เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่27 ผู้สืบทอดตระกูลโบนส์อันสูงศักดิ์

บทที่27 ผู้สืบทอดตระกูลโบนส์อันสูงศักดิ์

บทที่27 ผู้สืบทอดตระกูลโบนส์อันสูงศักดิ์


เกือบหนึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉันสามารถรวบรวมคนสิบสองคนมาอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน มีความก้าวหน้าอย่างมากในทุกโครงการที่ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะศูนย์ใหญ่ FIRM และสำนักพิมพ์ ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ผู้ส่งสาร"

ศูนย์ใหญ่ FIRM ค่อย ๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เนื่องจากพนักงานใหม่ต้องได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสมในการดูแลพืชสมุนไพรและอื่น ๆ ทุกคนต้องลงนามในข้อตกลงรักษาความลับอย่างเข้มงวดเนื่องจากวิธีการใหม่ที่ใช้ที่นั่น

ส่วนร้านขายยาของเหล่านักปรุงยาก็น่าจะเปิดดำเนินการได้ทันเวลาก่อนที่ปีการศึกษาใหม่ของฉันเริ่มต้นขึ้น ซึ่งใช้เวลานานกว่าส่วนอื่น เพราะระบบการทำงานของแมทธิวส์ เขาต้องใช้เวลาในการปรุงยามากกว่าที่คิด เขาพยายามปรับตัวและวิธีการให้เข้ากับสูตรการปรุงยาของฉัน แถมอุปกรณ์ทันสมัยทุกอย่างต้องได้รับการติดตั้งในอาคารแยกต่างหาก

หน่วยงานคุ้มกันผู้ว่าจ้างภายใต้โอลิเวอร์ ซึ่งปัจจุบันเรียกง่าย ๆ ว่า "ป้อมปราการคุ้มครอง" มีผู้รับสมัครประมาณ 20 คนแล้ว ตอนนี้พวกเขาได้ซ่อนตัวจากโลกอย่างสมบูรณ์

บ้านอันปลอดภัยสามหลังของฉันก็สร้างเสร็จแล้ว เอลฟ์ประจำบ้านที่เราได้มา คอยดูแลบ้านของไมเคิล โฟล์สเตอร์อย่างดี เอลฟ์ประจำบ้านมักจะผูกพันกับเจ้านาย ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าฉันตัวจริงเป็นใคร

ปัญหาเดียวคือการสื่อสารกับพวกเขาเป็นเรื่องยาก ฉันไม่สามารถรับจดหมายอะไรที่บ้านได้ ทิลลี่จะสังเกตเห็นทันที และจากนั้นป้าเเอมิเลียก็จะรู้ แล้วเธอก็ต้องถามเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้ ดังนั้นฉันจึงเริ่มพยายามแก้ไขปัญหา ฉันศึกษาเรื่องกระจกสองทางเพื่อดูว่าฉันพัฒนามันได้หรือเปล่า แม้ว่าในทางทฤษฎีฉันคิดว่ามันเป็นไปได้ แต่ฉันก็ไม่มีทางที่จะเชื่อมต่อกระจกหลายบานเข้าด้วยกันเหมือนเครือข่ายมือถือในตอนนี้

ฉันศึกษาเรื่องเครือข่ายฟลู เพื่อทำความเข้าใจว่าคุณสามารถโผล่หัวเข้าไปในเตาผิงแล้วคุยกับใครบางคนได้อย่างไร ซึ่งเป็นการเลือกที่แย่มาก เพราะวิธีนี้ทุกคนต้องการเตาผิงในบ้านเพื่อการติดตั้งเครือข่ายฟลู ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในตอนที่คนคนนั้นอยู่ในบ้านเท่านั้น ดังนั้นฉันเลยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งนี้มากพอสมควร

สิ่งนี้กลายเป็นโครงการฤดูร้อนของฉันเอง ฉันศึกษาเรื่องวิธีการสื่อสารต่าง ๆ จากทั่วโลก ฉันค้นคว้าวิธีการที่ถูกทิ้งร้างไปตามกาลเวลา ฉันพยายามพัฒนาเครื่องมือสมัยใหม่ที่มีการเชื่อมต่อกับผู้อื่นได้หลายทาง น่าเสียดาย ฉันไม่สามารถทำให้มันใช้งานได้เลย แต่ทุกความล้มเหลวทำให้ฉันเข้าใจอะไรบางอย่าง

พอพลาดไปมาก ๆ เข้า ฉันเลยรู้สึกหงุดหงิดมาก ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจพักจากการทดสอบทฤษฎีและตัดสินใจอ่านเรื่องวิธีการเดินทางด้วยเวทมนตร์เพื่อดูว่าจะมีแรงบันดาลใจเกิดขึ้นหรือเปล่า

ขณะที่ฉันกำลังอ่านเรื่องนี้ ทิลลี่ก็เข้ามาในห้องสมุด ฉันสัมผัสได้ถึงเธอ แต่ฉันกำลังจมดิ่งอยู่กับการอ่านของฉันอยู่เลยขี้เกียจทัก

“คุณชายเอเดนคะ นายหญิงต้องการพบท่านที่ห้องทำงานของท่านค่ะ” เธอพูดด้วยเสียงแหลมเล็กตามปกติ

“ป้าเหรอ? รู้ไหมว่าทำไม?” ฉันถามด้วยความสงสัยขณะเงยหน้าจากหนังสือ

'ปกติเธอไม่เคยเรียกฉันหรือซูซานไปที่ห้องทำงานของเธอ ถ้ามีอะไรต้องพูด ปกติจะพูดกันที่โต๊ะอาหารมากกว่านี่' ฉันคิด ในใจรู้สึกสงสัยกับสถานการณ์นี้มาก

เนื่องจากฉันไม่สามารถคิดออกได้ ฉันจึงลุกขึ้นและตรงไปยังห้องทำงาน ไม่กี่วินาทีต่อมา ฉันยืนอยู่หน้าประตูและเคาะ

“เข้ามาได้” ฉันได้ยินเสียงป้าพูด

'เสียงเธอฟังดูเหนื่อย หวังว่าเธอจะสบายดีนะ' ฉันคิดด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อยขณะเดินเข้าไป

“สวัสดี เอเดนป้าขอโทษที่เรียกเธอมาที่นี่ ป้ารู้ว่าปกติป้าไม่ทำแบบนี้ แต่ป้ารู้สึกว่าเราปล่อยปละละเลยปัญหามานานเกินไปแล้ว” เธอพูดอย่างจริงจัง

“เรามีปัญหาเหรอ?” ฉันถามพร้อมเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ใช่ ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเข้ารับตำแหน่งทายาทของตระกูลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากตอนนี้ป้าเป็นหัวหน้าตระกูล ป้าจึงจัดการทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมกับหน้าที่ในกระทรวงควบคู่กันไป และพูดตามตรงมันเริ่มกระทบกับป้าแล้ว ดังนั้นป้าจะเริ่มค่อย ๆ เตรียมตัวเธอสำหรับบทบาทหัวหน้าตระกูล และมอบหมายหน้าที่ที่มาพร้อมกับมันให้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ” ป้าเอมิเลียประกาศสีหน้าจริงจังจนฉันไม่กล้าถามเพิ่ม

“ผมเข้าใจครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาเกียรติของตระกูลและทำให้เหนือกว่าความคาดหวังของป้า ป้าไม่ต้องกังวลเรื่องตระกูล ผมจะทำให้มันดีกว่าที่เคยเป็นมา” ฉันตอบด้วยความมุ่งมั่น

เธอต้องแบกรับภาระของฉันและซูซาน งานของเธอ และการเป็นหัวหน้าตระกูลอย่างกะทันหันอีก ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะช่วยเธอและลดภาระของเธอ

“ป้ารู้ว่าเธอทำได้ เอเดนเธอฉลาดเฉลียว ขยัน และมุ่งมั่น ป้ารู้ว่าเธอจะทำให้ป้าและพ่อแม่ของเธอภูมิใจในทุกสิ่งที่เธอทำ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ซึ่งนาน ๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าของเธอ การเห็นรอยยิ้มนั้นทำให้ใจฉันอบอุ่นเสมอ ทำให้ฉันอยากทำให้แน่ใจว่าเธอจะยิ้มได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ดังนั้น พรุ่งนี้เราจะไปกริงกอตส์เพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นทางการ” เธอกล่าว

“ครับ ป้าเอมีเลีย ผมพร้อมครับ” ฉันตอบพร้อมทำท่าตะเบ๊ะเล็กน้อยราวกับเป็นเรื่องตลก ฉันได้รับรอยยิ้มเล็ก ๆเป็นการตอบกลับ

สุดท้ายฉันก็ออกจากห้องเพื่อทำการวิจัยต่อ ไม่ใช่ว่านี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ฉันได้รับการเตรียมพร้อมที่จะเป็นทายาทตั้งแต่ฉันอายุ 7 ขวบ ตอนนั้นฉันก็สามารถเริ่มช่วยป้าได้แล้ว แต่ฉันคิดว่าเธอต้องการให้ฉันมีเวลามากขึ้นในการทำตามความสนใจและการศึกษาของฉันเอง

เหตุผลเดียวที่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือรัฐมนตรีกำลังกดดันเธออยู่ตลอดเวลา และแผนกของเธอก็ถูกโจมตีอยู่เสมอไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ประกอบกับการที่เธอต้องดูแลฉันและซูซาน มันกำลังทำให้เธอหมดไฟ ดังนั้นทางออกคือการอนุญาตให้ฉันแบ่งเบาภาระงานของเธออย่างน้อยก็บางส่วน

วันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้าและแต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุด พอแต่งตัวเสร็จก็ลงไปทานอาหารเช้า หลังจากอาหารมื้ออร่อยของครอบครัว เราก็ไปส่งซูซานที่บ้านตระกูลแอ็บบอตต์และมุ่งหน้าไปยังธนาคาร ขณะที่เราเดินผ่านห้องโถง ก็อบลินต่างพยักหน้าและทักทายฉันอย่างสุภาพ ซึ่งทำให้ป้าสงสัยอย่างมาก

“ที่รัก ทำไมพวกเขาถึงสุภาพกับเธอจัง?” เธอถามด้วยเสียงเบา

“ทิลลี่ไม่ได้บอกป้าเหรอ?” ฉันตอบด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วฉันก็คิดว่าบางทีป้าอาจไม่เคยถาม เพราะฉันใช้เวลาหลายวันนอกบ้าน และฉันไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ ฉันกลับบ้านตรงเวลาเสมอ ไม่มีอาการบาดเจ็บ ไม่มีรายงานพฤติกรรมไม่ดี ดังนั้นป้าคงทำแค่ไว้ใจฉันเมื่อฉันออกไปข้างนอกและไม่ถามอะไรมาก

“บอกอะไรเหรอ?” เธอถามด้วยความสงสัย

“อืม เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน ผมได้รับเชิญไปที่เมืองของพวกเขาเพื่อประลองกับนักรบบางคนของพวกเขา แล้วผมก็ตอบรับ มีการแข่งขันเล็ก ๆน้อย ๆ แบบการต่อสู้มือเปล่า ผมได้ที่หนึ่งและได้พบกับราชวงศ์ของพวกก็อบลินในระหว่างงานเฉลิมฉลอง มันสนุกมาก พวกเขาให้แหวนวงนี้แก่ผมเพื่อเป็นรางวัลแห่งชัยชนะและเพื่อแสดงถึงมิตรภาพ” ฉันอธิบายด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความทรงจำ

แหวนวงใหม่นี้ได้เข้ามาแทนที่แหวนเงินและแหวนทับทิมของฉัน มันยังคงเป็นวัสดุเดิม แต่แหวนวงนี้ถูกผูกมัดกับฉันอย่างถาวร มันจะไม่มีวันจากฉันไป นอกจากนี้มันยังถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยราชาก็อบลินเป็นการส่วนตัว และมีการสลักรูปนกฟีนิกซ์ แมววอมปัส และสัญลักษณ์ของราชวงศ์ก็อบลิน ซึ่งแสดงถึงสถานะของฉันในฐานะมิตรของเผ่าพันธุ์

มันสนุกมาก มีนักรบที่มีฝีมือ แต่ก็อบลินถนัดการต่อสู้ด้วยอาวุธมากกว่า ซึ่งตรงข้ามกับฉัน และเมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าร่างกายของฉันแข็งแกร่งเกินไปสำหรับมนุษย์ ฉันจึงสามารถเอาชนะผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าฉันได้ การแข่งขันทำให้ฉันเห็นว่าฉันต้องปรับปรุงตรงไหนและช่วยให้ได้รับประสบการณ์ ดังนั้นจึงเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมที่เข้าร่วม

“ว่าไงนะ!?” ป้าอุทานด้วยความตกใจ แต่ในไม่ช้าก็สงบลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของฉันและถอนหายใจพร้อมกับลูบหน้าผาก

“ครั้งหน้าเธอต้องขออนุญาตป้าก่อนนะ เอเดนป้าเชื่อว่าเธอดูแลตัวเองได้ดีกว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่ป้าก็ยังเป็นผู้ปกครองของเธอ และต้องรู้ว่าเธอทำอะไรเสี่ยง ๆแบบนี้ เข้าใจไหม” เธอพูดอย่างจริงจัง

“ผมขอโทษครับป้าเอมีเลีย ผมไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมเข้าใจแล้วครับ” ฉันกล่าวพร้อมก้มศีรษะลงเล็กน้อย

“เอาล่ะ ถ้าเธอเข้าใจก็ดีแล้ว” เธอกล่าวพร้อมพยักหน้า แล้วเราก็เดินต่อไปจนกระทั่งไปเจอแร็กน็อก ที่นั่งอยู่ที่นั่งประจำของเขาในฐานะหัวหน้าพนักงานรับฝากถอนเงิน

“สวัสดี นักรบผู้บดขยี้กระดูก ขอให้ศัตรูของท่านรู้ความหมายแห่งนามของท่าน และทรัพย์สินของพวกมันจงตกเป็นของท่าน” เขาทักทายฉันด้วยชื่อที่พวกเขาตั้งให้ฉัน

ฉันจะไม่บอกว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะระหว่างการแข่งขัน ก็อบลินคนหนึ่งสังเกตเห็นว่าฉันกำลังยั้งพลังไว้โดยเน้นไปที่การใช้ทักษะให้มากขึ้นแทน ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจและบังคับให้ฉันใช้พลังทั้งหมด เมื่อเขาปะทะหมัดเต็มแรงของฉันและพยายามป้องกันตรง ๆ กระดูกแขนของเขาทั้งสองข้างหัก เขาก็กระเด็นออกจากสังเวียน นี่ไม่ใช่ความผิดของฉัน! เขาขอเอง แถมพวกเขาก็ตัวเล็กกว่ามนุษย์มาก ซึ่งหมายถึงน้ำหนักเบากว่า ดังนั้นหากไม่มีเกราะ พวกเขาจึงรับแรงกระแทกได้ไม่มากพอ

ถ้ายังไม่พอ พวกก็อบลินที่เหลือก็ตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ฉันเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นฉันจึงทำกระดูกของคู่ต่อสู้ทุกคนหัก (เหตุผลที่ฉันไม่ได้พูดถึงก่อนหน้านี้ เพราะรู้สึกแย่ที่ได้ยินเสียงกระดูกหักเหล่านั้น มันทำให้ฉันนึกถึงตอนที่โดนรถบรรทุกชน)

