เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ตัวเอกที่กลายมาเป็นดาบ (2)

ตอนที่ 5 ตัวเอกที่กลายมาเป็นดาบ (2)

ตอนที่ 5 ตัวเอกที่กลายมาเป็นดาบ (2)


[10...9...8]

[การเดินทางเสร็จสำบูรณ์]

หลังจากที่โลกค่อย ๆ ทรุดตัวลงและสร้างขึ้นมาใหม่

ฉันพบว่าตัวเองยืนอยู่ด้านหน้าของวิหารขนาดมหึมา

“นี่...”

[คุณได้กลายมาเป็นนักผจญภัยผู้ที่มาเยื่อนวิหารบาเร็ตเต้]

ทันใดนั้น ฉันได้ยินเสียงดัง ๆ รอบตัวฉัน

มองดูไปรอบ ๆ เมืองสไตด์ยุโรปยุคกลางเข้ามาสู่สายตาฉัน

ถนนที่สวยงานที่ทำจากอิฐ ผู้คนที่ดูมีชีวิตชีวา กำแพงหอคอย และวัตถุแปลก ๆ ที่กำลังบินอยู่

บนพรมที่กำลังบินมีผู้คนนอนลงและเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศและก็มีเสียงบางอย่างดังมากจากลูกบอกคริสตัลที่ลอยได้ในอากาศ

“บ้าน่า”

โลกใบใหม่

อายธรรมที่มีระดับแตกต่างออกไป

นี้คือปฏิกิริยาตอบสนองแรกของฉัน

เมื่อหันไปมองด้วยสีหน้าสับสนเขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังขี่รถเลื่อนที่มีคริสตัลสีฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนแทนม้า

ซอดัมหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ แล้วรถเลื่อนได้ผ่านไป

“นี่แกมายืนอยู่กลางถนนทำไมเนื่ย?”

“…”

รถเลื่อนได้หายไปอย่างรวดเร็ว

“…กำลังมีงานเทศกาลหรือยังไงกันนะ?”

ประทัดและเศษกระดาษกระจายไปทั่วทุกที่แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเทศกาลสำหรับอะไร

“เหมือนครั้งที่แล้วเลย ทำไมฉันถึงรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนี้กำลังพูดอะไรอยู่”

<มันคือความสามารถของสกิลล่าตัวเอก>

<ภาษาต่างโลกศาสตร์ (B) มอบความสามารถในการเข้าใจภาษาของต่างโลกและร่างกายต่างโลก (S) ทำให้ร่างกายของคุณสามารถปรับสภาพให้เข้ากับระบบนิเวศที่แปลกประหลาดได้>

“…อะไรนะ?”

ทักษะแรงค์ S?

ด้วยปากที่เบิกกว้างมันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี

ทั้งชีวิตของฉันฉันได้แต่หวังว่าจะได้อย่างน้อยก็พลังหนึ่งอย่างที่เป็นแรงค์ E แต่ตอนนี้ฉันมีทักษะแรงค์ S และแรงค์ B แต่ฉันกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย

“ก็ดี แล้วตัวเอกของโลกนี้อยู่ที่ไหนหละ?”

มันต่างจากครั้งที่แล้วตัวมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าฉันเองเลย

<เพื่อที่จะฆ่าตัวเอกคุณต้องจัดการมันด้วยโชคชะตาของคุณเอง>

“พอร์ตเรื่องของตัวเอกฉันไม่สามารถไปชัดขวางได้แบบตรง ๆ ใช่ไหม?”

<คุณได้กลายมาเป็นตัวละครในพอร์ตเรื่องแล้ว และการมีตัวตนอยู่ของคุณสามารถขัดขวางการดำเนินของเรื่องราวได้>

“โอ้โห...”

ดี ฉันคิดว่าฉันคงตกใจแน่ ๆ ถ้าตัวการ์ตูนที่ฉันกำลังดูอยู่ อยู่ดี ๆ ก็ตายเพราะหัวใจวาย

ตัวเอกทุก ๆ คนต้องมีเหตุผลที่จะถูกฆ่า(ผู้แปล : คิระนั้นนายใช่ไหม)

ก่อนหน้านี้ ฉันโชคดีที่ได้เป็นผู้ท้าชิงของทัวร์นาเม้นและเผชิญหน้ากับตัวเอกในเวลาที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าฉันจะกลายมาเป็นนักผจญภัย

“คุณไม่มีแอปบอกต่ำแหน่งของตัวเอกแนว ๆ GPS หรืออะไรทำนองนี้บ้างเลยหรือไง?”

<ไม่มี>

“เพื่อนคนนี้นี่ไร้ประโยชน์จริง ๆเลย”

<…>

ฉันไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องหาตัวเอกด้วยตัวฉันเอง

ตอนนั้นเองก็มีใครบางคนมาแตะที่ไหล่ของฉัน

เมื่อฉันหันหน้าไปเจอกับชายกล้ามโตที่กำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลก ๆ

“ข้าชื่ออคิลไรออน ยามผู้ดูแลวิหาร มีคนรายงานมีว่ามีคนท่าทางน่าสงสัยเดินไป ๆ มา ๆ อยู่แถวนี้ ข้าเลยมาตรวจสอบดู เจ้าเป็นนักผจญภัยใช่ไหม?”

“…ก็คงจะใช่มั้ง?”

“หืม ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นคนที่นี้ดูจากการแต่งตัวของเจ้าแล้วแต่ยังไงก็ตามเจ้าไม่ควรมาเป็นรอบ ๆ วิหารในตอนนี้”

“ทำไมหละ?”

“ในตอนนี้กำลังมีพิธีกรรมจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ดำเนินการอยู่ เพื่อที่จะคัดเลือกจักรพรรดิคนต่อไป นักรบจำนวนมากกำลังท้าทายวิหารศักดิ์สิทธิ์อยู่”

“โฮ้ ว้าววว”

เป็นพอร์ตเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว

“ฉันเป็นนักผจญภัยเพราะงั้นฉันเลยมีข้อมูลเพียงเล็กน้อย ว่าแต่มันเป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับอะไรหรือ?”

“เหอะ! เจ้านี่มันบ้านนอกจริง ๆ อาศัยอยู่ในจักรวรรดิแต่กลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพิธีกรรมจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”

แล้วเขาก็ชี้ไปที่วิหาร

ที่วิหารสูงที่ดูเหมือนว่าจะสูงจนทะลุท้องฟ้าและมันชวนในนึกถึงสนามฟุตบอล

“มี ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’ ปักอยู่ที่นั้นพร้อมด้วย ‘กาเดี้ยน’ ที่ยืนป้องกันดาบนั้นอยู่ตรงกลาง”

“ดาบศักดิ์สิทธิ์หรอ?”

“ใช่แล้ว ดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ถูกเรียกขานว่า บาเร็ตเต้ คนที่ดึงดาบนี้ขึ้นมาได้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิเคววิลลอน”

โอ้

นี้มันนิยายยุคเก่าชัด ๆ เลย

มันเป็นวิธีที่ต่างออกไปจากการคัดเลือกจักรพรรดิจากความรู้ที่ฉันเรียนมา

“ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐี ทาส คนธรรมดา พ่อค้า ชาย หญิง คนแก่ เด็กแรกเกิด ไม่ว่าใครก็ตามสามารถเป็นได้แค่ มาและล้มกาเดี้ยนลงให้ได้”

อคิลลอนชี้นิ้วไปที่วิหาร

“รวมไปถึงเมืองนี้ ทั้งโลกนี้จะอยู่ในมือเจ้า”

..............................................................

ในทันใดนั้นเอง ฉันก็ได้กลายมาเป็น ‘ผู้ท้าชิง’ ไปด้วยอีกคน

พิธีกรรมนี้ที่จะต้องดึงดาบ ล้มกาเดี้ยน และรับตำแหน่งจักรพรรดิ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อจักรพรรดิคนปัจจุบันกำลังจะก้าวลงจากตำแหน่ง

และเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่ามันได้ดึงดูดความสนใจของนักรบที่โดดเด่นหลาย ๆ คนจากที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก

คนที่ดึงดาบออกมาได้จะได้เป็นจักรพรรดิคนต่อไป

หนึ่งพันปีก่อนดาบศักดิ์สิทธิ์บาเร็ตเต้ได้ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป

มันจะมอบพลังอำนาจที่แข็งแกร่งเหนือจิตนาการให้ใครก็ตามที่ครอบครอง ทำให้ใครคนนั้นกลายเป็นจักรพรรดิ ตั้งแต่นั้นมาข้อมูลนี้ก็ได้ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น

มีทักษะหนึ่งอย่างที่ทุกคนรู้ดีมากที่สุดเกี่ยวกับบาเร็ตเต้คือมันสามารถเติบโตได้

ถ้าใครก็ตามได้ถือดาบนี้มันจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นดาบที่เหมาะสมสำหรับคนคนนั้นเพื่อที่จะเสริมความชำนาญของของคนผู้นั้นไปสู่ศักยภาพสูงสุด

ฉันไม่รู้ว่ามันดีอย่างไรแต่มันไม่มากพอที่จะทำให้น้ำลายฉันไหลออกมาด้วยความโลภหรอก

“บาปอะไรที่ตัวเอกได้ทำให้โลกนี้หละ?”

<หมกมุ่นมากเกินไป>

<ตัวเอกได้ครอบครองร่างกายของจักรพรรดิคนก่อน ๆ และใช้งานร่างกายพวกนี้จนเหนื่อยล้าถึงขีดสุด>

<ในตอนนี้จักรพรรดิคนปัจจุบันได้แก่ตัวลงและสูญสิ้นพลังอำนาจของเขา ดาบศักดิ์สิทธิ์จึงได้ถูกปิดผนึกลง>

“อื้อหือ...ผนึกเลเวล 40?”

นี้ขนาดถูกผนึกแล้วนะ

หลังจากใช้เวลาสองสามวันในการสังเกตก็ได้พบว่าไม่ได้มีผู้ท้าชิงจำนวนมากมายอย่างที่ฉันได้คิดไว้

เพราะว่ากาเดี้ยนได้ฆ่าผู้ท้าชิงทุกคนที่ล้มเหลวโดยไร้ความเมตตา

“อักก ไ-ได้โปรดไว้...!”

ฉับ!

ผู้ท้าชิงได้ล่วงลงไปที่พื้นในขณะที่หัวของเข้าไปบินจากไป

แถ็ด แถ็ด1

ฉันกลืนน้ำลายลงไปในตอนที่มองดูไปที่หลังของกาเดี้ยนที่กำลังเดินกลับไปที่ที่มันจากมา

“อ้า ทำไมผู้ท้าชิงคนนั้นถึงได้กากแบบนี้?”

“ช่ายยย ถ้าใครก็ตามต้องการที่จะฆ่าตัวตายเขาคนนั้นควรที่จะไปลองนะ ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นการแสดงที่ดีสำหรับทุก ๆ คน”

กาเดี้ยนตนนี้สูงเกือบ 5 เมตรและปกคลุมไปด้วยเกราะเงิน

มันเป็นประเภทหนึ่งของ “โกเล็ม” ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มมันลงเพราะว่าแกนหลักของมันอยู่ในตำแหน่งที่ลึกลงไปภายใต้เกราะนั้น

มันอาจเป็นไปได้ที่จะปราบมันถ้าเป็นการร่วมมือกันระหว่างนักเวทย์และนักรบที่มีความสามารถ

อย่างไรก็ตาม สำหรับแต่ผู้ท้าชิงมันเป็นไปไม่ได้เพราะว่ามันต้องจัดการด้วยตัวคนเดียว

นักเวทย์จะอ่อนแอ่เมื่อเป็นการต่อสู้แบบปะทะซึ่ง ๆ หน้า และนักรบก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายผ่านเกราะของกาเดี้ยนได้เพราะพวกเขาไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้

‘นักเวทย์...’

เวทย์มนต์ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ในโลกนี้

ในตอนที่ได้ค้างแรมอยู่ที่นี้ในเวลาไม่กี่วันที่ผ่านก็มากพอแล้วที่จะทำให้ฉันได้ดูเหล่าผู้ท้าชิงที่กำลังนั่งอยู่บนอัฒจันทร์(น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก มีมากกว่า 100,000 ที่นั่งที่ถูกครอบครอง) และเกือบทั้งหมดของพวกเขาทรงพลังเป็นอย่างมาก

ถ้าใช้การจัดอันดับค่าของแรงค์ฮันเตอร์ค่าเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง B และ A

บางครั้งก็จะมีนักรบที่มีแรงค์เทียบเท่า S โพล่มาแต่มันก็หาได้ยาก

พูดตามตรงพวกเขาไม่มีทักษะที่แข็งแกร่งอะไรเลย

ฉันคิดว่าแรงค์ S ที่โลกยังแข็งแกร่งกว่าอีก

อย่างไรก็ตามทักษะนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ

มันอยู่ที่การควบคุม

มีนักรบ คนที่ใช้เทคนิคที่คล้ายกับการทำให้ร่างกายแข็งขึ้นเหมือนของคนจากโลก เขารู้ว่าทำอย่างไรจะพลักดันร่างกายของเขาไปสู่ขีดจำกัดได้

และพวกเขาก็ใช้อาวุธของเขาในแนวทางที่พิเศษเป็นอย่างมากที่มันไม่สามารถพบเห็นได้บนโลก

พวกเขาการแกว่งดาบได้ราวกับดอกไม้ที่กำลังแบ่งบาน ใบไม้ที่กำลังร่วงโรย และ พายุที่กำลังโหมกระหม่ำ

มันไม่ใช่แค่จินตาการหรือแค่คำบรรยายของฉัน

สิ่งทีคล้ายจินตนาการดังกล่าวปรากฏออกมาจริง ๆ และก็หายไป

วิชาดาบในโลกปัจจุบันดูหยาบกระด้าง ทุก ๆ คนแค่ยกมันไปรอบ ๆ คล้ายกับว่าพวกเขากำลังเต้นรำ กระพือปีกคล้ายผีเสื้อ จับดาบอย่างหลวม ๆ และโพสท่า

แล้วถ้าพูดถึงในเรื่องเวทย์มนต์หละ?

ถ้าในหมู่คนเหล่านั้นมีคนที่มี “หลายพรสวรรค์” คนที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลก พวกเขาเหล่านั้นมีอิสระที่จะใช้ ไฟ,น้ำ,ลม,และ เวทย์มันอื่น ๆ

คนเหล่านี้ความสามารถใช้พลังของพวกเขาเองได้ถึงขีดสุดในการควบคุมมานาเพื่อที่จะปกป้องร่างการของเขาโดยไม่ต้องใช้เกราะอีเทอร์ในตอนที่บัพตัวเองและดีบัพเป้าหมายไปด้วยได้

ถ้ามันเป็นที่โลกคงต้องใช้ผู้พวกเหนือมนุษย์สัก 3 ถึง 5 สำหรับทำอะไรก็ตามที่นักเวทย์สามารถทำได้ที่นี้ด้วยตัวคนเดียว

“นี่มันบ้าจริง ๆ”

การล่าทั้งหมดที่ฉันเคยเห็นมาบนโลกตอนนี้มันดูเหมือนเรื่องตลกไปเลย

ชาวโลกมีทักษะที่ดีกว่าผู้คนในโลกนี้แต่พวกเขารู้แค่ว่าจะเหวี่ยงดาบอย่างไร้เหตุผลเท่านั้นเองและพวกเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าจะควบคุมมันได้อย่างไร

เวทมนตร์

ฉันต้องการที่จะเรียนมันจริง ๆ

ช่างน่าเศร้า ถึงแม้ว่าฉันจะสามารถเข้าใจภาษาของโลกนี้แต่ฉันกลับอ่านตัวหนังสือมันไม่ออก

นอกจากนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยิบไอเทมจากที่นี่และนำมันกลับไป ดังนั้นฉันเลยไม่สามารถแม้กระทั้งที่จะขโมยหนังสือเวทมนตร์ได้

และเมื่อฉันถามไปรอบ ๆ ฉันได้พบว่ามันต้องใช้เวลาเกือบจะ 20 ถึง 30 สำหรับใครสักที่มีสติปัญญาแบบฉันที่จะกลายมาเป็นนักเวทย์ได้ในระดับนั้น

ฉันไม่สามารถเรียนเวทมนตร์ที่นี้ได้เพราะฉันมีเวลาเหลือเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น

แต่มันยังมีโอกาสอีกเป็นจำนวนมาก

อย่าพึ่งใจร้อนไป

มุมมองของโลกนี้และการมีอยู่ของเวทมนตร์ได้ถูกพัฒนาและเจริญรุ่งเรื่อง

วันใดวันหนึ่งฉันอาจจะได้กลับมาที่นี้และถ้าฉันโชคที่พอฉันอาจจะสามารถเรียนเวทมนตร์บางอย่างได้

การได้รู้ประโยชน์ของเวทมนตร์มันทำให้ฉันไม่ต้องการที่จะยอมแพ้

แต่สำหรับตอนนี้ฉันควรที่จะตั้งใจในการฆ่าตัวเอก

ฉันต้องการที่ยิงดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วยสไนเปอร์ในตอนนี้เลย แต่มันช่างโชคไม่ดีที่มีม่านมานาโปร่งแสงกันอยู่ระหว่างอัฒจันทร์และลานประลอง และฉันก็เกรงกลัวผลที่จะตามมา

บางทีอุปกรณ์โง่ ๆ ของฉันอาจจะไม่แม้กระทั้งเจาะทะลุมันได้

แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา

1 สัปดาห์ผ่านไป

เวลาทั้งหมดส่วนใหญ่ฉันใช้ไปกับการจับตาดูการดวลกันระหว่างผู้ท้าชิงและกาเดี้ยน

และฉันก็พร้อมแล้วสำหรับการเตรียมการทั้งหมด

..............................................................

เฮ้!!!!

เสียงเชียร์ดังมาจากบนอัฒจันทร์ในตอนที่ยูซอดัมได้เดินเข้าสู่ลานประลอง

จักรพรรดิก็ยังคงนั่งอยู่และกำลังมองไปที่สนามประลองด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ แต่ถึงยังไงยูซอดัมก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับพวกมันทั้งหมดอยู่แล้ว

“ชายคนนั้นเป็นใครกัน?”

“ข้าไม่รู้ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นนักผจญภัยนะ”

“ชุดนั้นช่างแปลกจริง ๆเลย”

ในขณะที่ ผู้คนเริ่มที่จะส่งเสียงเชียร์กาเดี้ยนก็ได้เดินเข้าหาผู้ท้าชิง

บูม! บูม!

แกร๊ก

เสียงที่ดังมากจากเกราะของกาเดี้ยนตนนั้นเมื่อมันเคลื่อนไหวร่างกายและเสียงของซอดัมที่กำลังโหลดกระสุนใส่ปืนของเขาได้สร้างบทเพลงซิมโฟนีของเหล็กขึ้น

มันเป็นเสียงที่เป็นถูกใจสำหรับซอดัมเป็นอย่างมาก คนที่รักในอุปกรณ์ต่าง ๆ

ฟูบ!

กาเดี้ยนได้เล็กดาบยักษ์ของมันไปด้านหน้า

เป็นร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลังทำลายที่มหาศาล

เป็นสัตว์ประหลาดที่เต็มไปด้วยร่างการที่ปราดเปรียว

เมื่อประชันหน้ากับมัน ยูซอดัมสูดหายใจสุดเฮือกแล้วถามว่า

“กาเดี้ยน ฉันสามารถดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ปักอยู่ด้านหลังของแกได้ตอนที่แกแพ้ใช่ไหม?”

[ใช่]

“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันลองที่จะดึงศักดิ์สิทธิ์โดยที่ไม่ได้ล้มแกหละ?”

[มันจะไม่ขยับเขยือน]

“หืม....”

การแลกเปลี่ยนธรรมดาเช่นการถามคำถามเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ผู้ท้าชิงได้รับอนุญาตให้ทำได้ในสนามนี้

ไม่มีใครสักคนที่ถามคำถามเช่นนั้น มันเลยทำให้ได้รับเสียงเยาะเย้ยมากจากอัฒจันทร์

“แกถามอย่างนั้นไปเพื่ออะไรหนะ?”

“ศักศรีของแกไปอยู่ที่ไหน....!”

ไม่ใส่ใจเสียงเยาะเย้ย ซอดัมพุ่งไปด้านหน้ากาเดี้ยน

ชริคชริค!

ปืนลูกซองที่ถูกบรรจุกระสุนแล้วและในตอนที่ระยะห่างจากกาเดี้ยนกับเขาได้หดสั้นลง

ซอดัมได้ยิงไปที่ขาหนีบของมัน

เคร็ง!!

ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงความตกใจเล็กน้อยที่ผลักซอดัมกลับไปด้านหลัง

ในทันทีหลังจากนั้นซอดัมได้หลบดาบยักษ์ที่เหวี่ยงลงมาก และโยนลูกบอลสีดำจากกระเป๋าเขากลับไป

มันกระจายตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นทรงกลมนับสิบอันและยึดเกาะไปที่ทุก ๆ ส่วนของร่างกายกาเดี้ยน

ทรงกลมพวกนี้คือแม่เหล็กที่ดึงดูดกันเองเป็นการฆ่าโดยการบดขยี้เข้าหากัน แต่กาเดี้ยนดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยและเหวี่ยงดาบยักษ์ของมันไปที่เขา

‘เป็นดังคาด มันมีระดับความคล่องตัวถึงเพียงนี้เชียว’

ทังงง!!

เกราะอีเทอร์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเมื่อดาบยักษ์ของกาเดี้ยนไถลผ่านไปด้านข้างของซอดัม

เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า การเหวี่ยงนี้อันตรายมาก แต่ซอดัมคุ้นเคยกับดาบนี้ต้องขอบคุณพรสวรรค์ชำนาญดาบระดับ (A+) ของเขา

แค่เพียงมองดูไปที่การตั้งท่า รูปแบบ และวิถีของดาบคู่ต่อสู้ เขาสามารถมองเห็นได้ว่ามันจะมาจากทางไหน

ทำให้เขาสามารถเตรียมการเคลื่อนไหนครั้งถัดไปของเขาได้

ในตอนที่เขากลิ้งไปด้านข้างเพื่อหลบดาบยักษ์มือของขวาของเขาได้กดลงไปที่ปุ่มสีแดง

ทรงกลมเหล่านั้นที่ได้แนบติดบนตัวของกาเดี้ยนได้ระเบิดออกพร้อมกัน

ตูม ตูม!

‘ตอนนี้แหละ!’

เขาพยายามที่จะวิ่งผ่านกาเดี้ยนที่ว่องไวนี้แต่มันกลับทนการระเบิดไว้ได้และได้วิ่งตามซอดัมไปในทันที

เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะโดนมันตีดังนั้นแล้วเขาได้ดึงเอาปืนลูกซองอีเทอร์ออกมาสองกระบอกและยิงไปที่มันอย่างต่อเนื่อง

บูม บูม!

ไหล่ของมันกระตุกและขาของมันเซ แต่กาเดี้ยนไม่ได้หยุดลง

อย่างไรก็ตามพลังของโกเล็มไม่ได้เป็นอนันต์

พลังงานที่มันได้รับในแต่ละรอบการประลองมีขีดจำกัดอยู่

สิ่งที่ซอดัมกำลังทำก็คือการทำให้พลังงานนั้นน้อยลงเรื่อย ๆ

เมื่อใช้กระสุนทั้งหมดจากปืนลูกซอง ซอดัมได้ขว้างมันไปที่พื้นโดยปราศจากความลังเล

แล้วเขาก็วิ่งออกไปด้านข้างแล้วเล็งปืนสั้นของเขาไปตรงจุดที่เขายืนอยู่เมื่อกี้

ประกายไฟออกมาจากปืนสั้นและมันได้ยิงไปโดนพื้น

ในจังหวะที่กาเดี้ยนได้เดินไปอยู่เหนือจุดนั้น

พูฟ!!

แผ่นเหล็กได้ละลายลง พลิกกาเดี้ยนให้คว่ำลง

“อ-อะไรนะ...!”

“นั้นมันเวทมนตร์ห่าเหวอะไรกันหวะ?”

“ชายคนนั้น เขาเป็นนักเวทย์จากโรงเรียนไหนกัน?”

“เร็วเขา ไปหาข้อมูลมา!”

นักเวทย์ทั้งหลายได้บ้าคลั่ง

มันคือรูปแบบของเวทมนตร์ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

มันเป็นไปได้จริง ๆ หรอที่จะสามารถร่ายเวทมนตร์ทำลายล้างเช่นนั้นได้โดยไม่มีบทร่าย?

‘ถ้าเราสามารถทำให้นักเวทย์นั้นเข้ารวมกับพวกเราได้หละก็’

รูปแบบการโจมตีของกองทัพนักเวทย์อาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

พวกเขาต้องการที่จะโดดลงไปในสนามตอนนี้และหิ้วชายคนนั้นออกมาเลยด้วยซ้ำแต่ติดที่ว่าพวกเขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เพราะว่ามันม่านบาเรียขวางไว้อยู่

“มันเหมือนกับว่าพวกเขากำลังดูการต่อสู้ของนักเวทย์ที่ถูกพูดถึงแต่ในตำนานเท่านั้น...”

เช่นเดียวกับที่ซอดัมประหลาดใจเมื่อได้เห็นเวทมนตร์ นักเวทย์เหล่านี้จะเนื้อเต้นเช่นกันที่ได้เห็นวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะรับรู้มันหรือไม่ก็ตามซอดัมได้พุ่งออกไปสุดตัวด้วยแรงเท่าที่เขาจะทำได้

และเขาก็ไม่ลืมที่จะวางเครื่องหมายขนาดเท่าเม็ดถั่วได้บนพื้นที่เขาวิ่งผ่าน

ฮัทท!

เมื่อกาเดี้ยนได้วิ่งตรงไปที่ทิศตะวันตกของกำแพงด้วยขาที่กระแพกไปข้างหนึ่ง เครื่องหมายบนพื้นก็ได้ระเบิดออกหลังจากที่มันได้ถูกเหยียบลง

แบง แบง!

อย่างไรก็ตามแม้ว่าขาของมันจะได้รับความเสียหายก็ไม่ได้เป็นเหตุผลให้มันหยุดลง

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเจ้าก็เดี้ยนตัวนี้มันก็แค่เร็วกว่าคนทั่ว ๆ ไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง ดังนี้แล้วซอดัมจึงเหนือว่ามันอย่างรวดเร็ว

ฉวอง!

ในจังหวะก่อนที่ดาบยักษ์จะฟาดถูกเขา

เขาได้อ่านวิถีของมันและกลิ่งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วแล้วยิงระเบิดสีฟ้าขนาดเล็กไปที่ส่วนของกาเดี้ยนในจุดที่คาดการณ์ไว้

‘สนามแม่เหล็ก’

ระเบิดแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีแม่เหล็กอันทรงพลัง และในตอนนั้นเองมันได้ยึดเกาะกับเหล็กและกลายมาเป็นสนามแม่เหล็กขนาดมหึมา

เปรี๊ย เปรี๊ย!!

เมื่อมันชนเขากับดาบยักษ์ของกาเดี้ยน พื้นเหล็กและดาบยักษ์ก็ได้ถูกตรงเข้าได้ด้วยกัน

เมื่อเขาขว้างระเบิดสีฟ้าอีกลูกไปที่ร่างของกาเดี้ยน เกราะของมันได้ถูกบีบทำให้ทั้งแขนและขาของกาเดี้ยนถูกดูดติดเข้าหากัน

โกวววว!

มันเป็นวิธีที่เป็นไปได้ที่จะจัดการกับบางสิ่งที่สร้างขึ้นมาจากเหล็ก

แต่มันก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าวิธีนี้มันก็ส่งผลไม่นานเช่นกัน

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มมันในช่วงเวลาที่สั้นเช่นนี้

“ช่างเป็นเวทมนตร์เหนี่ยวรั้งที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้”

เมื่อได้ยินคำพูดไร้สาระที่นักเวทย์คนนั้นได้ตะโกนออกมา ซอดัมวิ่งไปด้วยความเร็วที่มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ตรงไปหาดาบศักดิ์สิทธิ์

“หา...”

“นั้นเขากำลังจะทำอะไรหละ?”

“นี่เขาไม่โจมตีการเดี้ยนแล้วอย่างนั้นหรือ!”

“นี้เขาไม่รู้หรือว่าเขาไม่สามารถดึงมันออกมาได้ถ้าเขาไม่ได้ล้มกาเดี้ยนลงก่อน?”

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของซอดัมตั้งแต่ต้นนั้นไม่ใช่การดึงดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว

ตั้งแต่เริ่มเขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะล้มกาเดี้ยนลง ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถพอที่จะทำมันได้หรือไม่ก็ตาม

เขามีแค่จุดมุ่งหมายเดียวตั้งแต่แรกแล้ว

ล่าตัวเอก

บิ๊ป บิ๊ป บิ๊ป!

