เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 เพลงดาบของยูซอดัม (2)

ตอนที่ 7 เพลงดาบของยูซอดัม (2)

ตอนที่ 7 เพลงดาบของยูซอดัม (2)


มอนสเตอร์โดยส่วนมากจะปกคลุมไปด้วยอีเทอร์แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกมันทั้งหมดที่จะเป็นแบบนั้นซะทีเดียว

มันก็เหมือนกันกับพวกยอดมนุษย์ที่ปลุกพลังด้าน ‘ความแข็งแกร่งทางกายภาพ’

มันเป็นรูปแบบที่ธรรมดาที่สุดและเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่จะใช้อีเทอร์ เสริมความแข็งแกร่งร่างกาย

พวกเขาเหล่านั้นจะมีชั้นบาง ๆ ของอีเทอร์ปกคลุมอยู่ที่ผิวที่จะดูดซับอีเทอร์เข้าสู่ร่างกายพวกเขาและแปลงสภาพนั้นไปสู่พลังงานที่พวกเขาสามารถใช้ได้

ในตอนแรก มนุษย์ที่มีพลังพิเศษดูเหมือนกับมอนสเตอร์พวกนั้นในจุดนี้ทำให้ทำให้มีคนจำนวนมากเรียกพลังพิเศษนี้ว่าเป็นพลังของมอนสเตอร์

ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันเป็นมนุษย์แต่ฉันต้องคิดว่ามันเป็นเหมือนกับมอนสเตอร์

มานาที่เป็นพิษ

มันเป็นสภาวะที่บางครั้งก็เกิดขึ้นกับคนที่มีพลังพิเศษ

มีอย่างน้อยสองหรือสามเงื่อนไขที่ตรงกันก่อนที่มานาของมนุษย์จะเกินพิกัด

ในตอนที่พวกเขาได้เข้าสู่สภาวะของมานาเป็นพิษพวกเขาจะสูญเสียซึ่งเหตุและผลและมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปราบพวกเขาอย่างง่าย ๆ เพราะว่าพลังของพวกเขานั้นทรงพลังมากยิ่งขึ้นเนื่องจากมานาที่เป็นพิษ

แต่ถึงจะพูดยังไงก็ตาม ยังไงซะมันก็ต้องถูกประหารอยู่ดี

คลิก!

ฉันมองลงไปที่ระเบิดมือ 5 ลูกที่อยู่ในมือฉัน ที่เอามันมาจากคิมจีแท

พวกเหนือมนุษย์ส่วนมากเชื่อในทักษะของพวกเขาดังนั้นปกติพวกเขาจะไม่พกอุปกรณ์อะไรมากมาย

แกร๊ก แกร๊ก!

ฉันโยนระเบิดไปหนึ่งลูกแล้วตามด้วยที่เหลือหลังจากนั้นก็ยิงปืนตามไปอย่างลวก ๆ

แบง!!

“กว้ากก...!”

ระเบิดพวกนั้นได้ระเบิดในจุดที่ต่ำกว่าข้อเท้าของมันและได้ฉีกกระฉากเกราะอีเทอร์จากร่างกายส่วนล่างของมัน

โดยที่ไม่พลาดโอกาส ฉันพุ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยดาบอีเทอร์ในมือของฉัน

บูม!!

“..ฮับ!”

อย่างไรก็ตาม มอนสเตอร์ตัวนั้นได้คืนสมดุลจากแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และได้ฉีกกระฉากอากาศด้วยการกระแทกหมัดของมัน

มันรู้สึกเหมือนกับปืนใหญ่ได้ยิงมาที่ฉันพร้อมด้วยเสียงที่ดังสนัน

แต่ถึงอย่างงั้นก็ตาม ฉันก็สามารถเห็นได้ว่ามันกำลังเข้ามาและสามารถที่จะตัดมันแยกออกได้ด้วยดาบอีเทอร์ของฉันก่อนที่จะสไลด์ไปด้านข้าง

“กร้าวววว!!”

