- หน้าแรก
- โรงพยาบาลหมายเลข 444
- บทที่ 4 ดวงตาปีศาจ
บทที่ 4 ดวงตาปีศาจ
บทที่ 4 ดวงตาปีศาจ
แม้จะคาดเดาไว้นานแล้วว่ามีความเป็นไปได้นี้ แต่พอไต้หลินได้ยินเข้าจริง ๆ ก็ยังรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดแน่นขึ้นมา
นั่นมัน… ผีจริง ๆ!
“เมื่อวานผมให้พยาบาลไปตรวจห้องผู้ป่วย เขาก็รายงานว่าทุกอย่างปกติดีนี่!”
“ใช่ ผมเองก็แปลกใจ หมอที่ไปตรวจตอนนั้นก็คิดไม่ออกเหมือนกัน แต่จากสภาพศพแล้ว… คนไข้ตายแล้วจริง ๆ ระหว่างการตรวจห้อง”
ไต้หลินพลันเข้าใจทันที…
นี่เป็นฝีมือของท่านผู้อำนวยการนั่นเอง สมแล้วที่ถูกเรียกว่าเป็นเหมือน “พระเจ้าและปีศาจ”
ไต้หลินกัดฟันแน่น แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“หมอจ้าว… ผมตัดสินใจแล้ว… ผมจะลาออก”
“หา? มะ…มะ…หมอไต้ ผมฟังผิดไปหรือเปล่า?”
“เดือนนี้ผมต้องไปแล้ว ฝากพวกคุณช่วยยกเลิกนัดหมายผู้ป่วยนอกแทนด้วย”
“หมอไต้…คุณคงไม่ได้คิดจะออกไปเปิดคลินิกส่วนตัวเองหรอกนะ?”
“ผมพูดจริง เอาเป็นว่าผมจะเขียนใบลาออกให้เดี๋ยวนี้เลย”
“……”
รุ่งเช้า ไต้หลินก็ยื่นใบลาออกให้หัวหน้าฝ่าย ซึ่งยืนทำหน้างงเหมือนถูกตีหัว แล้วเขาก็กลับบ้านทันที
ต่อให้โรงพยาบาลจะพยายามรั้งยังไง เขาก็ไม่มีทางอยู่ต่อแล้ว
แม้ว่าไต้หลินจะเป็นคนท้องถิ่นเมือง W แต่เขาอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ตั้งแต่สอบติดหมอ เขาก็ไม่เคยขอเงินจากที่บ้านอีกเลย ใช้ชีวิตด้วยตัวเองมาตลอด ส่วนพ่อแม่อาศัยอยู่กับน้องชายที่กำลังเรียนมัธยมปลาย
กลับถึงบ้าน เขาแค่ล้างหน้าล้างตา ตั้งนาฬิกาปลุก พอหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที
พอตื่นอีกที ก็เก้าโมงเช้าแล้ว
เขารีบเข้าไปอาบน้ำ ระหว่างที่น้ำเย็นไหลผ่านตัว เขาก็ครุ่นคิดถึงทางออกต่อจากนี้
ตามกฎของสัญญา… ถ้าละเมิด ผลลัพธ์คือ ตาย
เขาจำเป็นต้องทำตามข้อบังคับของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด ไม่งั้นชีวิตเขาจะจบสิ้น ไต้หลินไม่อยากเอาชีวิตตัวเองไปลองดี กับอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติเหล่านั้น
ปัญหาสำคัญในตอนนี้คือ เขาต้องควบคุม “วัตถุต้องสาป” ที่ถูกฝังอยู่ในร่างตัวเองให้ได้ นั่นก็คือดวงตาคู่นี้
อย่างที่อินอู๋เชวี่ยบอกไว้ ผีฆ่าไม่ตาย ทำได้เพียงแค่ใช้วัตถุต้องสาปกดไว้เพียงบางส่วน และหมอ…ก็มีแต่ใช้วิธีนี้เท่านั้น ถึงจะรักษาคนไข้ได้
หมอส่วนใหญ่ เวลาต้องเจอกับผี ก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบแทบทั้งนั้น ต่อให้เป็นหมอที่เก่งมาก พอเจอกับผีที่น่ากลัวจริง ๆ ก็ทำได้แค่ยกมือยอมแพ้
ฝีมือหมอ…ผูกติดกับ วัตถุต้องสาป โดยตรง
ดังนั้น ไต้หลินต้องหาวิธี ปลดปล่อยพลังจากดวงตานี้ออกมาให้ได้
ไม่ว่าจะกลายเป็นหมอแบบไหน เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อยกระดับฝีมือการแพทย์ของตัวเอง
เพราะจากนี้ “วิชาแพทย์” ไม่ได้แค่หมายถึงการรักษาคนไข้อีกต่อไป แต่มันคือความสามารถเอาชีวิตรอดของตัวหมอเองด้วย!
เขารู้สึกได้เลยว่า หลังจากกลืนกิน “มือนั้น” เข้าไป ดวงตาของเขาก็ได้รับความสามารถใหม่มา
สายตาเขาเหลือบไปมองขวดเจลอาบน้ำ แล้วเบิกตาขวากว้างขึ้น
ทันใดนั้นเอง…เบื้องหลังขวดนั้น กลับมี “นิ้วมือ” โผล่เรียงขึ้นมาชัดเจน!
พร้อมกันนั้น ไต้หลินก็หอบหายใจรุนแรง รู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ความรู้สึกจากนิ้วมือพวกนั้น ทำให้เขารับรู้ถึงภัยคุกคามมหาศาล เพียงพลาดนิดเดียว…พลังนั้นอาจย้อนกลับมาเล่นงานเขาเอง!
เขารีบหรี่ตาลง และนิ้วมือพวกนั้นก็สลายไปทันที อาการประหลาดในร่างกายก็หายเป็นปลิดทิ้ง
“จริงด้วย…นี่มันดูดเอาพลังของผีมาได้จริง ๆ”
แต่พลังนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ควบคุมได้ง่าย ๆ มันกดดันร่างกายมหาศาลทีเดียว
หลังอาบน้ำเสร็จ ไต้หลินก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
จากนั้น เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เริ่มจดบันทึกทุกเบาะแสที่ได้มาในตอนนี้
อันดับแรก เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า การเปลี่ยนแปลงของดวงตาคู่นี้ ส่งผลเสียต่อร่างกายตัวเองหรือไม่…จำเป็นต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลจักษุเฉพาะทางอีกครั้ง
แล้วก็… ไต้หลินไม่มีทางเชื่อทุกคำที่อินอู๋เชวี่ยพูดหรอก แน่นอนว่าคนพวกนั้นต้องมีพลังเหนือธรรมชาติจริง เขาต้องหาทางพิสูจน์ว่าสัญญาเล่มนั้นสามารถควบคุมชีวิตหรือความตายของเขาได้จริงหรือไม่… เขาต้องหาทางยืนยันให้แน่ใจ ไม่งั้นก็เท่ากับว่าตัวเองถูกพวกนั้นบีบคออยู่ตลอดเวลา
เขาเคยลองเอาของในโรงพยาบาลติดตัวออกมาแล้ว แต่พอถูกส่งตัววาร์ปออกไป เขากลับพบว่า…นอกจากนามบัตรหนึ่งกำที่หมอเกาเคยให้ ของชิ้นอื่นก็ไม่สามารถนำออกมาได้แม้แต่เศษกระดาษเดียว
สรุปก็คือ
เป็นไปไม่ได้ที่จะนำของออกมา หรือไม่ก็… ยังเกินความสามารถของเขาที่จะนำออกมาได้
เขียนบันทึกเสร็จ ไต้หลินก็เอาปากกามาจิ้มบนคำว่า “สัญญา”
สัญญาทั่วไป เวลาผิดสัญญาก็จ่ายเงินชดเชย แต่สัญญานี้ไม่เหมือนกัน…ค่าปรับมีแค่คำเดียว ตาย และสัญญาปกติจะมีสองฉบับ แต่สัญญานี้มีเพียงฉบับเดียว
ในเมื่อแม้แต่ความเป็นความตายยังถูกกำหนดได้ โรงพยาบาลนี้ก็มีศักยภาพพอที่จะฆ่าเขาได้แน่นอน
แต่ไต้หลิน…ไม่มีวันยอมให้ชีวิตตัวเองอยู่ในมือใคร
“ข้อกำหนดในสัญญามันโหดหินเกินไป จะหาช่องโหว่นี่ยากชะมัด…” เขายังจำรายละเอียดได้ชัด “และที่สำคัญ สิทธิในการตีความสัญญาทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาล…”
สุดท้าย ไต้หลินก็ตัดสินใจเล่นตามน้ำไปก่อน โทรบอกเจ้าของห้องเช่าว่าเดือนนี้จะขอยกเลิกสัญญาเช่า
ทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อยแต่ก็สอบติดเป็นถึงรองหัวหน้าแพทย์ แต่ตอนนี้กลับถูกลดเหลือแค่ “แพทย์ฝึกหัด” …ช่วงฝึกงานยังต้องเข้าเวรแทบตลอด จะให้เช่าห้องอยู่อีกก็คงไม่ไหวอยู่ดี ที่จริงตอนเช่าก็เพราะมันใกล้โรงพยาบาลเท่านั้นเอง
จากนั้น เขาก็เปิดอินเทอร์เน็ต…แล้วพิมพ์คำว่า “ประกันชีวิต”
ไม่กี่วันต่อมา เขาก็ไปที่บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง เพื่อสอบถามกรมธรรม์ที่ “คุ้มค่าที่สุด” สำหรับคุ้มครองความปลอดภัยส่วนตัว
งานนี้มันอันตรายกว่าหมอทั่วไปเป็นร้อยเท่า จะไม่กันไว้ก็คงไม่ไหว
คุยเสร็จ ไต้หลินก็เดินออกมาจากบริษัทประกัน…
แต่ทันใดนั้นเอง เขากลับสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อน ดวงตาหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
วินาทีนั้น ดวงตาซ้ายของไต้หลินพลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง!
หญิงสาวคนนั้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเหม่อลอย ถึงขั้นชนเข้ากับตัวเขา
“ขะ…ขอโทษค่ะ…” หญิงสาวรีบโบกมือ ขอโทษแทบไม่ทัน
“ไม่เป็นไรครับ” ไต้หลินโบกมือเบา ๆ แต่สายตายยังจับจ้องไปที่เธอ
หญิงสาวหน้าตาสวยสง่า รูปร่างสูงโปร่ง แต่ตอนนี้แก้มตอบ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“คุณ?”
ไต้หลินหยิบนามบัตรหนึ่งใบที่หมอเกาเคยมอบให้ แล้วยื่นให้เธอ “ถ้าต้องการความช่วยเหลือ…ก็ไปที่นี่เถอะ”
หญิงสาวรับมาอย่างมึนงง เพราะเห็นว่าไต้หลินเพิ่งเดินออกมาจากบริษัทประกัน เธอเลยนึกไปเองว่า…นี่คงเป็นนามบัตรของพนักงานประกัน
แต่พอไต้หลินเดินจากไปแล้ว เธอก็หยิบนามบัตรขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วก็แข็งค้างทันที
“นี่…นี่มันอะไร?”
นามบัตรสีแดงสด… ด้านบนเป็นกะโหลกสีดำสนิท เหนือกะโหลกมีไม้กางเขนสีดำหนึ่งอัน
และด้านล่างมีตัวหนังสือประโยคเดียว
“เกาเหอเหยียน แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมวิญญาณอาฆาต โรงพยาบาลหมายเลข 444”
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง
ถนนหน้า บริษัทประกัน ที่ก่อนหน้านี้ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ตอนนี้กลับว่างเปล่า… มีเพียงเดินผ่านไปมาเป็นครั้งคราว
“มา…มาอีกแล้ว!” ใบหน้าของเธอซีดเผือดทันที