“สวัสดี แร็กน็อก ขอให้ศัตรูของท่านหวาดกลัวการปรากฏตัวของท่าน และเหรียญของพวกมันจงรวมกับของท่าน” ฉันตอบ ยังคงเล่นสนุกพยายามคิดคำตอบที่สร้างสรรค์เหล่านั้นเท่าที่ทำได้

“ผู้บดขยี้กระดูก?” จากนั้นเอมิเลียก็ถามจากด้านข้างพร้อมเลิกคิ้ว “ดูเหมือนว่าเธอจะมีเรื่องต้องอธิบายที่บ้านนะหนุ่มน้อย”

ฉันกลืนน้ำลายดังเอื๊อกกับน้ำเสียงนั้น

'ฉันโดนเทศน์ยาวแน่ ๆ' ฉันคิด

“ฮ่าฮ่า! ผู้บดขยี้กระดูกผู้ยิ่งใหญ่กลัวป้าของเขา ราชาจะต้องชอบเรื่องนี้แน่ ๆ” เขาพูดพร้อมหัวเราะร่า

“โอ๊ย แร็กน็อก อย่าทำแบบนั้นสิ คุณจะทำลายชื่อเสียงของผมนะ” ฉันอ้อนวอนก็อบลินตรงหน้า

“โอ้ นี่มันจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่คุณโบนส์” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้างที่สุด

“ไม่น้าาาาา!” ฉันคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวังขณะย่อตัวลงและวาดวงกลมบนพื้น

“เอาล่ะ พอได้แล้วกับการแสดงละครเล็ก ๆ ของเธอ เอเดน” ป้าเอมิเลียสั่ง

“เราต้องการแต่งตั้งเขาเป็นทายาทแห่งตระกูลโบนส์อย่างเป็นทางการ” จากนั้นเธอก็แจ้งความประสงค์ที่มายังกริงกอตต์ ฉันลุกขึ้นพร้อมเสียงบ่นอุบ

แร็กน็อกพยักหน้าให้พวกเราสองคนเล็กน้อย แล้วเขาก็พาเราไปยังห้องทำงานของเขา จากนั้นเรียกก็อบลินให้นำแหวนประจำตระกูลมา เขานำกล่องที่มีช่องว่างหนึ่งช่องและแหวนเงินหนึ่งวงมา ซึ่งมีสัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นโล่พร้อมไม้กายสิทธิ์ และคำขวัญว่า 'หักได้ แต่ไม่เคยงอ' สลักอยู่ด้านล่าง ป้าเอมิเลียมีแหวนที่คล้ายกันแต่เป็นสีทอง

“สวมแหวน มันจะทดสอบเธอว่าคุณคู่ควรหรือไม่” แร็กน็อกแจ้ง

ฉันหยิบแหวนและสวมไว้ที่นิ้วนางข้างขวา พริบตานั้นฉันรู้สึกเจ็บแปล๊บขณะที่มันทดสอบเลือดของฉัน จากนั้นแสงสีแดงก็ส่องออกมาจากแหวน วินาทีต่อมามันก็ปรับขนาดให้พอดีกับนิ้วของฉัน

“ขอแสดงความยินดีด้วย ทายาทแห่งตระกูลโบนส์ แหวนจะทำหน้าที่เตือนคุณถึงการรุกล้ำของเวทมนตร์พินิจใจ ยาพิษ และอันตรายบางอย่าง บัดนี้ทคุณจะสามารถรับมรดกของตระกูลโบนส์ได้อย่างเต็มที่เมื่อหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันตัดสินใจ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามบทบาทได้” แร็กน็อกกล่าว

“ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบแร็กน็อก” ฉันตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและมุ่งมั่น

ในที่สุด ตอนนี้ฉันก็เป็นทายาทอย่างเป็นทางการของตระกูลขุนนางเลือดบริสุทธิ์โบนส์

************************

จบบทที่ บทที่27 ผู้สืบทอดตระกูลโบนส์อันสูงศักดิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว