เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 เพลงดาบของยูซอดัม (1)

ตอนที่ 6 เพลงดาบของยูซอดัม (1)

ตอนที่ 6 เพลงดาบของยูซอดัม (1)


[ภารกิจเสร็จสิ้น กำลังดำเนินการกลับสู่โลกเดิม]

[ 400 วันของอายุขัยได้ถูกเพิ่มเข้ามา]

[อายุขัยคงเหลือ : 681 วัน 9 ชั่วโมง 34 นาที]

พร้อมกับเสียงป๊อปอัพที่ดังขึ้นในตอนที่ฉันได้นอนอยู่บนพื้นที่เย็นเยือกของห้องพัก ฉันได้สูดหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง

ฉันโคตรเหนื่อยเลยตอนนี้

ถึงแม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ของฉันอันไหนเลยก็ตามที่เสียหายอย่างสมบูรณ์เหมือนเมื่อครั้งก่อนแต่ กระสุนที่สุดแสนจะแพง ระเบิดสนามแม่เหล็ก 2 ลูก และ E4 ได้ถูกใช้ไป

ฉันต้องวิ่งเต้นไปรอบ ๆ อีกนานเลยเพื่อที่จะเติมเต็มเงินจำนวนนี้

มันเป็นสิ่งที่สามารถบรรยายออกมาได้ด้วยความขมขื่นเท่านั้น

ยิ่งคิดมากเท่าไหรเกี่ยวกับเงิน 100 ล้านวอน ในสัญญาเลิกจ้างนั้น ฉันก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น

บังคับร่างกายฉันให้ลุกขึ้นนั่ง ฉันพูด

“หน้าต่างสถานะ”

ชื่อ : ยูซอดัม (LV.22)

ความแข็งแกร่ง: 21

ความอึด: 20

ความว่องไว: 22

พลังงาน: 1

มานา: 5

พรสวรรค์

ความชำนาญดาบ (A+)

สัญชาตญาณ (A)

นักแม่นปืน (C)

การล่า (D)

การทำอาหาร(D-)

ทักษะ

นักล่าตัวเอก LV.1

เพลงดาบสีขาว (S)

การเพิ่มขึ้นของทักษะทำให้ฉันมึนงง

นั้นก็เพราะ ฉันได้รับสกิลแรงค์ S

บางทีอาจเป็นเพราะว่ามันเป็นดาบและมันไม่มีทักษะหรือพรสวรรค์ที่ฉันสามารถดูดกลืนเป็นสกิลได้

แต่ฉันก็เห็นเหมือนกันในตอนที่รูเล็ตหมุนอยู่ ว่ามันมีสกิลขยะที่ชื่อว่า ‘กลายเป็นดาบ (A)’

ซึ่งเป็นไปตามชื่อของมันคือมันสามารถเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นดาบได้

และมันก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่จะคืนกลับมาเป็นร่างมนุษย์อีกครั้งด้วย

ฉันสงสัยว่าฉันจะทำอย่างไรถ้าฉันได้มันมา แต่โชคยังดีที่ฉันประสบความสำเร็จในการดูดกลืนสกิลแรงค์ S ที่ดาบศักดิ์สิทธิ์มี

มันเป็นสกิลที่ฉันต้องการมากที่สุดในตอนนี้เลยหละ

เพลงดาบ

ไม่สำคัญว่าพรสวรรค์แรงค์ A จะดีมากเท่าใด มันก็จะสะดวกมากกว่าที่จะเดินตามแนวทางที่เชื่อถือได้ดีกว่าที่จะบุกเบิกเส้นทางใหม่ด้วยตัวฉันเอง

และชำนาญดาบ (A+) นี้ก็เหมือนกันกับการปูถนนที่ราบเรียบให้กับรถสปอตคาร์

[เพลงดาบสีขาว (S) สกิลดาบที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นทุก ๆ ทักษะดาบในโลกล้วน มันไม่มีรูปแบบ แต่ก็เต็มไปด้วยรูปแบบจำนวนมาก มันไม่มีสไตล์แต่ก็มีมากมายหลายสไตล์ มันเป็นเหมือนพื้นผ้าที่ว่างปล่าวและคุณเป็นจิตกร นี้คือเพลงดาบสีขาว]

“…”

นี้คุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่กันแต่เนี่ย?

