- หน้าแรก
- ราชันบัลลังก์มังกร
- บทที่ 24 - พลังจิตที่ร่ายได้ในพริบตา
บทที่ 24 - พลังจิตที่ร่ายได้ในพริบตา
บทที่ 24 - พลังจิตที่ร่ายได้ในพริบตา
บทที่ 24 - พลังจิตที่ร่ายได้ในพริบตา
◉◉◉◉◉
"ไม่" พิษร้ายของมังกรคัมภีร์ทำให้เดริโคเลคท์เสียสติ เขาตะคอกเสียงดัง
"ท่านหญิงอาร์คดีน่าจะมองข้าอย่างจริงจัง ตราบใดที่ข้าถวายบริโคเลคท์ให้แก่นาง" ดวงตาทั้งสองข้างของเดริโคเลคท์เปล่งประกายสีเงินเจิดจ้า นั่นคือความผันผวนทางจิตใจอย่างรุนแรงของนักเวทอาคมที่ก่อให้เกิดการระเบิดของพลังจิต
เขามองมือทั้งสองข้างของตนเองอย่างรังเกียจ ราวกับกำลังวิเคราะห์ตนเอง "ข้ารังเกียจร่างกายอันสกปรกนี้ ข้าปรารถนาที่จะเป็นดาร์คเอลฟ์เหมือนมารดาของข้าเพียงใด แต่โชคชะตาอันไร้ความปรานีกลับทำให้ข้ากลายเป็นลูกครึ่งก็อบลินที่น่ารังเกียจ"
"ทุกครั้งที่ข้ามองกรีคท์ ข้ารู้สึกขยะแขยง หากไม่ใช่เพื่อเรียนรู้พลังจิต เจ้าคิดว่าข้าจะอยู่กับก็อบลินที่น่าเกลียดเช่นนั้นรึ"
เดริโคเลคท์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองความว่างเปล่าอย่างเหม่อลอย ราวกับกำลังมองใครบางคนอยู่ "ท่านหญิงที่งดงามเช่นอาร์คดีน่า แม้จะร้ายกับข้าเพียงใด ก็ยังดีกว่าอยู่กับก็อบลินตัวหนึ่ง"
เนเมซิสส่ายหัวอย่างดูถูก ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ เจ้าโง่คนนี้คิดจริงๆรึว่าขุนนางหญิงดาร์คเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์จะรักก็อบลิน
อ้อ ไม่สิ มารดาของนางเป็นดาร์คเอลฟ์ งั้น
เมื่อคิดว่าจะมีดาร์คเอลฟ์ที่มีรสนิยมหนักขนาดนี้ เนเมซิสก็รู้สึกหนาวสั่น
แต่เมื่อเห็นเดริโคเลคท์รังเกียจกรีคท์ถึงเพียงนี้ เขาก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย เพราะเมื่อไม่กี่สิบวินาทีก่อน ก็อบลินที่น่าเกลียดในปากของเดริโคเลคท์เพิ่งจะขอความเมตตาจากเนเมซิสให้เขา
"เจ้าได้ยินหมดแล้วรึ เขาเกลียดเจ้ามากเลยนะ" เนเมซิสยิ้มพลางมองไปข้างหลังเดริโคเลคท์
เดริโคเลคท์ตัวแข็งทื่อ เขาหันกลับไปพบว่ากรีคท์กำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา
กรีคท์หน้าตาเย็นชา นางรีบวิ่งมาทางนี้เพื่อช่วยคนรักของนางจากเงื้อมมือของมังกรยักษ์ แต่พอมาถึงก็ได้ยินคำสารภาพรักของเจ้าสุนัขเลียตัวนี้ที่มีต่อดาร์คเอลฟ์คนหนึ่ง และความเกลียดชังที่มีต่อนาง
"กร กรีคท์" สมองที่โกรธเกรี้ยวของเดริโคเลคท์เย็นลง
กรีคท์กระตุกมุมปาก พูดอย่างเศร้าๆว่า "ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เองเจ้าเกลียดข้าถึงเพียงนี้"
แต่ในทันใดนั้น สีหน้าของนางก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง "งั้นข้าจะส่งเจ้าลงนรกเอง ในไม่ช้า ข้าจะให้เทพีของเจ้าลงไปเป็นเพื่อนเจ้า"
พลังจิตสายแปรสภาพระดับสาม กรวยพลังงาน
ไม่มีคาถา ไม่มีท่าทาง กรีคท์เพียงแค่ยกมือขึ้นชี้ พลังจิตทั่วร่างก็หลั่งไหลออกมาดุจคลื่นทะเล ธาตุถูกบิดเบือน สสารถูกยึดครอง พลังงานที่หลอมรวมเปลวไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้าก็ก่อตัวเป็นรูปกรวยระเบิดออกมาจากปลายนิ้วของนาง
คลื่นธาตุเข้าปกคลุมเดริโคเลคท์ที่ยังไม่ทันได้ตอบสนองในทันที จิตสำนึกสุดท้ายก่อนตายของก็อบลินสีน้ำเงินคนนี้คือความกลัวตาย และความรู้สึกปลดปล่อยที่น่าสงสัย
"แปะ แปะ แปะ"
เนเมซิสปรบมือชื่นชม "วิธีการร่ายเวทที่ลื่นไหลมาก พลังจิตปรากฏขึ้นมาทันทีราวกับเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท่านหญิงกรีคท์ ความสามารถด้านพลังจิตของท่านทำให้ข้าประทับใจ"
นี่คือความแข็งแกร่งของพลังจิต
นักพลังจิตดึงพลังจากภายในใจออกมาเป็นความสามารถของตนเอง เขาไม่ต้องการวัตถุดิบที่ยุ่งยาก คาถาที่อ่านยาก หรือท่าทางที่งุ่มง่าม
เพียงแค่ใช้จิตสำนึกเรียกใช้พลังจิตเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถสร้างเปลวไฟขึ้นมาจากความว่างเปล่า เคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่โดยไม่ต้องใช้มือ มองเห็นอนาคตในชั่วพริบตา หรือสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างออกไปหลายไมล์ได้
หมัดเท้าที่ทรงพลัง ความเร็วที่สูงมาก ไม่ว่าคมดาบจะคมกริบเพียงใด ก็ดูด้อยค่าลงไปในพริบตาเมื่ออยู่ต่อหน้านักพลังจิต
พูดง่ายๆคือ พลังจิตทุกอย่างสามารถร่ายได้ในทันที ผู้ใช้เวทที่ไม่มีเวลาเตรียมร่ายเวท คือศัตรูโดยธรรมชาติของอาชีพสายประชิดทุกอาชีพ
ว่ากันว่าจอมเวทที่ฝึกฝนจนถึงระดับสูงก็สามารถมีวิธีการพิเศษบางอย่างเพื่อใช้เทคนิคที่เรียกว่า "อภิเวท" กับคาถาของตนเองได้เช่นกัน และสามารถทำได้ถึงขั้นร่ายคาถาได้ในทันที แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่มหาศาล
อาจจะเป็นคาถาระดับหนึ่งธรรมดา หลังจากทำการ "อภิเวท" แล้ว ก็จะต้องใช้ช่องเวทระดับสาม สี่ หรือแม้แต่ห้าเป็นค่าร่ายเวท
แน่นอนว่า แม้ในทางทฤษฎีแล้วพลังจิตทุกอย่างจะสามารถร่ายได้ในทันที แต่การเรียกใช้พลังจิตก็ยังคงเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมาก ซึ่งมักจะมีความแตกต่างในการปลดปล่อยอยู่ที่ศูนย์จุดสองสามวินาที หรืออาจจะถึงหนึ่งวินาที
เวลาในการปลดปล่อย "กรวยพลังงาน" ของกรีคท์นั้นแทบจะไม่มีเลย ทำให้เดริโคเลคท์ถึงกับไม่ทันได้ตอบสนองก็ตายแล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น "ไม่มีอะไรอื่น นอกจากความชำนาญ" อย่างแท้จริง
ก็อบลินหญิงยกเลิกการแสดงพลังจิต หัวเราะขื่นๆแล้วพูดว่า "ท่านอย่าชมข้าเลย พอคิดว่าหลังจากที่ได้รับการเชื่อมต่อทางจิตใจจากท่านแล้ว ข้ายังทำตัวเหมือนคนโง่ไปขอความเมตตาให้เขา ก็ทำให้ข้าอยากจะอ้วก"
กรีคท์หายใจเข้าลึกๆ แววตามีน้ำตาคลออยู่บ้าง แต่นางก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลับมาเป็นปกติในไม่ช้า
เนเมซิสพยักหน้าในใจ สมกับที่เป็นผู้ใช้พลังจิตที่ฝึกฝนจิตใจของตนเอง ไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนเลย เขาก็เลยพูดอย่างจริงจังว่า
"เจ้าก็ได้ยินแล้วใช่ไหม ดาร์คเอลฟ์มาแล้ว พวกมันอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งนอกเมือง รอให้เดริโคเลคท์ส่งข่าวให้พวกมัน"
"เจ้าฆ่าเดริโคเลคท์ ข้าไม่คัดค้าน สำหรับคนโง่ที่กล้าท้าทายอำนาจของมังกรที่แท้จริงเช่นนี้ ต่อให้เจ้าไม่ลงมือ ข้าก็จะทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าตาย"
"แต่การกระทำของเจ้าทำให้แผนของข้าพัง ข้าตั้งใจจะควบคุมจิตใจของเขา ส่งข่าวลวงว่าข้าตายแล้วไปยังดาร์คเอลฟ์นอกเมือง แล้วค่อยซุ่มโจมตีพวกมัน ตอนนี้เมื่อเดริโคเลคท์ตายแล้ว แผนนี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะทำได้แล้ว"
กรีคท์พยักหน้าอย่างเงียบๆ รอคอยการตัดสินของมังกรยักษ์
เนเมซิสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นประกาศว่า "ข้ารู้ว่าเมืองนี้มีทางระบายน้ำที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ชั้นกลาง กรีคท์ เพื่อเป็นการลงโทษ เจ้าต้องนำกองทัพอสูรไฮยีน่าหนึ่งร้อยนาย ผ่านทางระบายน้ำอ้อมไปด้านหลังของดาร์คเอลฟ์ ตัดทางหนีของพวกมัน"
"ถ้าเจ้าสามารถกลับมาได้ทั้งเป็น ก็ถือว่าเจ้าได้ไถ่โทษแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่ศิษย์ที่เจ้าเลี้ยงดูมาพยายามจะลอบสังหารข้า หรือความผิดที่ทำให้แผนของข้าพังก็จะถูกลบล้างไปทั้งหมด"
"แต่จำไว้ อย่าให้ดาร์คเอลฟ์หนีไปได้แม้แต่ตัวเดียว" มังกรคัมภีร์กำชับ
ตามความทรงจำของเดริโคเลคท์ อาร์คดีน่าเป็นคุณหนูที่ตระกูลดีเฟอร์ไม่รักใคร่ที่สุด ผู้ที่มาโจมตีเมืองบริโคเลคท์คือหน่วยรบส่วนตัวของนาง ซึ่งไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
ยกเว้นอาร์คดีน่า
อาร์คดีน่า นักเวทอาคมสายเลือดมังกรพายุระดับเก้าควบตำแหน่งนักบวชระดับหก ว่ากันว่าย่าของนางเคยล่อลวงมังกรน้ำเงินที่โตเต็มวัยที่ทรงพลังตนหนึ่ง และให้กำเนิดสายเลือดตรงของตระกูลดีเฟอร์ในปัจจุบัน และนางก็โชคดีที่ได้ปลุกสายเลือดของนักเวทอาคมขึ้นมา
มังกรคัมภีร์รู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาเล็กน้อย เขายังจำความน่าสะพรึงกลัวของการต่อสู้กับจอมเวทเสื้อคลุมแดงคนนั้นได้ ผู้ใช้เวทคือคู่ต่อสู้ที่เขารังเกียจที่จะเผชิญหน้ามากที่สุด
"โชคดีที่เป็นแค่นักเวทอาคม"
นักเวทอาคมไม่เหมือนจอมเวทที่สามารถเรียนรู้คาถาได้หลากหลาย พวกเขาสามารถใช้ได้เพียงคาถาที่ปลุกขึ้นมาพร้อมกับสายเลือดเท่านั้น
นักเวทอาคมที่ในสายเลือดมีคาถาจำนวนมาก หรือแม้แต่มีคาถาของสองสายวิชาทั้งหมดเหมือนกับมังกรคัมภีร์นั้นแทบจะไม่มีเลย
นักเวทอาคมส่วนใหญ่ ทุกๆสองระดับจะปลุกคาถาใหม่ระดับสูงขึ้นมาได้เพียงหนึ่งหรือสองคาถาเท่านั้น และนักเวทอาคมบางคนที่สายเลือดเจือจางถึงกับไม่ปลุกคาถาระดับสูงขึ้นมาเลย
แน่นอนว่า ในทางกลับกัน ช่องเวทของนักเวทอาคมจะมากกว่าจอมเวท และค่าสถานะการร่ายเวทของนักเวทอาคมคือเสน่ห์ ซึ่งง่ายกว่าที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่มีเสน่ห์สูงกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูง ซึ่งก็จะเพิ่มช่องเวทได้อีกมาก
เมื่อเทียบกับระดับนักเวทอาคมของอาร์คดีน่าแล้ว เนเมซิสกลับเกรงกลัวฐานะนักบวชของอีกฝ่ายมากกว่า
ที่เรียกว่านักบวช คือนักผจญภัยที่รับใช้เทพเจ้า พวกเขานับถือเทพเจ้าทั้งหลาย และเทพเจ้าก็จะประทานเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเขาผ่านตาข่ายเวททุกวัน
ช่องเวทของนักบวชมีน้อยกว่าจอมเวท แต่เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ในฐานะพลังที่เทพเจ้าประทานให้ พลังของเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเดียวกันจะแข็งแกร่งกว่าคาถา
ที่สำคัญกว่านั้น การฆ่านักบวชคนหนึ่ง มีโอกาสเล็กน้อยที่จะดึงดูดความสนใจของเทพเจ้า
แม้ว่าเทพเจ้าจะไม่สามารถลงมาจุติที่เฟรันได้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีวิธีการมากมายที่จะแก้แค้นผู้ดูหมิ่น วิธีที่พบบ่อยที่สุดคือการลงพระบัญชา สั่งให้ผู้ศรัทธระดับสูงไปลอบสังหารอีกฝ่าย
เนเมซิสถอนหายใจ ขุนนางคนนั้นไม่น่ากลัว แต่เกรงว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ดาร์คเอลฟ์กำลังบุกโจมตีพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ตามความทรงจำของก็อบลิน อาร์คดีน่าเดินทางข้ามทะเลแสงระยิบระยับอ้อมมา
แต่ถ้าหากเมืองใหญ่ๆที่อยู่แนวหน้าถูกดาร์คเอลฟ์ตีแตก เกรงว่าดาร์คเอลฟ์จะยกทัพลงใต้ขนานใหญ่
[จบแล้ว]