ฉันต้องไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ไม่สิ เพราะฉันนะเป็นฮันเตอร์แรงค์ F ธรรมดา ๆ ที่แสนอ่อนแอ ไม่ได้รับสิทธิให้พลาดได้

ทันทีที่ฉันเขาสู่ระยะของมันฉันกลิ่งไปที่ด้านข้างของมันอย่างรวดเร็วและในตอนที่ฉันกลิ่งไปการตรงนั้นแล้ว ขาขนาดมหึมาของมอนสเตอร์นั้นก็ได้กระทืบลงมา

แคร็ก...!

พื้นตรงนั้นได้แตกออกเป็นรอยใยแมงมุมและสร้างหลุมที่กว้างกว่า 5 เมตร

ฉันชิงความได้เปรียบจากการกระเด็นโดยคลื่นกระแทกนี้ยิงไปที่หน้าของมันด้วยปืนของฉันก่อนที่ตกลงไกลออกไป

แล้วมันก็ยกแขนขึ้นโดยสัญชาตญาณมาปิดหน้าของมันแม้ว่ามันจะถูกยิงไปแล้วก็ตาม

นั้นเป็นข้อแตกต่างระหว่างมอนสเตอร์และมนุษย์

เจ้านี้มันล้มเหลวที่จะละทิ้งสัญชาตญาณมนุษย์

‘ตอนนี้แหละ!’

ปัง ปัง ปัง!

หลังจากการยิงไปที่มอนสเตอร์ทั้งสามครั้งอย่างต่อเนื่องด้วยปืนพกของฉัน มอนสเตอร์ก็ได้เหวี่ยงแขนของมันและทุบไปที่พื้นดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมที่จะโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเลยสินะ

ตูม....

แต่ว่านะ

“….!”

การเคลื่อนไหวของมันชัดเจนอย่างมากสำหรับฉัน

ฉันเคยมีประสบการณ์อย่างนี้มาก่อนหรือป่าวนะ?

ฉันต้องคาดการณ์และหลบหลีกการโจมตีของศัตรูอยู่เสมอ และทั้งหมดที่ฉันทำได้คือต้องคอยระวังและอดทน

เปรียบเทียบกับฮันเตอร์คนอื่น ๆ คนที่เป็นรุ่นน้องฉัน ถ้าเป็นในอดีตฉันคงต้องเคลื่อนไหวทั้งร่างกายของฉันมาตรงนี้และเพื่อแค่จะล่อมอนสเตอร์ให้มันลดการป้องกันลงด้วยการทนการโจมตีสองสามครั้งโดยอุปกรณ์กาก ๆ ของฉัน

แต่ในตอนนี้ฉันเห็นมันได้อย่างชัดเจนเลย

‘นี่...เป็นสิ่งที่ฮันเตอร์คนอื่น ๆ รู้สึกใช่ไหมเนี่ย?’

มั่นใจในตัวเองในทักษะของตัวฉันเองและต้องไม่ประมาท!

หมัดที่ขนาดยักษ์ของมอนสเตอร์นั้นได้พุ่งตรงไปที่ฉันไปในจุดที่ฉันเคยอยู่ ฉันหลบแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ฉันไม่เห็นมอนสเตอร์เหนือหัวฉันอีกต่อไป

ไม่ ให้ถูกจริง ๆ คือการโจมตีส่วนใหญ่ได้ถูกเบี่ยงเบน

มันอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก่อนหน้านี้

ที่จะพยายามทำอะไรบ้า ๆ อย่างการเบี่ยงหมัดโดยการดูดซับแรงกระแทก

อย่างไรก็ตาม ฉันสามารถทำมันได้แล้วในตอนนี้

หมัดได้ถูกเบี่ยงไปด้านข้างด้วยดาบอีเทอร์ของฉัน

หรือไม่หมัดนั้นก็จะเฉียดร่างกายของฉันและพลาดที่จะโดนฉันโดยห่างแค่เพียงนิ้วเดียว

มันเป็นไม่ได้ที่จะหยุดมันทั้งหมดโดยสมบูรณ์ดังนั้นฉันเลยยิงไปที่หมัดของมันด้วยปืนพกของฉันเพื่อเบี่ยงวิถีของมันออกไป

ถึงแม้ว่าปืนพกอีเทอร์จะเป็นปัญหาใหญ่เมื่อต้องการที่จะใช้มันในการที่จะปลดเกราะอีเทอร์ของมอนสเตอร์แต่มันชัดเจนเลยที่ว่าปืนพกอีเทอร์นั้นประกอบไปด้วยแรงผลักดันที่มหาศาลที่จุดตกกระทบ

ฉันกำลังใช้มันในการป้องกัน

ในจังหวะที่ถูกต้องถ้าฉันยิงไปในจุดที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำมัน แรงกระแทกจะสามารถเบี่ยงการเคลื่อนไหวได้อย่างแน่นอน

และ

ไม่นานมันจะกลายมาเป็นการสร้างโอกาสให้กับฉัน

“ชึบ!!”

เมื่อฉันเฉือนดาบผ่านลำคอของมัน มอนสเตอร์นั้นก้าวถอยหลังออกไปด้วยความประหลาดใจ

แต่แม้ว่ามันจะก้าวถอยออกไปแล้ว ฉันก็ได้วิ่งตรงไปหามันและในตอนที่มันตั้งตัวได้เรียบร้อยแล้วระเบิดก็ได้กลิ่งไปบนพื้นเรียบร้อยเช่นกัน

บ-บูม!!

เมื่อมันสูญเสียการทรงตัว ก็เกิดกระกายแสงที่ส่องสว่างออกจากมือของฉัน มันเป็นดาบที่ปกคลุมไปด้วยอีเทอร์

การเคลื่อนไหวรูปแบบใดที่มนุษย์สามารถทำได้บ้างนะหรือ?

แล้วเพลงดาบใดที่จะเราได้ใช้บ้างนะ?

ไม่ใช่แค่ว่าเราทำมันโดยการออกแรงมากขึ้น เร็วขึ้น ทรงพลังขึ้นในตอนที่เราเหวี่ยงดาบของเราอย่างโง่เขลาหรือ?

เพลงดาบหรือนั้นทั้งหมดจริง ๆ แล้วมันเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวที่ไร้ประโยชน์และไร้ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามเพลงดาบทั้งหมดที่ฉันเคยได้เห็นในโลกใบนี้ได้รับการคลี่ออกในใจฉัน

วิชาดาบของตัวเอกที่ได้ร่ำเรียนและพัฒนามานานกว่าหนึ่งพันปี ไม่ใช่วิชาดาบของคนสมัยใหม่เหมือนกันฉันคนที่มีอายุแค่ 30 ปีเท่านั้น

[สกิลเพลงดาบสีขาว (S) - ได้เปิดใช้งาน]

[รูปแบบที่หนึ่ง อันตรวินิจไร้ใจ]

มันเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน

และพายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำ

วิชาดาบที่แสนจะลึกลับซับซ้อนที่ดูเหมือนว่าจะได้ถูกกางออกที่ปลายนิ้วของฉัน

ฉันรู้ขีดจำกัดของร่างกายฉันดี

พรสวรรค์ชำนาญดาบระดับ A+ ทำให้ฉันแสดงประสิทธิภาพได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อจับดาบและเพลงดาบสีขาวก็ทำให้มันเป็นไปได้สำหรับฉันที่จะเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่กำลังเคลื่อนไหวเหมือนกับว่าฉันกำลังร่ายรำ ฉันได้ตรงไปด้านหน้าแทงดาบกระหน่ำไปทั่วเหมือนกับน้ำตกและลึกซึ้งอย่างรุนแรงราวกับเป็นพายุไต้ฝุ่น

“กว้าก!”

ในตอนที่มอนสเตอร์ได้อาละวาดอีกครั้งฉันก็ได้ขว้างระเบิดออกไป

จริง ๆ มันยากสำหรับฉันที่จะลดระยะห่างลง

“…อ้า”

บูม!

