- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ การถือกำเนิดผู้พิทักษ์
- บทที่8 บ้านใหม่
บทที่8 บ้านใหม่
บทที่8 บ้านใหม่
ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ป้าเอมีเลียฟัง ฉันพูดถึงเลสแตรงจ์และเคร้าซ์ จูเนียร์ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ปีศาจแก่ที่ชื่อเอเวอรี่ทำกับฉัน และพิธีกรรมที่พวกเขาใช้กับฉัน สิ่งที่ฉันเล่าไปนั้นส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่พวกเขารู้อยู่แล้ว แต่มันช่วยเสริมสร้างหลักฐานในคดีที่พวกเขากำลังจะสร้างขึ้นต่อผู้ที่ถูกจับกุมในคดีเลสแตรงจ์
หลังจากที่ฉันเล่าจบ เอมีเลียจ้องมองฉันแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณนะที่เล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง เอเดน ฉันจะทำให้พวกสัตว์นรกพวกนั้นได้รับจุมพิตผู้คุมวิญญาณ พวกมันคิดว่าพวกมันจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเพียงเพราะพวกมันเป็นเลือดบริสุทธิ์งั้นหรือ? พวกมันคิดผิดแล้ว”
“อลาสเตอร์ กลับไปกระทรวงแล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาตั้งข้อหาผู้เสพความตายที่ถูกจับกุมด้วยข้อหาที่ถูกต้อง ฉันไม่อยากให้พวกมันขึ้นศาลเพียงเพราะพวกมันเป็นผู้เสพความตาย มีหลายคนที่รอดพ้นไปได้ด้วยข้ออ้างคำสาปสะกดใจ” เธอสั่ง
“เอเดน ป้าจะไปตรวจสอบกับพยาบาลว่าเมื่อไหร่เธอถึงจะแข็งแรงพอที่จะกลับไปกับป้าได้ ตอนนี้ป้าเป็นผู้ปกครองของเธอแล้ว เพราะป้าเป็นญาติสนิทที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ และพร้อมที่จะดูแลเธอ” เธอพูดพลางมองมาที่ฉัน
“ไม่เป็นไรครับ ป้าเอมีเลีย ผมยินดีที่จะไปอยู่กับป้า” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ตราบใดที่ซอลไปด้วย”
“เจ้านกนั่นน่ะเหรอ? อืม ก็ได้” เธอตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ทั้งสองคนรีบออกจากห้องไป
เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ฉันตัดสินใจเข้าไปในจิตใจของตัวเองและศึกษาความทรงจำเหล่านั้นที่ฉันได้รับจากพยาบาล เธอเป็นผู้รักษามาเป็นเวลานานมาก และฉันไม่สงสัยเลยว่าฉันสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากการศึกษาความทรงจำของเธออย่างละเอียดในครั้งนี้
ฉันตั้งใจจดจ่ออยู่กับตัวอย่างของยาต่าง ๆ ที่สามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บ โรคภัย และอุบัติเหตุต่างๆ จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงป้าเอมีเลียพูดขณะที่เปิดประตูเข้ามา
“พวกเขาบอกว่าร่างกายของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ พวกเขากังวลเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเธอเนื่องจากสิ่งที่เธอต้องเผชิญมากกว่า แต่ป้าเกลี้ยกล่อมพวกเขาว่าการออกจากที่นี่และได้อยู่กับครอบครัวของเธอเองจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าสำหรับเธอ ดังนั้นเธอจะต้องพักที่นี่คืนนี้เพื่อให้พวกเขาตรวจร่างกายเธอให้เรียบร้อย และป้าจะมารับเธอในวันพรุ่งนี้เย็น โอเคไหม?” เธอพูดพลางอธิบายสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการพักของฉัน
“ครับ ป้าเอมีเลีย ผมจะรอให้ป้ามารับพรุ่งนี้ครับ” ฉันตอบไปโดยพยายามที่จะสุภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เธอไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอกเวลาอยู่กันสองคน แต่ป้าคงต้องไปแล้วล่ะ” เธอพูดกับฉัน พยายามที่จะทำตัวให้เป็นกันเองเล็กน้อย ซึ่งบอกเลยว่าดีมาก เธอเดินเข้ามาใกล้เตียงของฉัน ยื่นมือออกมาและกอดฉัน
การกระทำนั้นทำให้ฉันแข็งทื่อ ดวงตาของฉันเริ่มมีน้ำคลอ ฉันพยายามกอดตอบ แต่ร่างกายของฉันราวกับต่อต้าน ทำได้เพียงแค่ยกแขนขึ้นแบบเก้ ๆ กัง ๆ แบบกลไกป้องกันตัวและเลียนแบบการกระทำของเธอ ทันทีที่ฉันทำเช่นนั้น ไม่รู้ทำไม อารมณ์มันก็เอ่อล้นออกมาจนดวงตาแดงก่ำ จู่ ๆ มันก็เหมือนเขื่อนแตกจนฉันก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด
เธอไม่ได้พูดอะไรหรือทำอะไรอีก เธอเพียงแค่ปล่อยให้ฉันร้องไห้เท่าที่ฉันต้องการ ฉันไม่รู้ว่าฉันร้องไห้นานไปแค่ไหน แต่ฉันรู้ว่าฉันรู้สึกสบายขึ้นหลังจากนั้น ที่แทรกมาคืออาการเหนื่อยแบบสุด ๆ
ป้าเอมีเลียได้คลายอ้อมกอดและวางฉันลงบนเตียงอีกครั้ง
“เอาล่ะ พักผ่อนเสียนะ ป้าจะมารับเธอพรุ่งนี้ ป้าจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอด้วย เธอจะได้ไม่ต้องออกจากโรงพยาบาลด้วยชุดของพวกเขา” เธอพูดขณะที่กำลังลุกขึ้นยืน
“ฝันดีนะ เอเดน ป้าจะให้คนเอายานอนหลับไร้ฝันมาให้เธอ” เธอพูดพร้อมกับโบกไม้กายสิทธิ์เบา ๆ ไฟในห้องก็ดับลง
หลังจากได้รับยานอนหลับจากพยาบาลที่ดูแลฉัน ฉันก็สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่มีการฝึกสกัดใจ และไม่มีการคิดถึงขุมนรกนั่น แค่พักผ่อนแบบธรรมดา
ต่อมาฉันตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมกับเสียงเคาะประตู และพยาบาลคนเดิมเมื่อวานเดินเข้ามา
“ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว เอเดน เธอต้องหิวแน่ ๆ หลังจากพักผ่อนเมื่อวานตลอดทั้งวัน และเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กินให้อิ่มนะ”
ฉันมองจานที่เต็มไปด้วยไข่ ไส้กรอก เบคอน ขนมปังปิ้ง และถั่ว ราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโหย ฉันเริ่มกินเหมือนเด็กอดอยาก หลังกินไปสักพักก็หยิบแก้วดื่มน้ำส้มที่วางอยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว ไม่นานอาหารก็หมดเกลี้ยง
ฉันรู้สึกอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
“ดูเหมือนฉันจะพูดถูกนะ เธอทานหมดเกลี้ยง มาร์กาเร็ตขี้สงสัยนั่นคงต้องกลืนคำพูดตัวเองแล้วล่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ
“ขอโทษด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับอาหารครับ” ฉันพูดอย่างอาย ๆ
“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวฉันจะมาตรวจอีกทีตอนหลัง พร้อมกับเอาอาหารกลางวันมาให้ด้วย พักผ่อนสบาย ๆ ไปก่อนนะ” เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า จากนั้นเธอก็โบกไม้กายสิทธิ์ ทำความสะอาดใบหน้าของฉัน และยกถาดอาหารให้ลอยตามเธอออกไปนอกห้อง
เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ฉันก็เริ่มศึกษาประสบการณ์ของแม่บ้านต่อ ฉันทำเช่นนั้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลาอาหารกลางวัน ฉันกินอาหารที่นำมาให้หมดเกลี้ยงอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มศึกษาต่อทันทีหลังจากนั้น
ฉันถูกดึงออกจากห้วงความทรงจำด้วยเสียงเปิดประตูของป้าเอมีเลีย พร้อมกับสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเอลฟ์ประจำบ้านตัวเป็น ๆ ซึ่งกำลังถือกระเป๋าอยู่ด้วย
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กนั้นค่อนข้างคล้ายกับด๊อบบี้ในหนัง แต่ตัวนี้ยืนตัวตรงและไม่หวาดกลัวสิ่งแวดล้อม เธอสวมชุดคลุมตอกาสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างดีให้เข้ากับรูปร่างของเธอและดูกลมกลืนกับชุดคลุมของป้า ดวงตาของเธอดูเล็กกว่าในหนัง แต่ก็ยังคงใหญ่เกินตัว และเธอดูเหมือนจะมีเนื้อมีหนังกว่าด๊อบบี้ที่ถูกทารุณหรือครีเชอร์ที่บ้าคลั่ง
“ทิลลี่ ช่วยแต่งตัวให้หลานชายของฉันให้เรียบร้อย แล้วอย่ามองเข้าไปในดวงตาของเขานะ มันอันตรายสำหรับเธอ” ป้าสั่งอย่างรวดเร็ว
ทิลลี่เอลฟ์ประจำบ้านเดินเข้ามาหาฉัน เพียงแค่ดีดนิ้ว ม่านที่ผนังก็ปรากฏขึ้นและบดบังสายตาของป้าเอมีเลีย เธอดีดนิ้วอีกครั้งทำให้ฉันลอยขึ้นจากเตียง ดีดนิ้วครั้งที่สองเพื่อถอดชุดโรงพยาบาลออกจากตัวฉัน และครั้งที่สามเพื่อควบคุมเสื้อผ้าที่พุ่งเข้ามาเพื่อสวมใส่ให้ฉัน มันใช้เวลาไม่ถึงนาทีฉันก็ลงมายืนบนพื้นในชุดใหม่ และม่านก็เปิดออก
ป้าเอมีเลียมองฉันตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
“ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก เมื่อกี้เกือบจะเหมือนยาจกเลย พวกเราอาจจะไม่ได้มาจากตระกูลเก่าแก่และสูงส่งที่สุด แต่พวกเราก็ยังมาจากตระกูลโบนส์อันสูงศักดิ์ พวกเราต้องรักษามารยาทบ้าง” เธอพูดด้วยความภาคภูมิใจในชุดที่เธอเลือก
ฉันมองลงมาที่ตัวเองก็พบเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ ติดกระดุม ทับด้วยเสื้อกั๊กสีเบจอ่อน ๆ กางเกงขายาวสีเบจเข้าชุดกัน และสวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีเบจ พร้อมรองเท้าหนังคู่สวย มันน่าประทับใจมากที่ทุกอย่างถูกสวมใส่ให้ฉันในเวลาไม่ถึงนาที แต่มันก็น่าอายจริง ๆ
แล้วถ้าเดาไม่ผิด ความเขินมันคงแสดงออกทางสีหน้าของฉันด้วย เพราะฉันเห็นป้าเอมีเลียกลั้นยิ้ม
“มาเถอะ เอเดน ไปบ้านใหม่ของเธอกัน” เธอพูดพลางจับมือฉันแล้วดึงฉันออกจากห้อง ตรงไปยังอีกฝั่งของทางเดิน ขณะที่ซอลบินมาเกาะอยู่บนศีรษะของฉัน
ฉันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจอย่างมากว่าโรงพยาบาลพ่อมดแม่มดทำงานอย่างไร แต่ก็ต้องผิดหวัง ฉันไม่สามารถมองเข้าไปในห้องใด ๆ ได้ แถมเราเดินเร็วเกินไปจนฉันไม่สามารถมองอะไรได้ถนัด ส่วนที่น่าสนใจเพียงอย่างเดียวคือตอนที่เราไปถึงห้องโถง และมีพ่อมดแม่มดที่แต่งกายแปลกประหลาดมากมายกำลังรออยู่ บางคนอ่านหนังสือพิมพ์ หรือหนังสือที่มีภาพเคลื่อนไหว
ฉันเห็นความตื่นตระหนกบ้างขณะที่บางคนพยายามอธิบายอาการป่วยของตนเองให้บรรดาพยาบาลฟัง
เราเดินมาถึงห้องโถงที่มีเตาผิงประมาณสิบสองเตา มีเปลวไฟสีเขียวเล็ก ๆ ลุกโชนอยู่ และมีผู้คนเดินเข้าออกด้วยแสงวาบสีเขียวมรกตนั้น
“เอาล่ะ เอเดน แค่หยิบผงฟลูมาสักกำมือ แล้วตะโกนว่า ‘บ้านโบนส์!’ ให้ชัดเจน และเก็บแขนไว้ข้างตัว หลับตาด้วยนะ ถ้าไม่อยากให้ขี้เถ้าเข้าตา” ป้าของฉันพูดพลางยื่นถังผงที่ส่องประกายเล็กน้อยให้ฉัน
ฉันหยิบผงมาตามที่เธอบอก ก้าวเข้าไปในเตาผิง ยืนบนเปลวไฟสีเขียวเล็ก ๆ ที่เท้า แล้วตะโกนว่า “บ้านโบนส์!” ให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับโยนผงไปที่เปลวไฟ
เปลวไฟลุกโชนเมื่อผงสัมผัสกับเปลวไฟ มันห่อหุ้มตัวฉันอย่างรวดเร็ว พริบตานั้นฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านอะไรบางอย่าง แต่ยังคงหลับตาปี๋ตามที่เอมีเลียสั่ง และฉันก็กลั้นหายใจเผื่อไว้ด้วย
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองลงจอดที่ไหนสักที่ และด้วยลักษณะการลงจอดที่กะทันหัน ทำให้ฉันต้องเซไปข้างหน้า อย่างน้อยด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วของฉัน ฉันก็ไม่ล้มลงกับพื้น หลังจากเดินไปสองสามก้าว ฉันก็ลืมตาขึ้น หายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง โดยที่รู้สึกว่าซอลยังอยู่กับฉัน
ฉันมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าจะอยู่ในห้องนั่งเล่นแบบเก่า ฉันเห็นโซฟาแบบวิคตอเรียสีเข้ม โต๊ะกาแฟแกะสลักอย่างสวยงามตรงกลาง พบอุปกรณ์ที่น่าสนใจสองสามชิ้นบนชั้นวางทางซ้ายมือ ตู้ที่เต็มไปด้วยชุดน้ำชาและกล่องต่าง ๆ และผนังทางซ้ายมือก็เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสมชื่อตระกูลเลือดบริสุทธิ์
ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงของเตาผิงข้างหลัง และเห็นป้าของฉันก้าวออกมาอย่างสง่างาม โดยควบคุมตัวเองไม่ให้เซได้ ตามมาด้วยทิลลี่ข้างหลังเธอ
“นี่คือบ้านของฉัน ซึ่งหมายความว่ามันเป็นของเธอด้วย มันเล็กกว่าคฤหาสน์โบนส์ แต่เนื่องจากการโจมตีของผู้เสพความตาย ทำให้กระทรวงกำลังยุ่งมากกับการจัดการผลกระทบของการล่มสลายของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ฉันจึงไม่มีเวลาจัดการกับเรื่องนี้ ห้องของเธอจะอยู่ชั้นบนข้าง ๆ ห้องของซูซาน เธอคงหลับไปแล้ว ดังนั้นฉันจะพยายามอธิบายสถานการณ์ของเธอให้ซูซานฟังในเช้าวันพรุ่งนี้นะ สำหรับคืนนี้ เธอสามารถใช้ชุดนอนที่อยู่ในห้องได้เลย ฉันจะทิ้งเงินไว้ให้เธอและทิลลี่ไปซื้อของในวันพรุ่งนี้... เอาล่ะ! ตอนนี้ไปได้แล้ว พวกเราจะคุยกันในตอนเช้า” เธออธิบายให้ฉันฟังว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างไร
ฉันเดินตามทิลลี่ที่นำทางฉันไปยังห้องใหม่ เราเดินผ่านภาพเหมือนที่หลับใหลสองสามภาพในห้องโถง และฉันก็สังเกตเห็นตู้สองสามตู้ที่มีของตกแต่งที่น่าสนใจต่าง ๆ แต่ก็เท่านั้น ฉันไม่ได้เข้าไปดูอะไร เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ต้องเกรงใจเจ้าของบ้านบ้าง
“ถึงแล้วค่ะ คุณชาย นี่จะเป็นห้องของคุณชายนับแต่นี้เป็นต้นไปค่ะ” เอลฟ์ประจำบ้านกล่าวพลางเปิดประตูให้ฉันเข้าไป
“ขอบคุณนะ ทิลลี่ แต่เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณชายก็ได้ เรียกเอเดนเฉย ๆ ดีกว่านะ” ฉันตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ
“ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ค่ะ ทิลลี่ทำแบบนั้นไม่ได้! ทิลลี่เป็นเอลฟ์ประจำบ้านที่ดี เธอเป็นเอลฟ์ที่ดีของตระกูลโบนส์ผู้สูงศักดิ์ เธอไม่สามารถไม่เคารพคุณชายได้ค่ะ” เธอประกาศราวกับว่ามันเป็นการดูถูกครั้งใหญ่ต่อตัวเธอเองและต่อตระกูล
“โอเค ทิลลี่ ฉันเข้าใจ แต่ยังไงก็ขอบคุณและฝันดีนะ” ฉันถอนหายใจให้กับพฤติกรรมนั้น
‘พวกเขาเป็นอย่างนี้จริง ๆ สินะ เหมือนในหนังสือเลย’ ฉันคิด พลางนึกถึงชาติที่แล้วของตัวเอง
“เป็นเกียรติของทิลลี่ค่ะ คุณชาย ฝันดีนะคะ” เธอพูดพลางหายตัวไปจากตรงที่ยืนอยู่
ฉันเดินเข้าไปในห้องและมองสำรวจอย่างรวดเร็ว มีเตียงควีนไซส์สี่เสาแบบวิคตอเรีย คลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีแดงสด พร้อมหมอนอิงมากมายรอฉันอยู่ พรมเปอร์เซียผืนใหญ่มีลวดลายปกคลุมพื้นเกือบทั้งหมด ตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มแกะสลักอย่างสวยงามตั้งอยู่ในห้อง และดูเหมือนไม้ชนิดเดียวกันจะถูกใช้ทำประตูตู้เสื้อผ้าด้วย
หลังจากมองไปรอบ ๆ ฉันก็เห็นกระจกบานใหญ่ตั้งพิงผนังตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าใหม่ของฉัน
‘หืม เพิ่งนึกออกว่าฉันยังไม่ได้เห็นหน้าตัวเองเลยตั้งแต่มาโลกนี้ เอาแต่คิดไปเองว่ามันคงเหมือนหน้าเก่า สงสัยว่าหน้าตาจริง ๆ ของฉันเป็นยังไงหลังจากนรกนั่น?’ ฉันคิดขึ้นมาทันทีขณะเดินไปที่กระจก
ฉันมองตัวเองด้วยปากที่อ้าเล็กน้อย
“แหม ท่านเทพแห่งความตายหญิงบอกว่าจะดูแลเรื่องรูปร่างหน้าตาของฉัน ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้พูดเล่น จริงๆ ด้วย” ฉันอดพูดไม่ได้เมื่อได้เห็นใบหน้าตัวเองเป็นครั้งแรก มันหล่อเอามาก ๆ ตามสไตล์คนตะวันตกเลย
****************************