เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่10 สองปีต่อมา

บทที่10 สองปีต่อมา

บทที่10 สองปีต่อมา


สองปีแล้วนับตั้งแต่ป้ารับฉันมาเลี้ยง ตอนนี้ฉันอายุ 7 ขวบ ตัวสูงขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้นมากจากการได้ทานอาหารเพียงพอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้สูง 4 ฟุต 6 นิ้ว (140 เซนติเมตร) ผมของฉันยาวขึ้นตามวัย หยุดอยู่ประมาณสะบัก แต่ตอนนี้ได้รับการดูแลอย่างดีและนุ่มลื่นจนฉันได้ยินทั้งซูซานและป้าเอมีเลียประท้วงถึงความไม่ยุติธรรม

มีข่าวใหญ่สามเรื่องเกิดขึ้นในครอบครัวในช่วงสองปีที่ผ่านมา

เรื่องแรกเกิดขึ้นประมาณหกเดือนหลังจากที่ฉันมาอยู่ที่บ้านโบนส์ เป็นช่วงที่การพิจารณาคดีผู้ที่รับผิดชอบในการกักขังและทรมานฉันกำลังจะเริ่มขึ้น ป้าของฉันเป็นหัวหอกในการดำเนินคดีและได้รวบรวมหลักฐาน มากพอที่จะทำให้ผู้คุมวิญญาณครึ่งหนึ่งของอัซคาบันมอบจุมพิตให้พวกมันพร้อมกัน

ตามคำพูดของเธอ มีปัญหาอยู่เพียงอย่างเดียวคือ หัวหน้าพ่อมดแห่งวิเซ็นกาม็อตคนปัจจุบัน อัลบัส เพอร์ซิวัล วูล์ฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์ เขาทำให้การพิจารณาคดีล้มเหลวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำคือถอดป้าของฉันออกจากกระบวนการ โดยเหตุผลคือ เห็นได้ชัดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีและเหยื่อมากเกินไปจนไม่สามารถให้การพิจารณาคดีที่ ‘ยุติธรรม’ ได้

บอกเลยว่า ฉันเห็นเธอโกรธขนาดนั้นแค่สองครั้งในช่วงที่อยู่กับเธอ ครั้งที่สองเกิดขึ้นสองสามวันต่อมาเมื่อมีการประกาศคำตัดสินจำคุก 20 ปีในอัซคาบันสำหรับอิกเนเชียส เอเวอรี่ โดยระบุว่าเนื่องจากอายุของเขา เขาจึงไม่น่าจะรับโทษจนครบกำหนดได้

เธอโกรธจัดกับเรื่องนั้นเอามาก ๆ จนดื่มหนักอย่างหัวเสียตลอดทั้งเย็น พร้อมบ่นเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์และอุดมการณ์โง่ ๆ ของเขา ที่ให้โอกาสครั้งที่สองแก่อาชญากรที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่เพื่อแก้ไขตัวเอง

เหตุการณ์สำคัญครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันอายุหกขวบ และฉันได้รับของขวัญที่ไม่คาดคิดสำหรับวันเกิดของฉัน มันเป็นวันเกิดที่ดีมากจริง ๆ บริเวณรับประทานอาหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วยตัวอักษรลอยได้เขียนว่าสุขสันต์วันเกิด ประทัดบินได้เต้นระบำไปทั่วห้อง เค้กที่ดูน่าอร่อยวางอยู่บนโต๊ะรอให้ถูกตัดและรับประทาน

มีแค่ฉัน ซูซาน เอมีเลีย และทิลลี่ แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับฉัน เพราะมันทำให้รู้สึกอบอุ่น แถมทำให้ฉันไม่สามารถหยุดรอยยิ้มโง่ ๆ บนใบหน้าได้ด้วย วันนั้นพวกเรายังสามารถชักชวนให้ทิลลี่กินเค้กกับพวกเราได้ ซึ่งยากกว่าที่คิดมาก เพราะเธอร้องไห้ไม่หยุดราวกับว่ามันเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับเธอ

เมื่อถึงเวลาของขวัญ มันก็ยอดเยี่ยมมาก ป้าเอมีเลียมอบหนังสือทางการเกี่ยวกับศาสตร์สกัดใจเพื่อช่วยให้ฉันเรียนรู้ได้ดีขึ้น แถมเธอยังซื้อขนมวิเศษให้ฉันในนามของซูซาน ส่วนทิลลี่มอบเสื้อคลุมที่ตัดเย็บอย่างประณีตสำหรับใส่ในบ้าน และแม้แต่ซอล ซึ่งเติบโตเต็มวัยแล้ว มอบขนหทัยให้ฉันหนึ่งเส้น (และบอกเลยว่ามันทั้งตลกและน่ากลัวเมื่อป้าเอมีเลียรู้ว่าเธอเป็นฟีนิกซ์) ซึ่งฉันขอบคุณเธอทันที จากนั้นส่งให้ทิลลี่เก็บรักษาไว้อย่างดี

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้พิเศษคือเมื่อมีพัสดุมาถึงด้วยนกฮูกในช่วงใกล้สิ้นสุดการเฉลิมฉลอง โดยผู้ส่งเป็นนที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านนี้นักมาถึง จ่าหน้าผู้ส่งคืออัลบัส ดัมเบิลดอร์ ดูเหมือนว่าพัสดุนั้นสำหรับฉัน แต่ฉันมองไปที่เอมีเลียก่อน เพราะใบหน้าของเธอสูญเสียอารมณ์ความดีใจในวันเกิดของฉันไปเสียสนิท พอเธอพยักหน้าอนุญาตฉันจึงค่อย ๆ เปิดมัน

เรียน คุณโบนส์

         ฉันทราบว่าคุณอาจไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อฉันมากนักเนื่องจากผลการพิจารณาคดีของเอเวอรี่ แต่ฉันได้ยินจากเพื่อนร่วมงานของฉันว่าคุณมีความสามารถพิเศษ ฉันได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนเก่า และเราพบสิ่งที่ฉันเชื่อว่าเป็นทางออกเล็ก ที่สมบูรณ์แบบ อย่างน้อยจนกว่าคุณจะสามารถควบคุมมันได้

         ขอให้มีความสุขในวันเกิด

         อัลบัส ดัมเบิลดอร์

‘นี่คืออัลบัส ดัมเบิลดอร์ คนที่ให้โอกาสครั้งที่สองแก่พวกโรคจิตสินะ... ฉันจะต้องระวังตัวกับเขา เพราะฉันไม่ได้วางแผนที่จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธของเขา ตาแก่เจ้าเล่ห์’ ฉันคิดหลังจากอ่านข้อความ

ฉันมองกล่องไม้เล็ก ๆ ที่มีชื่อย่อของฉันสลักด้วยตัวอักษรสีทอง แล้วเปิดมัน ข้างในมีแว่นตาอยู่คู่หนึ่ง มันมีกรอบโลหะ พร้อมสิ่งที่รู้สึกเหมือนลวดลายแกะสลักทั่วทั้งอัน

“ฉันจะให้คนในกระทรวงตรวจสอบพวกมันก่อนที่เธอจะลองสวม เราประมาทไม่ได้ เพราะมันอาจเป็นผู้ส่งปลอมหรือของต้องคำสาป” ป้าเอมีเลียกล่าว

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาเธอก็กลับมาพร้อมกับแว่นตา

“สวมพวกมันแล้วมองตาฉันนะ” เธอสั่งเรียบ ๆ

ฉันสวมแว่นตาตามคำสั่งแล้วมองเข้าไปในดวงตาของเธอ

“พวกมันใช้ได้จริงๆ ด้วย!” เธออุทานขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง “ฉันไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดแม้แต่น้อยที่เกิดกับการป้องกันจิตใจของฉัน! ในที่สุดเธอก็ออกไปข้างนอกได้โดยไม่ต้องกังวลแล้ว เอเดน!”

ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจ ฉันรู้สึกตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเมื่อคิดว่าจะได้เห็นโลกกว้างมากขึ้นเสียที

และสำหรับข่าวที่สาม... ซูซานเรียกฉันว่าพี่ชายแล้ว!!

ฉันหมายถึง ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนส่วนใหญ่ แต่มันรู้สึกดีมากสำหรับฉัน การได้รับการยอมรับจากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ ทำให้เวลาและขนมที่ฉันมอบให้เธอระหว่างที่อ่านหนังสือของป้าเอมีเลียคุ้มค่าจริง ๆ มันทำให้ฉันยิ้มทุกครั้งที่คิดถึงมัน

ตอนนี้ กลับมาที่ฉันซึ่งอายุเจ็ดขวบบริบูรณ์ ฉันได้เดินไปเคาะประตูที่ปิดสนิทตรงหน้า แล้วรอคำตอบอย่างใจเย็น

“เข้ามาได้” ฉันได้ยินเสียงคนข้างในตอบ

ฉันเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของป้าเอมีเลีย เป็นที่ที่ซูซานกับฉันไม่ค่อยได้รับอนุญาตให้เข้าไปหากเธอไม่อยู่ มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่และแข็งแรงของเธอ พร้อมชั้นหนังสือสองสามชั้นในห้องด้านหลัง      เก้าอี้ของเธอ บนผนังมีภาพถ่ายเคลื่อนไหวช่วงเวลาในชีวิตที่เธอภาคภูมิใจ การสำเร็จการศึกษา ตำแหน่งแรกในกระทรวง การจับกุมบุคคลสำคัญ การตัดสินโทษที่ประสบความสำเร็จ และวันที่เธอได้เป็นหัวหน้าแผนก ทั้งหมดอยู่เบื้องหลังเธอในภาพถ่ายที่เคลื่อนไหว

เธอเงยหน้าจากงานและสังเกตว่าเป็นฉันเอง เธอเลยถอดแว่นตาแล้วมองมาที่ฉัน

“เอเดน มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ... ปกติเธอไม่ใช่กำลังอ่านนิทานให้ซูซานฟังก่อนนอนหรอกเหรอ?” เธอถามด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ไม่มีอะไรครับคุณป้า แค่อยากถามว่าพอจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีครูสอนพิเศษมาสอนผมในวิชาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้กายสิทธิ์”

“อะไรนะ?” เธอถามเพื่อขอความกระจ่าง

“ผมอยากเรียนพวกวิชาปรุงยา สมุนไพรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ดาราศาสตร์ เลขทำนาย และอักษรรูนโบราณครับ!” ฉันพูดพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย “แล้วผมก็อยากอ่านเกี่ยวกับคาถา การแปลงร่างและคำสาปที่ผมจะได้เรียนที่ฮอกวอตส์ด้วย อย่างน้อยก็ให้รู้คำร่ายและการเคลื่อนไหว ผมอยากเรียนรู้ว่าการแปลงร่างทำงานยังไงด้วยครับ!”

“เดี๋ยวก่อนนะ เอเดน เธออยากเรียนวิชาพวกนั้นทั้งหมดตอนนี้เลยเหรอ?” เธอถามเพื่อยืนยันคำขอของฉัน

ฉันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “แต่ถ้าไม่ได้ครูสอนพิเศษ ผมขอหนังสือแทนได้ไหมครับ? ผมอ่านหนังสือข้างล่างหมดแล้ว”

ฉันถามพยายามเสนอทางเลือก

“เธออ่านหนังสือข้างล่างหมดแล้วเหรอเนี่ย?!” เธออุทานด้วยความไม่เชื่อพลางลุกขึ้นยืนทันที

“ผมอ่านมาสักพักแล้วครับ ผมยังแก้ไขข้อผิดพลาดในบางเล่มด้วย โดยอิงจากความคิดเห็นโดยรวมของผู้เขียนคนอื่น ๆ และการค้นคว้าของผมเอง” ฉันประกาศพลางยืดอกเล็กน้อย

“เธอทำอะไรนะ?!” เอมีเลียแทบจะกรีดร้อง “มากับฉัน”

เธอพูดพลางลากฉันลงบันได

“เธอแก้ไขหนังสือเล่มไหนบ้าง?” เธอถามฉันพร้อมหรี่ตาลง

“คือว่า ผมดูชีวประวัติเจ็ดเล่มเกี่ยวกับชีวิตของแฮร์รี่ พอตเตอร์และสงครามพ่อมดครั้งที่สอง แต่ส่วนใหญ่ไร้สาระสิ้นดี ผู้คนเชื่อเรื่องไร้สาระพวกนี้จริง ๆ เหรอครับ?” ฉันเริ่มด้วยการตั้งคำถามกับเนื้อหาบางอย่างที่เผยแพร่ในโลกเวทมนตร์

“แล้วก็มี ‘การศึกษาพัฒนาการล่าสุดในศาสตร์เวทมนตร์’ ซึ่งผมพบว่าพวกเขาไม่ได้อ้างอิงคาถาและการพัฒนาที่คล้ายคลึงกันอย่างเหมาะสม ทั้งจากพ่อมดแม่มดรุ่นก่อนหน้าหรือความก้าวหน้าของมักเกิ้ลสมัยใหม่ หนังสือเกี่ยวกับมักเกิ้ลส่วนใหญ่ล้าสมัยไปเกือบศตวรรษ ‘ศาสตร์มืด: คู่มือทางกฎหมาย’ มีช่องโหว่มากมายที่ผมพบและระบุวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้สองสามวิธี ‘กฎแห่งการประพฤติเมื่อติดต่อกับมักเกิ้ล’ ก็ไร้สาระไม่แพ้กัน และผมพบว่าทั้ง ‘คู่มือกฎหมายสำหรับการใช้เวทมนตร์อย่างเหมาะสม’ และ ‘ความผิดทางเวทมนตร์ในกฎหมายสมัยใหม่’ แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดการเลือกปฏิบัติในระดับสูงต่อพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ลหรือพ่อมดแม่มดที่มีสายเลือดสัตว์วิเศษ ซึ่งอาจนำไปสู่ปฏิกิริยาที่รุนแรงได้หากแนวโน้มของกฎหมายในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป” ฉันตอบอย่างเป็นระบบ

ป้าเอมีเลียรีบพลิกดูหนังสือที่กล่าวถึงและพบโน้ตของฉัน ตอนแรกเธอดูโกรธ แต่เมื่ออ่านโน้ตเหล่านั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความเข้าใจในสิ่งที่ฉันเขียน

“เอเดน นี่คือสิ่งที่เธอทำกับหนังสือพวกนี้ตลอดเวลานี้เหรอ?” เธอถาม

“ครับ ผมคงจะลองสร้างความคิดเห็นและแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ไปแล้ว แต่หนังสือของป้าเน้นไปที่กฎหมายและประวัติศาสตร์มากกว่า” ฉันตอบคำถามของเธอ

เธอเงียบไปครู่หนึ่งแล้วมองมาที่ฉันขณะครุ่นคิด

“เอาล่ะ ฉันจะหาครูสอนพิเศษให้เธอ” ในที่สุดเธอก็ยอมรับ

“เยี่ยม!” ฉันตะโกนพร้อมกับชูกำปั้น

“แต่” เธอเสริม ทำให้การเฉลิมฉลองของฉันชะงัก “เราจะเริ่มจากวิชาพื้นฐาน ได้แก่ การปรุงยา สมุนไพรศาสตร์ ดาราศาสตร์ และประวัติศาสตร์ เธอจะได้รับการสอนมารยาทที่เหมาะสมและชั้นเรียนการเขียนเพื่อจัดการกับลายมือที่แย่มากจนเรียกว่าไก่เขี่ย นอกจากนี้เธอจะต้องใช้เวลากับซูซานด้วย โดยไม่ละเลยเธอ หากเธอทำไม่ได้ บทเรียนของเธอจะหยุดจนกว่าเธอจะเข้าฮอกวอตส์ หากเธอทำสำเร็จ เราจะมาดูกันว่าจะสามารถเพิ่มวิชาอื่น ๆ ที่เธอร้องขอได้หรือไม่”

เธอเสนอข้อตกลง ซึ่งมีแค่ยอมรับหรือไม่ยอมรับเท่านัน เขาเชื่อว่ามันเป็นเรื่องของเวลาก่อนที่ฉันจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

“ตกลงครับ ป้าเอมีเลีย ผมยอมรับเงื่อนไขของป้า” ฉันกล่าวอย่างแน่วแน่เป็นการตอบกลับ

ตอนนี้เป็นการเริ่มต้นปีแห่งการศึกษาอันเป็นผลดีก่อนเข้าฮอกวอตส์

****************

จบบทที่ บทที่10 สองปีต่อมา

คัดลอกลิงก์แล้ว