เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 วันนี้ฉันเป็นนักศึกษา! (ฟรี)

บทที่ 55 วันนี้ฉันเป็นนักศึกษา! (ฟรี)

บทที่ 55 วันนี้ฉันเป็นนักศึกษา! (ฟรี)


ยามเช้าตรู่ แสงแดดสดใส อากาศเย็นสบายเล็กน้อย

เป็นวันที่เหมาะแก่การออกไปข้างนอกอย่างยิ่ง

ณ ใต้ตึกอพาร์ตเมนต์ หลินเทียนยังคงก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ทันใดนั้นเสียงใสของหญิงสาวก็ดังขึ้น——

“มาแล้ว!”

ตามมาด้วยเรือนผมสีดำยาวสลวยดุจน้ำหมึกที่พัดปลิวไปตามสายลมอ่อนๆ พร้อมกับเรือนร่างอันงดงามที่ปรากฏขึ้นพร้อมกัน

เสื้อยืดสีขาวตัวค่อนข้างโคร่ง ตรงกลางมีลายการ์ตูนสุดเท่

ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและยาวสวยราวกับถนนไฮเวย์ที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เริ่มต้นจากชายกางเกงขาสั้นและทอดยาวไปเรื่อยๆ จนถึงรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตาคู่หนึ่ง

กานเหยียนหยี่สะพายกระเป๋าเชลโล่ ยื่นมือออกมาโบกไปมาตรงหน้าหลินเทียนที่กำลังเหม่อลอย

“หลินเทียน เหม่ออะไรอยู่เหรอ”

“ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะ” หลินเทียนถาม

“เป็นเสื้อผ้าที่ซื้อตอนอยู่อังกฤษน่ะ——มันแปลกมากเหรอ”

กานเหยียนหยี่ก้มลงมองสำรวจตัวเองอย่างประหม่าเล็กน้อย

“ก็ไม่ใช่ว่าแปลกหรอก”

เพียงแต่ว่า หลินเทียนยังไม่เคยเห็นกานเหยียนหยี่ในสไตล์แบบนี้มาก่อน

ในความทรงจำของหลินเทียน การแต่งตัวของกานเหยียนหยี่ส่วนใหญ่จะเป็นชุดนักเรียนและชุดกระโปรงหลากหลายแบบ

ราวกับดาราหญิงฮ่องกงในยุคก่อน เพียงแต่ชุดกระโปรงของกานเหยียนหยี่นั้นเข้ากับสุนทรียภาพของยุคปัจจุบันมากกว่า

ตัวอย่างเช่น ชุดเดรสยาวสีพื้นเรียบๆ ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและสง่างาม

หรือจะเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวลายดอกไม้ที่ดูขี้เล่นนิดๆ ให้ความรู้สึกสดใสรับหน้าร้อน

หลินเทียนยากที่จะตัดสินว่ากานเหยียนหยี่ใส่ชุดนักเรียนหรือชุดกระโปรงสวยกว่ากัน

ก็แหม... เขาเคยได้กลิ่นแต่ชุดนักเรียนของเธอนี่นา

สไตล์การแต่งตัวแบบ "สาวสมัยใหม่" อย่างเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์นั้นหาได้ยากยิ่งบนตัวของกานเหยียนหยี่

ครั้งนี้ หลินเทียนกลับรู้สึกเหมือนได้เห็นเธอก้าวข้ามยุคสมัยมา

“...”

“อาจารย์กานครับ”

“เอ๊ะ?”

“ใช้มือจับชายเสื้อทีสิครับ”

“จะ...จับอีกแล้วเหรอ”

“เร็วๆ เข้าสิ”

กานเหยียนหยี่ใช้ปลายนิ้วหนีบชายเสื้อยืด

“ไม่ใช่แค่หนีบสิ ต้องขยำเลย ใช้แรงหน่อย เอาชายเสื้อยัดใส่มือเยอะๆ!”

หลินเทียนเร่ง

“อ้อๆ”

กานเหยียนหยี่ดึงแล้วดึงอีก จนขยำชายเสื้อไว้เต็มกำมือ

“แล้วก็ดึงชายเสื้อลง”

กานเหยียนหยี่ดึงชายเสื้อลง

ในชั่วพริบตา เสื้อยืดก็รัดแน่นเข้ากับเรือนร่างของเธอ เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเนินอกอวบอิ่มที่ดูมีมิติอย่างยิ่ง เอวคอดกิ่วแบบในมังงะโผล่พ้นชายเสื้อที่ถูกดึงรั้งออกมาให้เห็นเนื้อหนังอยู่ส่วนหนึ่ง

เมื่อรวมกับกางเกงยีนส์ขาสั้นท่อนล่าง ยิ่งขับเน้นให้ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเธอดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

หุ่นดีจริงๆ

หลินเทียนมองภาพตรงหน้าอย่างอิ่มเอมใจอีกครั้ง

ทุกครั้งที่กานเหยียนหยี่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งแบบนี้ หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะให้เธอทำแบบนี้สักครั้ง ความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้มันช่างเร้าใจกว่าปกติเสียอีก

“...”

“อาจารย์กานครับ เหมือนน้ำหนักจะขึ้นอีกแล้วนะครับ”

หลินเทียนสังเกตเห็นว่าหุ่นของกานเหยียนหยี่ดูดีขึ้นกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด

“86 จิน*แล้วค่ะ”

(*43โล)

กานเหยียนหยี่พูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจเล็กน้อย

“ดีมาก ดีมาก ข้าวที่กินไปไม่เสียเปล่าจริงๆ”

“พยายามต่อไปนะ อีกสักอาทิตย์เดียวก็น่าจะกลับไปเรียนได้แล้ว!”

การได้เห็นน้ำหนักของกานเหยียนหยี่เพิ่มขึ้นจากแปดสิบจิน เพราะเขาคอยขุนเธอทีละนิดละหน่อยจนหุ่นดีขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้ในใจของหลินเทียนเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกของการบรรลุเป้าหมาย

เหมือนกำลังเลี้ยงโปเกมอนอยู่เลย!

นี่สินะ คือความสุขของการเลี้ยงดูปั้นแต่ง!

“อื้ม”

กานเหยียนหยี่พยักหน้า

เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้หญิงสาวเองก็พยายามอย่างหนักเช่นกัน

ตอนกลางวันที่หลินเทียนไปเรียนที่โรงเรียน

กานเหยียนหยี่ก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ

เธอหมั่นวิ่งออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส กินวิตามินต่างๆ ตามเวลา เรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ต และศึกษาเรื่องการใช้ชีวิตและโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพจากในเน็ต

เธอแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับไปโรงเรียน!

เมื่อกลับไปโรงเรียน เธอก็จะมีเวลาอยู่กับหลินเทียนมากขึ้น ได้ศึกษาดนตรีร่วมกัน

“ไปกันเถอะ”

ทั้งสองขึ้นรถไฟใต้ดิน มุ่งหน้าไปยังสถาบันดนตรีซิงเหย่

หลินเทียนตัดสินใจว่า วันนี้จะไม่คิดเรื่องดนตรี ไม่คิดเรื่องเรียน และไม่ดูยอดผู้ติดตามในติ๊กต่อกด้วย

เขาจะเพลิดเพลินกับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เหลืออยู่น้อยนิดในฐานะนักเรียนม.ปลายปีสามให้เต็มที่

เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของมอ

เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดให้คนนอกเข้าได้ ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างง่ายดาย

วันเสาร์ คนไม่เยอะมากนัก

แต่ก็ยังมีเหล่านักศึกษาเดินไปมาในมหาวิทยาลัยอยู่ประปราย

การที่พวกเขามาปะปนอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

ชาติที่แล้ว หลินเทียนก็เคยเรียนมหาวิทยาลัยมาก่อน

นักศึกษากับนักเรียนม.ปลาย แม้อายุจะต่างกันไม่มาก แต่โดยทั่วไปแล้วรูปลักษณ์ภายนอกและบุคลิกจะแตกต่างกันอย่างมาก

นักเรียนม.ปลาย เนื่องจากอิทธิพลของโรงเรียนและครอบครัว ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยดูแลรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองมากนัก

แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัย ผู้ชายหลายคนก็เริ่มใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น เริ่มไว้ผมทรงต่างๆ ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่ก็แทบจะยกให้การแต่งหน้าเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในสมัยม.ปลาย ผู้หญิงบางคนที่ปกติอาจจะไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำ พอขึ้นมหาวิทยาลัย เริ่มแต่งหน้าแต่งตัว ก็เปลี่ยนโฉมเป็น “ดาวมหาวิทยาลัย” ในทันที

ดังนั้น หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกและบุคลิกแล้ว นักเรียนม.ปลายกับนักศึกษาก็ยังพอแยกแยะได้ง่าย

แน่นอนว่านี่ไม่นับรวมโรงเรียนสายอาชีวะนะ เพราะสาวๆ สายอาชีวะส่วนใหญ่นั้นใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกไม่แพ้นักศึกษามหาวิทยาลัยเลย

ขณะเดินอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

ท่ามกลางเหล่านักศึกษาเหล่านี้

ไม่รู้ทำไม กานเหยียนหยี่กลับรู้สึกประหม่าขึ้นมา

ร่างกายขยับเข้าไปชิดหลินเทียนโดยไม่รู้ตัว:

“หลินเทียน นายว่า...จะมีคนดูออกไหมว่าเราเป็นเด็กม.ปลาย”

“ไม่มีใครว่างพอมานั่งสนใจเรื่องนี้หรอก”

“รู้สึกเหมือนเราเป็นขโมยที่แอบเข้ามาเลยอ่ะ”

“เธอนั่นแหละที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมย”

หลินเทียนพูดอย่างจนใจ “อีกอย่างนะ เธอดูเหมือนนักศึกษาจะตายไป แถมยังสะพายเชลโล่อยู่ด้วย คนอื่นเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นนักศึกษาของที่นี่อยู่แล้ว”

อันที่จริง วิธีแยกแยะระหว่างนักศึกษากับนักเรียนม.ปลายของหลินเทียนเมื่อกี้นี้ มีข้อยกเว้นอยู่กรณีนึง

นั่นก็คือคนแบบกานเหยียนหยี่...

สวยจัด! สวยแบบไม่มีเหตุผล!

ไม่มีเทคนิคอะไรเลย แค่ผมดำยาวตรงธรรมดาๆ ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ ก็ยังคงให้ความรู้สึกสวยงามสบายตา

ความงามอันประณีตนี้ ไม่แพ้เหล่านักศึกษาสาวที่แต่งหน้าจัดเต็มคนไหนเลย

ถึงแม้ว่าหน้าตาของหลินเทียนจะหล่อเหลามากเช่นกัน แต่เขาก็มีทรงผมเป็นตัวช่วยเสริม— "ผมหน้าม้าทรงตัว M"

ทรงผมแบบนี้ ด้วยอิทธิพลจากผลงานชั้นยอดมากมายของประเทศหมู่เกาะ ทำให้โดยธรรมชาติแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กม.ปลายที่จะต้องกอบกู้โลก

“จริงเหรอ”

กานเหยียนหยี่พลันก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเทียน เอามือไพล่หลัง แล้วบิดตัวไปมาซ้ายขวา

“ในสายตาคนอื่น ฉันดูเหมือนนักศึกษาของที่นี่มากเลยเหรอ”

แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมกานเหยียนหยี่ถึงใส่ใจเรื่องนี้ แต่หลินเทียนก็ยังตอบไปว่า:

“แน่นอน”

“เยี่ยม!”

รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว ฝีเท้าในการเดินก็พลอยเบาสบายขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

เธอเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า สูดอากาศของที่นี่เข้าเต็มปอด พลางเก็บภาพทุกสิ่งที่เธอคิดว่าน่าสนใจในรั้วมหาวิทยาลัยตลอดทาง

สมแล้วที่เป็นสถาบันดนตรี บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ

ทิวทัศน์ในมหาวิทยาลัยสวยงามมาก เมื่อมาถึงจัตุรัสกลางของมหาวิทยาลัย

ตรงกลางมีรูปปั้นโน้ตดนตรีขนาดใหญ่ที่ผ่านการออกแบบเชิงศิลปะ ดูเท่ไม่เบาเลยทีเดียว

นี่คงจะเป็นหนึ่งในรูปปั้นสัญลักษณ์ของสถาบันดนตรีซิงเหย่สินะ

มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ไม่มากก็น้อย มักจะมีรูปปั้นแบบนี้อยู่

“หลินเทียน หลินเทียน”

กานเหยียนหยี่เดินไปหยุดอยู่หน้ารูปปั้น แล้วเรียกหลินเทียน

“ถ่ายรูปให้ฉันหน่อย!”

“ได้สิ”

หลินเทียนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้อง แล้วเล็งไปที่กานเหยียนหยี่

แทบจะในทันทีที่เลนส์กล้องจับภาพ

ก็มีกลุ่มนักศึกษาที่ถือหนังสือเดินผ่านมาพอดี พวกเขามองมาทางนี้ด้วยความสงสัย

ใบหน้าเล็กๆ ของกานเหยียนหยี่ฉายแววเขินอายขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่พอหลินเทียนตะโกนว่า “ชีสสส” เธอก็รีบร้อนชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างลนลาน...

“แชะ——”

ภาพนิ่งถูกบันทึกไว้

ในรูป ใบหน้าเล็กๆ ของกานเหยียนหยี่แดงระเรื่อด้วยความอาย ทั้งที่เขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว แต่เพราะมีกล้องของหลินเทียนจับจ้องอยู่ จึงจำต้องฝืนยิ้มออกมา ผลลัพธ์ก็คือ รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย ทำให้เธอดูสดใสยิ่งขึ้นไปอีก

เธอยืนอยู่ตรงนั้น...ดูเหมือนนักศึกษาสาวจริงๆ เลย

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 55 วันนี้ฉันเป็นนักศึกษา! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว