสดุอยู่ ขอโทษนะทิลลี่ แล้วเธอก็ยังจำเป็นนะอาร์เทมิส” ฉันกล่าวกับเอลฟ์ประจำบ้านที่กังวลเรื่องทำความสะอาด ขณะที่มืออีกข้างก็ยื่นไปลูบหัวนกฮูกของตัวเองเพื่อปลอบมัน

 

          (ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้พูดถึงเธอบ่อยนัก แต่ฉันก็ส่งจดหมายให้ป้าและซูซานทุกสัปดาห์ ถ้าฉันไม่ทำจดหมายกัมปนาทก็จะมาหาฉัน เคยโดนครั้งหนึ่งเพราะฉันลืมเวลา และมันเป็นอาหารเช้าที่น่าอับอายที่สุด)

เมื่อทิลลี่หมดความสนใจในเครื่องมือ เธอก็รีบจากไปเพราะไม่มีอะไรผิดปกติกับฉัน

'ตอนนี้เหลือแค่ทดสอบระยะทางและความทนทานของคาถา' ฉันคิดกับตัวเอง โดยมือยังลูบคลำสิ่งประดิษฐ์ใหม่อยู่

นอกจากนี้ฉันยังได้แสดงอุปกรณ์ใหม่ของฉันให้ป้าดูด้วย และเธอตกใจกับสิ่งที่ฉันสร้างขึ้น และยังสงสัยว่าทำไมไม่มีใครคิดที่จะใช้แนวคิดเรื่องตู้อันตรธานแบบนี้ตั้งแต่แรกบ้าง

“ป้ารู้ไหม ผมกำลังคิดว่าจะทิ้งกล่องไว้กับป้าและซูซานสักกล่องหนึ่งตอนที่ผมไปอยู่ที่ฮอกวอตส์ มันจะช่วยให้ผมสามารถทดสอบว่ามันสามารถทะลุคาถาป้องกันในโรงเรียนได้หรือเปล่าด้วย” ฉันอธิบายให้ป้าฟัง

“ดีแล้วล่ะ ถ้ามันใช้งานได้จริง มันจะมีประโยชน์หลายอย่าง อาจจะแทนที่บันทึกข้อความระหว่างแผนกโง่ ๆ ที่บินว่อนไปทั่วกระทรวงก็ได้” เธอกล่าวพร้อมพยักหน้า

“นั่นหมายความว่าฉันจะได้เขียนจดหมายถึงพี่บ่อยขึ้นตอนที่พี่ไม่อยู่ใช่ไหม?” ซูซานถามด้วยความคาดหวังอย่างมาก

“อืม ถ้าป้าเห็นด้วย ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาตรงไหนนะ” ฉันตอบไป

“เย้!” น้องสาวตัวน้อยน่ารักของฉันกล่าวพร้อมกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ

“ซูซาน เราอยู่บนโต๊ะอาหาร อย่างน้อยก็รอให้ทุกคนทานเสร็จก่อนค่อยกระโดดโลดเต้นแบบนั้น” เอมีเลียกล่าวตำหนิซูซานด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

“ฮ่าฮ่า! ดีใจนะที่เธออยากเขียนจดหมายถึงฉันมากขนาดนั้น ซูซ” ฉันกล่าวพร้อมลูบหัวเธอ และได้รับการหัวเราะคิกคักเป็นการตอบแทน

“เฮ้อ! เธอโอ๋น้องมากเกินไปแล้ว เอเดน เดี๋ยวสุดท้ายซูซานจะเสียคนนะ” ป้าเอมีเลียถอนหายใจ

“น้องสาวก็สมควรได้รับการเอาอกเอาใจจากพี่ชายสิครับคุณป้า” ฉันประกาศพร้อมยืดอก

“โอ้ เมอร์ลิน” ป้าเอมีเลียอุทานขณะทำใจยอมแพ้ที่จะเถียงฉันในเรื่องนั้น

“แต่พูดจริง ๆ นะ ผมคิดว่าถ้าเรื่องนี้ไปได้สวย มันอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ที่ดีสำหรับตระกูล ดังนั้นผมจึงคิดที่จะลงทุนในฐานะทายาทเมื่อแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดแล้ว” ฉันกล่าวกับป้าเอมีเลียแบบจริงจัง

