- หน้าแรก
- พฤกษาสมบัติก่อตระกูลเซียน
- ตอนที่ 28 การสืบทอด
ตอนที่ 28 การสืบทอด
ตอนที่ 28 การสืบทอด
ตอนที่ 28 การสืบทอด
สวีเซี่ยวหนิวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านเฉินให้พ่อแม่ฟังหลังกลับมาจากบ้านเฉิน
“เท่าไหร่? หนึ่งพันตำลึง?!”
เจียเจินอุทานออกมาด้วยความตกใจ “บ้านนั้นเขาต้องการอะไรกัน ต้องการเงินที่บ้านเราเพิ่งขายสมุนไพรได้มาหรือ?”
เงินหนึ่งพันตำลึงสำหรับชาวบ้านหมู่บ้านนานาธารแล้วถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล แม้แต่ครอบครัวที่ร่ำรวยก็ยากที่จะหาเงินจำนวนมากขนาดนี้มาได้ในคราวเดียว หากไม่ใช่เพราะบ้านสวีขายสมุนไพรไป ก็คงไม่มีเงินมากขนาดนี้เช่นกัน
ทว่าสวีฝูกุ้ยกลับใจเย็นมาก “ข้าเคยติดต่อกับผู้เฒ่าเฉิน เขาไม่ใช่คนละโมบ อาจเป็นเพียงเพราะในใจมีเรื่องขุ่นเคืองจึงหาวิธีระบายอารมณ์ ต้าหนิวกับซิ่วเหลียนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซิ่วเหลียนถึงกับใช้วิธีอดอาหารประท้วงเพื่อบีบบังคับ พวกเราที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องพยายามหน่อย”
สำหรับความสัมพันธ์ของสวีเซี่ยวหนิวและเฉินซิ่วเหลียน เขาเห็นอยู่เต็มตา อีกทั้งคำพูดของเฉินปาจินก็ไม่ผิด ที่นาสามสิบหมู่ของบ้านเขาต่อไปก็จะเป็นของบ้านสวี พูดถึงที่สุดแล้วก็คือบ้านสวีได้เปรียบอย่างมาก
“เลือกฤกษ์งามยามดี ให้แม่สื่อไปพูดคุยเรื่องการสู่ขอเถอะ” สวีฝูกุ้ยตัดสินใจเด็ดขาด
อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิว ห้องโถงในลานด้านใน
หลิวเย่าจงเรียกลูกชายคนโต ‘หลิวหงเหว่ย’ และลูกชายคนที่สามหลิวหงถูมาพบ
หลิวหงเหว่ย ลูกชายคนโตของเขาแต่งงานมาหลายปีแล้ว ปกติอาศัยอยู่กับลูกสะใภ้ที่เรือนตะวันออก
“หงเหว่ย หงถู วันนี้เรียกเจ้าสองคนมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
หลิวเย่าจงนั่งบนที่นั่งประธาน โบกมือให้สาวใช้ถอยออกไป สาวใช้มีไหวพริบดีมาก ตอนที่จากไปก็ถือโอกาสปิดประตูให้ด้วย
“ท่านพ่อ มีเรื่องอะไรหรือ?”
“แม่ของพวกเจ้าเสียไปสี่ห้าปีแล้ว ข้าคิดจะแต่งงานใหม่ แต่งคุณหนูซูเป็นภรรยา พวกเจ้าสองคนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
หลิวเย่าจงรู้ว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็กจึงปหรือกษากับลูกชาย
“แต่งงานใหม่หรือ?”
ปกติหลิวหงเหว่ยอยู่ที่บ้าน ย่อมรู้เรื่องราวระหว่างพ่อของตนกับซูจิ่นซูดีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าพ่อของตนจะแต่งงาน สถานะของภรรยาเอกนั้นสูงมาก หากซูจิ่นซูแต่งงานกับหลิวเย่าจงเป็นภรรยา ต่อไปหลิวหงเหว่ยก็จะต้องเรียกนางอย่างเคารพว่า ‘ท่านแม่’
แม่เลี้ยงก็คือแม่
“ท่านพ่อ ถ้าท่านชอบคุณหนูซูก็รับนางเป็นอนุภรรยาก็พอแล้ว เหตุใดจึงต้องแต่งงานกับนางด้วยเล่า?”
หลิวหงเหว่ยไม่ต้องการยอมรับหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตนเองเป็นมารดา
“คุณหนูซูมาจากครอบครัวเศรษฐี ข้าจะรับนางเป็นอนุภรรยาได้อย่างไรกัน นั่นไม่เท่ากับเป็นการดูหมิ่นชาติตระกูลของนางหรอกหรือ”
“ท่านพ่อ ครอบครัวของนางยังอยู่หรือไม่ก็ยังไม่แน่เลย...”
“เจ้า! นี่เจ้ากำลังซ้ำเติมคนล้ม รังแกคนประสบภัยหรอกหรือ?”
“...”
หลิวหงเหว่ยเห็นว่าไม่ว่าจะพูดอะไรพ่อของเขาก็จะโต้แย้งทันที จึงรู้ว่าพ่อถูกหลงเสน่ห์เข้าแล้ว รีบส่งสายตาให้น้องสามอย่างหลิวหงถู
ในขณะนั้นหลิวหงถูก้มหน้าถือถ้วยชาจิบเบาๆ จิตใจล่องลอยไปที่อื่นแล้ว จากการได้อยู่ด้วยกันไม่กี่วันนี้ เขาเองก็ชอบซูจิ่นซูเช่นกัน
เขาอยู่ในวัยที่หัวใจเริ่มผลิบานด้วยความรัก ตอนที่ฝึกยุทธ์อยู่ที่อำเภอ พี่รองของเขาคอยควบคุมไม่ให้เขาเข้าใกล้หญิงสาว บอกว่าความงามของสตรีจะส่งผลกระทบต่อการฝึกยุทธ์ ดังนั้นเมื่อได้เห็นใบหน้างามเลิศและเสน่ห์เย้ายวนในทุกอิริยาบถของซูจิ่นซู เขาก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง
“หงถู เจ้าคิดว่าอย่างไร!”
หลิวเย่าจงขัดจังหวะความคิดที่เหม่อลอยของหลิวหงถู
“หา?”
หลิวหงถูกลับมาได้สติ ฝืนใจพูดออกไป “ท่านพ่อ ตามใจท่านเถิด ข้าไม่มีความเห็นอะไร”
“น้องสาม เจ้า?”
เดิมทีหลิวหงเหว่ยตั้งใจจะให้น้องสามช่วยพูดแทนตนเอง แต่เมื่อเห็นเขาพูดเช่นนั้นก็โมโหจนทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง “อย่างไรข้าก็ไม่เห็นด้วย” แล้วลุกขึ้นผลักประตูจากไป
หลิวเย่าจงเห็นท่าทีแข็งกร้าวของลูกชายคนโต ก็คว้าถ้วยชาข้างมือขว้างลงบนพื้น “อยากมีปัญหานักหรือ!”
“ท่านพ่อ ข้าไปเกลี้ยกล่อมพี่ใหญ่ก่อนนะ”
หลิวหงถูเห็นบรรยากาศตึงเครียดก็รีบแอบหนีไป เขาเดินออกจากประตูก็เห็นพี่ใหญ่กำลังรอเขาอยู่
“ตามข้ามา!”
หลิวหงเหว่ยมองน้องสามด้วยสายตาเหมือนมอง ‘คนโง่’
“โอ้”
หลิวหงถูเดินตามหลิวหงเหว่ยมาถึงห้องนอน ประตูถูกปิดลง ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน
“พี่ใหญ่ทำไมท่านถึงไม่เห็นด้วย?” “น้องสามเจ้าเห็นด้วยได้อย่างไร?”
“เจ้านี่นะ วันๆ เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น ไม่เคยใส่ใจอะไรเลย คิดว่าเงินมันลอยมาจากลมหรืออย่างไร”
หลิวหงเหว่ยนั่งลง ทำสีหน้าเหมือนผิดหวังที่ไม่อาจหลอมเหล็กกล้า “เจ้านั่งลง ข้าจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง เจ้ารู้หรือไม่ว่าบ้านเรามีที่ดินเท่าไหร่ ปีหนึ่งมีรายได้กี่ตำลึง?”
“รู้สิ บ้านเรามีที่ดินแปดร้อยหมู่ ส่วนรายได้ข้าไม่เคยคำนวณ อย่างไรก็คงได้สักสี่ห้าพันตำลึงกระมัง”
หลิวหงถูพูดโพล่งออกมา ที่ดินแปดร้อยหมู่ของบ้านเขา คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้
“สี่ห้าพันตำลึงหรือ? ฝันไปเถอะ ที่ดินส่วนใหญ่ให้ผู้เช่านา เช่าไปแล้ว ค่าเช่าก็ได้ไม่มากเท่าไหร่ อย่างไรเสียบ้านเราก็ไม่ได้ลงแรงเอง สบายไปอย่าง ส่วนใหญ่คือแปลงสมุนไพรอีกร้อยกว่าหมู่ที่บ้านเราปลูกเอง จ้างคนงานรายปีไว้ รายได้ถึงจะมากหน่อย ปีหนึ่งอย่างมากก็ทำเงินได้สองพันตำลึง เลี้ยงดูคนทั้งครอบครัวใหญ่ของเรา”
แปลงสมุนไพรของตระกูลหลิวล้วนแต่ปลูกไว้นานกว่าสิบปีจึงจะเก็บเกี่ยว ดังนั้นรายได้จึงสูง พวกเขาจ้างคนงานรายปีคอยดูแล ประกอบกับภูมิหลังของผู้ช่วยนายอำเภอหลิว จึงไม่มีใครกล้าขโมย
“หงถู เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ดินแปดร้อยหมู่นี้ เจ้ามีส่วนแบ่งเท่าไหร่? ข้ามีส่วนแบ่งเท่าไหร่?”
คำถามนี้ทำให้หลิวหงถูจนคำพูด
“รอให้ท่านพ่อจากไปแล้ว พวกเราสามพี่น้องก็ต้องแบ่งสมบัติแยกบ้านกัน การแบ่งสมบัติก็ต้องแบ่งที่ดิน ข้าเป็นลูกชายคนโตย่อมต้องได้ส่วนใหญ่ ที่เหลือจึงจะเป็นของหงจ่านกับเจ้า”
ลูกชายคนโตได้ส่วนใหญ่ ลูกชายคนอื่นๆ แบ่งส่วนน้อย ลูกสาวโดยทั่วไปไม่ได้ส่วนแบ่ง นี่คือธรรมเนียม
ในสถานการณ์ปกติ ตอนที่ผู้ใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะตกลงกันว่าจะแบ่งสรรอย่างไร โดยยึดความต้องการของผู้ใหญ่เป็นหลัก หากผู้ใหญ่เสียชีวิตกะทันหัน พี่น้องก็จะต้องตกลงกันเองตามธรรมเนียม ซึ่งมักจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทจนหัวร้างข้างแตก และกลายเป็นศัตรูกันเพื่อแย่งชิงทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย
“ที่ดินแปดร้อยหมู่ของตระกูลหลิว ก็ไม่ใช่ของบ้านเราทั้งหมด ในจำนวนนั้นมีที่ดินของท่านอาอยู่ร้อยหมู่ เป็นส่วนที่ท่านปู่แบ่งไว้ให้ก่อนเสียชีวิต ที่เหลือเจ็ดร้อยหมู่พวกเราสามคนแบ่งกัน ข้าได้สักห้าร้อยหมู่ก็ไม่มากเกินไปใช่ไหม เจ้ากับหงจ่านก็แบ่งกันไปสองร้อยหมู่”
คำพูดเหล่านี้ของหลิวหงเหว่ย ทำให้หลิวหงถูตาสว่างขึ้น
“ดูจากอายุของท่านพ่อเราแล้ว ยังไม่ถึงห้าสิบเลย ส่วนซูจิ่นซูนั่นก็เพิ่งจะยี่สิบ ยังสาวและมีลูกได้อีก! สามีแก่ภรรยาสาวตั้งท้องมีลูกมีเยอะแยะไป ชายชราอายุห้าสิบกว่ายังมีลูกได้ไม่ใช่เรื่องแปลก”
หลิวหงเหว่ยพูดเพียงเท่านี้ คำพูดที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องพูดอีก นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่เขาไม่เห็นด้วยที่พ่อของตนจะแต่งงานใหม่ สถานะไม่สำคัญเท่าไหร่ สิ่งสำคัญที่สุดคือผลประโยชน์
หลิวหงถูตื่นเต็มตาทันที ในตอนนี้เขาเป็นลูกชายคนที่สาม ย่อมไม่ได้ส่วนแบ่งทรัพย์สินมากอยู่แล้ว หากพ่อของเขามีลูกคนที่สี่หรือแม้แต่คนที่ห้าอีก เขาก็จะยิ่งตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชมากขึ้น
“พี่ใหญ่ ท่านพ่อหลงเสน่ห์เข้าอย่างจัง ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จะทำอย่างไรดี?”
เขาไม่อยากจะต้องแบกจอบไปทำงานในนาตอนแก่จริงๆ พี่ใหญ่ของเขาสืบทอดกิจการของตระกูล พี่รองของเขาก็เก่งกาจด้านวิถียุทธ์กว่าเขา มีแต่เขาที่ไม่ได้ความอะไรเลยสักอย่าง
“เรียกเจ้าสองกลับมา เขามีความคิดเยอะแยะ พวกเราสามพี่น้องร่วมใจกัน ยังจะจัดการผู้หญิงคนเดียวไม่ได้อีกหรือ?”
วันรุ่งขึ้น หลิวหงจ่าน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิว เมื่อทราบข่าวก็รีบกลับบ้าน
หลิวหงจ่านเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงได้ไม่ถึงครึ่งปี ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านอาหลิวเย่าจู่ ปกติจะค่อนข้างยุ่ง ไม่ค่อยได้กลับมาที่หมู่บ้าน
เขาทราบถึงความร้ายแรงของเรื่อง ดังนั้นเมื่อได้รับข่าวก็รีบกลับบ้านทันที เขาไม่อยากจะมีน้องชายต่างมารดาเพิ่มขึ้นมาอีกโดยไม่รู้ตัวจริงๆ
“พี่ใหญ่ น้องสาม เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ข้าเพิ่งจะไม่ได้กลับมาแค่สองเดือน ท่านพ่อก็จะแต่งแม่เลี้ยงแล้วหรือ?”