ดังนั้นฉันเลยอ่านมัน อ่านแล้วอ่านอีก 30 ครั้ง และแล้วฉันก็เข้าใจ

“โอ้ ฉันสามารถใช้หรรมของฉันแทนดาบได้ใช่ไหม?”

<…>

มันไม่มีคำนิยามที่แน่ชัดให้กับเพลงดาบสีขาว

มันเป็นสกิลที่จะปรับปรุงรูปแบบดาบของฉัน ด้วยเวลาที่ผ่านไปเพื่อให้เหมาะสมกับการเหวี่ยงดาบของฉัน

นี้เป็นสกิลที่เปิดใช้งานสำหรับใครก็ตามครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์เบเร็ตเต้ให้กลายมาเป็นสุดยอดนักดาบ

ฉันไม่ได้รับวิสัยทัศใด ๆ ที่ได้รับการส่งต่อมากจากร้อยปีที่แล้ว

ไม่แม้กระทั้งจะเป็นสกิลที่ใช้สังหารศัตรูได้ในดาบเดียว

เป็นแค่สกิลดาบที่เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับฉัน

มันคือเพลงดาบสีขาว

เมื่อฉันปิดตาลงและเพ็งจิต ภาพได้ถูกวาดในหัวของฉัน

ในท่าทางที่ฉันได้เหวี่ยงดาบ

ในจิตนาการของฉัน ฉันได้แกว่งดาบอีเทอร์ที่ยาว 1.2 เมตร กว้าง 2.5 เซนติเมตร และหนัก 1.4 กิโลกรัม

ทั้งสั้นกว่าและเบากว่าดาบที่ฉันใช้ในตอนนี้

ฉันเหวี่ยงมันเหมือนกับว่าฉันกำลังบินและรู้สึกเหมือนว่าร่างกายของฉันลอยไปในอากาศ

ฮึพ!

ฉันลุกขึ้นจากพื้น หยิบดาบอีเทอร์และหายใจเข้าเฮือกใหญ่

ทันทีที่ปอดของฉันเต็มไปด้วย ‘มานา’

‘นี้คือ...วิธีการดูดซับมานา?’

เมื่อก่อนฉันเคยได้ฝืนบังคับเพื่อให้มานาเคลื่อนผ่านร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่ฉันได้เรียนเพลงดาบสีขาว ฉันก็ได้เข้าใจเส้นทางการไหล่ของมานาผ่านร่างกายของฉันอย่างรวดเร็ว

มือของฉันกำลังสั่น

ในตอนที่ได้รับพรสวรรค์ชำนาญดาบระดับ (A+) ฉันคิดว่าฉันสามารถรับมือกับดาบทั้งหมดในโลกได้

แต่มันกลายเป็นว่าฉันแค่หลอนไปเอง

พรสวรรค์ระดับอัจฉริยะมันก็แค่สัญชาตญาณสัตว์ป่า

เหมือนเสือที่รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าจะต้องกัดศัตรูของมันตรงไหนถึงจะเกิดประสิทธิมากที่สุดและฉีกศัตรูของมันเป็นชิ้น ๆ ได้

แต่ ตอนนี้มันมีเส้นทางที่ชัดเจน

“…”

ฉันต้องการที่จะทดสอบดาบนี้ในตอนนี้เลย

มองดูไปที่นาฬิกามันเป็นเวลา บ่ายโมง

มีแค่ที่เดียวที่ฉันสามารถทดสอบสิ่งนี้ได้ที่ กึมกังยิม

ทันทีทันใด ฉันก็คิดได้ว่ามีกระสอบทรายฝึกฝนระดับโกลอยู่ที่ยิม ดังนี้แล้วฉันจึงออกจากห้องไปในทันที

ฉันพึงจะผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มาและร่างทั้งร่างของฉันแข็งเกร็ง แต่ฉันกลับไม่ได้อยู่ในโหมดที่ต้องการพักผ่อนเลยสักนิด

..............................................................

เมื่อไหรก็ตามที่ฉันได้ออกมา ฉันมักจะพกกระเป๋าอีเทอร์ออกมาด้วยแต่โชคร้ายที่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ของฉันมันได้รับความเสียหายดังนั้นฉันเลยเอามันมาไม่ได้

ฮันเตอร์ที่ร่ำรวยมักจะใส่ชุดสูทที่สามารถเปิดใช้งานได้เพียงแค่กดปุ่ม แต่ฉันไม่มีเงิน ดังนั้นแล้วฉันก็เลยใช้ได้แค่เสื้อโค้ทอีเทอร์แบบเก่า ๆ เท่านั้นเอง

ชุดสูทนั้นง่ายต่อการถอดออก ง่ายต่อการทำความสะอาด มีการพลังป้องกันที่ดี และสามารถควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับร่างกายได้

ในทางตรงกันข้าม เสื้อโค้ทนั้นยุ่งยาก ไม่สะดวกต่อการเก็บ มีพลังป้องกันธรรมดา ๆ และมีข้อเสียใหญ่ที่สุดของมันคือการใช้งานมันในช่วงหน้าร้อนเนื่องความความร้อน

ฉันจะต้องซื้อชุดสูทให้ได้ในสักวัน

ฉันไม่มีทางเลือกทำได้แต่ต้องทิ้งเสื้อโค้ทของฉันไว้ที่ห้อง

ทั้งหมดที่ฉันเอาติดตัวมากก็มีแค่ปืนพกอีเทอร์ที่ง่ายต่อการพกพาและดาบอีเทอร์ที่สามารถถือไปได้ในรูปแบบที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน แล้วฉันก็ไปถึงที่รถไฟใต้ดินในสภาพที่ใส่กางเกงวอร์ม

จริง ๆ แล้วฉันซื้อมอเตอร์ไซค์ไว้ใช้ในการส่งของแต่จะไม่ใช้ถ้ามันไม่จำเป็นจริง ๆ

ในเวลาที่ฉันได้ไปถึงสถานีมหาวิทยาลัยคอนกุกพื้นที่โดยรอบได้มีเสียงดังมากมายเต็มไปหมด

มีการสั่นเตือนมากจากโทรศัพท์ของฉันมันทำให้เกิดเสียงที่ดังมาก

[เกตแรงค์ D ได้ถูกเปิดในรัศมี 30 เมตรจากสถานีมหาวิทยาลัยคอนกุก ประชาชนทุกคนโปรดอพยพ]

กาลเวลาได้แปรเปลี่ยนไปและตอนนี้ผู้คนไม่ได้มีความกลัวต่อมอนสเตอร์อีกต่อไป

ด้วยการคาดการณ์ล่วงหน้าที่แม่นยำมากกว่าการพยากรณ์อากาศเสียอีก ทำให้ผู้คนมีความสามารถดีเยี่ยมในการอพยพและถึงแม้จะมี ‘ความผิดปกติ’ ระดับต่ำเกิดขึ้นก็ยังมีคนจำนวนมากที่ได้มุงดูอยู่รอบ ๆ ที่นั้นอยู่ดี

ในความเป็นจริง ไม่มีแล้วคนที่จะจริงจังกับคำประกาศเรื่องการอพยพ

เนื่องจากเกาหลีเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่มีอัตราล้มเหลวในการล่าต่ำที่สุดในโลก

“ห่าเอ้ย ฉันกำลังจะนัดบอดสายแล้ว”

“โชคร้ายชะมัด”

มีคนจำนวนมากที่กำลังบ่น

“โอ้ เราจะได้เห็นฮันเตอร์ใช่ไหม?”

“มาถ่ายรูปกันเถอะ”

บางคนก็กำลังตื่นเต้น

ฉันสามารถเห็นได้ว่าชานชลารถไฟใต้ดินได้ถูกปิดลงในตอนที่ฉันมาถึง

มันดูเหมือนว่ามีเกตอยู่ในบริเวณพื้นที่รถไฟใต้ดิน

ฉันไม่ใส่ใจที่จะตรงเข้าไปถ้าเป็นในกรณีนั้น แต่ฉันไม่ได้เข้าไปเพราะดูเหมือนว่าจะมีคนอื่นที่รับมือกันมันเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าฉันจะไม่ได้จัดการ เกตหรือดันเจี้ยนก็จะหายไปอยู่ดี

ฮันเตอร์จะจัดการมอนสเตอร์ในชั่วพริบตา

ตำรวจและเจ้าหน้าที่ก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆ ดันประชาชนให้อยู่ด้านหลังเส้น ฉันได้ตัดสินใจที่จะทำตามและรอคอยอย่างอดทน

แต่มันมีอะไรบางอย่างแปลก ๆ

ตามขั้นตอนถ้ามีเกตเกิดขึ้นที่ใต้ตินมันจะต้องถูกย้ายขึ้นไปบนดินด้วยการใช้เครื่องมือย้ายเกตแต่นี่กลับไม่มีวี่แววของการทำแบบนั้นเลย

มันเหลือเวลามีอีกไม่มากแล้ว

ในที่สุดฉันก็ได้หลบหลีกแล้วเขาหาชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่ากำลังคุมสถานการณ์และกำลังพูดอยู่

“คุณไม่ย้ายเกตไปบนดินหรือ?”

“หืม? ฮ่าฮ่า คุณต้องเคยไปได้ยินมากจากที่ไหนสักที่แต่มันไม่จำเป็นเลยสำหรับเกตแรงค์ D ครับ”

“ทำไมหละ?”

“เหตุผลที่ต้องย้ายเกตใต้ตินไปบนดินนำเป็นถ้ามันมี ‘สายพันธุ์ขนาดกลาง’ อยู่ภายใน แต่มันไม่มีมอนสเตอร์แบบนั้นอยู่ภายในเกตแรงค์ D ครับ”

“…นี่คุณกำลังพูดอะไรอยู่? จะรู้ได้ไงว่าไม่มีจริง?”

ในตอนที่ฉันได้เริ่มที่จะโต้เถียงกับเขา เขาเริ่มที่จะรำคาญและถอนหายใจออกมา

“คุณแค่ประชาชนธรรมดาอย่างคุณจะไปรู้อะไรหละ”

ฉันเอา ID ของฉันออกมาจากกระเป๋า

ฮันเตอร์แรงค์ F #15

คนที่พูดอยู่สีหน้าบูดบึ้งในทันทีหลังจากที่เห็นแรงค์ของฉันแต่ตาของเขาเบิกกว้างเมื่อได้เห็นที่ต่อท้ายมาจากมัน

#15 หมายถึงฮันเตอร์ผ่านศึกที่มากด้วยประสบการณ์ถึง 15 ปี เต็ม

“นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นอะไรแบบนี้เกิดขึ้นแค่ไปบอกเจ้านายของคุณในสิ่งที่ฉันพึ่งได้พูดไปอย่าไปโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น”

“อ้า ได้ครับสำหรับในตอนนี้...”

แล้วอยู่ ๆ ก็มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา

“ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงคนคุ้นเคยนั้นแกหรือป่าวยูซอดัม?”

เมื่อฉันหันหน้าไป มีชายคนหนึ่งสวมใส่ปลอกแขนของกิลลอสเดย์กำลังเข้ามาหาฉัน

ฉันจำหน้าเขาได้

คิมจีแท

จากความทรงจำของฉันเขามีทักษะแรงค์ D

“ฉันได้ยินมาว่าแกเกษียณแล้วแต่ดูเหมือนว่าแกยังอยู่ดีนิ แกต้องการที่จะใช้เครื่องมือย้ายเกตที่แสนแพงเพียงเพราะความกลัวอันเล็กจ้อยของแกเนี่ยนะ”

“นี้แกกำลังพูดบ้าอะไร? ความปลอดภัยของประชาชนนั้นมาเป็นอันดับแรกสำหรับฮันเตอร์ถ้านี่มันเป็นมอนสเตอร์ระ...”

“รุ่นพี่”

คิมจิเทยักไหล่ ยิ้ม และชี้ไปที่ด้านหลังของเขา

“ฮันเตอร์แรงค์ D 5 คน และมีหัวหน้าทีมเป็นฮันเตอร์แรงค์ C (พวกยอดมนุษย์) แกอาจจะกลัวแต่จำนวนเท่านี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะรับมือ มันออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ”

เมื่อมองไปที่ด้านหลัง มีฮันเตอร์ห้าคนยืนอยู่โดยมีปลอกแขนกิลลอสเดย์สวมอยู่ที่แขนของแต่ละคน

‘มีแต่คนแบบนี้หรือไงเนี่ย?’

