- หน้าแรก
- โรงพยาบาลหมายเลข 444
- บทที่ 5 ผู้ป่วยนอก
บทที่ 5 ผู้ป่วยนอก
บทที่ 5 ผู้ป่วยนอก
บ่ายโมงตรง
ไต้หลินอาศัยพลังทะลุมิติ กลับเข้ามาในตัวโรงพยาบาลอีกครั้ง
โถงทางเดินสีขาวล้วน แฝงกลิ่นอายจากนิยายวิทยาศาสตร์ ทำเอาเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลงเข้ามาในโลกที่ไม่จริงเอาเสียเลย
ระหว่างเดิน หมอหลายคนในชุดกาวน์สวนผ่านหน้าไปมา ราวกับว่าที่นี่ก็เป็นแค่โรงพยาบาลธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
ศัลยกรรมวิญญาณอาฆาต กับ อายุรกรรมวิญญาณอาฆาต อยู่บนชั้นห้าของตึกผู้ป่วยนอก
มีกฎเหล็กอยู่ว่า หมอถ้าไม่ได้รับอนุญาต ห้ามออกจากพื้นที่ที่ตัวเองถูกแบ่งให้อยู่ ถึงขั้นว่าห้ามเดินเล่นขึ้นลงไปชั้นอื่นด้วยซ้ำ
โถงใหญ่ผู้ป่วยนอก…กลับมีคนรอน้อยกว่าที่คิด บรรยากาศออกไปทางคล้ายโรงพยาบาลเอกชนเงียบ ๆ ไม่ได้โกลาหลคนแน่นจนแทบหายใจไม่ออกเหมือนโรงพยาบาลรัฐ
ไต้หลินลองนับดู ผู้ป่วยที่นั่งรอคิวอยู่มีไม่ถึงยี่สิบคน
พวกนี้…คือคนที่โดนคำสาปลี้ลับเล่นงานมาทั้งนั้นสินะ ถึงต้องมาหาหมอที่นี่?
ส่วนที่เรียกว่า “แผนกวิญญาณอาฆาต” ก็ตั้งขึ้นมาตามการจำแนกประเภทของผี “วิญญาณอาฆาต” คือชื่อเรียกทางการ หมายถึงผีที่สามารถทำร้ายร่างกายมนุษย์ได้จริง แถมอาจถึงขั้นพรากชีวิต
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเปิดตรวจ
ไต้หลินเดินไปที่ห้องตรวจหมายเลข 4 ของศัลยกรรมวิญญาณอาฆาต
เขาผลักประตูเข้าไป…ภายในยังไม่มีใคร
ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในคลินิกผู้ป่วยนอก สายตาเขาก็สบเข้ากับเกาเหอเหยียนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ!
“คุณมาเร็วจังนะ” เธอเอื้อมมือเปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แล้วพูดขึ้นโดยไม่มองเขาด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวตอนตรวจผู้ป่วย คุณมีหน้าที่จดบันทึกประวัติคนไข้ ห้ามพูดอะไรเกินจำเป็น แพทย์ฝึกหัดอย่างคุณที่ได้เข้ามาเรียนรู้ในแผนกอายุรกรรมมีไม่กี่คนหรอก ปกติมักจะถูกส่งไปช่วยที่หอผู้ป่วยมากกว่า เพราะงั้นควรรู้จักใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า… มันจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในโรงพยาบาลนี้ของคุณได้มากทีเดียว”
ไต้หลินรู้สึกเลยว่า เกาเหอเหยียนมีท่าทีเย็นชาใส่เขาชัด ๆ ต่างจากอินอู๋เชวี่ยโดยสิ้นเชิง
แต่ก็จริงอย่างที่เธอพูด นี่เป็นโอกาสเรียนรู้ที่ดีสำหรับนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด สมัยไปฝึกที่โรงพยาบาลหมายเลขเก้า เขาได้แต่ทำงานช่วยอยู่ในหอผู้ป่วยเท่านั้น ที่นี่…คงจะได้เห็นอะไรที่ “ถึงเนื้อถึงตัว” กว่าเยอะ
“อีกครึ่งชั่วโมงจะเริ่มตรวจแล้ว ฉันจะเช็กตารางนัดวันนี้ก่อน และขอเตือนไว้ก่อน อะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างการตรวจ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณห้ามร้องโววยวายให้ผู้ป่วยตื่นตระหนก” เกาเหอเหยียนพูดพลางเปิดไฟล์ Excel บนจอ “แล้วก็…ไม่ว่ามันจะอันตรายขนาดไหน ห้ามหนี ฉันรับประกันความปลอดภัยให้ได้ ในฐานะหมอคุณต้องรักษาหน้าตาของแผนกเราไว้”
“…ครับ” ไต้หลินพยักหน้าอย่างจริงจัง “ผมจะตั้งใจเรียนรู้ให้เต็มที่”
ในเมื่อการทำงานที่นี่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็เลือกที่จะก้มหน้าศึกษาวิชาแพทย์ลี้ลับให้ถึงที่สุด
หมอธรรมดาช่วยชีวิตคนได้ หมอเหนือธรรมชาติก็เช่นกัน เพียงแต่พวกเขาต้องแลกกับ “ความเสี่ยงตาย” ที่สูงกว่ามาก
….
หลายชั่วโมงผ่านไป
“อืม…ไม่ใช่อะไรใหญ่โต” เกาเหอเหยียนสรุป หลังตรวจผู้ป่วยรายหนึ่งเสร็จ เธอก็นั่งลงเขียนใบสั่งยา
ต่างจากโรงพยาบาลรัฐที่ใช้เวลาตรวจคนไข้ไม่กี่นาที เพราะที่นี่คนไข้ไม่เยอะ หมอจึงมีเวลาตรวจอย่างละเอียดจนมั่นใจจริง ๆ ก่อนจะเขียนใบสั่งยา และที่สำคัญ…ใบสั่งยาทุกใบ เธอเขียนด้วยลายมือตัวเองเสมอ เป็นนิสัยที่ไม่ยอมเปลี่ยน
“เอาล่ะ ลงไปเอาของที่ ‘ห้องเก็บวัตถุต้องสาป’ ชั้นหนึ่งได้เลย ทำตามใบกำกับ ใช้วันละสองครั้งเช้า เย็นก็พอ อย่ามาก อย่าน้อย บ้านคุณอยู่ใกล้สุสาน จะโดนวิญญาณรบกวนจนเกิดอาการผีอำก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดีที่คุณมาหาหมอเร็ว แบบนี้ยังไม่อันตรายถึงชีวิต เอาไว้เจอกันครั้งหน้า…อย่าลืมเอาสมุดนัดมาด้วย”
ไต้หลินเป็นคนยื่นสมุดนัดผู้ป่วยให้ชายวัยกลางคน แน่นอนว่า เกาเหอเหยียนก็ลงบันทึกข้อมูลซ้ำไว้ในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัยกลางคน
เขารับใบสั่งยาและสมุดนัดมาแล้ว แต่ก็ยังอดถามอย่างไม่สบายใจไม่ได้ว่า
“นี่…แค่นี้เองเหรอครับ? จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหม?”
ไต้หลินเคยเจอผู้ป่วยแบบนี้บ่อยร ถึงหมอจะยืนยันแล้ว คนไข้ก็ยังไม่วายกังวล
เกาเหอเหยียนพยักหน้า ตอบเรียบ ๆ ว่า
“ถ้าไม่มั่นใจ คุณก็สามารถ อัลตราซาวด์วิญญาณ เพิ่มได้ ฉันจะออกใบส่งตรวจให้”
“อัลตราซาวด์? อัลตราซาวด์วิญญาณได้ด้วยเหรอ?”
“ก็เอาไว้ดูว่ามีผีสิงอยู่ในร่างหรือเปล่า ถ้าเป็นคำสาประดับลึกกว่านี้ ก็ต้องไปแผนก ‘รังสีวิญญาณ’ ทำ CT ถึงจะเห็น แต่จากอาการของคุณ ฉันวินิจฉัยว่ายังห่างไกลถึงขั้นนั้น”
“แล้ว…ค่าตรวจอัลตราซาวด์ล่ะ?”
“ค่าตรวจของเราก็คิดเหมือนค่าตรวจทั่วไป จ่ายด้วย แต้มบำบัดวิญญาณ ครั้งหนึ่ง 240 แต้ม คุณอยากทำก็ได้ ฉันให้เวลาคิด พรุ่งนี้จนถึงเสาร์ฉันมีออกตรวจ ยกเว้นวันอาทิตย์”
แต้มบำบัดวิญญาณ…ก็คือคะแนนที่คำนวณจาก “คุณค่าของชีวิตผู้ป่วยในอนาคต” ตามที่ผู้อำนวยการเป็นคนกำหนด ทุกแต้มที่หายไป หมายถึงชีวิตคุณจะขาดอะไรบางอย่างไป แต่ไม่มีวันรู้ว่าเสียอะไรไปจริง ๆ จนกว่าจะถึงเวลา…
น้ำเสียงเกาเหอเหยียนยังคงสบาย ๆ เหมือนกำลังบอกเมนูอาหารกลางวัน แต่ผู้ชายกลับยิ่งหน้าซีด หันไปมองไต้หลินแทน
“คุณหมอครับ…คุณว่าไง? ตรวจแค่นี้แล้วกลับบ้านเลยเหรอ? การเจอผีอำมันน่ากลัวมากเลยครับ!”
ไต้หลินอยากร้องว่า ‘ถ้าเป็นหมอปกติผมคงตอบว่ามันคือ โรคการนอน เป็นโรคประสาทวิทยาธรรมดา ๆ นั่นแหละ’ แต่ความจริงตรงหน้า…คือผู้ชายคนนี้โดนผีทับจนแทบขาดใจจริง ๆ!
เขาจึงทำได้แค่ยิ้มเจื่อน ๆ แล้วตอบ
“เชื่อหมอเกาเถอะครับ เธอมีประสบการณ์กว่าผมเยอะ”
ชายวัยกลางคนฟังแล้วก็จำใจหยิบใบสั่งยา เดินออกจากห้องไป
….
“แผนกวิญญาณอาฆาต กับ แผนกวิญญาณลี้ลับ…ต่างกันตรงไหนครับ?” ไต้หลินอดถามไม่ได้ “เคสนี้…ไม่น่าถึงขั้นเป็นวิญญาณอาฆาตใช่ไหม?”
เกาเหอเหยียนอธิบายอย่างใจเย็น
“ก่อนมีผลสแกนภาพ จะอาศัยอาการเล่า ๆ ของผู้ป่วยอย่างเดียวแล้วแยกว่าอยู่แผนกไหน มันแทบเป็นไปไม่ได้ คุณเองก็เป็นหมอศัลยกรรมมาก่อน น่าจะเข้าใจดี”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“‘วิญญาณอาฆาต’ ถึงจะมีคำว่าอาฆาต แต่ไม่ใช่แค่ผีดุร้ายอย่างเดียวหรอก ส่วน ‘วิญญาณลี้ลับ’ โดยทั่วไปจะไม่ทำร้ายร่างกายคน แต่สร้างบาดแผลทางใจแทน เช่น ภาพหลอน ฝันซ้ำ ๆ หรือโผล่มาให้เห็นบ่อย ๆ จนคนกลัวเสียสติ…แต่รายนี้ อาการมันเกินกว่าแค่บาดแผลทางใจแล้ว”
ไต้หลินรีบจดทุกคำลงสมุดโน้ต พยักหน้ารับ
“เอาล่ะ ช่วงบ่ายจบแล้ว คืนนี้ยังมีเวรตรวจรอบดึก นายไปหาอะไรกินก่อนเถอะ จะกินที่โรงอาหารโรงพยาบาลหรือกลับไปโลกจริงก็ได้ แต่สองทุ่มตรง คุณต้องมาอยู่ที่นี่”
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
….
ยามพระอาทิตย์ตก… .ราตรีปกคลุมไปทั่วแผ่นดิน
หญิงสาวคนหนึ่ง กำลังถือ นามบัตรประหลาด อยู่ในมือ เดินไปถึงลานกว้างกลางเมือง W
ใบหน้าของเธอซีดลงเรื่อย ๆ
ลานนี้ปกติทั้งปี ตลอด 365 วัน จะมีแต่กลุ่มคุณป้าออกมาเต้นรำทุกคืน
แต่วันนี้…กลับว่างเปล่าไร้ผู้คน แม้แต่แมวจรที่ชอบนอนเล่นแถวนี้ยังหายเกลี้ยง
เธอเริ่มตัวสั่น…เพราะไม่ว่าตอนนี้เธอไปที่ไหนก็ตาม โลกมันจะค่อย ๆ กลายเป็นที่ว่างเปล่า เดินถนนใหญ่ไม่ทันไร ก็เหมือนโดนดูดเข้าไปในตรอกแคบ ๆ
แล้วทันใดนั้นเอง…
เสียงฝีเท้าแปลกประหลาด ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง!
มือเธอสั่นสะท้าน…แล้วเธอก็หยิบเอานามบัตรใบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง