- หน้าแรก
- แปลงผักของฉันเชื่อมต่อกับโลกฝึกตนจิ๋ว
- ตอนที่ 79 เจ้าคือบรรพชนเผ่าประหลาดใช่ไหม? มาเลย มาสู้กับท่านปู่เจ้าสักสามร้อยกระบวนท่า!
ตอนที่ 79 เจ้าคือบรรพชนเผ่าประหลาดใช่ไหม? มาเลย มาสู้กับท่านปู่เจ้าสักสามร้อยกระบวนท่า!
ตอนที่ 79 เจ้าคือบรรพชนเผ่าประหลาดใช่ไหม? มาเลย มาสู้กับท่านปู่เจ้าสักสามร้อยกระบวนท่า!
* ขอเปลี่ยน สิ่งมีชีวิตวิปริต เป็น เผ่าประหลาด นะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องมากขึ้น
“เจ้าคือบรรพชนเผ่าประหลาดใช่ไหม? มาเลย มาเลย…สู้กับท่านปู่เจ้าสักสามร้อยกระบวนท่าดูสิ!”
ใต้ต้นไม้เล็กนั้น บรรพชนเผ่าประหลาดยืนตระหง่านกลางฟ้า คล้ายเป็นเจ้าแห่งดินแดนร่างสูงใหญ่เปี่ยมด้วยอำนาจ แผ่กลิ่นอายอันน่าขนลุกจนแทบหายใจไม่ออก
ดวงตาของมันเย็นชาและหยิ่งผยอง เหลือบมองเหล่าผู้เหินสวรรค์ด้วยสายตารังเกียจ ประหนึ่งมดปลวกไร้ค่า
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเหยียดเย้ย ดูแคลนความพยายามและความหวังของปุถุชนอย่างไม่ปิดบัง
ภายใต้สายตาของมัน เหล่าผู้เหินสวรรค์แลดูช่างต่ำต้อยและไร้พลังสิ้นดี
ม่านหมอกดำลอยวนอย่างหนาแน่น
การปรากฏตัวของมันทำให้ทั่วทั้งแดนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศกดดันและประหลาดอย่างถึงที่สุด ความเย่อหยิ่งโอหังของมันราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง
ทว่า…ท่ามกลางความโอหังอันไร้ขอบเขตนั้นเอง มันกลับพบว่าผู้เหินสวรรค์เหล่านั้น…ไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย!
ต่างจ้องมองมันด้วยแววตาเย็นชา
เสมือนไม่มีมันอยู่ตรงนั้น
แม้แต่มันจะลงมือโจมตีถึงขั้นรุนแรง…ก็ยังไม่มีใครใส่ใจ!
ใบหน้ามันบูดเบี้ยวทันที
…นี่มันไม่ให้ข้าเผ่าประหลาดเสียหน้าเกินไปแล้ว!
บรรพชนเผ่าประหลาด…คือสัญลักษณ์แห่งความน่าสะพรึง ในแดนล่าง ไม่ว่าใครพบเจอ ต่างก็หวาดกลัวสุดขีด แต่พวกคนตรงหน้านี้…เหตุใดจึงเฉยเมยปานนั้น!
หรือพวกมันไม่กลัวตาย?
แน่นอน…ก็ยังมีคนกลัวอยู่บ้าง
ผู้เหินสวรรค์กลุ่มใหม่หลายคนเมื่อเห็นบรรพชนเผ่าประหลาดพ่นหมอกมรณะ สีหน้าก็พลันซีดเผือด!
“ระ...ระวัง!”
…
“เหล่าสหาย! อย่าประมาท จงหลีกเลี่ยงโดยเร็ว!”
…
แต่พวกหลี่ชิงเสวียนกลับยังคงสีหน้าเรียบเฉย
“หึหึ…แกล้งทำเป็นนิ่งใช่ไหม? ข้าอยากรู้ว่าจะทนนิ่งได้อีกนานแค่ไหน!” หนึ่งในบรรพชนเผ่าประหลาดหัวเราะเย้ย
“เจ้ารู้ไหมว่านี่คือสิ่งใด? นี่คือ ‘ต้นกำเนิดแห่งความวิปลาส’ ที่แม้แต่ทวยเทพยังไม่อาจต่อต้าน!”
“คิดจริงหรือว่าสิ่งนี้ไม่มีอันตรายใด ๆ?”
…
“ปุ!”
เส้นลายพลังประหลาดพุ่งเข้าหาร่างผู้เหินสวรรค์มากมาย
ทว่า…ภาพการระเบิดของพลังมรณะกลับไม่เกิดขึ้น
ไม่มีร่างใดถูกฉีกขาด
เหล่าพลังร้ายกลับเหมือนสายลมพัดไผ่ ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อหลี่ชิงเสวียนกับพวกเลย
บรรพชนเผ่าประหลาดเบิกตากว้าง พึมพำอย่างเหลือเชื่อว่า “เป็น…ไปได้อย่างไร!?”
‘ต้นกำเนิดแห่งความวิปลาส’ อันเคยไร้ผู้ต้านในแดนเฉียนคุน ที่เคยเป็นฝันร้ายของผู้ฝึกตน กลับ…ไร้ผล!
ทำไมกัน?
“ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่!”
…
แม้แต่ผู้เหินสวรรค์กลุ่มใหม่ก็พากันตกตะลึง
ทำไมกัน? เหตุใดการโจมตีของบรรพชนเผ่าประหลาดถึงไร้ผลต่อพวกหลี่ชิงเสวียน?
ไม่มีทางเป็นไปได้!
พลังของพวกมันคือฝันร้ายของเผ่าเฉียนคุนแท้ ๆ !
ผู้เหินสวรรค์ที่ผ่านประสบการณ์ในช่องทางบินขึ้น ต่างเคยเผชิญหน้ากับพวกมันมาก่อน แต่ละคนถูกตบจนกระเด็น ไร้ทางสู้ ตายแทบจะทันที
แต่ตอนนี้…พลังประหลาดที่เคยไร้ผู้ต่อต้านกลับ…ไร้ความหมาย!
บรรยากาศเต็มไปด้วยความลี้ลับ!
“แสงประหลาด…”
บรรพชนเผ่าประหลาดตนหนึ่งร่ายมืออีกครั้ง
แม้ภายในใจมีคลื่นความไม่แน่นอนถาโถม ยังฝืนใช้พลังออกไป
“ตูม!”
หมอกดำกระจายปกคลุม หวังจะกลืนกินทุกสิ่ง แต่หลี่ชิงเสวียนกับพวก ยังคงนิ่งสงบ…จ้องมองบรรพชนเผ่าประหลาดด้วยแววตาขำขัน
พอหมอกดำปกคลุมทั่ว พวกมันจึงค่อยเผยรอยยิ้ม…แต่เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวกว่าการร้องไห้เสียอีก!
“เจี๊ยก ๆ ๆ ๆ…”
“ช่างไม่รู้จักประมาณตัว! กล้าดีอย่างไรถึงเดินเข้ามาในแสงประหลาดนี้! ต่อให้เป็นเซียนขั้นสูงก็ยังต้องตาย!”
“นี่คือพลังล้างเซียน!”
พวกมันหัวเราะเยาะเย้ย
คิดว่าเหล่าผู้เหินสวรรค์ไม่รู้ความอันตรายเลยแม้แต่น้อย
“นี่น่ะหรือแสงประหลาด? พลังประหลาดที่อ้างว่าสามารถล้างเซียน?” เสียงขี้เล่นดังออกมาจากหมอก
“ก็ธรรมดานี่นา!”
“อืม…พวกที่ชอบโม้ว่าสังหารเทพทำลายเซียนได้ ส่วนใหญ่ฝีมือก็อยู่แค่นี้แหละ”
“ฮ่า ๆ เป็นข้าผิดเอง”
ท่ามกลางหมอกมรณะ กลับมีเสียงหัวเราะสนุกสนาน
ไม่มีแม้แต่เสียงร้องทุรนทุรายหรือความหวาดกลัว
หลี่ชิงเสวียนกับพวกหวนคิดถึงเมื่อครั้งตนเองยังโง่งม เคยใช้พลังที่อ้างว่าสังหารเทพล้างเซียนได้ ทว่าสุดท้ายก็เป็นแค่ภาพลวงตาในหัวตนเองทั้งนั้น
พลังล้างเซียนที่ว่านั้น…คนที่พูดได้ก็คือพวกกบในบ่อที่ไม่เคยเห็นฟ้าจริง ๆ
หากได้เจอกับ ‘เซียนแท้’ สักตน…อย่าว่าแต่ล้างเซียนเลย แค่ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว!
หลี่ชิงเสวียน เซียนหญิงคุนหลุน มังกรดำ ฟีนิกซ์ดำ… แต่ละคนล้วนรู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
ตอนนั้นตนเคยพูดวาจาเยี่ยงนั้นจริง ๆ หรือ? ตอนนี้พอฟังกลับ…ขนลุกชูชันจนแทบกลิ้งไปทั่วพื้น!
…
“พวกเจ้า…” บรรพชนเผ่าประหลาดถึงกับตกตะลึง สีหน้าไม่เหลือความหยิ่งผยองเช่นเดิม
พลังประหลาด…คือแก่นแห่งเผ่าประหลาด หากไร้พลังนี้ ก็ไม่มีอะไรให้ภาคภูมิอีก
แล้วตอนนี้…พลังเหล่านี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับผู้เหินสวรรค์? เช่นนั้นแล้ว…พวกมันจะมีอะไรเหลืออีก?
“เจ้าต้องใช้ของวิเศษแน่ ๆ ที่ช่วยป้องกันพลังประหลาด!”
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีของสิ่งใดในโลกที่ต้านพลังนี้ได้!”
มันเริ่มสั่นคลอน
พลังประหลาด…คือหัวใจแห่งเผ่าประหลาด หากไร้สิ่งนี้ พวกมันก็ไม่เหลืออะไรเลย
“เหอะ ๆ…เจ้ายังกล้าอ้างว่าสังหารเทพล้างเซียน ทั้งที่ไม่รู้แม้กระทั่งกลิ่นอายของเซียน?” มังกรดำหัวเราะเยาะ
“บรรพชนเผ่าประหลาด…หากอยู่ระดับเดียวกัน พวกข้าอาจยังต้องเกรงกลัวพลังเจ้าบ้าง แต่ตอนนี้ระดับต่างกันเกินไป และเราก็รู้วิธีรับมือเจ้าด้วย เช่นนั้นแล้ว…เจ้าจะอวดไปเพื่ออะไรอีก?”
มังกรดำเย้ยหยันเต็มที่
ช่วงนี้มันอึดอัดใจมานาน ถูกแปดเซียนกดไว้จนหายใจไม่ออก ไม่มีปากเสียงใด ๆ
ดีใจอยู่ไม่นานเพราะคิดว่าน่าจะสู้ราชินีคาน่าได้…ที่ไหนได้ เจ้าหล่อนกลับลงแดนล่างไปแสดงบารมี ทิ้งมัน…เอ่อ…ทิ้ง “สัตว์ร้ายผู้ยิ่งใหญ่” ไว้เบื้องบนตามลำพัง
คับแค้นใจสุด ๆ
ตอนนี้เจอบรรพชนเผ่าประหลาดที่มาแสดงบารมี…และตัวมันก็สามารถจัดการพวกนั้นได้อีก
ถ้าไม่แสดงความเจ๋งตอนนี้ จะรอไปเมื่อไร!
“กลิ่นอายเซียน?”
“เป็นไปไม่ได้…”
“พลังของเราคือพลังแท้แห่งสัจจะ เป็นภัยต่อสรรพสิ่งและแม้แต่เหล่าเซียน! พวกเจ้าไม่มีทางรอด!” พวกมันยังยึดมั่นในความเชื่อของตนเอง
“แค่ก…” มังกรดำหัวเราะเยาะอีกครั้ง
“พูดอะไรเป็นต้องมีคำว่า ‘ทำลายสรรพสิ่ง’ ‘บดขยี้เซียน’ อยู่เสมอ…ข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเจ้าเข้าใจเซียนแค่ไหนกัน?”
“นั่งอยู่ในบ่อน้ำแล้วคิดว่าตนเห็นทั่วฟ้า!”
“ช่างเถอะ…ขี้เกียจพูดให้เปลืองลมหายใจ!”
“เจ็ดก้าวพิฆาตเกล็ดมังกร!” มังกรดำลงมือทันที
“ตูม!”
เมื่อเท้ามันกระทืบพื้น… หมอกดำรอบด้านถึงกับสั่นสะเทือน
ภายใต้สายตาตื่นตะลึงของบรรพชนเผ่าประหลาด มันเหยียบเข้าไปอย่างไร้ปรานี
“ตูม!”
ห้าบรรพชนเผ่าประหลาดกระเด็นกระจัดกระจาย
สภาพหมดสภาพจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือจ้าวแห่งโลก!
“ไหนบอกว่าพวกเจ้าเก่งนักไง…หนีทำไมเล่า! มาเลย มาเลย…สู้กับท่านปู่เจ้าอีกสามร้อยกระบวนท่า!” มังกรดำคำรามโอหัง
ในที่สุด…มันก็ได้ระบายเสียที
……
……