- หน้าแรก
- โรงพยาบาลหมายเลข 444
- บทที่ 7 หญิงไร้ตา
บทที่ 7 หญิงไร้ตา
บทที่ 7 หญิงไร้ตา
ชายวัยกลางคนเล่ามาถึงตรงนี้ ร่างกายก็ยังคงสั่นไม่หยุด
“ตอนนั้นผมกลัวมาก…แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ก็พบว่ามี นามบัตร ใบหนึ่งอยู่ในกระเป๋าสตางค์ แต่ผมไม่เคยได้มันมาก่อนเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเข้ามาอยู่ในนั้นได้ยังไง”
“นามบัตร…ของโรงพยาบาลหมายเลข 444 ใช่ไหม?”
“ใช่ ผมรู้สึกเหลือเชื่อมาก…แล้วก็ลองโทรไปตามเบอร์ที่อยู่บนนั้น และจองคิวมาตรวจที่นี่”
“ผมเอารูปไปให้หมอดู เธอบอกว่าดีที่ผมมาเร็ว อาการของผมยังไม่ร้ายแรง หลังจากนั้นก็ออกใบสั่งยาสำหรับการรักษา ให้ผมหนึ่งคอร์ส พอผ่านการรักษาไป แล้วลองถ่ายรูปอีกครั้ง… ก็ไม่เจอเขาอีกเลย”
“แต่ของฉันซับซ้อนกว่านั้น…” หลินเหยียนพูดเสียงเบา “ถ้าไม่รีบมา…บางทีฉันคงเอาชีวิตไม่รอดแล้ว”
“งั้นคุณก็มาถูกที่แล้ว” ชายวัยกลางคนตอบ
“คุณบอกว่าหมอออกใบสั่งให้…แล้วที่นี่ขายยาแบบไหนกัน?”
ชายวัยกลางคนส่ายหัว “ไม่…ไม่ใช่ยา…”
เขากำลังจะพูดต่อ ทันใดนั้นประตูห้องตรวจก็เปิดออก หญิงชราก้าวออกมา บนจอใหญ่ขึ้นเป็นหมายเลขของชายวัยกลางคนทันที
เขาลุกขึ้น “ผมต้องเข้าไปแล้ว”
“งั้นขอคำถามสุดท้าย” หลินเหยียนรีบพูดเร็วขึ้น “ตอนนั้นทำไมคุณถึงเชื่อในนามบัตรใบนั้น?”
ชายวัยกลางคนดันแว่นขึ้นที่สันจมูก ก่อนตอบว่า “ผมก็ไม่รู้ ตอนนั้น…แค่เชื่อไปเอง ต้องขอโทษด้วย ผมต้องเข้าไปแล้ว”
เขาเดินเข้าห้องตรวจไป หลินเหยียนมองตาม พลันนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่เธอรับนามบัตรจากชายคนนั้นที่หน้าบริษัทประกันภัย สิ่งแรกที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คือความรู้สึกแปลก ๆ ราวกับเชื่อใจสิ่งที่เขียนอยู่บนการ์ดนั้นโดยไร้เหตุผล และไม่เคยนึกเลยว่ามันอาจเป็นการหลอกลวง
เวลาผ่านไปยี่สิบนาที…จอใหญ่ก็เรียกคิวของเธอ
ชายวัยกลางคนเดินออกมา ส่วนเธอก้าวเข้าสู่ห้องตรวจ
ห้องตรวจค่อนข้างกว้าง ประมาณห้าสิบตารางเมตร
เกาเหอเหยียนกับไต้หลินนั่งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังโต๊ะ บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ด้านขวามีเตียง ชัดเจนว่าใช้สำหรับให้ผู้ป่วยนอนรับการตรวจ
หลินเหยียนมองแวบเดียวก็จำไต้หลินได้ทันที
“สวัสดีค่ะ เชิญนั่ง คุณหลิน” เกาเหอเหยียนยื่นน้ำให้หนึ่งแก้ว ใบหน้าที่ปกติเย็นชากลับดูอ่อนโยนขึ้นมาก
“คุณ…คือหมอเกาเหอเหยียนใช่ไหม?” หลินเหยียนพูด ทั้งที่ในใจเองก็คิดว่า ชื่อแบบนี้น่าจะเป็นผู้หญิงจริง ๆ
“ถูกต้อง” เธอตอบเรียบ ๆ “ไม่ทราบว่าคุณเจอ…เหตุการณ์เหนือธรรมชาติแบบไหนมา?”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า “เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ” หลินเหยียนก็รีบถามกลับ “พวกคุณ…ช่วยฉันได้จริง ๆ เหรอ?”
“คุณวางใจได้เลย โรงพยาบาลหมายเลข 444 รับตรวจทุกเคสที่เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ คำสาป หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติทั้งหมด”
หลินเหยียนยังคงรู้สึกเหลือเชื่อ แต่ในเวลาเดียวกัน โรงพยาบาลแห่งนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อาจไม่เชื่อ
ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของเกาเหอเหยียน ความระแวงในใจของเธอค่อย ๆ คลายลง แล้วเธอก็เริ่มเล่าอย่างเงียบสงบ
“ถ้าจะพูดถึงเรื่องทั้งหมด คงต้องย้อนกลับไปตอนฉันอายุเจ็ดขวบ…ตอนนั้นพ่อแม่ขับรถพาฉันไปตั้งแคมป์ในภูเขาสุ่ยหยวนที่ชานเมือง แล้วคืนนั้น รถเกิดเสียกลางเขา”
เกาเหอเหยียนส่งสายตาให้ไต้หลิน เขาพยักหน้ารับ ก่อนเปิดสมุดบันทึกผู้ป่วยตรงหน้า เริ่มจด “ประวัติอาการ” ของหลินเหยียนลงไป
“ตอนที่พ่อแม่กำลังตรวจรถ ฉันนั่งเล่นอยู่เฉย ๆ ก็เลยหมอบมองเข้าไปใต้ท้องรถ…แล้วฉันก็เห็น…”
มาถึงตรงนี้ หลินเหยียนหยุดเล่าไปชั่วครู่
สองมือเธอประสานแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ถึงเวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น…ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก
เธอรับแก้วน้ำจากเกาเหอเหยียนขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก
“ไม่ต้องกังวล บอกมาตามตรงได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ…”
หลินเหยียนค่อย ๆ ตั้งสติแล้วพูดต่อ
“ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่กับพื้น ตัวเต็มไปด้วยเลือด! หน้าของเธอซีดขาวสุด ๆ ดวงตา…ดวงตาขาวซีดจนแทบไม่เห็นรูม่านตา!”
“ตอนนั้นฉันตกใจมาก รีบเรียกพ่อแม่มาดู…แต่พอพวกเขามาดูใต้ท้องรถ ก็ไม่มีใครอยู่เลย! ตอนนั้นพ่อแม่ฉันอยู่คนละข้างของรถ ถ้าเธอคลานออกไป พวกเขาต้องเห็นแน่นอน!”
“พวกเขาทั้งคู่คิดว่าฉันแกล้งหลอก ไม่ว่าฉันจะอธิบายยังไงก็ไม่มีประโยชน์ หลังจากนั้นฉันก็เริ่มกลัว ถึงแม้รถจะซ่อมเสร็จ แต่เพราะฉันยืนยัน เราก็เลยยกเลิกทริปก่อนกำหนด
แต่ในวันที่เรากลับเข้าเมือง วันนั้นพ่อเป็นคนขับรถ ฉันกับแม่หลับอยู่ที่เบาะหลัง อยู่ ๆ รถก็กระแทก ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วก็เห็นในกระจกหลังว่า แม่ที่ควรนั่งข้างฉัน…กลายเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเลือดคนนั้น! แต่พอฉันหันไปข้าง ๆ…แม่ก็หายไปแล้ว!”
ได้ยินมาถึงตรงนี้ ไต้หลินเงยหน้าขึ้นมองหลินเหยียน
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” เกาเหอเหยียนยังคงนิ่งถามต่อ
“หลังจากนั้น ฉันถึงได้รู้ว่า ตอนฉันตื่นขึ้นมาพอดี รถกำลังแล่นอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับที่เคยจอดเสียวันนั้น!”
เกาเหอเหยียนถามทันที
“ตำรวจเคยตรวจสอบภายหลังไหม? ตรงนั้นเคยมีคนตายมาก่อนหรือเปล่า?”
นี่เป็นคำถามสำคัญ เกือบทุกคนไข้เธอจะถามเรื่องนี้เสมอ
“ไม่ค่ะ ฉันเองก็เคยตรวจสอบภายหลังแล้ว ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้น”
“เล่าต่อสิ”
“ในที่สุดแม่ของฉันก็ถูกประกาศว่าเสียชีวิต เพราะท่านหายตัวไปนานกว่าที่กฎหมายกำหนด ทุกปีในวันนั้น พ่อของฉันจะไปที่เกิดเหตุ ท่านกลัวว่าฉันจะนึกถึงอดีต ท่านจึงไม่เคยพาฉันไป แต่มีอยู่ปีหนึ่ง ท่านไปที่นั่นแล้วไม่กลับมาอีกเลย”
เกาเหอเหยียนฟังมาถึงตรงนี้ ถามว่า
“แสดงว่าพ่อของคุณ…?”
“ใช่ค่ะ ยังไม่ทราบชะตากรรม”
“แล้วต่อมา…?”
“ฉันไม่เคยยอมเชื่อว่าพวกท่านตายไปแล้ว ตลอดหลายปีมานี้ก็ตามหามาตลอด แต่ก็ไม่เคยเจอ…”
หลินเหยียนกำหมัดแน่นอย่างเงียบ ๆ
“เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันอยู่บ้านตอนที่มีคนมากดกริ่ง ฉันมองผ่านตาแมวและเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างนอก ไม่มีลูกตา…”
ไต้หลินรู้สึกเหลือเชื่อ “ผ่านมาหลายปี คุณยังจำหน้าตาเธอได้ชัดเจนขนาดนั้น?”
“ใช่ค่ะ หลังจากนั้นฉันเองก็คิดว่าน่าแปลก…ตอนนั้นฉันคิดอย่างเดียวเลยว่า หลังจากเธอพาพ่อแม่ฉันไป เธอก็กลับมาหาฉันแล้ว…ฉันทำได้แค่ถืออาวุธยืนอยู่หน้าประตู แต่เสียงกริ่งดังอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็เงียบ พอดูตาแมวอีกที เธอก็หายไปแล้ว”
เกาเหอเหยียนถามต่อ
“เธอปรากฏตัวครั้งนั้นครั้งเดียว?”
“หลังจากนั้นฉันไม่กล้าอยู่บ้านอีก ไปนอนที่ที่ทำงานแทน แล้วยังไปขอเครื่องรางคุ้มครองจากวัดมา แต่ตั้งแต่เมื่อคืน ฉันรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามฉันมาตลอด และฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ อยู่บ่อยๆ!”
ไต้หลินยังคงจดบันทึกประวัติของเธออย่างรวดเร็วในสมุดผู้ป่วย
“ต่อมา ฉันพบว่าตัวเองจะเดินไปเจอแต่ที่เปลี่ยว ๆ แบบไม่มีสาเหตุ แล้วแม้แต่ไปที่ที่คนพลุกพล่าน มันก็จะกลายเป็นเงียบโล่งขึ้นมาทันที!”