เหมือนกับว่ามอนสเตอร์ตนนี้จะรู้ว่าระเบิดในมือฉันมันอันตรายคงเพราะว่ามันยังมีความฉลาดเหลืออยู่บางส่วนดังนั้นมันเลยพยายามที่จะหลบเลี่ยงระเบิดนั้น

แต่นี้มันเป็นวิธีที่ฉันทำได้อย่างดีเยี่ยมอยู่แล้วก่อนที่ฉันจะได้รับพรสวรรค์ของชำนาญดาบมาซะอีก

ลูกระเบิดได้ลอยไปในอากาศคล้ายกับลูกบาสเก็ตบอลบินตรงไปตรงจุดที่มอนสเตอร์กำลังอาละวาดอยู่เหมือนกับว่ามันมีความคิดของมันเองและระเบิดไปที่หัวของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้น

โดยรู้ดีว่าฉันไม่สามารถพลาดโอกาสนี้ไปได้ฉันก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วหายไปจากตำแหน่งปัจจุบันของฉัน

มันเป็นโอกาสนี้โอกาสเดียวเท่านั้นสำหรับฉัน

ฉันเอาระเบิดลูกสุดท้ายออกมาและดึงสลักออก

ฉันต้องขว้างมัน

คลิก!

ระเบิดที่ซึ่งได้พลาดลื่นไถลออกจากมือฉันค่อย ๆ ตกลงไปที่พื้นอย่างช้า ๆ

“…!!”

ไม่สำคัญว่าพวกมันจะไร้ซึ่งเหตุผลอย่างไรก็ตาม มอนสเตอร์และสัตว์ป่าเหล่านี้มีความสามารถในการปรับตัว

มันสังเกตเห็นความผิดพลาดของฉันและรีบพุ่งมากที่ฉันอย่างรวดเร็ว

มันคิดว่ามันคงจะต้านทานระเบิดได้และอัดฉันจนเละในเวลาเดียวกัน

แต่...

มันเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจ

ฉันฟื้นคืนจากความงุ่มง่ามของฉันในพริบตาและมองไปที่ระเบิดบนพื้นเหมือนว่าฉันมองไปที่ลูกกอล์ฟ

มอนสเตอร์นั้นไร้การป้องกันโดยสมบูรณ์เพราะงั้นฉันได้ใช้สันของดาบอีเทอร์ตีลูกระเบิดไปที่ปากของมัน

(ผู้แปล : ปังย่า)

ถัดจากนั้นฉันยิงปืนพกของฉันไปที่ใต้คางของมันคล้ายกับหมัดอัปเปอร์คัต

“กึก!”

เมื่อปากของมันได้ถูกปิดสนิทฉันรวบรวมมานาไปที่แขนและแทงดาบอีเทอร์ไปที่คางของมัน

แล้ว

...ตะ-ตะ-ตูม!!

ภายในร่างกายของมอนสเตอร์ได้มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นแล้วมันก็ล่วงลงไปที่พื้นอย่างช้า ๆ

ตูม...!

“ฟู...”

ปาดเหงื่อที่อยู่บนหน้าฉันออกและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาตอนที่ฉันมองไปที่ซากมอนสเตอร์นั้น

..............................................................

ตูม...!

ริมผีปากของคิมจีแทสั่นสะท้านในตอนที่เขามองไปที่มอนสเตอร์ที่สามารถอัดเขาเละไปกับพื้นได้อย่างง่ายดาย ในตอนนี้มันได้ตกลงสู่ลงที่พื้นแล้ว

“โอ้ มายก็อต...”

ในมุมมองของเขาเป็นหลังของยูซอดัมที่ดูสูงใหญ่ขึ้น

เขาไม่อยากจะเชื่อเลย

คนธรรมดาทั่ว ๆ ไป คนที่ไม่มีอุปกรณ์จะสามารถจัดการกับเจ้ามอนสเตอร์ที่มีแรงค์แบบนั้นได้ “อย่างง่ายดาย”

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะเป็นฝ่ายชนะ

ด้วยชุดสูทอีเทอร์และอุปกรณ์เต็มสูบ อย่างน้อยที่สุดต้องมีสามคนในการรับมือเพื่อที่จะปราบมอนสเตอร์ในแรงค์เดียวกัน

ในทางตรงกันข้าม คิมจีแทคิด “ไม่ว่าจะมีอุปกรณ์ที่แพงมากเท่าใด ฉันก็ไม่สามารถที่จะล้มมอนสเตอร์แรงค์ C ได้ด้วยตัวคนเดียว”

นี้เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้จิตสำนึกของฮันเตอร์ส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตามเป็นบางครั้งคราว

ที่จะมีคนบางพวกที่เหนือเกินกว่าสามัญสำนึกของคนทั่วไป

มันพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางของมหาสมุทรแปรซิฟิก มีเกตลึกลับที่ถูกเรียกว่า “เฮลเกต” ที่นำไปสู่อีกโลกหนึ่ง

ทหารผ่านศึกคนที่คุ้นเคยกันการเดินทางไปรอบ ๆ พื้นที่แบบนั้น สถานที่ที่สามัญสำนึกพื้นฐานและหลักการไม่สามารถนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่การล่ามอนสเตอร์ที่มีแรงค์เดียวกันกับพวกเขาเท่านั้นแต่ยังสามารถที่จะล่ามอนสเตอร์แรงค์ที่สูงกว่าได้ด้วยตัวพวกเขาเอง

แต่...

นี่มัน มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?

กับมอนสเตอร์ที่น่าเกรงขามที่มีความแข็งแกร่งอย่างน้อยที่แรงค์ B ถูกล้มลงโดยฮันเตอร์แรงค์ F คนที่มีเพียงแค่ปืนพกถูก ๆ และดาบอีเทอร์ทั่ว ๆ ไป

คิมจีแทตัวเขาก็เองได้พ่ายแพ้ในการปะทะกันในเรื่องของความแข็งแกร่งในเวลาไม่กี่วินาที

การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ฆ่าสามารถที่จะคุณได้

อย่างไรก็ตามยูซอดัมเข้าต่อสู้โดยไม่แม้แต่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันพื้นฐานด้วยซ้ำและในท้ายที่สุดก็ล้มเจ้าตัวแบบนั้นได้ในการต่อสู้

“หน่วยสนับสนุนฉุกเฉินได้มาถึงแล้ว!”

[ปิ๊บ! กลุ่ม 7 รายงานตัว สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?]

“มัน...”

ในทันทีที่ได้ยินเสียง คิมจีแทก็ได้หันหน้ากลับไปตรวจสอบเสียงที่มาจากทางด้านหลัง

มีฮันเตอร์แรงค์ A 3 คนที่สวมใส่ชุดสูทสีน้ำตาลเข้มที่กำลังเหงื่อตก

ทหารแรงค์ A จากกองบัญชาการหลักสำหรับการป้องกันประจำเมืองหลวงที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการล่าเหล่ามอนสเตอร์

เป็นกลุ่ม 7 ของกองกำลังสนับสนุนฉุกเฉินสำหรับภัยพิบัติในกรุงโซล

พวกเขาเหล่านี้พึ่งจะมาถึงโดยอาศัยเฮลิคอปเตอร์ กำลังอยู่ในอาการสับสนงุนงงเมื่อได้เห็นสถานการณ์ที่สถานีได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว

“นี่มันเกิดบ้า...อะไรขึ้นที่นี้?”

เมื่อถูกถามโดยยางซอนยองฮันเตอร์แรงค์ A และเป็นหัวหน้าของกลุ่ม 7 ของหน่วยสนับสนุน ยูซอดัมคนที่มาถึงก่อนตอบกลับแทนคิมจีแท

“ฉันเป็นฉันฮันเตอร์ที่บังเอิญผ่านมาตอนเหตุการณ์บัดซบนี้เกิดขึ้นเพราะงั้นฉันเลยจัดการมันไปแล้วหละ”

เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกตอนที่เธอได้ยินรายงานของยูซอดัม

มอนสเตอร์ตัวนี้อยู่ระหว่างแรงค์ B กับแรงค์ A มันได้สร้างหายนะตรงใจตรงสถานีมหาลัยคอนกุกและทีมที่รับมือกับเหตุการณ์นี้ก็เป็นแค่แรงค์ D 5 คนและแรงค์ C 1 คนเท่านั้น

ไม่ใช่แค่การทำลายล้างเท่านั้นแต่ความเสียหายโดยรอบที่พวกเขาคิดว่ามันจะต้องมากมายแน่ ๆ เพราะงั้นพวกเขาเลยรีบไปตรวจดูรอบสถานทีแต่โชคดีที่มันดูเหมือนว่าจะได้รับการจัดการเป็นอย่างดีโดยฮันเตอร์ผ่านศีกคนนี้คนที่ดูเหมือนว่าจะแค่ผ่านมาโดยบังเอิญ

“โฮ ฉันดีใจมาก ๆ ที่มีฮันเตอร์มือโปรอยู่ที่นี้ฉันจะต้องรายงานความสำเร็จของคุณกับเบื้องบน คุณช่วยแสดง ID การ์ดให้ฉันดูได้ไหมคะ?”

“ได้แน่นอน”

ซอดัมก็ตั้งใจที่จะโชว์ไอดีการของเขาให้เธอดูอยู่แล้วเพราะเขาไม่คิดที่จะทำงานให้ฟรี ๆ

เมื่อเห็นมันฮันเตอร์แรงค์ A ทั้งสามคนได้หายใจเข้าอย่างหนักหน่วง

“แรงค์ F …ถ-ถูกต้องใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ”

“…คุณจัดการเจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นคนเดียวแน่ใช่ไหมคะ?”

มันเป็นไปไม่ได้

เขาน่าจะแค่หนึ่งในคนที่ยืนดูฮันเตอร์คนอื่นในเหตุการณ์ซะมากกว่า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจางซอนยองคิดเช่นนั้น

ไม่ใช่ว่าเขาใส่แค่ฮูดดี้สีดำกับกางเกงวอร์มและมีแค่ปืนพกกับดาบอีเทอร์ติดตัวแค่นั้นหรือ?

มันไม่สำคัญว่าพวกยอดมนุษย์แรงค์ A จะแข็งแกร่งมากขนาดไหน คนพวกนั้นก็ไม่สามารถจัดการกับมอนสเตอร์แรงค์ A ด้วยอุปกรณ์เช่นนั้นได้

แต่

“ใช่สิ ไอ้เจ้าคนไร้ค่านี้ก็นอนแบะอยู่ตรงนี้และฉันก็จัดการมันคนเดียวถ้าคุณต้องการที่จะจ่ายก็จ่ายมันใช้ฉันทั้งหมดนั้นแหละ”

“โอ้ว...”

เขาตอบตามความเป็นจริง

เธอได้มองไปที่ ID การ์ดของยูซอดัมอีกครั้ง

‘แรงค์ F…#15?’

พระเจ้าช่วย

คน ๆ นี้ไม่ใช่แค่แรงค์ F ธรรดา ๆ ทั่วไป

ฮันเตอร์ผ่านศึกคนนี้คือคนที่อยู่รอดมานานเป็นเวลา 15 ปีผ่านการทำงานอย่างหนักในสนามรบที่โหดร้าย มันหาได้ยากจริง ๆ

แม้กระทั้งยอดมนุษย์คนที่มีพลังพิเศษที่พบได้เป็นปกติคือถ้าเจ็บหนักไม่ก็พิการในสนามรบไม่งั้นแล้วก็คงจะเกษียณออกไปในสภาพจิตใจที่เหนื่อยล้าเต็มที

แต่ฮันเตอร์คนนี้กำลังทำงานในปีที่ 15 ของเขา

‘ไม่ว่าคุณจะธรรมดาแค่ไหนคุณก็สามารถทำสิ่งแบบนี้ได้งั้นหรือถ้าคุณสู้ในสนามรบมานานกว่า 15 ปี?’

ไม่มีทาง

เธอบันทึกข้อมูลของยูซอดัมลึกลงไปในสมองของเธอ

มันเป็นเพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องติดต่ออีกฝ่ายตอนที่พวกเขาต้องจัดพิธีฉลองเพื่อตอบแทนให้กับคุณงานความดีของเขาในภายหลัง

“ฮันเตอร์คิมจีแท ถ้างั้นแล้วเราสามารถมอบคริสตัลอีเทอร์ให้กับฮันเตอร์ยูซอดัมที่อัตรา 100% ได้ใช่ไหมคะ?”

“อ้า นี้มัน...”

ตอนที่คิมจีแทกลายมาเป็นรู้สึกปันปวนข้างใน ยูซอดัมได้พูดออกมา

“เจ้านั้นไม่มีคริสตัลอีเทอร์”

“อะไรนะ...?”