มันเป็นเช่นนี้สำหรับกิลด์ขนาดใหญ่ที่ฉันไม่แม้แต่จะจำหน้าทุก ๆ คนได้

แล้วอยู่ ๆ ก็มีหนึ่งในนั้นที่รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เช่นกัน

มันดูมีบรรยากาศที่มืดครึ้มและฉันก็รู้สึกอยากอาหารอย่างแปลก ๆ

นี้ฉันดื่มมารึป่าวเนี่ย?

ฉันได้พูดอะไรก็ตามที่ต้องการจะพูดออกไปแล้วและรู้สึกว่ามันไร้จุดหมายที่จะฝืนพูดมันต่อไป

“ดี รับมือกันเองแล้วกัน”

“แน่นอน เราสามารถจัดการกันเองได้อยู่แล้ว”

ในความเป็นจริงแล้ว คิมจีแทพูดถูกแล้ว

ในขณะที่ฮันเตอร์แรงค์ F อย่างฉันต้องเตรียมตัวสำหรับการล่าในทุก ๆ ครั้ง มันต่างกับพวกยอดมนุษย์

พวกเขาได้รับสิทธิ์ให้ละเลยความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆได้

เพราะพวกเขาสามารถรับมือกับมันได้

แต่ในมุมมองของฉันไม่ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่

ท่ามกลางมอนสเตอร์แรงค์ D มีมอนสเตอร์ขนาดกลางหลายตัวและถ้าพวกมันหลุดออกมาได้ สถานีรถไฟใต้ดินนี้จะต้องเกิดเรื่องที่น่าสยดสยองขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนี้ฉันเลยคิดว่ามันจะปลอดภัยกว่าที่จะย้ายเกตขึ้นไปด้านบน

แต่โอกาสที่มันจะเกิดก็น้อยมาก ๆ ทำให้ทุก ๆ คนเลือกที่จะละเลยมันไป

วิง!

ในตอนที่เกตได้เปิดขึ้น ฮันเตอร์ทั้งหลายรวมถึงคิมจีแทได้หายได้จากสถานีรถไฟใต้ดินอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

เห็นได้ว่ามันไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบนดินฉันรู้แล้วว่ามันไม่มีมอนสเตอร์ขนาดกลาง และฉันคงกังลงมากเกินไปเอง

แต่

มีบางอย่างผิดที่ผิดทางอยู่

เมื่อการล่าประสบความสำเร็จเท่านั้นถึงจะได้ยินเสียงของระเบิดดังขึ้นแต่กลับมีเสียงทำไมถึงได้มีเสียงกรีดร้องของสัตว์ป่าดังมาจากภายในสถานีรถไฟใต้ดิน?

“กำลังเกิดห่าอะไรขึ้นที่...?”

แล้ว

มีใครบางคนได้ตะโกนออกมาดัง ๆ ผ่านลำโพง

“แย่แล้ว มีมอนสเตอร์ที่ระบุไม่ได้ปรากฎตัวขึ้น! ประชาชนทุกท่านโปรดอพยพเดี่ยวนี้!”

“อ-อะไรนะ?”

ต-ตูม...!!

รางรถไฟตรงบริเวณระหว่างสี่แยกเริ่มแตกออกแล้วมันได้ทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ

ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องในสถานีรถไฟใต้ดินนี้แต่ครั้งนี้มันเป็นเสียงมนุษย์

“นี้มันเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้กันเนี่ย?”

พูดตามตรงฉันก็สับสนเช่นกัน

บางครั้งมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งจะปรากฏตัวขึ้นในดันเจี้ยนที่อ่อนแอ่แบบนี้

มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นเสมอ

แต่ฉันไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน

‘ฮันเตอร์แรงค์ C 1 คน,ฮันเตอร์แรงค์ D 5 คนและมีทหารมากกว่า 10 คนแต่พวกเขายังคงดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด?’

เมื่อความคิดนั้นเข้ามาในหัวบางสิ่งบางอย่างได้กระแทกไปที่พื้นและวิ่งเข้ามา

มันมีผิวสีแดงปกคลุมทั้งร่าง เกิดมาจากมวลกล้ามเนื้อที่ไม่มีผิวหนังปกคลุมที่ดูมีรูปแบบผิดแปลกไปจากปกติ และมีขนาดใหญ่โตที่ดูเหมือนว่าจะสูงเกินกว่า 5 เมตรซะอีก

มันเป็นมอนสเตอร์อย่างแน่นอนแต่มันก็ดูเหมือนมนุษย์เช่นกัน

“บ้าไปแล้ว....! นี้มันเหี้-อะไรวะเนี้ย!”

“ฮ-ฮันเตอร์! นั้นมันตัวห่าอะไรกันวะ?”

หัวหน้าภาคสนามที่ดูตื่นตระหนกและถามฉัน แต่ด้วยความสัตย์จริงฉันก็ไม่รู้เหมือนกันหวะครับ

ฉันเป็นฮันเตอร์ที่สู้แนวหน้ามาเป็นทศวรรษแต่ฉันไม่เคยเห็นมอนสเตอร์ที่ดูมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เช่นนี้

ไม่สิ

เดี่ยวก่อนนะ

ฉันเคยเห็นกรณีแบบนี้เมื่อนานมาแล้ว

แต่มันดูต่างออกไปจากอะไรก็ตามที่ฉันจำได้มันเลยทำให้ฉันไม่แน่ใจ

“แย่แล้ว เรียกกำลังเสริมเดียวนี้!”

หลังจากการตะโกนขอกองหนุนฉันได้ดึงดาบอีเทอร์ของฉันออกมาและกระโดดเข้าไป

อุปกรณ์ของฉันในตอนนี้นั้นขาดแคลนเป็นอย่างมาก

มีเพียงแค่ปืนพกอีเทอร์ 1 กระบอก และดาบอีเทอร์ 1 เล่มเท่านั้น

ไม่มีแม้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมดังนั้นแล้วฮันเตอร์ธรรมดาเหมือนฉันคนที่ไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งอาจจะตายได้โดยการโจมดีเพียงครั้งเดียวจากเจ้าสิ่งนั้น

มอนสเตอร์นั้นน่าจะเป็นอย่างน้อยก็แรงค์ B

แต่ถ้าฉันมีอุปกรณ์ที่มากพอหละก็ฉันน่าจะเจาะทะลุเกราะป้องกันของมันได้ด้วยปืนพกและดาบ

มอนสเตอร์ทุก ๆ ตัวจะมีชั้นป้องกันที่สร้างจากอีเทอร์หรือส่วนประกอบอื่นที่คล้ายกับพลังฉี

และมันเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถเจาะทะลุเนื้อของมอนสเตอร์ได้

อย่างไรก็ตามฮันเตอร์ธรรมดาจำเป็นจะต้องทำลายชั้นของเกราะป้องกันนั้นก่อน

ดังนั้นแล้วปืนอีเทอร์จึงได้ถูกคิดค้นขึ้น

ปืนไรเฟิลทั่ว ๆ ไปสามารถทำลายชั้นป้องกันของมอนสเตอร์ได้และสร้างความเสียหายจำนวนมากในเวลาเดียวกันแต่กับปืนพกขนาดเล็กมันทำได้แค่สร้างรอยขีดขีดบนเกราะนั้นเท่านั้นเอง

นอกจากนี้แล้ว บริเวณเกราะป้องกันที่ได้รับรอยขีดขวนจะต้องถูกโจมตีอย่างแม่นยำด้วยดาบเพื่อจะทำลายเกราะนั้นลง

นี้เป็นวิธีการที่ฮันเตอร์ธรรมดาที่ไม่ใช้พวกยอดมนุษย์จัดการกับมอนสเตอร์

ฉันควรลองมันไหม?

ในความเป็นจริงมันยากมาก ๆ

ดังนั้นฉันเลยไม่เคยที่จะลองทำมันเลยในชีวิตนี้

แต่ในตอนนี้

‘ฉันสามารถทำมันได้’

มองไปที่ดาบในมือฉัน ฉันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

“อ้า! เหี้-เอ้ย...”

เป็นคิมจีแทที่กำลังคลานออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

ทักษะด้านความแข็งแกร่งของเขาดีเยี่ยมในหลาย ๆ ทาง แต่ข้อเสียเปรียบของเขาอยู่ที่มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะใช้ความแข็งแกร่งของเขาในการต่อกรกับศัตรูที่มีทรงพลังกว่าเขา

ฉันรีบวิ่งไปหาคิมจีแทและตบไปที่หน้าของเขา

เพราะฉันต้องการคำตอบในตอนนี้

“เฮ้ ตื่นสิ!”

“ร-รุ่นพี่ แย่แล้ว ถอยเร็ว! มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถต่อกรด้วยได้!”

“นี้แกกำลังจะบอกอะไรกันแน่? มีแค่เราเท่านั้นที่เป็นฮันเตอร์ที่อยู่ที่นี้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราถอย?”

“ยังไงพวกเขาก็ตายอยู่แล้ว! มันจะดีกว่าที่จะถอยและรอกำลังสนับสนุน..”

“ไม่ได้ ตอนนี้แกดูเหมือนไอ้โง่พวกนั้นเลย”

คิมจีแท

นี้เขากำลังพูดสิ่งที่ฮันเตอร์มืออาชืพที่ทำงานเข้าสู่ปีที่สองควรพูดงั้นหรือ?

ฮันเตอร์จากในเมืองนั้นมันเข้าขั้นสิ้นหวังแล้ว

พวกเขายังขาดทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาทำได้แค่ล่าในตอนที่เขาอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่เยี่ยมที่สุดเท่านั้นและมีความแน่นอนที่จะชนะ

ยิ่งไปกว่านั้น คิมจิแทดูเหมือนจะมีทักษะดีเยี่ยมเมื่อมันเกี่ยวกับการต่อสู้ระยะประชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความสามารถของเขา

“เฮ้ หุบปากซะและบอกฉันมา มอนสเตอร์นั้นมันอะไร?”

“น-นั้นมัน...”

“มันคือมานาที่เป็นพิษใช่ไหม?”

คิมจีแทส่ายหัวของเขาให้กับคำถามของฉัน

ดูเหมือนมันจะเป็นสถานการณ์ที่เขาคงจะไม่ได้รับคำตอบใด ๆ แต่นั้นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันอยู่แล้ว

‘ในท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นแค่งานล่ามนุษย์อีกงานหนึ่ง’

ฉันไม่รู้ว่าทำไมคน ๆ นั้นถึงได้ปรากฏตัวที่นี้อย่างทันทีพร้อมกับมานาที่เป็นพิษ

นี้เป็นเพราะว่าพวกเขาได้ดูดซับมานาที่มากเกินไปเมื่อมันมากเกินกว่าที่ร่างกายของพวกเขาจะรับได้มันจะกลายเป็นแบบเจ้านั้น

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

อย่างแรก เมื่อมีบางสิ่งมาให้ล่าอยู่ตรงหน้าฉันงั้นฉันก็จะล่ามัน

มันเป็นอะไรที่ฮันเตอร์ทำ

คิมจีแทดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ในตอนนี้ แล้วก็ฉันโหลดปืนพกของฉันด้วยความตั้งใจที่จะจัดการกับมันด้วยตัวคนเดียวแต่เขาก็จับข้อเท้าฉันไว้

“เอ้อ แกกำลังจะไปทำอะไรด้วยอุปกรณ์พวกนั้น?”

“ไอ้ห่าเอ้ย ปล่อยฉันซะ”

หลังจากที่เหวี่ยงเท้าของฉันอย่างหยาบ ๆ และกระทืบไปที่หน้าเขา ฉันพูด

“ฉันดูเหมือนมือใหม่แบบแกหรือไง?”

“ช-ใช่”

แรงค์ C

มันแข็งแกร่งพอที่จะเป็นภัยคุกคาม

คิมจีแท คนที่ไม่มีประสบการณ์ออกมาล่าพร้อมกับพวกยอดมนุษย์แรงค์ C และทำตัวเหมือนว่าตนเองคงกระพัน

แต่แค่มอนสเตอร์เหนือกว่าแรงค์ B ที่ระดับสูงกว่าเขา ก็อาจจะเหนือไปกว่าขีดกัดของเขาดัวยซ้ำ

แต่มันไม่ใช่ฉัน

มันแค่เป็นอะไรที่ฉันคุ้นเคยที่จะจัดการเมื่อฉันล่า

จบบทที่ ตอนที่ 6 เพลงดาบของยูซอดัม (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว