- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ การถือกำเนิดผู้พิทักษ์
- บทที่22 แผนการและความประหลาดใจ
บทที่22 แผนการและความประหลาดใจ
บทที่22 แผนการและความประหลาดใจ
เมื่อช่วงปิดเทอมฤดูร้อนสิ้นสุดลง ก็ถึงเวลาที่จะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในปีที่แล้ว หนังสือของฉันกลายเป็นที่กล่าวขานกันอย่างกว้างขวาง และหลายคนปรารถนาที่จะพบฉัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันคาดหวังไว้
ขณะเดียวกันฉันเองก็หวังว่าจะได้ทราบเหมือนกันว่าใครต้องการพบฉัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลอย่างการเห็นอกเห็นใจในสิ่งที่ฉันเขียน ด้วยความปรารถนาที่จะบีบบังคับให้ฉันถอนหนังสือออกไป หรือบางทีอาจต้องการปิดปากฉัน... ดังนั้น ฉันจึงว่าจ้างเครือข่ายข้อมูลของเหล่าก็อบลินเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่ต้องการพบฉันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพราะตัวตนของฉัน
ด้วยเหตุนี้เอง ฉันจึงเริ่มมองหาผู้ช่วย เนื่องจากฉันยังคงเป็นนักเรียนและไม่ต้องการบีบบังคับให้ป้าเอมิเลียต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อให้ฉันมีอิสระมากขึ้น ฉันยังคงห่วงใยครอบครัวของฉันอย่างมาก และไม่อยากทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้ ดังนั้นผู้ช่วยจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา
ฉันต้องการใครสักคนที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ที่ซ่อนอยู่ในหนังสือของฉัน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบากเนื่องจากปัญหาในโลกเวทมนตร์ และคนคนนั้นจะต้อทำหน้าที่แทนฉันตลอดทั้งปี
หลังจากพิจารณารายชื่อที่ได้รับมา ฉันพบพันธมิตรที่อาจจะเข้าร่วมกับฉันในการพยายามผลักดันให้คนหัวแข็งเหล่านั้นมีความก้าวหน้าขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่ฉันกำลังมองหา สก็อตต์ ครอส อายุ 37 ปี โสด เกิดในโลกมักเกิล จบการศึกษาจากฮอกวอตส์เมื่อ 20 ปีก่อนด้วยผลสอบ ว.พ.ร.ส.ส. ที่ดีเยี่ยมสองสามวิชาจากบ้านกริฟฟินดอร์
เขาได้รับการว่าจ้างให้เข้ากระทรวงเวทมนตร์หลังจบการศึกษาและเข้าร่วมกับกลุ่มพ่อมดแม่มดที่มีความสามารถ หลังจากประสบความสำเร็จในภารกิจหนึ่ง เขาก็ทำลายผลประโยชน์ของตระกูลเก่าแก่สูงศักดิ์ที่สุดตระกูลหนึ่งไป พอตระกูลนั้นใช้อำนาจแก้แค้น บังคับให้เขาทำงานประจำ และค่อย ๆ ทำลายอาชีพของเขาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาถูกบีบให้ออกจากกระทรวง เขาพยายามเข้าร่วมแผนกอื่น ๆ ของกระทรวงและตั้งใจจะทำงานให้ดีที่สุดทุกครั้ง แต่ถูกบังคับซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หางานใหม่จนกระทั่งเขาทนไม่ไหว แล้วออกไปจากกระทรวง
ฉันจึงนัดหมายการประชุม โดยปลอมแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูเหมือนคนทั่วไป โดยฉันดูเหมือนอายุ20 กว่า ๆ แทนที่จะเป็น 18 ปี ฉันสีน้ำตาลของฉันถูกหวีเรียบร้อย ดวงตาสีเขียวคมกริบ กรามแข็งแรง โดยรวมถือว่าดูดีทีเดียว
ฉันเช่าร้านอาหารและสั่งให้พนักงานออกไปหลังจากจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะเสร็จ เงินจะมีประโยชน์อะไรหากไม่ได้ใช้บ้างเป็นครั้งคราว จริงไหม?
เมื่อมิสเตอร์ครอสมาถึง ฉันเห็นฉันสีน้ำตาลเข้มของเขายุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะพยายามจัดทรงแล้วแต่ไม่สำเร็จ หนวดเคราของเขายังไม่ได้โกน ดวงตาของเขาแม้จะเป็นสีฟ้าแต่ก็มีรอยแดงปรากฏอยู่บ้างเนื่องจากความเหนื่อยล้าและความเครียด เสื้อผ้าของเขาดูเก่ามาก ชายผู้นี้แสดงถึงความบอบช้ำจากการใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังคงดิ้นรนต่อ
ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมแย้มรอยยิ้มทักทายชายผู้นั้น “คุณครอส ขอบคุณที่สละเวลาตอบรับคำเชิญของฉัน ยินดีที่ได้รู้จักคุณ”
“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน คุณโฟล์สเตอร์ ขอโทษด้วยที่แต่งกายไม่สุภาพ ฉันไม่คุ้นเคยกับการมาในสถานที่แบบนี้” เขาตอบด้วยความประหลาดใจในท่าทีของฉันและดูอับอายเล็กน้อยกับชุดของตัวเอง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณเห็นนี่ว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่ ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวตามสบายเถอะครับ” ฉันตอบพร้อมกับยังคงยิ้มพราย
“แต่ถ้าจะให้พูดตามตรง ฉันรู้สึกแปลกใจที่คุณอยากพบฉัน ฉันหมายความว่าจากที่ฉันเห็น คุณไม่ได้ขาดแคลนเงิน คุณไม่รู้จักฉัน และฉันค่อนข้างแน่ใจว่าตอนนี้มีหลายคนอยากรู้จักคุณ” เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
คำพูดนั้นทำให้ฉันยิ้มกว้างขึ้น เพราะฉันต้องการให้เขาตั้งคำถามกับสิ่งต่าง ๆ และคิดด้วยตัวเอง นี่เป็นสัญญาณที่ดี
“ฉันจะอธิบายทุกอย่างให้คุณฟังในเร็ว ๆ นี้ แต่ก่อนอื่นเรามาเพลิดเพลินกับอาหารมื้อดี ๆ กันก่อนดีกว่า โลกเวทมนตร์มีเสน่ห์ในตัวของมันเองนะ แต่การรับประทานอาหารกลับไม่ใช่ส่วนที่ฉันโปรดปรานที่สุด” ฉันพูดพร้อมรอยยิ้ม
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างค่อนข้างเงียบสงบ ฉันสังเกตว่าชายผู้นั้นต้องการรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วแต่ก็อดกลั้นตัวเองไว้ ระหว่างมื้ออาหาร ฉันสามารถอ่านความคิดบางส่วนของเขาโดยใช้รูปแบบคาถาพินิจใจแบบพิเศษของฉัน ฉันใช้เพื่อให้ได้รูจักชายคนนี้เพิ่มอีกเล็กน้อยก่อนการพูดคุย
เขามีความหยิ่งยโสอยู่บ้าง เราจะต้องดูกันว่าเขาสามารถลดทิฐิลงได้หรือไม่ และเมื่อฉันวางช้อนส้อมลง การสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น โดยสก็อตเป็นฝ่ายพูดก่อน
“แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน คุณคงไม่ได้พาคนอย่างฉันมาที่นี่เพื่อทานอาหารกับคุณสักมื้อหรอกนะ ไม่อย่างนั้นคุณก็คงมีเงินมากมายทีเดียว” เขาเริ่มพูดตรง ๆ
ฉันยิ้มกว้างและตัดสินใจตอบคำถามของชายผู้นั้นอย่างตรงไปตรงมา “ฉันกำลังมองหาผู้ช่วยที่จะทำงานให้ฉันได้”
“งานเหรอ?” เขากล่าวพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ใช่ เนื่องจากสถานการณ์ส่วนตัวของฉัน ฉันจึงไม่สามารถมีส่วนร่วมในโลกภายนอกได้ในตอนนี้ และฉันก็คิดว่าตัวเองต้องการใครสักคนที่สามารถช่วยเหลือฉันได้” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มที่สงบ
“หากคุณต้องการให้ใครสักคนช่วยทำอะไรบางอย่าง เอลฟ์ประจำบ้านก็คงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนั้น” เขาตอบพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย
“จริงอยู่ แต่ฉันไม่ต้องการคนรับใช้ ฉันต้องการผู้ช่วย ฉันจะคอยช่วยเหลือเมื่อฉันไม่สะดวกออกหน้า ฉันต้องการใครสักคนที่ฉันไว้ใจให้ทำหน้าที่แทนฉันและทำสิ่งที่ถูกต้อง” ฉันพูด
“แล้วคุณคิดว่านั่นคือฉันเหรอ? เราเพิ่งเจอกันและคุณไม่รู้จักฉันเลย!” เขาพูดอย่างไม่เชื่อ
ฉันจึงโยนแฟ้มที่ฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้เขา “คุณคิดว่าฉันจะพบกับทุกคนที่ต้องการพบฉันอย่างนั้นเหรอ? ไม่หรอก ฉันได้สืบประวัติผู้ที่ติดต่อมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและวิเคราะห์แล้วว่าใครเหมาะสมกับบทบาทผู้ช่วยของฉันที่สุด ผลที่ออกมาก็คือคุณ คุณครอส... คุณเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในบรรดารายชื่อยาวเหยียดนั้น มีความแข็งแกร่ง มุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ปรับตัวได้ มีประสบการณ์ คุณมีสิ่งที่ฉันต้องการ คุณได้สัมผัสกับสิ่งที่ฉันปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงในโลกนี้ และฉันหวังว่าคุณจะช่วยฉันทำเช่นนั้น” ฉันอธิบายอย่างจริงจัง
เขาดูแฟ้มนั้นด้วยความตกใจ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งขณะครุ่นคิดถึงสิ่งที่ฉันพูดกับเขา
“แล้วฉันจะต้องทำตามที่คุณบอกทุกอย่างเลยเหรอ?” เขาถามอย่างระมัดระวัง
“ใช่แล้ว นอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมายและการจัดการทรัพย์สินของฉันแล้ว คุณสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ ฉันจะจัดหาบ้านให้ เงินเดือนของคุณจะเป็นสกุลเงินใดก็ได้ที่คุณต้องการ แต่คุณจะต้องสาบานว่าจะรักษาความลับอย่างสมบูรณ์แบบในระหว่างที่เราทำงานร่วมกัน และหลังจากที่คุณได้รับการว่าจ้างแล้ว หากคุณต้องการลาออก คุณสามารถลาออกเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ” ฉันอธิบายให้ชายผู้นั้นฟังเพื่อให้แน่ใจว่าเขาเข้าใจสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างดี
“บ้านกับเงินล่ะ?” เขาถามด้วยความอยากรู้
“เงินเดือนจะอยู่ที่ 2,000 แกลเลียนต่อเดือนเนื่องจากลักษณะของงาน และบ้านจะเป็นที่ที่ฉันอาศัยอยู่ซึ่งเป็นที่รู้จักของหลาย ๆคน และเนื่องจากฉันยุ่งเกือบตลอดทั้งปี บ้านนั้นก็จะตกเป็นของคุณแต่เพียงผู้เดียว” ฉันอธิบายให้ชายผู้นั้นฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชายผู้นั้นใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดอีกครั้ง
“ทำไมต้องเป็นฉัน?” เขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“เพราะการได้เห็นพ่อมดที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นคุณถูกบีบบังคับให้ใช้ชีวิตแบบนี้ เป็นภาพสะท้อนความโง่เขลาของโลกเรา และฉันปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงมัน คุณจะช่วยฉันได้ไหมสก็อตต์?” ฉันเอ่ยถามพร้อมยื่นมือออกไป
เขามองมาที่ฉัน จากนั้นก็จ้องมือของฉันครู่หนึ่ง สก็อตต์หลับตาก่อนจะตัดสินใจได้ “ตกลงครับ”
นั่นคือคำตอบสำหรับการตัดสินใจสุดท้ายของเขา เขากล่าวพร้อมกับจับมือฉันด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่สุด
“ดี นี่คือสัญญาที่ระบุเงื่อนไขการจ้างงานของคุณและหน้าที่ของฉันในฐานะนายจ้าง หากคุณเห็นว่ามันเป็นสัญญาที่ยุติธรรมก็เซ็นต์ได้เลย อย่าลืมอ่านให้ละเอียด เราจะลงนามกันทันที” ฉันกล่าวขณะยื่นสัญญาให้เขา หลังจากที่เขาตรวจสอบและพอใจแล้ว เราทั้งสองก็ลงนาม พอทุกอย่างเสร็จสิ้น สัญญาก็ลุกไหม้
“เอเดน โบนส์งั้นเหรอ?!” เขาร้องอุทานเมื่อเห็นลายเซ็นด้านล่างและมองมาที่ฉันเพื่อขอคำอธิบาย
“นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการคุณ” ฉันกล่าวขณะถอดหน้ากากออก สก็อตต์มีสีหน้าตกตะลึง “นี่คือความลับแรกของผม ผมยังเด็กเกินกว่าจะทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง และต้องการตัวแทน คุณคือคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่เป็นไร คุณคือเจ้านายของฉันนี่ และตราบใดที่คุณทำตามสัญญา ก็ไม่มีปัญหา รู้ไหม ถึงแม้ฉันจะมีประสบการณ์ชีวิตพอตัว ฉันก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่านั่นเป็นการปลอมแปลงตัวตน ดังนั้นคุณจึงมีทั้งทักษะและพลังที่เพียงพอจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นได้” สก็อตต์กล่าวพร้อมหัวเราะ
“ขอบคุณ” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม “งานแรกคือการทำความสะอาดตัวเอง นี่คือเงินสำหรับค่าใช้จ่าย แล้วพรุ่งนี้ช่วงบ่ายเราจะไปที่กริงกอตส์เพื่อจัดการให้คุณสามารถเข้าถึงห้องนิรภัยส่วนตัวของผมได้... คุณจะได้ทำหน้าที่แทนผม จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการซื้อบ้าน ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ของ ‘ไมเคิล โฟล์สเตอร์’ ลงทะเบียนเป็นบ้านพ่อมดลึกลับคนหนึ่ง ซึ่งจะมีคาถาป้องกันที่เหมาะสม แล้วต้องหาเอลฟ์ประจำบ้านด้วย” จากนั้นฉันก็ระบุงานแรกที่เขามอบหมาย
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะยื่นใบลาออกในตอนเช้าพรุ่งนี้และไปจัดการตัวเองให้ดี... อีกเรื่อง ถึงจะออกมาจากกระทรวงแล้ว แต่ฉันยังมีเพื่อนอยู่ในกระทรวงสองสามคน ดังนั้นฉันมั่นใจว่าการหาเอลฟ์ประจำบ้านสักตัวคงไม่ยากเกินไปหลังจากจัดการเรื่องบ้านเสร็จแล้ว” เขาตอบ
“ดีเลยครับ ผมหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น ขอให้การร่วมมือระหว่างเราในอนาคตราบรื่น คุณสก็อต ครอส” ฉันตอบ
“ฉันก็หวังเช่นนั้นเช่นกัน คุณโฟล์สเตอร์” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่เรากำลังเดินจากไปและแยกจากกัน ฉันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าในฐานะ "ไมเคิล โฟล์สเตอร์"
‘ทุกอย่างเป็นไปตามที่ฉันหวังไว้ เมื่อมีสก็อตต์เป็นผู้ช่วย แผนของฉันก็เริ่มเดินหน้าต่อไปได้ในขณะที่ฉันอยู่ในเงามืด’ ฉันคิดในใจด้วยความตื่นเต้น
แล้วฉันก็หันไปดูบันทึกและที่อยู่ที่ฉันได้รับเมื่อไปเอาข้อมูลจากก็อบลิน
‘คุณบอกว่าพวกเราถูกเกลียดชังด้วยเหตุผลที่สามารถแก้ไขได้ และพวกเราสามารถใช้ชีวิตที่ดีในฐานะมนุษย์ในโลกนี้ แทนที่จะเป็นสัตว์ร้าย พิสูจน์ให้พวกเราเห็น ช่วยพวกเราด้วย พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคนที่กล้าพูดออกมาเหมือนที่คุณทำ โปรดช่วยพวกเราด้วย’
หากคุณตกลงที่จะทำเช่นนั้น โปรดมาที่สถานที่ที่เขียนไว้ด้านล่างและขอพบเจอ เกริ:
ผับไวท์ไวเซิร์น
‘เอาล่ะ ทีนี้จะจัดการยังไงดีล่ะ ฉันก็พอจะมั่นใจในทักษะของตัวเองอยู่นะ แต่ฉันไม่มีเวลาเรียนรู้เรื่องวิญญาณหรือการสร้างพอร์ตคีย์เลย... งั้นก็เหลือทางเลือกเดียวเท่านั้นแล้ว’ ฉันคิดหาทางรับมือกับจดหมายที่ได้รับมาจากก็อบลิน
‘มันเสี่ยงไปหน่อย แต่จดหมายฉบับนี้ไม่น่าจะเป็นกับดัก น่าจะเป็นจดหมายของคนที่สิ้นหวัง มาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไร มนุษย์หมาป่าที่สิ้นหวัง’ ฉันคิดในใจขณะตัดสินใจเดินไปยังตรอกน็อกเทิร์น
***********************