หลังจากที่ติดตัง ‘ระเบิด E-4’ จากคลังแสงของเขา เขาวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วและทิ้งห่างออกไปมากขึ้น

กาเดี้ยน ในตอนนนี้ได้หลุดออกจากสนามพลังแม่เหล็กแล้ว พุ่งตรงไปยังซอดัม

กว้ากกกก!

กาเดี้ยนได้มองไปที่ซอดัมอย่างน่ากลัว

“ในระหว่างการต่อสู้ที่อันตรายนี้....เจ้าทำอะไรของเจ้าหา?”

โดยไม่มีการตอบข้อสงสัยใด ๆ ซอดัมได้ดึงเอาปืนสไนเปอร์ออกมา

ปืนนี้มีชื่อเรียกว่า EK-49 มันเป็นสัตว์ประหลาดชนิดพิเศษในการโจมตีระยะไกลและกระสุนแต่ละนัดของมันแพงโคตร ๆ แต่อำนาจการทำลายล้างในหนึ่งนัดของมันก็มากมหาศาลเช่นกัน

ปืนได้ถูกเล็งไปอย่างช้า ๆ ที่กาเดี้ยน มันมองมาที่เขาอย่างต่อเนื่องเพราะว่ามันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปืน

มันอาจจะคิดว่าปืนไม่สามารถหยุดมันได้

ใช่เลยจริง ๆ แล้ว ไม่ว่ามันจะบล็อกหรือโดนยิงแล้วต้านได้มันก็เท่านั้น

เพราะตั้งแต่ในตอนแรกแล้ว ซอดัมไม่ได้กำลังเล็งไปที่กาเดี้ยน

“…!”

ชิคชิค!

ซอดัมที่กำลังเล็งไปที่หัวของกาเดี้ยนไปเปลี่ยนเป้าหมายของเขาอย่างรวดเร็วและยิงไปที่ดาบศักดิ์สิทธิ์

ทันทีทันได้ จักรพรรดิได้รู้สึกสึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและตะโกนออกมา

“หยุดเดี่ยวนี้!”

แต่มันได้สายเกินไปแล้ว

ปัง!

การระเบิดขนาดใหญ่ได้เกิดขึ้น

[คุณประสบความสำเร็จในการล่าตัวเอกเลเวล 40]

[เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น 3]

ดาบศักดิ์สิทธิ์หักลงและในเวลาเดียวกันจักรพรรดิก็ได้กรีดร้องออกมาก

“อ้า ม่ายยยยย!!!”

เขาเป็นใครไม่ได้นอกเหนือไปจากจักรพรรดิคนที่ถูกควบคุมด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์

“จับมันซะ พามันมาให้ข้าเดียวนี้”

เมื่อจักรพรรดิผู้ที่ได้ดึงสติสตังที่ขาดหายไปของตนเองกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาก็ตะโกนออกมาสุดเสียง ผู้ท้าชิงทั้ง 100,000 คน ลุกขึ้นจากที่นั่งในเวลาเดียวกันและเริ่มหันไปมองที่ลานประลอง

ในขณะเดียวกัน ยูซอดัมมองกลับมาอย่างสบาย ๆ และสบตากับจักรพรรดิ

ในเวลาเดียวกันเผชิญกันสายตาที่สันไหวอย่างไม่เต็มใจ ‘ลูเร็ต’ ได้ปรากฏขึ้นมาในใจเขา

ลูเร็ตประกอบไปด้วยพรสวรรค์และทักษะของดาบดาบศักดิ์สิทธิ์

ทันใดนั้นข้อความก็ได้ปรากฏขึ้น

[ทักษะของเบเร็ตเต้ เพลงดาบสีขาว (S) ได้รับการดูดกลืน]

เขาชูนิ้วกลางของเขาไปที่จักรพรรดิ เขาพูด

“ฉันจะใช้สกิลนี้อย่างดีเลยหละ”

ในตอนที่นักรบที่เกรี้ยวกราดได้มาถึงลานประลอง ยูซอดัมได้หายไปเหมือนดังสายหมอกเรียบร้อยแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 5 ตัวเอกที่กลายมาเป็นดาบ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว