เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ริมฝีปากเธอนี่มีน้ำผึ้งเคลือบอยู่หรือไง?

บทที่ 31 ริมฝีปากเธอนี่มีน้ำผึ้งเคลือบอยู่หรือไง?

บทที่ 31 ริมฝีปากเธอนี่มีน้ำผึ้งเคลือบอยู่หรือไง?


บทที่ 31 ริมฝีปากเธอนี่มีน้ำผึ้งเคลือบอยู่หรือไง?

ซูหลินไม่ได้พูดชมสือเหล่ยเฉย ๆ แต่เพราะมันคือเรื่องจริง

ไม่ว่าจะเป็นอี้เฟยหรือหยวนหยวน พวกเธอก็ถูกคัดเลือกมาจาก "คนธรรมดา" เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

ถ้าสือเหล่ยแต่งตัวสวย ๆ ใส่เครื่องสำอางค์จัด ๆ เธอก็สวยสะดุดตาได้เหมือนกัน

"ปากหวานจังนะเนี่ย?" น้ำเสียงของสือเหล่ยเต็มไปด้วยความหวาน

ซูหลินยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า "ถ้าอยากรู้ว่าหวานจริงไหมก็.. ลองชิมดูไหมล่ะ?"

"นี่คิดจะพูดจาลามกใช่ไหม? อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วอย่ามาโทษกัน"สือเหล่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ฉันจะไปล้างหน้าล้างตาเข้าเข้านอนแล้ว"

พอเห็นซูหลินใส่รองเท้าแตะเดินออกไป รอยยิ้มของสือเหล่ยก็กว้างขึ้นกว่าเดิม

สักพัก ซูหลินก็กลับเข้ามาในห้อง แล้วนอนลงอีกฝั่งของเตียง

"ฉันปิดไฟนะ" ซูหลินพูด

สือเหล่ยพยักหน้า "ปิดเลย"

แชะ! ห้องตกอยู่ในความมืดมิด

ซูหลินไม่ได้พูดอะไร และสือเหล่ยก็เช่นกัน

ในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนเท่านั้น

ซูหลินนอนหงายอยู่บนเตียง เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสาวบริสุทธิ์ ซึ่งทำให้ฮอร์โมนของเขาพลุ่งพล่าน

"เมื่อไหร่ห้องนี้จะมีคนมาเช่าต่อกันนะ?" สือเหล่ยอดใจไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน

เสียงของซูหลินดังมาจากความมืด "ต้องเช็คเอาท์ตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นเราควรรีบหาที่พักใหม่ตั้งแต่เช้า"

"อืม หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีนะ"

ฟี้…

สือเหล่ยกำลังรอคำตอบจากซูหลิน แต่ไม่คาดคิดว่าซูหลินจะหลับไปซะแล้ว

"หลับเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? นี่นายหลับลงได้ยังไงทั้ง ๆ ที่ฉันยังอยู่ตรงนี้? แถมยังหลับเร็วขนาดนี้ด้วย?"

สือเหล่ยบ่นพึมพำแล้วก็หลับตาลง

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูหลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอึดอัด

พอเปิดตาขึ้นมา เขาก็รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอึดอัด

หมอนข้างที่กั้นกลางอยู่หายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยสือเหล่ย

สือเหล่ยกำลังเอาแขนขามาเกาะแกะซูหลินเหมือนปลาหมึก

ปากของสือเหล่ยอยู่ใกล้หูของซูหลินมาก ลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอทำให้ซูหลินรู้สึกจั๊กจี้

ถึงแม้ว่าการได้กอดสาวงามไว้ในอ้อมแขนจะเป็นเรื่องที่สบายมาก แต่ก็เป็นการทรมานอย่างหนึ่งเช่นกัน

ซูหลินอยากจะเอาแขนขาของสือเหล่ยออกไป แต่ไม่คิดว่าสือเหล่ยจะกอดเขาแน่นขนาดนี้

ในตอนนี้ สือเหล่ยอาจจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของซูหลิน เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

เมื่อสือเหล่ยเห็นหน้าของซูหลินอยู่ใกล้ขนาดนี้ เธอก็ตกใจและรีบลุกขึ้นนั่ง

"นายนี่มัน…"

ก่อนที่สือเหล่ยจะพูดจบ ซูหลินก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน "เธอนั่นแหละที่เข้ามากอดฉัน ไม่ใช่ฉันกอดเธอ"

"ยังไงซะ คนที่ได้เปรียบก็คือนาย แล้วยังมาทำตัวนิสัยไม่ดีอีก" สือเหล่ยแค่นเสียง

ซูหลิน: "ฉันนิสัยไม่ดีตรงไหน?"

"นายไม่ได้ทำตัวนิสัยไม่ดีเหรอไง?"

ซูหลินมองลงไปข้างล่างแล้วพูดอย่างอึกอัก "เธอนี่มันไม่มีเหตุผลเลยนะ ถึงไม่มีเธอ ฉันก็เป็นแบบนี้อยู่ดี"

"ฉันไม่อยากยุ่งกับนายแล้ว ฉันจะนอนต่ออีกหน่อย" สือเหล่ยนอนลงไปบนที่นอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ซูหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็เห็นว่าตอนนี้หกโมงห้าสิบแล้ว!

"เธอไปนอนเถอะ ฉันจะออกไปซื้ออาหารเช้า" ซูหลินลุกขึ้นมาใส่รองเท้า

"งั้นฉันก็ไม่ง่วงแล้ว ออกไปกินข้าวด้วยกันเลยดีกว่า"

จริง ๆ แล้ว สือเหล่ยไม่ได้ง่วงแล้ว แค่รู้สึกอายเมื่อกี้เฉย ๆ

ในกวางโจว มีอาหารเช้าให้เลือกมากมาย ทั้งข้าวเหนียวผัด ปาท่องโก๋ แพนเค้ก ข้าวเกรียบปากหม้อ บะหมี่เกี๊ยว เป็นต้น

ซูหลินและสือเหล่ยพบร้านอาหารเช้าที่คนเยอะร้านหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าไป

"จะเอาโจ๊กอีกสักชามไหม?" ซูหลินถามสือเหล่ยขณะที่กินข้าวเหนียวผัด

สือเหล่ยส่ายหน้า "แค่นี้ก็พอแล้ว ถ้าอยากกินก็ไปซื้อเองสิ"

"ฉันกินคนเดียวไม่หมด แบ่งกันกินไหม?"

"..ก็ได้"

พอเห็นสือเหล่ยพยักหน้า ซูหลินก็ลุกไปซื้อโจ๊กมาหนึ่งชาม

เขายื่นช้อนให้สือเหล่ย แล้วทั้งสองคนก็เริ่มกินสลับกันไปมา

พอกินอาหารเช้าเสร็จก็เป็นเวลาเจ็ดโมงยี่สิบแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มมองหาที่พัก

ในช่วงสองชั่วโมงต่อมา พวกเขาดูบ้านไปประมาณหกหลัง

จนกระทั่งสิบโมงครึ่ง ทั้งสองคนก็พบห้องชุดที่ค่อนข้างน่าพอใจ

ถึงแม้ว่าภายนอกของบ้านจะดูเก่าไปหน่อย แต่ภายในก็ยังสะอาดสะอ้าน

"พวกเราอยากจะติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน ไม่ทราบว่าจะช่วยจัดการเรื่องเอกสารให้หน่อยได้ไหมครับ?"

เจ้าของบ้านเป็นผู้หญิงอ้วนท้วมวัยสี่สิบกว่า ๆ ดูใจดีมาก

"ติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้านเหรอ? มันต้องทำยังไงกันล่ะนั่น? ต้องเสียเงินด้วยไหม?" ผู้หญิงคนนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องอินเทอร์เน็ตบ้านเท่าไหร่ เลยถามด้วยความสงสัย

ซูหลินส่ายหน้าแล้วพูดว่า "พวกเราจะจ่ายเองครับ แต่บ้านเป็นของคุณ ผมเลยอยากให้คุณไปที่ศูนย์บริการของบริษัทโทรคมนาคมด้วยกันเพื่อทำเรื่องลงทะเบียนบ้านน่ะครับ"

"จะเช่ากันนานแค่ไหน?"

ซูหลิน ตอบว่า "ในเมื่อจะติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน ก็ต้องเช่าอย่างน้อยหนึ่งปีเต็มครับ"

"จ่ายค่ามัดจำหนึ่งเดือนกับค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งเดือนได้ไหม?"

"ไม่มีปัญหาครับ"

หลังจากพูดคุยรายละเอียดกันเสร็จ ซูหลินก็เซ็นสัญญาเช่ากับเจ้าของบ้าน

ค่าเช่ารายเดือนคือ 650 หยวน รวมค่ามัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเป็น 1,300 หยวน

หลังจากได้รับเงินแล้ว เจ้าของบ้านก็ส่งมอบกุญแจให้ซูหลินและสือเหล่ย

"ป้าซุน วันนี้ป้าว่างไหมครับ? พวกเราอยากจะติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้านให้เร็วที่สุดน่ะครับ" ซูหลินถาม

ป้าซุน พยักหน้า "ถ้าพวกเธอว่างเมื่อไหร่ก็โทรหาป้าได้เลย"

"ครับ งั้นป้าอย่าลืมเอาบัตรประชาชนกับเอกสารยืนยันที่พักมาด้วยนะครับ"

หลังจากนัดหมายกับเจ้าของบ้านแล้ว ซูหลินก็พาสือเหล่ยกลับไปที่โรงแรม

หลังจากเก็บกระเป๋าเดินทางแล้ว ทั้งสองคนก็กลับไปที่บ้านเช่า

"อยากได้ห้องไหน?" ซูหลินยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วมองไปที่สือเหล่ย

สือเหล่ยยิ้มแล้วพูดว่า "ห้องไหนก็ได้"

"เธออยู่ห้องทางซ้ายดีกว่า แสงมันน่าจะดีกว่า" ซูหลินไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรมากเรื่องแสงสว่าง เลยให้ห้องที่ดีกว่ากับสือเหล่ย

"โอเค งั้นฉันเข้าไปทำความสะอาดก่อนนะ"

การเลือกห้องไม่ใช่เรื่องใหญ่ สือเหล่ยเลยไม่ได้เกรงใจซูหลินมากนัก

เธอลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องของตัวเอง

ทั้งสองคนใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการทำความสะอาดทุกอย่าง

"ออกไปซื้อของใช้จำเป็นไหม?" สือเหล่ยถามขณะที่เดินเข้ามาในห้องของซูหลิน

ซูหลินเอาเสื้อผ้าใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้า เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "อย่าเพิ่งเลย ยกโซฟากับโต๊ะกลางเข้าไปในห้องนอนก่อนดีกว่า"

"หือ? ทำไมล่ะ?"

สือเหล่ยรู้สึกงงเล็กน้อย โซฟากับโต๊ะกลางมันต้องวางไว้ในห้องนั่งเล่นไม่ใช่เหรอ?

"ห้องนั่งเล่นจะเป็นที่ทำงานของเราตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นพื้นที่มันควรจะกว้างที่สุด"

"โต๊ะกินข้าวก็ต้องย้ายเข้าไปไว้ในห้องของฉันด้วย แล้วเปลี่ยนพื้นที่ห้องกินข้าวให้เป็นสตูดิโอถ่ายภาพ"

หลังจากฟังคำอธิบายของซูหลิน สือเหล่ยก็พยักหน้าแล้วพูดว่า "สมเหตุสมผลดีนี่นา แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาโต๊ะกินข้าวไปไว้ในห้องนอนเลยนี่นา เราใช้มันเป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงานแทนได้ไหม?"

"ความคิดดีนี่" ดวงตาของซูหลินเป็นประกาย "แบบนี้ไม่เพียงแต่จะประหยัดพื้นที่ได้แล้ว เรายังไม่ต้องซื้อโต๊ะเพิ่มอีกด้วย"

ว่ากันว่าการทำงานจะง่ายขึ้นเมื่อชายหญิงร่วมมือกัน ซูหลินและสือเหล่ยช่วยกันย้ายของจากห้องนั่งเล่นเข้าไปในห้องนอน

ห้องที่เคยโล่งกว้างกลับดูคับแคบขึ้นมา

แต่ห้องนอนก็เป็นแค่ที่สำหรับนอน เพราะฉะนั้นมันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้ามันจะแคบไปหน่อย

"ตรงนี้เป็นที่วางโต๊ะคอมพิวเตอร์ ส่วนตรงนี้จะเป็นที่แพ็คของ…"

พอกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ซูหลินก็บอกแผนการของเขากับสือเหล่ย

"ฉันซื้อต้นไม้มาปลูกได้ไหม?" สือเหล่ยถามหลังจากที่ซูหลินพูดถึงแผนการของเขาจบ

ซูหลินยิ้มแล้วพยักหน้า "ได้สิ แต่เธอต้องดูแลมันด้วยนะ"

จบบทที่ บทที่ 31 ริมฝีปากเธอนี่มีน้ำผึ้งเคลือบอยู่หรือไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว