- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ การถือกำเนิดผู้พิทักษ์
- บทที่25 12 คน part 1
บทที่25 12 คน part 1
บทที่25 12 คน part 1
เมื่อผู้ช่วยใหม่ทั้งสองได้รับมอบหมายหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ฉันจะลงมือตามแผนการอื่น ๆ
จากรายชื่อผู้ที่ประสงค์จะพบ 'ไมเคิล โฟล์สเตอร์' และด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรก็อบลินของฉัน ฉันสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาได้มากพอสมควร ฉันคัดกรองผู้ที่มีท่าทีเป็นศัตรูอย่างชัดเจน ตัดผู้ที่ถูกว่าจ้างมาพบฉัน บุคคลน่าสงสัยที่มีแรงจูงใจไม่ชัดเจน และเหลือกลุ่มเล็ก ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นแม่มดและพ่อมดที่เกิดจากมักเกิ้ล ซึ่งไม่ว่าจะถูกบีบให้ออกจากโลกเวทมนตร์เพื่อหาเลี้ยงชีพ หรือแทบจะกลายเป็นคนไร้บ้านในโลกเวทมนตร์
ดังนั้นฉันจึงเริ่มจัดการประชุมกับผู้ที่ฉันคัดกรองแล้ว ฉันตัดสินใจเช่าห้องหนึ่งในร้านหม้อใหญ่รั่ว โดยร่ายคาถาขยายพื้นที่ชั่วคราว เพราะสถานที่นั้นไม่เหมาะสำหรับคนจำนวนมากนัก
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ชายและหญิงรวม 28 คน อายุตั้งแต่ 27 ถึง 62 ปี ทยอยกันมา และด้วยเงินแกลเลียนสองสามเหรียญ เจ้าของร้านอย่างทอมก็พาทุกคนมายังห้องที่ถูกต้องอย่างว่าง่าย
“สวัสดีทุกท่าน ฉันชื่อไมเคิล โฟล์สเตอร์ ผู้เขียนหนังสือสองเล่มที่ค่อนข้างอื้อฉาวและกำลังเป็นที่นิยมในชุมชนของเรา ฉันเชิญทุกคนมาที่นี่เพราะพวกคุณสนใจในประเด็นที่ฉันสอดแทรกไว้ในหนังสือเหล่านั้น” ฉันเริ่มต้นด้วยความมั่นใจขณะกล่าวกับคนทั้งห้อง
“เนื่องจากฉันกำลังถูกตามล่าอย่างลับ ๆ โดยกลุ่มบุคคลและกระทรวงเวทมนตร์เพราะผลงานของฉัน ฉันจึงใช้เวลาตรวจสอบประวัติโดยทั่วไปของพวกคุณแต่ละคน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่นี่เห็นพ้องต้องกันกับความคิดเห็นของฉันจริง ๆ” ฉันอธิบายสถานการณ์ของฉัน รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นใครด้วย
“พวกคุณทุกคนเป็นมักเกิ้ลบอร์น มีพรสวรรค์และความสามารถมากพอจะดิ้นรนเพื่อเรียนรู้ในช่วงเวลาที่ฮอกวอตส์ เป็นผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยโดดเด่นในหมู่เพื่อนฝูง ชายและหญิงที่ควรจะมีอนาคตที่สดใสและมีความสามารถพอจะเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมของเราได้” ฉันเริ่มต้น ทำให้พวกเขาหวนรำลึกถึงศักยภาพที่พวกเขามี เพื่อให้รู้ว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีโอกาสและอนาคตที่สดใสอยู่ในมือ