“ใช่ มันอาจกลายเป็นธุรกิจที่ดีมากสำหรับตระกูล” เอมีเลียพยักหน้าเห็นด้วยกับทางเลือกนั้น

“อันที่จริง มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ผมกำลังทำอยู่ แต่มันถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี” ฉันกล่าวเสริม

“เธอมีอะไรแบบนี้อีกเหรอ?” ป้าถามด้วยความสงสัย

“ตอนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นแค่ทฤษฎี แต่เป็นไปได้มากครับ” ฉันตอบ

“ป้ารอคอยที่จะได้เห็นมันนะที่รัก” ป้ากล่าวเรียบ ๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ฮะฮะ... ผมจะทำให้ตระกูลภูมิใจ ไม่ต้องห่วงเลยครับป้า” ฉันกล่าวพร้อมเกาหัวเขิน ๆ เล้กน้อย

เมื่อทานอาหารเสร็จ ฉันก็รีบกลับเข้าไปในห้องและหยิบกล่องสามใบที่ทำจากไม้มะเกลือออกมา (คนละชุดกับกล่องไม้สนนะ) พวกมันถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตและทำมาให้พอดีกับกระเป๋าเสื้อ คล้ายกับสมาร์ทโฟนในอนาคตมากกว่ากล่อง โดยมีกระจกวิเศษด้านหน้าซึ่งจะผูกมัดกับเจ้าของ ป้องกันไม่ให้ใครอื่นอ่านข้อความที่อยู่ข้างหลังกระจกได้ ซึ่งได้รับการเคลือบคาถาพิเศษให้ทำงานในลักษณะเดียวกับสมุดบันทึกของทอม ริดเดิล

แผ่นหนังในกระจกถูกสร้างขึ้นเพื่อดูดซับหมึกและบันทึกสิ่งที่เขียนไว้ มันคล้ายกับแผนที่ตัวกวนแต่ไม่มีความยืดหยุ่นเท่า ฉันสร้างโดยอิงแนวคิดเรื่องแผนที่ตัวกวนผสมกับสมุดบันทึก โดยพื้นฐานแล้วฉันสร้างแผ่นหนังพิเศษที่มีบันทึกความทรงจำสำหรับสิ่งที่เขียนไว้

ด้วยวิธีนี้ ฉันสามารถส่งข้อความและตรวจสอบข้อความเก่า ๆ ได้ กล่องรุ่นขั้นสูงเหล่านี้จะมีไว้สำหรับฉันและผู้ช่วยของฉันเท่านั้น ไม่มีใครอื่นจะรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมันหรือรู้ว่าพวกมันคืออะไร แม้หลังจากที่ฉันเปิดตัวตู้อันตรธานแล้วก็ตาม ดังนั้นฉันจึงส่งไปให้พวกเขาทีละคนโดยใช้อาร์เทมิสขนส่ง

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เธอก็กลับมาหาฉัน และฉันก็ส่งคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือสื่อสารไปให้พวกเขา หลังจากได้ส่งข้อมูลการใช้งานเบื้องต้นไปให้ พวกเขาทั้งสองตอบกลับมาว่าพวกเขาเข้าใจเครื่องมือและวัตถุประสงค์ของมันแล้ว

เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ก็ถึงเวลานอน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่ฉันจะกลับไปฮอกวอตส์ มันจะเป็นปีสุดท้ายก่อนที่พอตเตอร์และเพื่อน ๆ จะเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ และเรื่องทุกอย่างก็จะเริ่มวุ่นวายขึ้นมา

‘เฮ้อ หวังว่าจะเป็นปีที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีตามแผนที่วางไว้นะ’ ฉันคิดพลางหลับตาลงท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน

**************************

จบบทที่ บทที่29 ชั้นปีใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว