- หน้าแรก
- อุบัติการณ์แห่งสามมหาวิบัติ
- บทที่ 21: กิจกรรมนอกหลักสูตร (1)
บทที่ 21: กิจกรรมนอกหลักสูตร (1)
บทที่ 21: กิจกรรมนอกหลักสูตร (1)
บทที่ 21: กิจกรรมนอกหลักสูตร (1)
ผมสูดหายใจเข้าลึก ระลึกถึงความรู้สึกแผดเผาในลำคอ... กลิ่นที่คุ้นเคยซึ่งเคยลอยอวลอยู่ในอากาศ และความสงบที่มันเคยนำมาให้
ครั้งหนึ่งผมเคยเกลียดกลิ่นนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็กลับมารักมัน ทุกครั้งที่ได้สัมผัส จิตใจของผมจะว่างเปล่า มันช่วยบรรเทาความเจ็บปวด คลายความเครียด และเติมสีสันให้กับโลกที่เคยไร้สีสันของผม... นั่นคือความหมายของการสูบบุหรี่สำหรับผม
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือสิ่งที่ฆ่าผม... มันมอบบางสิ่งให้ผม แต่ก็พรากทุกอย่างไปเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
นั่นคือเหตุผลว่าทำไม การได้เห็นมันอีกครั้งจึงทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวเอง ผมไม่สามารถปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก "ฉันต้องควบคุมตัวเอง" แต่จะทำอย่างไร? มันพูดง่ายกว่าทำ
พลัน, คำพูดหนึ่งที่ผมเคยอ่านเจอตอนค้นคว้าเกี่ยวกับเวทมนตร์สายอารมณ์ก็แวบเข้ามาในหัว 'การจะเข้าใจอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้นั้น ผู้นั้นต้องประสบกับมันด้วยตัวเอง'
ใช่แล้ว... แทนที่จะรอให้มันเกิดขึ้น หรือถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับมัน... ทำไมผมไม่ลองเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ล่ะ?
"โฮ่ววว..." ผมนั่งลงบนเก้าอี้และสูดหายใจเข้าลึกๆ ผมกุมแขนของตัวเองไว้แล้วพึมพำ
"ความเศร้า"
ความเจ็บปวดที่คุ้นเคยเข้าจู่โจมหน้าอกของผม มันเริ่มรู้สึกหนักอึ้ง โลกดูเหมือนจะเย็นลงทันที และดวงตาของผมก็เริ่มชื้น ผมกัดลิ้นและกลั้นน้ำตาไว้ "ฮู่วว..." ผมต้องหายใจอย่างสงบและสม่ำเสมอ ผมกำขอบเก้าอี้ไม้แน่น พลางพึมพำกับตัวเอง "...ฉันต้องสงบนิ่งไว้" ผมจะปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำจิตใจเหมือนครั้งที่แล้วไม่ได้
เป้าหมายของผมคือการพัฒนาความอดทนทางอารมณ์ แม้ว่าอารมณ์ที่ผมประสบอยู่ตอนนี้จะเบากว่าตอนที่ออกมาจาก 'การจมดิ่ง' มาก... ถึงอย่างนั้น...
หยด... มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อจ้องมองหยดน้ำตาที่เปื้อนกางเกง ผมก็หลับตาลงก่อนจะพึมพำอีกครั้ง
"ความโกรธ"
กริบ— มือที่ผมกำเก้าอี้อยู่แน่นขึ้นและหน้าอกของผมก็เริ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง อารมณ์ใหม่เข้าครอบงำความเศร้า และใบหน้าของผมก็บิดเบี้ยว "....อา" ไฟโหมกระหน่ำในอก ลมหายใจถี่ขึ้น ชีพจรก็เช่นกัน "ขึ่ก..!" กรามของผมขบกันแน่นจนเจ็บ แต่ผมก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนที่นั่ง มือสั่น แต่ความคิดยังคงชัดเจน
"ค-ควบคุม" ผมเค้นคำพูดเหล่านั้นผ่านไรฟัน ใช่... ผมต้องควบคุมตัวเอง จะปล่อยให้ตัวเองถูกควบคุมโดยอารมณ์อีกไม่ได้
"ไม่มีวัน"
หลังจากฝึกฝนการควบคุมอารมณ์ด้วยตัวเองแล้ว วันต่อมา ชีวิตในฐานะนักเรียนปีหนึ่งก็ดำเนินต่อไปด้วยกิจกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเลือกชมรม
"ว่ายน้ำ... ฟุตบอล... ชมรมออกกำลังกาย... ทำอาหาร..." มีชมรมให้เลือกมากมายจนดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
"ชมรมตลก...?"
สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่ 'ชมรมตลก' นานเกินไปสองสามวินาที พอที่จะดึงดูดความสนใจของลีออนขณะที่เขาหันมามองผม
"แกกำลังพิจารณาอยู่รึ? เพื่อที่จะเข้าใจอารมณ์ได้ดีขึ้น?"
"เอ่อ ใช่..." นั่นเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล แต่ก็มีอีกเหตุผลหนึ่ง... ผมยังคงนึกถึงมุกที่ผมพูดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มุกชีต้าห์นั่น... มันฝืดจริงๆ เหรอ? '....ฉันไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนั้นนะ' หรือปัญหาอยู่ที่การนำเสนอ?
"นั่นก็ฟังดูมีเหตุผล แต่จูเลียนคงไม่เลือกอะไรแบบนั้น แกต้องจำไว้ว่า—"
"ฉันว่ามันเป็นที่การนำเสนอของฉัน" ใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่
"..." ร่างกายของลีออนแข็งทื่ออยู่กับที่
'อา ฉิบหายแล้ว' ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา เขามองมาที่ผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและสีหน้าที่ดูเหมือนจะพูดว่า 'หมอนี่เสียสติไปแล้วรึไง...?' ผมรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยกับสายตาของเขา "อะไร?"
เขาอ้าปากแต่ก็ปิดลงในไม่ช้า จากนั้นเขาก็หันหน้าไปทางตรงกันข้าม
"แกจะทำอะไ—"
"คึ่ก"
คึ่ก...? ผมหยุดสิ่งที่กำลังทำและเอียงศีรษะเพื่อมองเขาให้ชัดขึ้น ทำไมเขาถึง... "อา" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของผม
ผมใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนจะพูดในที่สุด "ปลาที่ไม่มีตาเรียกว่าอะไร?"
"...." ดวงตาของลีออนเบิกกว้าง ร่างกายของเขากระตุกเฮือก ผมคิดว่าผมเห็น 'ความกลัว' ฉายประกายในดวงตาของเขา
ผมพูดต่อ "ปลาไม่มีตา" (ผู้แปล: เล่นคำพ้องเสียง i (eye) ในคำว่า fish)
"อึ่ก...!" ร่างกายของเขาสะดุ้ง และผมก็พูดต่อ "ชาวนาที่ทำคราดหายพูดว่าอะไร?"
"...."
"คราดของฉันอยู่ไหน?"
"....!"
ก้าว— โดยไม่หันกลับมามอง ลีออนก็เดินไปข้างหน้า ตลอดเวลา ไหล่ของเขาสั่นเทา เมื่อจ้องมองเขา ผมก็รู้สึกว่าต้องพูดต่อและตะโกนขึ้น "แมลงวันที่ไม่มีปีกเรียกว่าอะไร?"
"..."
"แมลงเดิน" (ผู้แปล: เล่นคำระหว่าง fly ที่แปลว่าบิน กับ walk ที่แปลว่าเดิน)
"....แค่ก!" ลีออนใช้มือปิดปากแล้ววิ่งไปข้างหน้า ผมไล่ตามเขาไป "วัวที่..."
ห่างไกลจากความวุ่นวายขบขันของเหล่านักเรียน ในมุมมืดที่ซ่อนเร้นของจักรวรรดิ ภารกิจอีกอย่างหนึ่งกำลังดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและอันตราย
ครืด... ร่างอสูรขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นกรามขนาดมหึมาที่เน่าเปื่อยและแผ่นหลังที่เป็นหนามแหลม
"เงียบๆ ไว้ เราอยู่ไม่ไกลจากสถาบันมากนัก"
เดไลลาห์ยืนอยู่ไม่ไกลจากมัน สายตาของเธอจับจ้องไปที่สิ่งมีชีวิตที่จ้องมองมาที่เธอด้วยความหวาดระแวงอย่างสุดซึ้ง มันคำรามใส่เธอก่อนจะพูด
"...แกคิดว่าจะหยุดพวกข้าได้รึ? ความพยายามของแกมันไร้ประโยชน์ การเตรียมการของพวกข้าใกล้จะเสร็จแล้ว"
"ฮะ" สีหน้าของเดไลลาห์เปลี่ยนไป เธอมองสิ่งมีชีวิตนั้นอย่างเย้ยหยันพร้อมกับหัวเราะ "พวกแกมันก็เหมือนกันหมด การ 'โจมตี' และ 'การเตรียมการ' ของพวกแกกี่ครั้งแล้วที่พวกข้าขัดขวางมาตลอดหลายปีนี้? พวกแกยังไม่เรียนรู้บทเรียนอีกรึ?"
"..." อสูรร้ายคำราม "แกไม่—"
เสียงของเดไลลาห์ที่ซ้อนทับด้วยเสียงที่คล้ายกันอีกสองเสียงก็ตัดผ่านมัน "แกซ่อนมันจากข้าไม่ได้หรอก"
สิ่งมีชีวิตนั้นสั่นสะท้าน "ซ่อน...?"
"ความกลัวของแก ข้ามองเห็นมันได้จากระยะไกล"
กรอด... อสูรร้ายก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มันเข้าใจแล้วว่าอารมณ์ของมันกำลังถูกควบคุม แต่ก็สายเกินไปแล้ว
ในชั่วขณะที่มันก้าวถอยหลัง ความพ่ายแพ้ของมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว สีหน้าของเดไลลาห์กลับมาเฉยเมยตามปกติขณะที่เธอยกมือขึ้น
"กร๊รรรร—!" อสูรร้ายกรีดร้อง แต่มันก็ไร้ประโยชน์ พื้นที่รอบตัวมันบีบอัด และเสียงกระดูกแตกก็ดังก้องไปในอากาศ
ตุ้บ
เพียงแค่นั้น อสูรระดับ 'อสูรภัยพิบัติ' ก็ตายลง
แต่ทันทีที่มันตาย ฟองสีดำก็ทะลักออกจากปากและร่างของมันก็หดเล็กลงเผยให้เห็นเงาร่างของมนุษย์
เดไลลาห์เดินเข้ามาใกล้ร่างนั้นอย่างเย็นชา เธอพลิกแขนของมันขึ้นมา "...." รอยสักรูปโคลเวอร์สี่แฉกปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ "....อย่างที่คาดไว้"
เธอปล่อยแขนลง ร่างนั้นค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาเย็นชาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ร่างที่กำลังจะหายไป ปากของเธออ้าออกเพื่อพึมพำชื่อหนึ่ง
"นภาผกผัน"
ร่างของชายหนุ่มที่เธอสนับสนุนให้เป็นแบล็กสตาร์ปรากฏขึ้นในใจของเธอ
เป็นครั้งแรกในรอบนานมาก ที่รอยร้าวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเธอ ความเยือกเย็นหายไป ถูกแทนที่ด้วยเงาแห่งความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง
"....ข้าหวังว่า... ข้าจะคิดผิด"