“แต่แล้วความเป็นจริงที่เย็นชาและโหดร้ายขององค์กรปกครองของเราก็เข้ามายุ่ง กระบวนการยุติธรรมที่กลายเป็นองค์กรทุจริตอย่างถึงที่สุด พวกคลั่งไคล้สายเลือดบริสุทธิ์และพวกหัวรั้นที่กุมอำนาจอิทธิพลในแทบทุกระดับ การเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของสายเลือดแทนที่จะเป็นทักษะหรือความสามารถ... เหตุผลโง่ ๆ เหล่านี้ทำให้พวกคุณแต่ละคนที่อยู่ในห้องนี้สูญเสียทุกสิ่ง บีบบังคับให้พวกคุณออกจากโลกที่ควรจะเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ และเกือบจะถูกเนรเทศออกไปด้วยซ้ำ พวกคุณถูกบังคับให้หาเลี้ยงชีพท่ามกลางผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดในโลกเวทมนตร์ของอังกฤษ” ตอนนี้ฉันเปลี่ยนระดับคำพูดเป็นความโกรธเคืองในน้ำเสียง
“ฉันเชิญพวกคุณทุกคนมาที่นี่ เพราะฉันต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ ฉันต้องการที่จะมอบโอกาสให้เด็กทุกคนที่มีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ ได้ใช้ชีวิตด้วยความอัศจรรย์ เหมือนที่เราทุกคนรู้สึกเมื่อค้นพบเวทมนตร์ที่แท้จริงในโลกนี้ เพื่อค้นหาและทำตามความฝันของพวกเขาโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกีดกันและปฏิเสธเพราะภูมิหลัง” ฉันกล่าว พยายามทำให้พวกเขาหวนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของตนเองและความหวังที่พวกเขาเคยมี
“ดังนั้น เพื่อสานต่ออุดมการณ์เหล่านั้น ฉันปรารถนาที่จะก่อตั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนพวกเขา สหพันธ์เพื่อบูรณาการและเคารพผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล หรือเรียกสั้นๆ ว่า FIRM และทุกคนที่อยู่ที่นี่คือผู้ที่ฉันเชื่อว่ามีความสามารถ มีความปรารถนาที่จะช่วยฉันบรรลุอุดมการณ์เหล่านั้นได้” จากนั้นฉันก็หยุดเล็กน้อยหลังจากการประกาศของฉัน
“นี่จะไม่ใช่กลุ่มที่มุ่งปฏิวัติหรืออะไรที่ใช้ความรุนแรงขนาดนั้น หลัก ๆมันจะเป็นการอุทิศตนเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติของพ่อมดที่มีต่อผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล (มักเกิ้ลบอร์น) โดยแสดงให้เห็นว่าทักษะและความสามารถอยู่เหนือสายเลือด พวกเราเป็นส่วนสำคัญของโลกเวทมนตร์ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ และพวกเรามีสิทธิ์ที่จะได้รับการรับฟัง” ฉันอธิบายให้คนที่อยู่ตรงหน้าฟัง
“ผู้ที่เต็มใจเข้าร่วม เพียงแค่ลงนามในสัญญานี้ ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ลงนามสามารถออกจากที่นี่ได้ทันที สัญญานี้มีผลบังคับใช้คาถาการรักษาความลับอย่างเข้มงวด แต่รับประกันได้ว่าผู้เข้าร่วมจะรายได้และโอกาสที่มั่นคง” จากนั้นฉันก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ฉันจะไม่บังคับให้ใครยอมรับ หากคุณคนไหนไม่เชื่อว่ากลุ่มของเราสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ หรือฉันเป็นชายหนุ่มที่ไร้เดียงสา หลงผิด คุณก็มีอิสระที่จะจากไป ฉันขอขอบคุณสำหรับเวลาของทุกคน และบอกไว้ก่อนว่าฉันจะไม่ถือโทษโกรธใครทั้งสิ้น การเข้าร่วมต้องอาศัยความกล้าหาญและความมุ่งมั่นมากทีเดียว เนื่องจากสถานะของเป้าหมายและขนบธรรมเนียมอันฝังรากลึกมาเป็นร้อย ๆ ปี เข้าใจได้ว่าหลายคนอาจจะไม่สนใจหรือไม่ยึดมั่นในคุณค่าจริยธรรมในหัวใจ ดังนั้นฉันจะไม่บังคับหรือลงโทษใครในเรื่องนี้” ฉันพยายามให้ทุกคนมั่นใจว่านี่เป็นการเสนอการรับสมัคร ไม่ใช่การเกณฑ์คน
หลังจากทุกอย่างพูดจบลง มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วม 28 คนได้จากไป เหลือชายและหญิง 12 คน แต่สิ่งที่ฉันพอใจคือคนที่ฉันหวังว่าจะอยู่ต่อก็อยู่ต่อจริง ๆ
“นี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ฉันขอขอบคุณที่ทุกคนที่เหลือไว้วางใจในคำมั่นสัญญาและอุดมการณ์ของฉัน ตั้งแต่นี้พวกเราสิบสามคนจะกลายเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง FIRM ฉันจะทำหน้าที่เป็นผู้ก่อตั้งและประธาน เนื่องจากฉันจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของสหพันธ์ทั้งหมด... ดังนั้นบทบาท หน้าที่ของพวกคุณจะถูกกำหนดหลังจากที่ทุกคนลงนามในสัญญาแล้ว” ฉันอธิบายให้คนสิบสองคนที่อยู่ตรงหน้าฟัง
ฉันเป็นคนแรกที่ลงนามในสัญญา ตามมาทีละคน สุดท้ายทั้ง 12 คนก็ลงนามกันจนครบ เมื่อคนสุดท้ายลงนาม ฉันก็แตะกระดาษสัญญาด้วยไม้กายสิทธิ์ สัญญาแบ่งตัวออกเป็น 13 คน สมาชิกทั้งหมดรุ่นก่อตั้งได้ถือมันเอาไว้ นี่คือการก่อตั้ง FIRM จุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ในโลกเวทมนตร์
เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้น ฉันก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ฉันวางแผนไว้ต่อ “การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่สองครั้งแรกของฉันคือการเปิดศูนย์ข้อมูลในตรอกไดแอกอน เพื่อช่วยให้ผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ลและพ่อแม่ของพวกเขาเข้าใจโลกที่พวกเขากำลังก้าวเข้าไปอย่างถูกต้อง และเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับแจกจ่ายคู่มือที่ฉันได้ตีพิมพ์ให้พวกเขาได้รับโดยทั่วกัน... ประการที่สองคือการก่อตั้งบริษัทหนังสือพิมพ์ใหม่ ซึ่งในที่สุดพวกเราจะแข่งขันและชิงความเหนือกว่าเดลี่พรอเฟ็ต เนื่องจากพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้ว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นทุจริตแค่ไหน สิ่งนี้จะช่วยลดการครอบงำของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำลายการผูกขาดที่โง่เขลา และพยายามทำให้ผู้คนได้ใช้สมองขบคิดมากขึ้น” ฉันอธิบายอย่างจริงจัง
จากนั้นฉันก็หันไปพูดกับบุคคลสามคนที่ฉันจับตาดู คนแรกคือ ดาเรียส สโตน อายุ 42 ปี สูงประมาณ 5 ฟุต 10 นิ้ว (177.8 ซม.) ผมสั้นและตาสีน้ำตาล รูปร่างผอมบาง แต่มีออร่าแห่งความอยากรู้อยากเห็น เขาถูกไล่ออกจากเดลี่พรอเฟ็ตเพราะโพสต์บทความที่แสดงให้เห็นถึงการกล่าวความเท็จในแถลงการณ์ของกระทรวง หรือจากบทความของเดลี่พรอเฟ็ตเอง
คนที่สองคือ จูเลียน ครอมเวลล์ อายุ 41 ปี สูง 6 ฟุต (182 ซม.) ผมสีดำเงางาม ตาสีฟ้า แว่นตาห้อยอยู่ที่จมูก มีพุงเล็กน้อยเนื่องจากอายุมากขึ้น เขาเองก็เป็นนักข่าวเช่นกัน แต่เป็นบรรณาธิการให้กับเดลี่พรอเฟ็ตจนกระทั่งลาออก เขาถูกบังคับให้เขียนบทความที่ไม่น่าพอใจ อย่างการยกย่องอดีตผู้เสพความตายที่ฆ่าเพื่อนและครอบครัวของเขาบางคน โดยถูกบังคับให้เขียนว่า ผู้เสพความตายคนนั้น ‘บริจาค’ เงินจำนวนมหาศาลให้กับกระทรวงเพื่อสนับสนุนกฎหมาย
คนที่สามคือ มาร์ธา ครอมเวลล์ ภรรยาของจูเลียน อายุ 39 ปี สูง 5 ฟุต 11 นิ้ว (180 ซม.) ซึ่งถือว่าสูงสำหรับผู้หญิง ผมสีบลอนด์อ่อนและดวงตาสีฟ้าที่เข้ากันกับสามีของเธอ เธอเป็นนักข่าวที่ประสบความสำเร็จจนกระทั่งเธอได้กลิ่นเรื่องอื้อฉาวของหัวหน้าแผนกเก่า ส่งผลให้เธอถูกห้ามไม่ให้โพสต์เรื่องเหล่านั้น และเมื่อสามีของเธอลาออกจากเดลี่พรอเฟ็ต เธอก็ตัดสินใจลาออกด้วยเช่นกัน
“คุณสโตน คุณครอมเวลล์ และคุณนายครอมเวลล์ พวกคุณสามคนจะเป็นผู้เริ่มต้นสำนักพิมพ์ใหม่นี้ คุณครอมเวลล์จะเป็นบรรณาธิการบริหาร ฉันต้องการให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นที่รู้จักในฐานะสื่อที่นำเสนอข่าวสารตามข้อเท็จจริง ไม่สำคัญว่าเราจะช้ากว่าคนอื่นหรือไม่ แต่หนังสือพิมพ์ของเราต้องได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด นอกจากนี้ มันจะต้องถูกมองว่ามีความเป็นกลาง ไม่โจมตีหรือวิพากษ์วิจารณ์ใครในตอนนี้” ฉันอธิบายให้ทั้งสามคนฟังอย่างชัดเจน
“ฉันจะมอบเงินทุนที่จำเป็นเพื่อว่าจ้างผู้ที่คุณเชื่อว่าจะเต็มใจเข้าร่วมสำนักพิมพ์ ฉันไม่สงสัยเลยว่าหลายคนที่ทำงานให้กับเดลี่พรอเฟ็ตคงเบื่อหน่ายกับ ‘ข่าว’ แบบนั้น... ฉันจะจัดหาทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้คุณด้วย”
ขณะนั้นเอง คุณสโตนก้าวออกมาพูดกับฉันเป็นคนแรก “แล้วคุณสามารถจัดหาทั้งหมดนั้นได้จริงหรือเปล่า?”
“ฉันมีเงินทุนมากเกินพอที่จะสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่ฉันกำลังดำเนินการอยู่ สำนักข่าวไม่ควรทำเพื่อแสวงหาผลกำไรอยู่แล้ว พวกเขาควรมีไว้เพื่อแจ้งข่าวสารแก่ประชาชนเป็นอันดับแรก ดังนั้นฉันจึงคาดหวังเสมอว่าจะขาดทุนในส่วนของหนังสือพิมพ์” ฉันตอบอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งสามคนดูพอใจมากกับมุมมองของฉันในเรื่องนี้ ด้วยความตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ที่จะก้าวข้ามเดลี่พรอเฟ็ต ทำให้พวกเขาหัวใจเต้นรัว
“ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะทำตามที่คุณขอร้อง คุณโฟล์สเตอร์ คุณจะไม่เสียใจที่มอบโอกาสนี้ให้พวกเรา” คุณครอมเวลล์ประกาศด้วยความแน่วแน่ในน้ำเสียงและแววตาของเขา
“คุณเองก็จะไม่เสียใจที่เข้าร่วมกับฉัน แต่ฉันกังวลว่าบางคนอาจจะกระตือรือร้นมากเกินไป ฉันเคยอ่านบทความของเธอแล้ว” ฉันกล่าวพร้อมหัวเราะเบา ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่คุณนายครอมเวลล์
“ฉันจะระวังตัวค่ะ แถมจูเลียนก็คงจะบ่นฉันถ้ามีอะไรผิดพลาด” เธอตอบ ทำให้สามีของเธอถอนหายใจ ปนด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ อีกครั้ง
นี่คือส่วนของสำนักพิมพ์ ยังเหลือคนอีกส่วนหนึ่งที่ฉันเล็งเอาไว้ให้ทำอย่างอื่น
ฉันหันไปหาคุณทิโมธี แมทธิวส์ ชายวัย 53 ปี ผมสีเทายาวประบ่า หลังค่อมเล็กน้อยทำให้เขาสูงประมาณ 5 ฟุต 7 นิ้ว (170 ซม.) ดวงตาสีเขียวคมกริบ และมีกลิ่นยาจางๆ รอบตัว เขาเป็นบุคคลที่มีความสามารถอย่างยิ่งในสาขานี้ เขาตั้งเป้าที่จะปฏิวัติวิธีการปรุงยาของพ่อมด แต่สิ่งนี้กลับคุกคามพวกเลือดบริสุทธิ์จำนวนมากเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ผลก็คือ พวกเขาขัดขวางไม่ให้ชายคนนั้นได้เป็นอาจารย์ที่ได้รับการรับรองในสาขานี้ ไม่สามารถผลักดันวิธีการปรุงยาใหม่ ๆ ของเขา เขาก็เลยติดอยู่กับที่ กลายเป็นเจ้าของร้านเล็ก ๆ ทนทุกข์กับความโง่เขลาของผู้มีอำนาจ
“คุณแมทธิวส์ คุณจะกลายเป็นเจ้าของร้านขายยาที่จะเปิดในอาคารหลังที่สองที่ฉันเป็นเจ้าของในตรอกไดแอกอน มันจะเป็นสถานที่สำหรับท้าทายความเป็นนักปรุงยาในปัจจุบันและในอนาคตด้วย หนังสือเล่มนี้รวบรวมผลงานของฉันในสาขานี้ โปรดอ่านมันในขณะที่ฉันคุยกับมาดามแชมเบอร์สด้วยนะครับ” ฉันกล่าวกับชายสูงวัย พร้อมกับยื่นหนังสือเล่มแรกที่รวบรวมการปรับปรุงและสูตรยาต้นตำรับของฉันให้เขา
จากนั้นฉันก็หันความสนใจไปที่มาดามเมโลดี้ แชมเบอร์ส บุคคลที่ทำให้ฉันนึกถึงศาสตราจารย์สเปราต์ หญิงร่างท้วมสูง 5 ฟุต 2 นิ้ว (157 ซม.) ผมสีเทาหยิก ดวงตาสีเขียว ใบหน้าและออร่าที่ดูใจดีเหมือนคุณยาย เธอเป็นผู้สูงอายุที่ดูใจดีมาก น่าเสียดายที่ครอบครัวของลูกชายเธอตกเป็นเป้าของผู้เสพความตายในช่วงสงคราม และสูญเสียทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานไป เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียใจและโกรธมาก เมื่อผู้เสพความตายที่ควรจะต้องรับผิดชอบโทษนี้พ้นผิดไปโดยอ้างว่าโดน ‘คำสาปสะกดใจ’
เธอพยายามต่อสู้คัดค้านกับการตัดสินนั้น แต่ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ก็กดเธอไว้ด้วยการกว้านซื้อทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ร้านขายวัตถุดิบและเรือนเพาะชำของเธอ ในที่สุดเธอก็ถูกบังคับให้ขายทุกอย่างและพยายามหาเลี้ยงชีพในโลกมักเกิ้ลแทน
“มาดามแชมเบอร์สฉันต้องการให้คุณเป็นผู้ดูแลฟาร์มสมุนไพรที่ฉันกำลังพัฒนาอยู่ ตอนนี้ฉันกำลังสร้างสถานที่สำหรับปลูกพืชเวทมนตร์หายากและยากต่อการเพาะปลูกในปริมาณมาก ฉันรู้ว่านี่เป็นงานที่ยาก แต่เช่นเดียวกับคุณแมทธิวส์ ฉันต้องการให้คุณดูบันทึกของฉันในเรื่องนี้สักหน่อย ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับข้อเสนอนี้ออกมา” ฉันกล่าวกับหญิงสูงวัยด้วยความเคารพ เธอมีทักษะและประสบการณ์ในสาขานี้ เหตุผลเดียวที่เธอไม่ได้เป็นศาสตราจารย์อย่างเป็นทางการก็คือ มันถูกพรากไปตอนเธอถูกกดดัน
ขณะที่ฉันกำลังจะหันไปพูดกับคุณโอลิเวอร์ กันน์ แต่ตอนนั้นเองทิโมธี แมทธิวส์ คว้าไหล่ฉันเอาไว้และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของฉันอย่างกระตือรือร้นพร้อมกับเขย่าตัว
“คุณคิดและสร้างสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองจริง ๆ เหรอ!? มันใช้ได้จริงไหม? ได้รับการทดสอบแล้วหรือยัง? คุณทำได้อย่างไร?” คำถามรัวเร็วของเขามาพร้อมกับพลังงานที่ฉันไม่คาดคิดจากชายคนนั้น
“ใช่ คุณแมทธิวส์ นี่คือสูตรที่ฉันสร้าง ปรับปรุง และทดสอบเอง ทุกสิ่งในเล่มแรกนี้สามารถปรุงได้ทุกเมื่อ” ฉันตอบชายคนนั้นอย่างใจเย็น
“คุณพูดว่าเล่มแรกเหรอ!?” ชายคนนั้นอุทานด้วยความตกใจ
“ใช่ นี่คือเล่มที่ 2 และ 3 พวกนี้คือเท่าที่ฉันทดสอบแล้ว ที่เหลือยังคงเป็นทฤษฎีล้วน ๆ และยังไม่ได้รับการปรับปรุง” ฉันกล่าวพร้อมกับยื่นหนังสือให้ชายคนนั้น “อย่างที่ฉันบอกไป ร้านขายยานี้จะท้าทายศาสตราจารย์และผู้ที่ปรารถนาจะเป็นศาสตราจารย์ปรุงยา ฉันต้องการบังคับให้พวกเขาคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ โดยให้รางวัลและผลิตผู้ที่มีความสามารถในการปรับปรุงสูตรหรือสร้างสูตรใหม่ ๆได้”
“ฉันจะทำ ฉันจะทำให้มันกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการปรุงยาเอง จะไม่มีใครในวงการที่ไม่รู้จักร้านขายยา ‘จุดเริ่มต้นใหม่’ แห่งนี้” เขาประกาศด้วยน้ำเสียงแห่งความคลั่งไคล้ และคิดชื่อร้านที่เหมาะสมได้อย่างกะทันหัน
“ฉันก็เห็นด้วยกับความกระตือรือร้นของคุณแมทธิวส์เช่นกันนะ” เสียงสุภาพและมีความสุขของมาดามแชมเบอร์สกล่าวขึ้น “ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง คุณก็ได้ปฏิวัติวงการสมุนไพรศาสตร์ด้วยหนังสือเล่มนี้เพียงเล่มเดียวแล้ว คุณโฟล์สเตอร์ ยังไม่นับเรื่องที่ว่า มันเป็นหนึ่งในสี่เล่มที่คุณเขียนอีก”
หญิงชราร่างเล็กยิ้มแย้ม พร้อมสีหน้ามุ่งมั่นที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ “ฉันจะปลูกทุกต้นและยัดผลลัพธ์ใส่หน้าพวกแก่ ๆ น่าสมเพชเหล่านั้น พวกเขาจะต้องเสียใจในวันที่พวกเขาพรากตำแหน่งของฉันไป”
“ฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับพวกคุณทั้งสองเข้าร่วมแผนของเราด้วย เราจะใช้นวัตกรรมของคุณแมทธิวส์เกี่ยวกับกระบวนการปรุงยาเพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่เราจะรับสมัครบุคคลบางส่วนเพิ่มหลังจากชื่อเสียงแพร่กระจายไปแล้ว สำหรับฟาร์มนั้น ให้ชื่อว่า ‘ฟาร์มสมุนไพรธรรมชาติ’ และจะใช้เพื่อจัดหาสมุนไพรจำนวนมาก มันจะเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล ซึ่งกำลังดิ้นรนหาเลี้ยงชีพและหางานที่มั่นคงทำ จะมีการโฆษณาในศูนย์ข้อมูลและหนังสือพิมพ์ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลามากกว่าจะเริ่มดำเนินการทุกอย่างตามที่คิดไว้ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากพวกเขาจะต้องได้รับการฝึกอบรมก่อนด้วย” ฉันกล่าวขณะอธิบายขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับทั้งสองและจับมือพวกเขาทั้งสองอย่างเป็นกันเอง
**************************