มันไม่เกินไปเลยที่จะพูดว่าคริสตัลที่ได้รับการสกัดออกมาจากหัวใจมอนสเตอร์คิดเป็น 50% ของรายได้ฮันเตอร์

แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่มอนสเตอร์ทั้งหมดจะต้องมีคริสตัลอีเทอร์ภายในมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ซอนยองไม่เข้าใจคำพูดของซอดัมในทันที

“มันไม่ใช่มอนสเตอร์แต่มันเป็น ‘มนุษย์ที่กลายพันธ์’”

สังคมที่พวกยอดมนุษย์มีได้กลายมาเป็นตัวตนในระดับสากล

ตอนนี้แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็ยังมีพรสวรรค์และถ้าพวกเขาเหล่านั้นสามารถที่จะได้รับการศึกษาที่วิทยาลัยของเหล่ายอดมนุษย์ได้

ในขณะที่ระดับคุณภาพการศึกษาของพวกยอดมนุษย์ได้เพิ่มขึ้น สัดส่วนของคนพวกนั้นที่ได้รับประสบการณ์มานาเป็นพิษก็ได้ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติดังนั้นแล้วในทุกวันนี้มีฮันเตอร์บางคนด้วยซ้ำที่ไม่เคยได้ยินคำว่า ‘มานาเป็นพิษ’

“ถ้าคุณไม่เชื่อฉันหละก็งั้น...เฮ้ คิมจีแท”

“ครับ!”

“ลงไปที่สถานีใต้ดินและหิ้วร่างไอ้พวกตูดหมึกทั้ง 5 คนขึ้นมาสิ”

“น-นี่...”

แล้วคิดจีแทก็เริ่มที่จะเหงื่อแตกออกโดยไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลยสักคำซอนยองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เช่นกัน

ในพวกเขาทั้งห้าคนต้องมีอย่างน้อยที่สุดหนึ่งคน

ถ้าหนึ่งในเลือดของฮันเตอร์เหล่านั้นได้ถูกวิเคราะห์และมานาเป็นพิษได้รับการตรวจจับ

ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกอย่างที่ซอดัมพูดจะเป็นความจริง

‘แต่ทำไมเขาถึงต้องการที่จะซ่อนความจริงด้วยหละ?’

มันชัดเจนที่มันจะเป็นที่น่าอับอายสำหรับคนที่มานาเป็นพิษที่จะมาจากกิลด์แต่ซอดัมและซอนยองไม่เข้าใจว่าทำไมคิดจีแทต้องรู้สึกอับอายด้วย

ในตอนที่ฉันกำลังพยายามที่จะถามเขา เหล่านักวิจัยในชุดคลุมสีขาวและชายในชุดสูทก็เข้ามาและบล็อกฉันจากด้านหน้า

“ร่างกายเหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบโดยพวกเราแล้วจึงส่งคืนครอบครัวของพวกเขาดังนั้นไม่ต้องกังวลและพักได้แล้วครับ”

“อ้า อะไรนะ โอเค”

ซอดัมผงกหัวของเขาลงและเช็คไปตราบนไหลของพวกเขา

แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว

“บริษัทเภสัชกรรมคิเนติก?”

มันเป็นชื่อที่คุ้นเคย

จากอะไรก็ตามที่ฉันจำได้มันเป็นบริษัทที่ตายไปแล้วอย่างชัดเจนแต่มันไม่คิดเลยว่าจะได้มันพวกเขาอีกทีที่นี้ในตอนนี้

ฉันมองไปที่พวกเขาที่กำลังเร่งรีบทำความสะอาดร่างกายของฮันเตอร์เหล่านั้นแล้วถามคิมจีแท

“เฮ้ พวกเขาดูแลเรื่องการทำความสะอาดพื้นที่สำหรับลอสเดย์ใช่ไหม?”

เมื่อฉันถามคิมจีแท เขาเหงื่อตกและพยักหน้า

“อ้า ใช่เพื่อคุณภาพชีวิตของฮันเตอร์ที่ดีขึ้นพวกเขาดูแลร่างของมอนสเตอร์หลังจากที่มันถูกล่าแล้ว”

ในเวลาเดียวกันที่คิมจีแทกำลังถามว่าเขาจะต้องถูกส่งไปรับการลงโทษจากทางกองทัพหรือป่าว

“มันแปลก ในทันทีที่ฉันออกจากกิลด์พวกเขาก็ร่วมมือกับคนพวกนั้น”

ซอดัมมีความประทับใจแย่ ๆ กับบริษัทเภสัชกรรมคิเนติก

ในทันทีที่ฉันถูกเตะออกจากกิลด์ มันชัดเจนเลยที่ลอสเดต์ได้ดูดกลืนบริษัทเภสัชกรรมคิเนติกเหมือนกับว่ามันรอให้ฉันโดนเตะโด่งออกไป นี่มันทำให้ฉันได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเลย

แต่มันไม่มีอะไรที่ฉันสามารถค้นหาได้ในตอนนี้ดังนั้นแล้วฉันจึงได้ดึงสติตัวเองกลับมา

ฉันไม่คิดว่าทุก ๆ สิ่งเหล่านี้ฉันจะสามารถจัดการกับมันได้เพราะยังไงซะฉันมันก็เป็นแค่แรงค์ F ในตอนนี้ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม

มองไปที่ยางซอนยองคนที่มองมาที่ฉันด้วยตาที่เป็นกำลังประกาย ฉันถาม

“ถ้างั้นแล้วฉันไปได้แล้วใช่ไหม”

“ด-ได้ค่ะ? แน่นอนค่ะ ตอนนี้พวกเราได้รับข้อมูลของคุณแล้วเราจะดำเนินการดำเนินกระบวนการจ่ายทรัพย์สินที่ได้รับค่ะ”

“โอเค ขอให้เป็นวันที่ดีนะ”

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะคะ”

ซอดัมพยักหน้าตอบ ยางซอนยองแสดงวันทยาหัต์ให้ด้วยความชื่นชม

คิมจีแทกลืนน้ำลาย

มันเป็นเพราะว่าในท้ายที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าฮันเตอร์แรงค์ F คนที่เคยได้รับการละเลย นั้นมีค่าพอที่จะได้รับวันทยาหัตถ์จากฮันเตอร์แรงค์ A

ซอดัมคนที่มีร่องรอยแห่งความสุขปรากฎขึ้นที่หน้าของเขา ทันใดนั้นก็ได้เข้าหาคิมจีแทที่กำลังลังเลอยู่และตบไปที่หลังของเขาอย่างแรง

ปาบ!

“เอื้อก!”

“ตั้งแต่นี้ไปอย่าได้ใช่ชีวิตแบบเลื่อนลอยอีกและทำงานให้หนักขึ้น เข้าใจไหม?”

“ค-ครับ? ได้ครับผม”

“ดี งั้นฉันไปแล้วนะ”

กับคิมจีแทคนที่พฤติกรรมได้เปลี่ยนไปแบบ 180 องศาในตอนที่ยูซอดัมได้จากไป

...กลับไปในจุดที่เกิดอุบัติเหตุที่สถานีรถไฟใต้ติน

“แย่มาก สถานีรถไฟใต้ดินถูกทุบทำลายทั้งหมดเลย”

มองไปที่ภาพเบื้องหน้าในทีสุดเขาก็เดินออกมากและเรียกแท็กซี่

“มันเป็นปกติใช่ไหมที่แรงค์ F จะล่ามอนสเตอร์แรงค์ B คนเดียว?”

ยางซอนยองส่ายหน้าให้กับเขา

“แม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว...แต่ถ้าคุณสวมใส่อุปกรณ์ราคาแพงมันก็จะเป็นเรื่องที่ต่างออกไป...”

แต่เขาตัวเปล่าปราศจากอุปกรณ์สวมใส่สักกะชิ้นเดียว

“มันเป็นไปได้ยากมากไม่ใช่แค่ในเมืองของเราเท่าแต่ในต่างประเทศก็เหมือนกัน”

และในวันถัดมา เหมือนอย่างที่ซอนยองคาดไว้ คลิปวีดีโอได้หลุดกระจายไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

จบบทที่ ตอนที่ 7 เพลงดาบของยูซอดัม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว